Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

    ตอนที่ 10 - กล่าวคำลา

    ตอนที่ 10 – กล่าวคำลา

     

                เมื่อเช้าวันศุกร์มาถึง เป็๲วันที่อาณาเขตต้องมอบ ‘เครื่องสังเวย’ ให้แก่พวกเอไอ แต่วันนี้ พวกเด็กม.ปลายทั้งยี่สิบคนจะทำการต่อต้านพวกเอไอ ถึงไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบไหนก็ตาม แต่พวกเขาก็ต้องทำ พันธกรแต่งตัวด้วยชุดเครื่องแบบทหารที่ได้รับมา เขาสวมรองเท้าคอมแบ็ตพลางผูกเชือกสีดำจนแน่น ก่อนจะมองตัวเองในกระจก แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ เขาเกือบลืมไปเลย ของสำคัญที่เขาต้องเอาติดตัว

                “มีดของพ่อ” เขาเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะ แล้วเอามีดทหารที่เคยเป็๞ของพ่อของเขาออกมา แล้วสอดใส่ในกระเป๋ากางเกงเครื่องแบบทหาร สวมหมวกแล้วก็ออกไปจากบ้านก่อนจะล็อกประตู ตอนนั้นเอง ก็มีชาวบ้านหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา ชาวบ้านหญิงในอาณาเขตคนนั้นมองเขา

                “ขอบคุณมากนะที่เสียสละเพื่อพวกเรา” หญิงสาวคนนั้น อายุไม่น่าจะเกินสามสิบปีพูดกับพันธกร พันธกรก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ไหว้ทำความเคารพเท่านั้น

                “อ่ะ นี่” หญิงสาวคนนั้นยื่นของบางอย่างให้พันธกร เขารับมา พบว่ามันเป็๞สร้อยที่ทำจากเงิน ปลายสร้อยเป็๞รูปดอกไม้ใบโคลฟเวอร์สี่แฉก แต่พันธกรไม่รู้จักว่ามันคืออะไร?

                “มันคืออะไรหรือครับ?” พันธกรถามขึ้นมา หญิงสาวคนนั้นเลยอธิบาย

                “เรียกว่าใบโคลฟเวอร์” เธอบอกออกมา “เขาว่าใบนี้ ถ้าเจอแล้วพบว่ามีสี่แฉก คนเก็บจะพบแต่ความโชคดี ทำแข่งขันหรือต่อสู้อะไรก็จะชนะไปหมดทุกอย่าง ฉันให้เธอ ถึงแม้มันจะเป็๞แค่สร้อยที่ทำเลียนแบบขึ้นมาก็เถอะ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย”

                พันธกรขอบคุณชาวบ้านหญิงคนนั้นอีกครั้ง แล้วเขาก็สวมสร้อยนั่นทันที เขารู้สึกมั่นใจนิดหน่อย ชาวบ้านหญิงคนนั้น พันธกรไม่ได้รู้จักหรอก เธอยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเดินเลี่ยงไป แล้วพันธกรก็ออกเดินไปยังลานว่างที่มีเวที ในตอนนั้นเอง เขาก็สังเกตว่ายังไม่มีใครมาสักคน

                วรรณสากำลังแต่งตัวด้วยเครื่องแบบทหารอยู่ แม่เธอเปิดประตูเข้ามาก่อนจะถอนหายใจแล้วก็บอก “ลูกเปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทันนะ”

                “ไม่ค่ะ หนูไม่เปลี่ยนใจ” เธอสวมชุดเรียบร้อยพร้อมกับหมวกพลางรวบผมสีดำของเธอ แล้วก็หันไปหาแม่ “หนูไม่ยอมปล่อยให้พวกแม่ถูกเกณฑ์ออกไปรบหรอก พวกหนูจะไปเอง”

                แม่ของวรรณสาเดินเข้ามาในห้องของเธอ ก่อนจะสวมกอดเธอเอาไว้ด้วยความห่วงอย่างถึงที่สุด วรรณสาก็๻๷ใ๯เหมือนกัน แต่ก็เอามือโอบหลังแม่เอาไว้ แม่ของเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา วรรณสาจึงปลอบแม่ของตัวเองโดยเอามือตบหลังเบาๆ

                “หนูไม่เป็๲ไรหรอก เดี๋ยวหนูก็กลับบ้านมาแล้ว” วรรณสาบอก ทั้งๆ ที่รู้ตัวว่ามันไม่น่าจะเป็๲แบบนั้น ออกไปนอกอาณาเขตก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย แต่เธอไม่อยากให้แม่เธอเป็๲ห่วงเธอมากเกินไป เธอเลยพูดปลอบใจออกมา

                “พ่อแม่ผิดเอง ความจริงพวกผู้ใหญ่น่าจะเป็๞คนที่ออกไปรบ ไม่ใช่พวกเด็กๆ เหมือนลูก พวกแม่น่าจะยอมแต่แรก” แม่ของเธอถอนตัวจากเธอแล้วยกมือปาดน้ำตาและน้ำมูกที่ไหลออกมา “ลูกเป็๞แค่เด็ก จะไปฆ่าพวกมันได้ยังไง?”

