ณ ที่ราบที่เต็มไปด้วยป่าไม้ที่เขียวขจีและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ มีหมู่บ้านอยู่หมู่บ้านนึง
ซึ่งเป็หมู่บ้านเล็กๆที่เป็ส่วนนึงของอาณาจักรพฤกษา ที่มีไม่กี่ร้อยครัวเรือน ผู้คนต่างเรียกขานหมู่บ้านนี้ว่า
หมู่บ้านมวลพฤกษา เพราะว่าที่นี้เต็มไปด้วยพืชพันธ์แปลกๆมากมายทั้งต้นไม้ ดอกไม้และสมุนไพร บ้านเรือนของผู้คนของหมู่บ้านนี้ เป็กระท่อมสร้างขึ้นจากไม้ไผ่ ไม่ห่างกันก็มีหมู่บ้านอีกหลายหมู่บ้านตั้งอยู่ ณ บ้านหลังขนาดกลางหลังนึงของหมู่บ้านมวลพฤกษาหน้าทางเข้ามีป้ายเขียนติดไว้ว่า หัวหน้าหมู่บ้าน
มีเด็กหนุ่ม อายุประมาณ 15 ขวบปี นั่งทำสมาธิอยู่บนแท่นหยกส่องเเสงสีเขียว
โดยมี ชายชราที่ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครายาวเป็สีขาว ถือไม้เรียวยืนกำกับอยู่ด้านหน้าของเด็กหนุ่ม ในเวลานั้นเองก็มีเสียงเรียกดังขึ้นที่หน้าบ้าน
“เดน ได้เวลาไปเข้าชั้นศึกษาแล้วนะเร็วเข้า”
เด็กหนุ่มได้ลืมตาขึ้นข้างเดียวและยังหลับตาอีกข้างอยู่เหล่มองชายชรา
“ท่านปู่ ไอลีน มาเรียกข้าแล้วนะข้าไปได้ยังอ่ะปู่”
“อืม..ไปได้ แล้วเมื่อกลับมาเ้าต้องมานั่งทำสมาธิอีก 7 ชั่วโมง”
“โธ่! ท่านปู่ให้ข้าได้พักได้ผ่อนมั้งสิ”
“ก็เพราะเ้าเป็ชะเเบบนี้ถึงไม่มี จิติญญาธาตุเหมือนคนอื่นเขา ข้าต้องมาคอยเคี่ยวเข็ญเ้าอยู่แบบนี้ ดูนังหนู ไอลีน สิอ่อนกว่าเ้าตั้งปีหนึ่งแต่ได้เข้าถึงจิติญญาแห่ง พฤกษา แล้ว”
“คร้าบบ กระผมจะพยายาม คร้าบบ ข้าไปก่อนนะท่านปู่เดียวโดน ยัยบ้าพลังดุเอา”
“ไอ้เ้าเด็กคนนี้ นี่ กลับมาจะให้นั่งยันเช้าเลยคอยดู”
เด็กหนุ่มเดินออกมาก็พบกับเด็กหญิงสวมชุดเครื่องแบบสีขาวมีชุดคลุมสีดำยืนรออยู่
“โดนท่านปู่เ้าให้นั่งสมาธิหฤโหดอยู่อีกแล้วละสิ” เด็กสาวยิ้มหน้าแป้นให้กับเด็กหนุ่ม
เด็กหนุ่มทำหน้าเบื่อหน่าย “ก็ใช่นะสิจะบังคับข้าไปทำไมก็ไม่รู้ข้ามันไม่มีพรในเื่นี้นี่ถ้าเื่นอนค่อยว่าไปอย่าง”
“ก็เพราะเ้าี้เีแบบนี้ละสิท่านปู่เ้าเลยเข็มงวดกับเ้าแบบนั้น วันนี้มีสอบวัดผลจิติญญาเ้าจะทำยังไงละทีนี้”
“ยังไม่รู้เหมือนกันพอตอนสอบค่อยคิดละกัน” ทั้งสองพากันเดินจนมาถึงหน้าประตูทางเข้าของ “สถาบันจิต” ซึ่งตั้งอยู่นอกเขตหมู่บ้านและยังเป็จุดศูนย์กลางของทุกหมู่บ้านโดยรอบอีกด้วย ได้พบกลุ่มคนกลุ่มนึงอยู่ข้างทางมีชายคนหนึ่งแต่งเครื่องแบบ สถาบันจิต แบบเดียวกับ เดนและไอลีน ยืนพิงก้อนหินเหลือบมองมาทางพวกเขา “อ้าวนั้นเ้าไก่อ่อนเดนไม่ใช่เหรอวันนี้เ้าเตรียมตัวสอบตกอีกแล้วละสิพวกไร้พรเนี้ย มันขยะสำหรับสถาบันนี้จริงๆนะเนี้ยฮ่าฮ่า...เฮ้ย!!”
