“อย่าขอรับ!” จางอี้ิรีบะโเสียงดัง “ท่านย่า อย่าเพิ่งทิ้งขอรับ”
เสียงของหลานชายที่ดังก้องบ้านทำให้นางหูถึงกับชะงักค้าง ตกอกใหันมามองเด็กน้อยที่ยืนอยู่ไม่ไกล เด็กน้อยหูผึ่งั้แ่ได้ยินคำว่าดอกหญ้าสายรุ้งแล้ว นั่นแหละคือสิ่งที่เขาหลงลืมไป ในที่สุดก็รู้เสียที
หญ้าสายรุ้ง...อุตส่าห์คิดตั้งนาน โธ่เอ้ย
“ิเอ๋อร์ มารดาเ้าเห็นว่าเ้าตั้งใจเอามาให้นาง นางจึงเก็บไว้ แต่ว่าตอนนี้มันแห้งและเหี่ยวหมดแล้ว ย่าเห็นว่าเก็บไว้ไม่มีประโยชน์อันใด” นางหูเอ่ยกับหลานชายอีกครั้ง
“ท่านย่า เ้าดอกหญ้าสายรุ้งนี่แหละขอรับที่ข้ากำลังหาอยู่ ขอบคุณท่านย่าที่ทำให้ข้าจำได้เสียที”
“เ้าหญ้าสายรุ้งนี่เองหรือ ที่ิเอ๋อร์กำลังตามหา แต่ว่าิเอ๋อร์จะเอาไปทำอันใดเล่า ดูสิ ไม่เห็นจะสวยสักนิด” หูไป๋หงกล่าวกับจางอี้ิพลางยื่นหญ้าสายรุ้งส่งให้กับหลานชายตัวน้อยของนาง
“มันคือของดีขอรับท่านย่า ยิ่งแห้งเช่นนี้ยิ่งดี” เด็กน้อยรับมาถือไว้แล้วพึมพำเสียงเบา“เพียงแต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ล้างก่อนทำให้แห้ง”
“แล้วมันคือของดีอย่างไรเล่าิเอ๋อร์”
“มันคือเกลือผักขอรับ เกลือที่มีรสเค็มแต่ทำมาจากผัก ถึงแม้ว่ารสจะไม่เค็มเหมือนเกลือ แต่มันก็ใช้แทนกันได้ขอรับ”
“ิเอ๋อร์ เ้าว่าอันใดนะ เกลือเช่นนั้นหรือ และยังทำมาจากผักอีกด้วย หลานแน่ใจได้เช่นไรว่ามันไม่มีพิษและมีรสเค็มจริง ๆ” นางหูย่อตัวลงตรงหน้าหลานชายและเอ่ยถามเสียงตื่นเต้น
เื่เกลือเป็เื่ใหญ่ ราชสำนักมีการควบคุมอย่างเข้มงวด ถ้าเกิดหลานชายของนางทำเกลือออกมาขายจริงเช่นคราวน้ำตาลผัก นางคาดว่าจะเป็ผลร้ายมากกว่าดี ถึงแม้ว่ามันจะทำมาจากผักก็ตาม
“ก่อนที่ข้าจะเก็บมาจากทุ่ง ข้าชิมแล้วขอรับ มันเค็มเกินกว่าจะกินเปล่า ๆ และที่เมือง์ พวกเขาจะเรียกหญ้าสายรุ้งว่าต้นชะคราม มีการนำเกลือผักมาใช้เป็เครื่องปรุงสำหรับคนเจ็บป่วยบางคนที่ห้ามกินอาหารเค็มจากเกลือขอรับ แม้ว่าจะถูกห้ามแต่พวกเขายัง้ารสชาติเค็มอยู่บ้างจึงมีการคิดนำต้นชะครามนี้มาทดแทน เช่นเดียวกับน้ำตาลผักขอรับท่านย่า”
“โอ้ หลานย่าช่างเก่งเสียจริง ครั้งที่แล้วเ้าก็ได้น้ำตาลผัก วันนี้ยังได้เกลือผักอีกด้วย สำหรับเื่นี้รอให้บิดาของเ้ากลับมาจากูเาก่อน พวกเราต้องปรึกษากันให้ดี เกลือเป็สินค้าที่ทางการควบคุม ถ้าเกิดเราทำออกมาขาย ย่าเกรงว่าจะเป็ผลร้ายมากกว่าดี ิเอ๋อร์เข้าใจหรือไม่” นางหูเอ่ยย้ำให้หลานชายตัวน้อยรับปาก
