เสิ่นเหยาทั้งขยันขันแข็งและซื่อสัตย์เด็กดีขนาดนี้สุดท้ายกลับต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงอย่างเจียงอิ๋งอิ๋งช่างน่าเสียดายจริงๆ
แม่หนูคนนั้นท่าทางอ้อนแอ้นอรชรราวกับปีศาจไร้กระดูกจะไปทำอะไรเป็กันเชียว?
เมื่อ่บ่ายตอนลงนาเธอก็ได้ยินคนเขาพูดกันว่า แม่หนูคนนี้เอาแต่นั่งพักอยู่ในร่มไม้ทั้งบ่ายนี่มันไม่ได้มาเป็สะใภ้แล้ว แต่มันเชิญบรรพบุรุษมาบูชาชัดๆ!
เฮ้อ...เสิ่นเหยาเอ๋ย ทำไมแกถึงได้อาภัพขนาดนี้!
แต่ทว่า...เนื้อกระต่ายนี่มันหอมจริงๆ เลยนะ!
ป้าเสิ่นสูดกลิ่นหอมแรงๆอีกครั้ง พลางถอนหายใจแล้วกินแป้งทอดธัญพืชรวมเพิ่มไปอีกชิ้น
ในลานกว้างของบ้านตระกูลเสิ่นเสิ่นเหยายกโต๊ะออกมาจากในบ้าน หน้าร้อนแบบนี้ในห้องมันทั้งอับทั้งร้อนปกติพวกเขาก็มักจะออกมานั่งกินข้าวข้างนอกกันอยู่แล้ว
เจียงอิ๋งอิ๋งย่นจมูกเรียวเล็กของเธอ"พี่เหยา ข้างนอกยุงเยอะจังค่ะ"
เสิ่นเหยาปรายตามองแขนขาวราวกับสลักจากหยกของเธอบนนั้นมีรอยแดงขัดตาปรากฏอยู่สองจุดจริงๆ
หัวคิ้วของเขาขมวดมุ่นในใจนึกค่อนขอดว่าช่างอ้อนแอ้นเสียจริงแต่กระนั้นเขาก็ยังเดินไปถอนหญ้ากำใหญ่มาจากลานบ้าน "เอาไปถูสิ แก้คัน!"
จากนั้นเขาก็จุดหญ้าโกฐจุฬาลัมพาที่หน้าประตูก่อนจะกลับมานั่งลงอีกครั้ง
แม้กลิ่นของมันจะฉุนกึกแต่เื่รมควันไล่ยุงถือว่าได้ผลชะงัดนัก
เนื้อกระต่ายชามโตที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นถูกยกออกมาวางไว้กลางโต๊ะ
หลี่เสวี่ยเหลียนตักให้เจียงอิ๋งอิ๋งเป็คนแรกก่อนจะยิ้มพลางกล่าวว่า "กระต่ายยังเหลืออีกครึ่งหนึ่งแม่เอาเกลือหมักถนอมไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้ลูกก็ถือกลับไปกำนัลพ่อกับแม่ที่บ้านเดิมนะ"
ตามธรรมเนียมหมู่บ้านหลังจากแต่งงานได้สองวันต้องมีการกลับไปเยี่ยมเยือนบ้านเดิมสะใภ้ใหม่กลับบ้านแม่ทั้งทีก็ต้องมีของติดไม้ติดมือไปบ้าง มีเนื้อกระต่ายนี่ไปอย่างน้อยก็ดูไม่ขัดสนจนเกินไปนัก
เจียงอิ๋งอิ๋งชะงักไปครู่หนึ่งเธอไม่ได้คิดถึงจุดนี้เลยแม้แต่น้อย จึงรู้สึกละอายใจขึ้นมาทันที
อย่างไรเสียพ่อแม่ตระกูลเจียงก็ดีกับเ้าของร่างเดิมมากต่อให้เธอจะไม่สามารถทุ่มเทใจให้เหมือนเป็พ่อแม่แท้ๆ ของตัวเองได้ทั้งหมดแต่ความกตัญญูก็เป็สิ่งที่พึงกระทำ
แม้จะถูกแบ่งออกไปครึ่งหนึ่งแต่เนื้อที่เหลืออยู่ในชามก็ยังมีไม่น้อย เหวินชงกับเหวินฉินที่ยืนอยู่ข้างๆต่างก็เดินวนเวียนไปมาด้วยความหิวกระหาย
เหวินชงอายุน้อยกว่าเล็กน้อยเขาเอามือลูบท้องพลางมองตาปริบๆ "คุณย่าผมหิวแล้วครับ!"
"เ้าแมวตะกละ!"
หลี่เสวี่ยเหลียนดุด้วยความเอ็นดูก่อนจะสำทับว่า "กินได้คนละสามชิ้นเท่านั้นห้ามกินมากกว่านี้นะ!"
เจียงอิ๋งอิ๋งมองเนื้อที่พูนเต็มชามตรงหน้าเธอนี่มันมากกว่าสามชิ้นตั้งเท่าไร?