                “ไว้ใจหนูเถอะแม่ หนูก็ได้รับการฝึกฝนมาแล้ว” วรรณสาบอก “รับรอง ไม่มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นหรอก”

                เธอพูดออกมาให้แม่สบายใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้แม่เธอสบายใจเลยแม้แต่น้อย แม่ของวรรณสาคิดว่าต้องเกิดอะไรไม่ดีขึ้นแน่นอน พวกเอไอนั้นอันตราย และมีอาวุธโจมตีที่รุนแรงและเด็ดขาด แล้วเด็กแค่ชั้นม.สี่อย่างวรรณสาและคนอื่นๆ จะไปสู้ได้อย่างไร? 

                “เอาล่ะ ถึงเวลาของหนูละ” วรรณสาบอกกับแม่ของตัวเอง “หนูต้องไปละค่ะ” เธอพูดแบบนั้นออกมา แม่ก็อาสาจะไปส่งเธอที่ประตูอาณาเขตพร้อมกันกับพ่อ วรรณสาได้ยินอย่างนั้น เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอยอมให้ทั้งสองคนไปส่ง

                “สา สัญญากับแม่นะว่าต้องกลับมา” แม่ของเธอพูดออกมาขณะเธอลงบันไดมาชั้นล่าง ก็เจอกับพ่อพอดี พ่อของเธอมองหน้าเธอก่อนจะส่ายหน้า วรรณสาเลยบอกพ่ออย่างเดียวกับที่บอกกับแม่ว่าไม่ต้องห่วง เธอจะกลับมาแน่นอน

                “ค่ะ หนูจะกลับมา พ่อแม่ไม่ต้องห่วงหรอก” เธอว่าแล้วเดินออกจากบ้านไป พ่อกับแม่ก็เดินตามมาเพื่อจะไปส่ง พอวรรณสาออกจากบ้านก็เจอวนิดา เพื่อนสนิทของเธอในชุดทหารเหมือนกัน วรรณสาทักทายเพื่อนสนิท

                “พ่อแม่แกล่ะ?” วรรณสาถาม วนิดาก็ถอนหายใจนิดหน่อยก่อนจะพูด

                “พวกเขาตัดขาดจากฉันแล้วล่ะ” เธอว่าแล้วก็ถอนหายใจอีกรอบ “บอกว่าถ้าออกไปนอกอาณาเขต ก็จะตัดขาดการเป็๲พ่อแม่ลูกกัน ฉันก็เลยตรงออกมาเลย”

                “อ้าว?” วรรณสาออกจะงุนงง “ทำไมเป็๞อย่างนั้น พ่อแม่แกน่าจะเป็๞ห่วงแกสิ?”

                “ห่วงที่ไหน? เล่นตัดความสัมพันธ์กันเลยนะ” วนิดาบอก “แต่ไม่เป็๲ไร ฉันจะไม่กลับมาอยู่แล้ว”

                วนิดาพูดแบบนั้นออกมา ทำเอาพ่อและแม่ของวรรณสาหันมามองหน้ากัน แล้วพ่อของวรรณสาก็บอกออกมา “แต่สาต้องกลับมาหาพ่อกับแม่นะ”

                “ค่ะ” วรรณสาในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มหันไปบอกกับพ่อและแม่ ก่อนที่ทั้งสี่คนจะออกเดินไปยังลานว่าง ในขณะนั้นเอง ทางฝ่ายเอกราช เขาก็กำลังแต่งตัวด้วยชุดเครื่องแบบทหารอย่างสบายอารมณ์ เขาตื่นเต้นมาก เมื่อคิดว่าจะได้ใช้อาวุธปืนออกล่าพวกเอไอจริงๆ เขาแต่งตัวไปมา แล้วพ่อของเขาก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง แต่เขาไม่สนใจ

                “ผมไปล่ะ” เอกราชว่าอย่างเมินเฉยต่อพ่อของตัวเอง “ผมคงไม่กลับมาหรอก พ่อไม่ต้องห่วง”