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านย่าว่างหรือไม่ พวกเรามาทำเกลือผักกันเถอะขอรับ” จางอี้ิรับปากท่านย่า
เขาเข้าใจดีเชียวล่ะ เพราะในการหาข้อมูลให้บรรดานักเขียนนิยายจีนย้อนยุคมาหลายปี เขาเองก็พอรู้ว่าเื่เกลือเป็เื่ละเอียดอ่อนจริง ๆ ยังต้องวางแผนให้รัดกุมมากกว่านี้
“ได้ ๆ ย่าไม่ได้ทำสิ่งใดพอดี พวกเรามาลองทำเกลือผักดู ย่าก็อยากรู้ว่ามันจะเค็มเหมือนเกลือหรือเปล่า” หลังจากที่หลานชายรับปากแล้วนางหูก็ถึงกับโล่งอก ค่อยๆชันตัวลุกขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
นางล่ะกลัวเสียจริงว่าจางอี้ิจะดื้อหัวชนฝา พอได้รับคำมั่นเช่นนี้จึงพอเบาใจ หลานชายของนางเป็เด็กดีน่าชื่นชม
“ท่านย่า เราจะบดหญ้าสายรุ้งให้มันละเอียดได้อย่างไรขอรับ” จางอี้ิเอ่ยถามนางหูด้วยความสงสัย
เขายังคิดไม่ออกว่าคนสมัยโบราณบดสมุนไพรยังไง ที่ผ่านมาเคยหาข้อมูลสำหรับปรุงยาในนิยายกำลังภายในมาก็เยอะ กี่เื่ต่อกี่เื่มักใช้เครื่องบดยาซึ่งทำมาจากหิน สำหรับทำอาหารมันจะมีเครื่องโม่แป้งทว่าการโม่แป้งมันจะต้องเติมน้ำลงไปเพื่อให้น้ำแป้งไหลออกมา
แต่หญ้าสายรุ้ง้าความแห้ง ดังนั้นจึงใช้น้ำมาช่วยให้มันไหลออกมาจากเครื่องโม่ไม่ได้
“เราใช้ครกได้ไหมิเอ๋อร์ ย่าใช้ครกในการบดเครื่องเทศบางตัวเวลาทำอาหาร”
“ครกอยู่ไหนเล่าขอรับ”
“อยู่ทางนี้” หูไป๋หงเดินนำไปหยิบครกหินซึ่งมีขนาดความกว้างประมาณหนึ่งไม้บรรทัด ตรงด้ามมีหนังสัตว์ติดอยู่คล้ายเป็ฝาปิดกันสิ่งที่ตำกระเด็นออกมานอกครกยื่นให้หลานชายดู
“พอใช้ได้หรือไม่ ิเอ๋อร์”
“โห ท่านย่า ใช้ได้และเจ๋งไปเลยขอรับ” อี้ิยกนิ้วโป้งทั้งสองข้างส่งไปให้หญิงชรา เขาลืมไปแล้วว่าสมัยนี้มีครกอยู่
นางหูยิ้มตอบหลานชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดู แม้จะงงกับคำว่า เจ๋ง แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร มันคงจะเป็คำพูดของพวกเด็กๆกระมัง
“ท่านย่า การทำเกลือผักง่ายมากเลยขอรับ เพียงนำหญ้าสายรุ้งมาล้างให้สะอาด นำไปตากแดดให้แห้งประมาณ 3-4 ครั้ง ต้องตากให้แห้งสนิทนะขอรับ เพราะว่าหญ้าสายรุ้งเป็พืชอวบน้ำ ถ้าไม่แห้งสนิทมันจะใช้ได้ไม่นานและขึ้นรา เอ่อ...ข้าหมายถึงมันจะเน่าเสีย จากนั้นนำมาตำให้ละเอียด เก็บไว้ในไหที่ปิดสนิท แค่นี้เราก็สามารถนำมาปรุงอาหารได้แล้วขอรับ”