แต่เธอไม่ได้พูดอะไรกระต่ายตัวนี้เธอใช้ค่าโชคชะตาแลกมาอยู่แล้วเติมท้องตัวเองให้อิ่มก่อนค่อยสวมบทคนดีก็ยังไม่สาย
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นกัดแป้งทอดคำโตพลางซดน้ำซุปเนื้อตามไปหนึ่งอึก เธอหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข"อร่อยจริงๆ เลย!"
เสิ่นเหยายังคงรักษาท่าทีเงียบขรึมพูดน้อยเขาก้มหน้าก้มตากินเนื้อไปชิ้นหนึ่งแล้วคีบเนื้ออีกสองชิ้นที่เหลือใส่ลงในชามของเด็กทั้งสองคน"อารองอิ่มแล้ว"
หลี่เสวี่ยเหลียนสงสารลูกชายจึงรีบคีบเนื้อจากชามของตัวเองให้เขา "กินอีกหน่อยเถอะลูก!"
เสิ่นชิ่งหงก็สงสารภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากเขาเองก็กินเพียงชิ้นเดียวแล้วคีบที่เหลือใส่ชามของหลี่เสวี่ยเหลียน
ภาพคนในครอบครัวคีบเนื้อเกี่ยงกันไปมาทำให้เจียงอิ๋งอิ๋งขมวดคิ้ว
เธอกระแทกชามลงเบาๆแล้วคีบเนื้อสองชิ้นจากชามตัวเองใส่ลงในชามของเสิ่นเหยา"พี่เหยา ต่างคนต่างกินของตัวเองไม่ดีกว่าหรือคะ?"
เสิ่นเหยาชะงักไปเขาจ้องมองเนื้อในชาม แล้วมองไปยังพ่อแม่ที่ยังถือตะเกียบค้างอยู่ใบหน้าของเขาพลันขึ้นสีระเรื่อ "อื้ม รู้แล้วกินข้าวกันเถอะ"
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นเบิกตากว้างนี่เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกเลื่อมใสพี่สะใภ้คนนี้ขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
พี่รองที่เป็คนหัวแข็งแบบนั้นกลับไม่ยอมโต้แย้งเลยสักคำหรือ?
หลี่เสวี่ยเหลียนเองก็วางตะเกียบลงอย่างเก้อเขินรู้สึกว่าตัวเองทำให้ลูกสะใภ้เห็นเื่น่าขำเสียแล้ว"กินข้าวๆ..."
เฮ้อถ้าบ้านไม่ยากจนขนาดนี้ มีหรือจะต้องมาเกี่ยงกันกินขนาดนี้
เจียงอิ๋งอิ๋งเป็คนกินน้อยกินไปเพียงห้าหกชิ้นก็อิ่มแล้ว เธอดันชามที่เหลือไปทางเสิ่นเหยา"ฉันอิ่มจนจะแย่แล้วค่ะ!"
เสิ่นเหยาชำเลืองมองเธอริมฝีปากอิ่มน้ำของเธอยิ่งดูนุ่มนวลเย้ายวนขึ้นเพราะคราบน้ำมันจากการกินเนื้อเขาหันไปมองเนื้อครึ่งชามที่เหลือ "เดี๋ยวจะเก็บไว้ให้เธอพรุ่งนี้ค่อยกิน"
ผู้ชายหัวขี้เลื่อยเอ๊ย!
เจียงอิ๋งอิ๋งไม่พูดต่อแอบกลอกตาในใจเงียบๆ ก่อนจะหันไปประจบหลี่เสวี่ยเหลียน"คุณแม่คะวันหลังอิ๋งอิ๋งจะไปเก็บกระต่ายมาให้คุณแม่กินทุกวันเลย ดีไหมคะ?"
ท่าทางของเธอช่างไร้เดียงสาและน่าเอ็นดูราวกับเด็กสาวอ้อนผู้ใหญ่
หลี่เสวี่ยเหลียนหัวเราะร่า"ลูกสะใภ้ของแม่คนนี้สงสัยจะเป็นางฟ้าตก์มาแน่ๆแม่คงจะได้เสวยสุขก็คราวนี้แหละ!"
แม้จะพูดอย่างนั้นแต่เธอก็ไม่กล้าหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะได้กินเนื้อกระต่ายทุกวันจริงๆ
หวังเพียงให้ทั้งสองคนได้ร่วมหอกันเร็วๆใช้ชีวิตคู่ให้ดี ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ต้องอดอยากยากแค้นก็พอแล้ว!
สำหรับคนที่ไม่ได้แตะต้องเนื้อมาเกือบครึ่งปีการได้กินถึงสองมื้อในวันเดียวทำให้จิตใจเบิกบาน คำพูดคำจาจึงรื่นหูตามไปด้วย
หลังกินเสร็จเจียงอิ๋งอิ๋งแสร้งทำท่าลุกขึ้น "ฉันไปล้างจานเองค่ะพวกคุณพักผ่อนเถอะ"
เสิ่นเหยามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะใช้มือหนาเก็บชามซ้อนกันอย่างคล่องแคล่ว "ผมไปเอง"
"พี่เหยา พี่ดีกับฉันจริงๆ เลย!"
