ในตอนนี้นับจากที่ฉินเฟิงได้ออกเดินทางจากเมืองเชินโต่ง มุ่งหน้าไปยังทางทิศใต้ของเมืองนี่ก็เวลาผ่านไปถึง8 วันเต็มๆแล้วและดูเหมือนว่าในตอนนี้ฉินเฟิง จะได้มาถึงยังทวีปอเวจีแล้วซึ่งฉากที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้น เป็เมืองที่มีขนาดใหญ่กว่า เมืองเชินโต่ง ถึง3เท่าเลยก็ว่าได้ ซึ่งเมื่อได้เห็นแบบนั้น ฉินเฟิงก็ได้คิดขึ้นภายในใจ
""ดูเหมือนว่าว่าข้าคงจะมาถึงอาณาเขตของทวีปอเวจีแล้ว ซึ่งเมืองแห่งนี้ไม่คิดเลยว่าจะมีขนาดใหญ่ถึงขนาดนี้ บางทีภายในเมืองแห่งนี้อาจจะมีสำนักตั้งอยู่ก็ได้ ดังนั้นข้ารีบไปถามคนแถวนี้ดูก่อนดีกว่า""
หลังจากนั้น ฉินเฟิงก็ได้เดินเข้าไปยังในเมือง และเดินรอบๆเมืองวนไปมาจนกระทั้งได้พบกับชายวัยกลางคนที่มีลักษณะรูปร่างสูงยาว ที่กำลังเดินกลางถนน เมื่อได้เห็นแบบนั้น ฉินเฟิงก็ได้ตัดสินเดินเข้าไปหา และได้พูดขึ้น
""นี่ลุงเมืองแห่งนี้มีชื่อว่าอะไรงั้นเหรอ!!ข้าเพิ่งจะมาที่นี้เป็ครั้งแรก ดังนั้นท่านลุงช่วยบอกข้าหน่อยได้ไหม!!""
ทางด้านของชายวัยกลางคน เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ได้หันหน้าทางด้านฉินเฟิง และก็ได้ตอบกลับในทันที
""เ้าถามข้างั้นเหรอ!!เมืองแห่งนี้คือเมืองฟ้าคราม แล้วเ้ามาจากไหน ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี้ โดยที่ไม่รู้แม้กระทั้งชื่อเมืองแบบนี้!!""
ซึ่งเมื่อได้ยินแบบนั้นฉินเฟิงก็ได้ตอบกลับในทันที
""ข้าเป็คนจากเมืองใกล้ๆแถวนี้แหละพอดีข้านั้นออกท่องยุทธภพ เลยกำลังหาสำนักเพื่อที่จะเข้าฝึกทักษะยุทธลุงพอจะรู้บ้างว่าแถวนี้ มีสำนักไหนบ้าง ที่กำลังเปิดรับสมัครศิษย์ใน่นี้!""
ซึ่งฉินเฟิงไม่ได้บอกว่าตนเองนั้นเป็คนจากทวีปวายุ ก็เพื่อจะเลี่ยงคำถามที่ไม่จำเป็
ทางด้านของชายวัยกลางคน ก็ได้รีบตอบในทันทีโดยที่ไม่สงสัยอะไรในตัวข้าเลย
""สำนึกที่เปิดรับสมัครศิษย์์ใหม่ใน่นี้งั้นเหรอ!!ภายในเมืองแห่งนี้ มีหลายสำนักเลยที่กำลังเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่ใน่นี้แต่สำนักที่มีชื่อเสียง และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองแห่งนี้ ก็คือ สำนักพยัคฆ์เมฆาซึ่งเป็สำนักที่เปิดรับสมัครศิษย์ ณตอนนี้ ส่วนสำนักอื่นๆนั้นจะทำการรับสมัครศิษย์ใหม่ หลังจากที่สำนักพยัคฆ์เมฆา เสร็จสิ้นการการรับศิษย์ใหม่""
เมื่อได้ฟังแบบนั้น ทำให้ฉินเฟิงนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมสำนักอื่นๆถึงต้อง เปิดรับสมัครศิษย์หลังจากสิ้นสุดการรับสมัครศิษย์ของสำนักพยัคฆ์เมฆา แบบนี้ด้วยทำให้ฉินเฟิงนั้นได้ถามออกไปในทันที
""มันเป็เพราะอะไรกันทำไมสำนักอื่นๆนั้นจะต้องรอจนกว่า สำนักพยัคฆ์เมฆา รับสมัครสิ้นสุดลงด้วย!!"