“ิเอ๋อร์ แล้วมันเหมือนต้นหญ้าหวานหรือไม่”
“มันแตกต่างจากหญ้าหวานนะขอรับ ถ้าเรา้าเก็บหญ้าหวานไว้นาน ๆ ต้องตากให้แห้งสนิท ครั้งต่อไปเราจึงไม่ต้องไปเก็บต้นหญ้าหวานบนูเาบ่อย ๆ เราทำน้ำตาลผักจากใบหญ้าหวานที่ตากแห้งได้เลย แต่ถ้าเราจะต้มทันที แห้งนิดหน่อยก็นำมาใช้ได้ขอรับ”
“ย่าว่ากลิ่นมันคล้าย ๆ ต้นหญ้าหวานเหมือนกันนะ”
“หญ้าสายรุ้งมันจะมีกลิ่นฉุนนิดหน่อย คล้ายกลิ่นทะเล และเป็เพราะเราเอามาตากแห้งมันจึงมีกลิ่นเหมือนของแห้งทั่วไป ถ้าเราเอาไปปรุงใส่ในน้ำแกง กลิ่นพวกนี้ก็หายไปขอรับ มันอาจจะไม่ดีมากเหมือนเกลือจริง ๆ แต่มันพอใช้แทนกันได้ขอรับ”
“ิเอ๋อร์ ย่าเข้าใจแล้ว เอาล่ะ เราลงมือทำกันเลย”
นางหูนั่งลงบนแคร่ไม้และเริ่มจัดการตำหญ้าสายรุ้งแห้ง ผ่านไปไม่นานจึงได้ผงหญ้าสายรุ้งมาพอประมาณ ถึงแม้ว่ามันจะตำได้ไม่ละเอียดเท่าเกลือในยุคปัจจุบันแต่ก็ละเอียดกว่าเกลือเม็ดในยุคสมัยนี้ จางอี้ิพยักหน้าด้วยความพอใจ ถ้ามองเผิน ๆ มันก็คล้ายกับผงสมุนไพรดี ๆ นี่เอง
“นี่แหละขอรับเกลือผัก” เด็กน้อยว่าและเสนอให้ลองนำมาทำอาหารดู
หูไป๋หงเห็นว่าได้เวลามื้อกลางวันแล้วจึงผัดผักบุ้งเครื่องเทศไว้รอบุตรชายกับสะใภ้ ครั้งนี้นางใส่เกลือผักลงไปด้วย ปรากฏว่ารสชาติอาหารไม่ได้แย่มาก ถึงแม้มันจะไม่อร่อยเหมือนเกลือจริง ๆ แต่ก็มีรสเค็ม ทำให้อาหารมีรสชาติมากขึ้น ที่สำคัญคือไม่มีกลิ่นฉุนของเกลือผักหลงเหลือในอาหารเลย
หลังจากทำกับข้าวเสร็จไม่นานสองสามีภรรยาบ้านจางก็กลับมาจากการเก็บหญ้าหวานบนูเา นางหูจึงเรียกให้ทั้งคู่มากินข้าวก่อนที่จะนำหญ้าหวานไปล้างและตากแดดต่อไป
“อาเทา วันนี้ิเอ๋อร์ของเรามีของกินของชาว์ตัวใหม่มาให้แม่ประหลาดใจอีกแล้ว” นางหูบอกบุตรชายขณะที่นั่งกินมื้อกลางวันด้วยกัน
“ของกินของชาว์ตัวใหม่ มันคืออันใดขอรับ”
“เกลือผักน่ะ ผัดผักบุ้งเครื่องเทศวันนี้ก็ใส่เกลือผักลงไปด้วย เป็เช่นไร อร่อยหรือไม่”
“ข้าก็เอะใจั้แ่ชิมในตอนแรกแล้วเ้าค่ะ มันอร่อยกล่อมกล่อมมากขึ้นเค็ม ๆ มัน ๆ รสชาติไม่เหมือนเกลือเสียทีเดียว อร่อยเช่นใดข้าก็บอกไม่ถูกเ้าค่ะ” หลี่อ้ายออกความเห็น
นางพอจะรับรู้รสชาติเค็มๆที่เพิ่มเข้ามาในอาหารแล้ว แต่ก็ไม่ได้กล่าวอันใดออกไปเพราะคิดว่าตนคงคิดไปเอง