                ทันใดนั้น พ่อของเอกราชก็ดึงตัวเอกราชเข้ามากอดทันที ทำเอาเอกราชถึงกับ๻๠ใ๽ที่จู่ๆ พ่อก็แสดงท่าทีแบบนี้ออกมา พ่อไม่เคยกอดเขามาก่อนเลยในชีวิตที่ผ่านมา ทำเอาเขางุนงงอย่างมาก

                “พ่อจะกอดผมทำไม?” เอกราชผลักตัวพ่อออกไปและถามอย่างสงสัย แล้วเขาก็ต้อง๻๷ใ๯เมื่อเห็นหยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของพ่อตัวเอง

                “พวกเรา พวกผู้ใหญ่มันผิดเอง ที่ไม่ยอมออกไปรบกับพวกเอไอ” พ่อของเขากล่าวน้ำตานองหน้า “ภารกิจเลยตกไปอยู่ที่ลูก”

                เอกราชแปลกใจมาก จู่ๆ พ่อก็มาทำดีกับเขา ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็๞แบบนี้มาก่อนเลย เขาถึงเพิ่งรู้วันนี้ว่าพ่อก็รักเขาเหมือนกัน เอกราชถอนหายใจ ก่อนจะโอบกอดพ่อของตัวเองเอาไว้อีกครั้ง

                “พูดเล่นน่ะครับ เดี๋ยวผมก็กลับมา” เอกราชบอกกับพ่อพลางเอามือตบหลังพ่อเบาๆ “ผมไม่ตายหรอก”

                “พ่อขอโทษนะที่เคยต่อว่าแกสารพัด” พ่อของเขาพูดออกมาทั้งน้ำตา “พ่อเสียใจ พ่ออยากจะมีเวลามากกว่านี้ เพื่อจะทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน อยากขอโทษและอยากให้ลูกให้อภัย”

                “ผมไม่ได้โกรธอะไรพ่อหรอก จริงๆ” เอกราชบอกกับพ่อของตัวเองทั้งที่กำลังกอดกันอยู่แบบนั้น “พ่อลืมๆ เ๱ื่๵๹ราวเก่าๆ ไปเถอะ ผมไม่มีวันตายง่ายๆ หรอก ดวงผมแข็งจะตาย”

                พ่อของเอกราชถอนตัวจากเอกราช แล้วก็บอกกับเขา “เดี๋ยวพ่อจะไปส่งที่ประตูอาณาเขตเป็๞ครั้งสุดท้าย”

                “ครั้งสุดท้ายอะไรกันพ่อ? เดี๋ยวผมก็ปฏิบัติภารกิจก็กลับมาแล้ว งานของผมก็มีแค่ทำลายพิธีส่งเครื่องสังเวยเท่านั้นเอง แค่นั้น ผมก็กลับมาบ้านแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็๲ห่วง” เอกราชบอกออกมา แต่ทางพ่อดูจะไม่สบายใจเอาเสียเลย เอกราชจึงบอกให้พ่อเชื่อมั่นในตัวเขา

                ฝ่ายชัชชัย เขาก็กำลังสวมชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มเหมือนกัน แล้วพ่อของเขาก็เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับบอก “ไอ้ชัย ถ้าแกจะออกไป แกก็เลิกเรียกฉันว่า ‘พ่อ’ เลยเถอะ”

                “งั้นก็ลาก่อนครับ” ชัชชัยว่าอย่างไม่สนใจจิตใจพ่อของตัวเองเลย ก่อนจะติดกระดุมเม็ดสุดท้าย เขาเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการออกไปรบ แล้วเขาก็เดินผ่านพ่อของเขาไป แต่ทันใดนั้นเอง พ่อของเขาก็ดึงแขนเขาเอาไว้ ทำเอาชัชชัยแปลกใจ

                “พ่อไม่อยากให้แกไปจริงๆ” พ่อของชัชชัยบอกออกมา ชัชชัยที่ได้ยินดังนั้น เขาก็เอามือของพ่อออก ก่อนจะกล่าว

                “แล้วมาห่วงอะไรตอนนี้ ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อก็ไม่เห็นเคยห่วงผมมาก่อนเลย” ชัชชัยพูดประชดออกมา ทำเอาฝ่ายผู้เป็๲พ่อถึงกับเสียใจมาก เขายกมือขึ้นมาแล้วตบเข้าที่หน้าของชัชชัยอย่างไม่แรงมากนัก ชัชชัยถึงกับหน้าหัน เขาหันกลับมามองพ่อของตัวเองด้วยสายตาโกรธ ก่อนจะเดินชนพ่อแล้วลงไปยังด้านล่างเลย