ทางด้านของชายวัยกลางคนก็ได้ยิ้มขึ้นมาในทันที พร้อมกับได้พูดขึ้น
""นั้นก็เพราะสำนักพยัคฆ์เมฆา ถือเป็สำนักที่มีอิทธิพลอย่างมาก ภายในเมืองฟ้าครามแห่งนี้ ดังนั้นถึงแม้ว่าสำนักอื่นจะเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่ในวันเดียวกันก็ไม่มีเด็กคนไหนไปสมัครที่สำนักอื่นเพราะทุกคนต่าง้าเข้าสำนักพยัคฆ์เมฆาด้วยกันทั้งนั้นนี่แหละคือเหตุผลที่สำนักอื่นๆต้องเปิดรับสมัครศิษย์หลังจากสิ้นสุดการรับสมัครของสำนักพยัคฆ์เมฆาและมันก็ทำให้สำนักอื่นๆนั้น ได้เพียงเด็กที่ไม่ผ่านการคัดเลือกของสำนักพยัคฆ์เมฆามาเข้าสำนักตนเองเท่านั้น!!""
เมื่อฉินเฟิงได้ฟังแบบนั้นเขาก็ได้เข้าใจขึ้นมาในทันที ว่าไม่แปลกเลยที่สำนักพยัคฆ์เมฆาถือเป็สำนักที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเมืองฟ้าครามแห่งนี้ นั้นก็เพราะเด็กที่เป็อัจฉริยะนั้นต่างก็ถูกรวบรวมไว้ที่สำนักพยัคฆ์เมฆาจนหมด และสำนักอื่นๆนั้น ได้เพียงแค่ศิษย์ที่เป็เศษเหลือจากการคัดเลือกของสำนักพยัคฆ์เมฆาฉินเฟิงเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนอย่างตนเองนั้นจะสามารถเข้าไปเป็ศิษย์ของสำนักพยัคฆ์เมฆาได้ไหม
ซึ่งหลังจากนั้น ฉินเฟิงก็ได้มองทางชายวัยกลางคนและพูดขึ้น
""แล้วสำนักพยัคฆ์เมฆานั้นเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่ ั้แ่เมื่อไหร่แล้วอีกอย่างสำนักพยัคฆ์เมฆานั้นไปทางไหน ลุงช่วยบอกข้าหน่อย!""
ทางด้านของชายวัยกลางคน เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ได้ตอบกลับในทันที
""เหอะ!! สำนักพยัคฆ์เมฆานั้นเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่ั้แ่เมื่อวานแล้วและวันนี้เป็ที่สองของการรับสมัครศิษย์ใหม่ ส่วนพรุ่งนี้นั้นเป็วันที่สามและถือเป็วันสุดท้ายของการรับสมัครศิษย์ใหม่ของสำนักพยัคฆ์เมฆาแล้วด้วยส่วนตำแหน่งที่ตั้งของสำนักพยัคฆ์เมฆานั้น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองนี้และใช้เวลาในการเดินทาง สองชั่วยาม ก็น่าจะถึงแล้ว!""
หลังจากที่ชายวัยกลางคนพูดจบฉินเฟิงได้พูดต่อในทันที
"" เอาละข้าไม่รบกวนลุงแล้ว ข้าต้องขอบคุณท่านมากจริงๆสำหรับข้อมูลพวกนี้!!""
หลังจากที่สิ้นสุดเสียงของฉินเฟิงชายวัยกลางคนก็ได้เดินจากไปในทันที ส่วนฉินเฟิงนั้นก็ได้แต่คิดในใจว่าควรทำอย่างไรดีต่อจากนี้ ซึ่งตนเองนั้นก็ได้ตัดสินใจที่จะหาที่พักสำหรับคืนนี้ก่อน ส่วนการไปสมัครเข้าสำนักพยัคฆ์เมฆานั้นค่อยออกเดินทางไปสมัครในวันรุ่งเช้าของพรุ่งนี้ ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้เดินภายในเมืองฟ้าคราม ค้นหาที่พักสำสำหรับคืนนี้