“ข้าเห็นด้วย” อี้เทาพยักหน้า เขาคิดเห็นเช่นเดียวกับภรรยา
“ท่านพ่อ วันนี้ข้ามัวแต่ตื่นเต้นที่ได้รับใบสั่งซื้อจากเถ้าแก่หวังรอบใหม่ จึงลืมไปเลยว่าพวกเราจะขอติดรถม้าเข้าเมืองไปขายสูตรหมูพะโล้แห้งกัน และข้าว่าจะเอาเกลือผักไปถามถึงวิธีการที่จะทำออกมาขายให้เถ้าแก่หวังด้วยขอรับ แต่ท่านย่าบอกว่าเกลือเป็สินค้าควบคุมเราต้องวางแผนให้ดี” อี้ิเอ่ยกับบิดาขึ้นมาบ้าง
“ใช่แล้วิเอ๋อร์ เกลือเป็สินค้ามีราคาแพงและถูกควบคุมด้วยราชสำนัก พ่อว่าเราลองเอาเื่นี้ไปปรึกษาเถ้าแก่หวังดีไหม พรุ่งนี้ิเอ๋อร์ เข้าไปในเมืองกับพ่อเพื่อลองไปขายสูตรพะโล้แห้งกัน ให้แม่เ้ากับท่านย่าเฝ้าหญ้าหวานตากแดด วันถัดไปเราค่อยทำน้ำตาลผักกันดีหรือไม่”
“เป็ความคิดที่ดีนะอาเทา แม่เห็นด้วย”
“ข้าก็เห็นด้วยเ้าค่ะ” หลี่อ้ายส่งยิ้มหวานให้สามี
“แล้วเกลือผักมันมีหน้าตาเป็ยังไง ทำยากหรือไม่” อี้เทาถามบุตรชายตัวน้อย
“มันทำไม่ยากขอรับ เื่มันก็เป็แบบนี้ขอรับ...” จางอี้ิเอ่ยเล่าทุกอย่างั้แ่ตนเองไปเจอทุ่งหญ้าสีรุ้งขณะไปจับปูที่ทะเลจนพลัดตกน้ำและล้มป่วย จนถึงซูลี่เอาหญ้าสีรุ้งมาให้ พอมันแห้งท่านย่ากับตนเองจึงได้ช่วยกันตำเป็ผงเกลือผัก
“ท่านพ่อ หลังกินมื้อกลางวันแล้ว ข้าจะเอาผงเกลือผักมาให้ท่านพ่อดู แล้วข้าจะพาท่านพ่อไปดูทุ่งหญ้าสีรุ้งด้วย ท่านแม่ไปด้วยกันไหมขอรับ มันสวยมากจริง ๆ นะขอรับ” อี้ิพูดกับบิดาจนจบจึงหันไปถามมารดา
“ไปด้วยกันไหมน้องหญิง ั้แ่ย้ายมาอยู่ที่นี่ เ้ายังไม่เคยได้ออกไปไหนไกล ๆ เลย ่บ่ายนี้พวกเราก็ไปทะเลกันเถอะและจะได้ไปดูทุ่งหญ้าสีรุ้งด้วย”
“เช่นนั้น ข้าไปกับท่านพี่และิเอ๋อร์ก็ได้เ้าค่ะ ท่านแม่ล่ะเ้าค่ะ ไปด้วยกันไหม”
“ไม่ล่ะ แม่แก่แล้ว พวกเ้าสามคนพ่อแม่ลูกไปเที่ยวด้วยกันเถอะ แม่จะนอนพักผ่อนสักหน่อย” นางหูเอ่ยปฏิเสธออกไป
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว ครอบครัวจางจึงได้ทำตามที่ตกลงคุยกันไว้ จางอี้ิมีความสุขมาก ตอนนี้เขากำลังเดินอยู่ตรงกลาง ด้านขวามือเป็ท่านพ่อและด้านซ้ายมือเป็ท่านแม่ พวกท่านกำลังเดินจูงมือเขาเดินไปด้วยกัน มันเป็ภาพในฝันที่เขาเฝ้ารอคอยมาตลอดชีวิตของอานนท์ เขาอยากะโก้องให้โลกรู้จังว่า มันฟินสุด ๆ ความฝันของเขาเป็จริงแล้ว
(ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านย่า ข้าสัญญาว่าจะรักษาความสุขแบบนี้ให้คงอยู่ตลอดไป)