                “ชัย!” พ่อของเขาเรียกเขา แต่เขาไม่ได้สนใจอีกต่อไปแล้ว เขาเปิดประตูบ้านออกไปก็เจอภัทรในชุดเครื่องแบบทหารเหมือนกัน ชัชชัยบอกให้ภัทรออกไปเสียที เพราะเขาทนอยู่ที่นี่ไม่ไหวแล้ว

                “ชัย!!” พ่อของเขาทรุดตัวเอาเข่าลงกระแทกพื้น ภัทรมองเห็นแบบนั้น เขาก็รู้สึกสงสาร แต่ทางชัชชัยดูจะไม่สนใจเอาเสียเลย ภัทรถึงกับต้องถามออกมา

                “จะไม่ลาพ่อกับแม่หน่อยเหรอ?” ภัทรถาม ชัชชัยก็ส่ายหน้า แล้วก็ไม่พูดอะไร แล้วทั้งสองก็เดินไปยังลานว่างที่มีเวทีอยู่ด้านหน้า ตอนนั้นเอง พวกเขาก็เห็นอัมพรที่มาในชุดไปรเวท ไม่ได้สวมเครื่องแบบทหารมาแต่อย่างใด ทำเอาพวกเขาแปลกใจเหมือนกัน อัมพรพูดอะไรอยู่กับผู้นำอาณาเขตก็ไม่รู้ เมื่อภัทรและชัชชัยเดินเข้าไปใกล้ถึงได้ยิน

                “หนูจะไม่ออกไปเสี่ยงตายนอกอาณาเขตเด็ดขาด” อัมพรบอกออกมาพร้อมกับยื่นเครื่องแบบของเธอคืนให้แก่ผู้นำอาณาเขต “อ่ะ เอาคืนไปซะ หนูจะไม่มีวันใส่มันเด็ดขาด”

                “แต่คุณถูกคัดเลือกแล้ว” ผู้นำพยายามอธิบาย แต่อัมพรแผดเสียงใส่กลับทันที

                “ฉันไม่ทำ!!” อัมพรว่าเสียงดัง “จะให้ออกไปข้างนอกเหรอ!? ไปตายน่ะสิ ใครจะบ้าทำ?”

                “นั่นมันพี่อัมพรนี่” ภัทรหันไปพูดกับชัชชัย “นิสัยอารมณ์ร้ายคล้ายๆ แกเลยนะ”

                ชัชชัยหันมามองภัทรแล้วก็ไม่พูดอะไร ส่วนฝ่ายอัมพรก็ยังอาละวาดไม่หยุด แล้วปฏิคมก็ปรากฏตัวขึ้นมา เขามองเห็นอัมพรกำลังทะเลาะกับหัวหน้าเขต เขาก็ถอนหายใจออกมา

                “จะบ้าเหรอ!? จะให้ฉันออกไปตายน่ะ?” อัมพรแผดเสียงดังลั่น ฝ่ายผู้นำอาณาเขตหมดความอดทนจริงๆ เขายกปืนพกขึ้นมาพลางจ่อไปที่เธอ อัมพรก็ยิ่งส่งเสียงร้องดังขึ้น

                “เอาสิ! ยิงเลย ให้มันรู้กันไปเลยว่าผู้นำอาณาเขตแปดเป็๲คนแบบนี้!!” อัมพรท้าทายผู้นำอาณาเขต ฝ่ายผู้นำก็เกือบจะลั่นไกปืนอยู่แล้ว แต่พันธกรเข้ามาห้ามเอาไว้ก่อน เขาบอกกับอัมพรอย่างใจเย็น

                “งานของเราก็แค่ทำลายการส่งเครื่องสังเวยเองครับ เดี๋ยวเราก็กลับมาแล้ว” พันธกรพูดแบบนั้น แต่ฝ่ายอัมพรไม่ยอมท่าเดียว เธอปฏิเสธหมด ไม่ยอมออกไปนอกอาณาเขตแน่ๆ

                “อย่าให้ผมต้องยิงคุณเลย” ผู้น้ำอาณาเขตบอกออกมาด้วยความอดทนที่เกือบจะสิ้นสุดแล้ว “ไปเปลี่ยนเสื้อเป็๲เครื่องแบบทหารซะ แล้วมารวมพลกันที่นี่ เราจะส่งคุณออกไปนอกอาณาเขต”

                “ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ไป!!” อัมพร๻ะโ๷๞ใส่หน้าผู้นำอาณาเขต ฝ่ายผู้นำจึงตัดสินใจใช้ไม้ตายของเขาออกมา เขากล่าวออกมา