เจียงอิ๋งอิ๋งส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้เขาแล้วนั่งลงข้างหลี่เสวี่ยเหลียนอย่างว่าง่าย "คุณแม่คะฉันนั่งคุยเป็เพื่อนนะ"
"พรุ่งนี้ลูกต้องกลับบ้านเดิมแต่เช้า ไปพักผ่อนเถอะแม่แก่ป่านนี้แล้วจะมีอะไรน่าคุยด้วยกัน?"
หลี่เสวี่ยเหลียนหันไปมองเสิ่นเหยา"เก็บกวาดเสร็จแล้วก็รีบพาสะใภ้เข้าห้องไปพักผ่อนเสีย..."
วัยเจริญพันธุ์เืลมสูบฉีดแถมภรรยายังสวยพริ้งขนาดนี้ เธอไม่เชื่อหรอกว่าลูกชายคนนี้จะทนไหว!
เสิ่นเหยามองเจียงอิ๋งอิ๋งแวบหนึ่งแล้วก้มหน้าก้มตาไปล้างจานเขารู้ดีว่าแม่หมายถึงอะไร
วันนั้นแม้ทั้งสองคนจะถูกพบในสภาพกอดกันแต่เสื้อผ้ายังอยู่ครบถ้วนก่อนจะถูกคนในหมู่บ้านเห็นดังนั้นความจริงแล้วพวกเขายังบริสุทธิ์ต่อกัน
แต่คนชนบทให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากต่อให้เขาจะคัดค้านแค่ไหนก็ต้องแต่งกับผู้หญิงคนนี้อยู่ดี
ทว่า...ในเมื่อคิดจะหย่ากันในวันหน้า หากเขาไปล่วงเกินเธอเข้า เขาจะต่างอะไรกับสัตว์ป่า?ถ้าทำลงไปจริงๆ นั่นหมายถึงต้องรับผิดชอบไปชั่วชีวิต!
ตกกลางคืนภายในห้องจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดไว้
มุ้งเพียงหลังเดียวในบ้านถูกยกมาไว้ที่ห้องของพวกเขาเจียงอิ๋งอิ๋งนั่งอยู่บนเตียงเพื่อล้างเท้า เท้าคู่งามราวกับรากบัวแช่อยู่ในน้ำขาวเนียนผุดผ่อง
เสิ่นเหยานั่งอยู่บนม้านั่งยาวข้างๆสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แต่เสียงน้ำดังซ่าๆ ยังคงแว่วเข้าหูไม่หยุด
คืนฤดูร้อนอากาศร้อนจัดแต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม
มิหนำซ้ำเจียงอิ๋งอิ๋งล้างเท้าเสร็จยังส่งเสียงใสเรียกเขา "พี่เหยา ช่วยเทน้ำให้หน่อยได้ไหมคะ เท้าฉันยังไม่แห้งเลย!"
ผู้หญิงคนนี้...ถึงกับใช้ให้ผู้ชายอกสามศอกอย่างเขาไปเทน้ำล้างเท้าให้เชียวหรือ!
เสิ่นเหยาตอบเสียงห้วนโดยไม่หันกลับมา"งั้นก็รอให้แห้งก่อนค่อยไปเท!"
เจียงอิ๋งอิ๋งสะบัดเท้าไปมาแล้วนั่งขัดสมาธิบนเตียง "พี่เหยาพี่รังเกียจอิ๋งอิ๋งแล้วใช่ไหมคะ? ขอโทษค่ะอิ๋งอิ๋งทำให้พี่ไม่พอใจอีกแล้ว..."
เสิ่นเหยาถอนหายใจหนักหน่วงเขาหันกลับมา "แม้แต่จะเทน้ำล้างเท้าเธอก็ไม่อยากไปเทเองหรือ?"
ใครจะไปรู้ว่าตอนนั้นหญิงสาวกำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตอยู่พอดีเผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนรำไร เสิ่นเหยาใจนรีบหันหน้าหนีแทบไม่ทัน"เธอ... ทำไมอยู่ดีๆ ถึงมาถอดเสื้อผ้าแบบนี้..."
ช่าง...ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!
เสียงออดอ้อนและเจือความน้อยใจของเจียงอิ๋งอิ๋งดังขึ้น"พี่เหยา ก็ฉันร้อนนี่คะ แค่ปลดกระดุมเม็ดเดียวก็ไม่ได้หรือ?"
"เดี๋ยวผมไปเทน้ำให้!"
เสิ่นเหยาลุกพรวดขึ้นมาทันทีเขาหลับตาไปครึ่งหนึ่งคว้าถังน้ำเดินจ้ำอ้าวออกไป ตอนจะพ้นประตูยังเกือบจะสะดุดล้ม
เสียงหวานระรื่นหูของเจียงอิ๋งอิ๋งดังไล่หลังมา"ระวังหน่อยนะคะ! ถ้าเจ็บขึ้นมา อิ๋งอิ๋งจะปวดใจนะ!"