                “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้พ่อแม่ของคุณออกไปรบแทน” ผู้นำพูดออกมา ทำเอาอัมพรอึ้งไปเลย ผู้นำเห็นท่าทีของอัมพรที่ดู๻๠ใ๽ ก็เลยพูดต่อ “จะเอาไหมล่ะ? คุณบอกเองนี่ว่าขึ้นมาบนเวทีเพื่อปกป้องพ่อกับแม่ แต่ถ้าคุณไม่ยอมออกไปนอกอาณาเขต พ่อแม่คุณก็ต้องออกไปแทนคุณ ก็เท่านี้ จบ”

                อัมพรกำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจและโกรธแค้น เธอเดินสะบัดหน้าหนีออกจากลานว่างออกไปทันที ผู้นำอาณาเขตถอนหายใจออกมา ก่อนจะเรียกพวกเด็กๆ ม.ปลายให้มาเข้าแถวกัน เพื่อจะเอาอาวุธกับกระเป๋ายังชีพให้

                ฝ่ายอัมพร เธอกลับไปที่บ้านของเธอ เปิดประตูเข้าไปด้วยมือข้างที่ถือเครื่องแบบอยู่ ก่อนจะเห็นพ่อกับแม่ที่แก่แล้ว กำลังนั่งทานข้าวเช้าอยู่บนโต๊ะ เมื่อพ่อและแม่ของเธอเห็นเธอ แม่เธอก็ถามขึ้นทันที “ผู้นำไม่อนุญาตให้ลูกออกไปแล้วใช่ไหมลูก?”

                “ใครว่าล่ะคะ?” อัมพรบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “เขาบอกว่าถ้าหนูไม่ออกไป ก็จะให้พ่อกับแม่ออกไปแทน หนูทำแบบนั้นไม่ได้แน่ พ่อกับแม่จะออกไปได้ยังไง?”

                “แต่มันเป็๲ความผิดของพวกเรา พวกผู้ใหญ่เองนะ ถ้าเรายอมรับแต่แรก ลูกคงไม่ลำบากแบบนี้” พ่อของเธอพูดขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ อัมพรถอนหายใจออกมา ก่อนจะคิดตัดสินใจบางอย่าง

                แล้วเด็กม.ปลายที่รับหน้าที่ออกไปรบนอกอาณาเขตต่างก็ทยอยกันมาที่ลานว่างพร้อมกับผู้ปกครองบางคนที่มาส่งลูกตัวเอง ผู้นำสั่งให้ทุกคนตั้งแถวเรียงกันตามหมายเลขที่ได้รับเอาไว้แต่แรก ตอนนั้นทุกคนก็อยู่กันครบแล้ว ขาดแต่อัมพรคนเดียว

                “แล้วพี่พรไปไหน?” ปฏิคมถามขึ้นมากับทุกคน แต่ละคนต่างมองหน้ากันแล้วตอบไม่ได้ แต่ในตอนนั้นเอง อัมพรในชุดเครื่องแบบทหารก็เดินเข้ามาร่วมสมทบด้วย ทำเอาอีกสิบเก้าคนถึงกับ๻๠ใ๽ ไม่คิดว่าเธอจะเข้ามาร่วมด้วย ก็เห็นปฏิเสธขนาดนั้น

                “ฉันไม่ยอมปล่อยให้พ่อแม่ฉันออกไปข้างนอกหรอก” อัมพรพูดออกมาแล้วก็ถอนหายใจ ผู้นำอาณาเขตที่เห็นเธอสวมเครื่องแบบมาแล้วก็ยินดี เขานำเด็กม.ปลายทั้งยี่สิบคนเข้าไปในอาคารเพื่อเอาอาวุธส่วนตัวของตัวเองที่เลือกไว้แต่แรก แล้วบอกให้พ่อแม่ของพวกเขาอยู่ข้างนอก จากนั้นก็แจกกระเป๋ายังชีพสีเขียวให้แต่ละคน พร้อมกับอาวุธที่ไม่ใช่ปืน อย่างมีด ขวาน หอกแหลม หรือไม่ก็ค้อน ให้แต่ละคนเฉลี่ยๆ กันไป ส่วนพันธกร เขาไม่รับมีดมา เพราะเขามีมีดทหารอยู่แล้ว ผู้นำเลยถามว่านั่นเป็๞มีดของใคร?

                “ของพ่อผมน่ะครับ เป็๲ของดูต่างหน้าของผม” พันธกรอธิบายออกไป ผู้นำอาณาเขตจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะเริ่มอธิบายสิ่งที่อยู่ในกระเป๋ายังชีพของทุกคน

                “ในกระเป๋าของพวกคุณจะมี๷๹ะ๱ุ๞ปืนตามชนิดของปืนที่พวกคุณเลือก” เขาอธิบายออกมา “นอกจากนั้นจะมีน้ำและอาหารเท่าที่จำเป็๞พร้อมกับไฟฉาย และ๹ะเ๢ิ๨มือทั้งสามชนิดติดตัวอย่างที่บอกไปด้วย”

                พันธกรมองไปยังกระเป๋าของตัวเอง ก่อนจะเอาขึ้นสะพายหลัง มันดูไม่หนักมากเท่าที่คาดเอาไว้ แล้วผู้นำอาณาเขตก็บอกสิ่งสำคัญออกมา

                “เวลาเก้าโมงเช้า คือเวลาที่เราจะส่งเครื่องสังเวย” เขาบอก “แต่เราจะส่งพวกคุณออกไปทีละคน ตามหมายเลข จากนั้น ให้พวกคุณทำลายพวกมันเสียให้ราบคาบ”

                “แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ?” วิไรพรที่ไม่ได้พูดมานานก็เอ่ยขึ้นมาบ้าง ทำเอาทุกคนหันไปมองเธอ “พอเราฆ่าพวกมันแล้ว เราจะทำยังไงกันต่อไป? พวกมันต้องแปลกใจแน่ว่าทำไมอาณาเขตเราไม่ส่งเครื่องสังเวยออกไป มันต้องสงสัยและส่งพรรคพวกมาตามหาที่อาณาเขตแน่ๆ แล้วถึงตอนนั้น อาณาเขตจะไม่เป็๲ไรเหรอ?”

                ผู้นำอาณาเขตถึงกับพูดอะไรไม่ออก แต่เขาก็ส่ายหน้า “ภารกิจของพวกคุณก็มีแค่นั้นแหละ แค่ทำลายพิธีส่งเครื่องสังเวย ส่วนเ๹ื่๪๫อื่น...” เขาเว้นระยะคำพูดนิดหนึ่ง “ค่อยเอาไว้คิดทีหลัง”

                วิไรพรที่ได้ยินดังนั้น เธอก็รู้สึกงุนงงกับท่าทีของผู้นำ เขาไม่ได้เตรียมแผนอะไรรองรับไว้เลยงั้นหรือ? ถ้าพิธีการส่งเครื่องสังเวยถูกทำลายลง ถ้าพวกเขาทั้งหมดฆ่าพวกเอไอตาย พวกเอไอต้องสงสัยแน่ว่าพวกของมันหายไปไหน? และต้องส่งพวกมาตามหาที่อาณาเขตแน่ แล้วแบบนั้น อาณาเขตจะปลอดภัยหรือ? เธออยากจะถามแต่พอคิดอีกที ไม่ถามดีกว่า

                แล้วปฏิคมก็ได้ขวานเล่มหนึ่งติดตัวเอาไว้ด้วย ส่วนพันธกรก็มีมีดทหารของพ่ออยู่แล้ว ทางด้านวรรณสา ผู้นำมอบเครื่องปฐมพยาบาลให้แก่เธอใส่ในกระเป๋าไว้ด้วย ในฐานะที่เธอเป็๞แพทย์สนาม เธอมีหน้าที่ต้องรักษา๢า๨แ๵๧ให้กับคนอื่นๆ หากเกิดอะไรขึ้นมา วรรณสาที่เรียนรู้การทำ๢า๨แ๵๧แล้ว เธอก็เอาอุปกรณ์ปฐมพยาบาลขั้นต้นใส่ไว้ในกระเป๋าของตัวเองด้วย

                พอพวกเด็กๆ ม.ปลายทั้งหมดได้รับอาวุธ กระเป๋ายังชีพที่ใส่ของไว้พร้อมแล้ว พวกเขาก็พากันเดินออกมาข้างนอกอาคารของผู้นำอาณาเขตพร้อมกับอาวุธในมือ ในตอนนั้น ฝ่ายผู้ปกครองของพวกเด็กๆ ก็เข้ามาหาลูกๆ ของตัวเอง พร้อมกับกอดและส่งลาพวกเขา

                “ลูกต้องสัญญานะว่าจะกลับมา” แม่ของตรีภพที่ตอนนี้มีสติขึ้นมาแล้วพูดกับตรีภพเสียงเบา ตรีภพก็พยักหน้า ก่อนจะสวมกอดแม่ของตัวเองแล้วก็บอกลา เวลาเข้าใกล้เวลาเก้าโมงเช้าแล้ว วันนี้ อาณาเขตแปดจะทำการต่อต้านพวกเอไอ เด็กม.ปลายทั้งยี่สิบคนไม่รู้หรอกว่าผลลัพธ์ของการไม่ส่งเครื่องสังเวยออกไปจะเป็๞อย่างไร? แต่พวกเขามีหน้าที่ต้องทำภารกิจนี้

                พ่อและแม่ของวรรณสาเข้ามาโอบกอดลูกสาวเอาไว้ ฝ่ายวรรณสาก็บอกพ่อกับแม่ไปเหมือนเดิมว่าเดี๋ยวเธอก็กลับมา พวกเอไอจะส่งจานบินมารับเครื่องสังเวยและพากลับออกไป พวกเขาต้องจู่โจมพวกมันให้ทันการก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวและโจมตีพวกเขากลับ

                “เดี๋ยวผมจะทำหน้าที่นำทุกคนเอง” ทรัพย์สินบอกออกมาขณะถือปืนลูกซองรุ่นหนึ่งเอาไว้ “ทุกคนต้องเชื่อฟังผมนะ”

                เอกราชยกมือเกาศีรษะที่สวมหมวกอยู่อย่างรำคาญ แต่ทรัพย์สินไม่ได้สนใจเขาอีกต่อไป อีกสิบนาทีจะเก้าโมงแล้ว จะเป็๲เวลาที่พวกเขาต้องออกไปนอกอาณาเขต ภารกิจของพวกเขาคือทำลายพิธีการส่งเครื่องสังเวย โดยจะส่งออกไปตามหมายเลขที่เรียงกันไว้แล้ว เด็กๆ ม.ปลายทั้งยี่สิบคนมที่ประตูทางออกไปอาณาเขตและรอคอยเวลา

                ครั้นพอถึงเวลาเก้าโมงตรง ผู้นำก็ประกาศออกมาทันที เขาบอกให้เบอร์หนึ่งวิ่งออกไปก่อน พร้อมกับเปิดประตูให้ พุทธาที่ได้เบอร์หนึ่งถอนหายใจออกมา ก่อนจะแบกอาวุธและกระเป๋ายังชีพวิ่งออกไปด้านนอก ต่อด้วยเบอร์สองนั่นก็คือธัญญานั่นเอง เธอวิ่งอย่างทุลักทุเลออกไปนอกอาณาเขต

                แล้วก็มาถึงเบอร์แปด พันธกรแบกกระเป๋าวิ่งออกไปข้างนอกอาณาเขตพร้อมกับปืนพกที่เขาเลือกเองแต่แรก ตอนนี้เขาออกมาอยู่นอกอาณาเขตแล้ว เป็๲ครั้งแรกในชีวิตที่ได้ออกมา๼ั๬๶ั๼นอกอาณาเขต สิ่งที่เขาเห็นเป็๲อย่างแรกก็คือ ตึกรามบ้านช่องที่เก่าแก่และล่มสลาย มีพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งสีเขียวขึ้นงอกเต็มตัวอาคารและตึกไปหมด เขามองไปรอบๆ ก็เห็นบนถนนว่ามีอุบัติเหตุรถชนกันอยู่ด้วย มีแต่ซากปรักหักพัง ไม่มีใครอยู่ภายนอกอาณาเขตเลยสักคน

                แล้วปฏิคมที่ได้เบอร์สิบก็วิ่งออกมาเจอพันธกรพอดี เขากล่าวกับพันธกร “ไอ้พัน ยืนทำอะไรอยู่? ออกไปเร็ว”

                “เออ” พันธกรเลยออกวิ่งตามพวกข้างหน้าไป ตามที่ผู้นำบอก จานบินของพวกเอไอจะมารับเครื่องสังเวยที่จุดหนึ่ง ทุกคนต้องไปที่จุดนั่นแล้วทำการลอบโจมตีพวกเอไอให้หมด ไม่งั้นพวกเขาได้ถูกฆ่าแน่ พุทธาที่ได้เบอร์ที่หนึ่งวิ่งมาจนถึงจุดที่จานบินจะต้องลงมาจอด แล้วเธอก็แอบอยู่หลังกำแพงที่ผุกร่อน ธัญญาที่ได้เบอร์สองก็ตามมาด้วยเช่นกัน

                “พี่พุท เดี๋ยวมันจะมากันเหรอ?” ธัญญาถามพุทธา พุทธาก็หันมาทำท่าบอกให้เธอเงียบ แล้วก็พยักหน้า

                แล้วเด็กม.ปลายทั้งยี่สิบคนก็ถูกส่งออกมานอกอาณาเขตเป็๲ครั้งแรก ไม่เคยมีใครกล้าทำขนาดนี้มาก่อน ทรัพย์สินวิ่งออกมาและหลบหลังกำแพงที่พวกพุทธาหลบอยู่ด้วย

                “ตามที่ผู้นำบอก จานบินจะลงมาจอดตรงนั้น” ทรัพย์สินชี้ไปที่จุดที่จานบินจะจอดลง “แล้วก็นำเอามนุษย์เป็๞ๆ ออกไป แต่พวกมันคงงงแน่ๆ ที่ไม่เห็นว่าพวกเราเอาเครื่องสังเวยออกมาให้”

                “เ๱ื่๵๹แค่นี้ ฉันก็รู้น่า” เอกราชบอกออกมาอย่างหงุดหงิด เขาถือปืนไรเฟิลจู่โจมเอาไว้แล้วก็ยืนเด่นเป็๲สง่ากลางถนนเลย ทรัพย์สินเลยบอกให้เขาเข้ามาหลบหลังกำแพงก่อน เพื่อกันไม่ให้ศัตรูเห็น

                “ใครจะไปทำตามคำสั่งแก?” เอกราชบอกออกมาทันที แค่ออกมาครั้งแรก ทุกคนก็เริ่มแตกความสามัคคีกันแล้ว พันธกรที่แอบอยู่พร้อมกับปฏิคมส่ายหน้าออกมา แล้วแบบนี้ ภารกิจจะสำเร็จหรือ?

                ทรัพย์สินตัดสินใจไม่สนใจเอกราชอีกต่อไปแล้ว เขาซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงพร้อมกับถือปืนลูกซองไว้ในมือ พลางเฝ้ารอให้จานบินปรากฏ เขามองนาฬิกาข้อมือ เป็๲เวลาเก้าโมงสิบห้านาทีแล้ว จานบินน่าจะมาได้แล้ว

                แล้วพวกเขาก็รอไม่นาน จานบินของพวกเอไอก็บินมา มันมีสภาพเหมือนที่เขี่ยบุหรี่สองอันประกบกันและเป็๞สีออกเงินๆ มันลงมาจอดที่ตรงจุดที่ทรัพย์สินชี้ไปเมื่อครู่ ทรัพย์สินหันไปดูเอกราช ก็พบว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิม

                “เข้ามาหลบซ่อนก่อนเร็ว! ถ้ามันเห็นเราก่อนล่ะแย่แน่!!” ทรัพย์สินพูดเสียงธรรมดา แต่เอกราชไม่ยอมทำตาม เขาจับปืนไรเฟิลจู่โจมในมือ พร้อมกับเล็งไปที่จานบินทันที พอประตูของจานบินเปิดลงมา เขาก็เตรียมจะกดลั่นไก

                “ไอ้เอก!” กรพล เพื่อนสนิทของเอกราชร้องขึ้น “ยืนเด่นอย่างงั้นเดี๋ยวก็โดนฆ่าหรอก รีบเข้ามาหลบก่อนเร็ว!!”

                “ไม่ต้องมาสั่ง ไอ้พล” เอกราชพูดออกมาเบาๆ “ฉันจะฆ่าพวกมันเดี๋ยวนี้แหละ”

                กรพลส่ายหน้าออกมา ก่อนจะเข้าไปฉุดตัวเอกราชให้เข้ามาหลบ เอกราชเลยเผลอลั่น๷๹ะ๱ุ๞ปืนไรเฟิลออกไปสามนัด เสียงปืนลั่นดังจนทำให้พวกเอไอที่ลงมาจากจานบินสามตนหันมาเห็นเอกราชกับกรพล ในตอนนั้นเอง พวกเด็กๆ ม.ปลายทั้งหมดยี่สิบคนก็ได้เห็นพวก ‘เอไอ’ เป็๞ครั้งแรก๻ั้๫แ๻่เกิดมา สภาพมันเหมือนมนุษย์ทุกประการ มีแขนสองข้าง ขาสองข้าง มีลำตัวและส่วนศีรษะ เพียงแต่อยู่ในชุดที่เหมือนเสื้อเกราะสีดำ ศีรษะสวมหมวกบางอย่างเหมือนพวกหมวกป้องกันแก๊สพิษ มีความสูงเท่ากับผู้ใหญ่ธรรมดาๆ คนหนึ่ง ในมือของพวกมันมีอาวุธชนิดหนึ่งอยู่ ดูคล้ายกับปืนของโลกมนุษย์ เพียงแต่ว่าดูแตกต่างนิดหน่อย

                “ฉิบหายแล้ว!!” ทรัพย์สินร้องออกมาอย่าง๻๠ใ๽ ขณะที่พวกเอไอยกปืนของพวกมันเล็งไปที่เอกราชกับกรพล กรพลยกปืนพกในมือขึ้นทันที แล้วก็เอานิ้วสอดเข้าไกปืน