ตูมมม!!
มีเสียงดังขึ้นที่ก้อนหินข้างหลังของเขาหินได้แตกกระจายออกเป็เศษเล็กเศษน้อย หมัดขาวเนียนเฉียดผิวแก้วของเขาทำให้รอยแผลเืซิบที่แก้มของเขา
“ไหน..เ้าลองพูดอีกทีสิ มาคี” เสียงเย็นของไอลีนดังขึ้นข้างหูของเขา พรรคพวกของมาคียืนหน้าซีดเมื่อเห็นหินก้อนั์แตกกระจาย
“ยะ..ยะ..ยัยกอลิล่าบ้าพลัง ยัยนี้มาด้วยรึเนี้ยพวกเราเผ่นเร็ว”
เมื่อพรรคพวกของมาคีคืนสติจึงวิ่งตามมาคีเข้าสถาบันไป
“แกเรียกใครว่ากอลิล่ากันห๊าาา กลับมานี้เลยนะเ้าพวกปอดแหก”เด็กสาวะโตามหลังไป
“เอาน่า เอาน่าไอลีนเ้าบ้านั้นมันก็ปากเปราะแบบนั้นนะแหละจะไปถือสาหาความกับมันทำไมให้หนักหัวเปล่าๆ”
“นี่ตา เดน เ้าไม่โกรธที่มันว่าเ้าเลยรึ”
“เอาน่าโบราณท่านว่าไว้อย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา แต่เ้าเองก็เถอะเป็สาวเป็นางใช้แต่กำลัง เดี๋ยวก็หาสามีไม่ได้หรอก”
“เื่ของข้าเ้าไม่ต้องมายุ่ง อีตาบ้าเดน”
แล้วไอลีนก็สบัดตัวกลับเดินจ่ำอ้าวไปพร้อมกับหน้าบึงตึง”
“อะไรของยัยนั้นคนเตือนด้วยความเป็ห่วงแท้ๆ” พอเดนเดินเข้ามาในสถาบันก็เจอชายคนหนึ่งยืนรออยู่ เมื่อเด็กหนุ่มเห็นก็ยิ้มและเดินตรงไปหาเขา
“ลู เ้ามารอข้านานแล้วเหรอ”
“ข้าเพิ่งมาถึงเมื่อกี้ นี้เองแหละ ยัยไอลีนเป็อะไรของเขาทักก็ไม่ตอบทำหน้าบึงเดินเข้าไปข้างในแล้วอ่ะ”
“อย่าไปใส่ใจเลยผู้หญิงก็เป็แบบนั้นนะแหละเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย”
“นี้ ลู สอบวัดผลจิติญญาวันนี้เ้าจะทำยังไงละเ้าก็ปลุกจิติญญาธาตุไม่ได้เหมือนกันกับข้านี่”
“จุ๊จุ๊จุ๊”เสียง ลู จุ๊ปากพร้อมส่ายนิ้วของเขา
“ข้าเพิ่งปลุกธาตุไฟได้เมื่อคืนนี้เองละฮ่าฮ่าฮ่า”
“ไหงงั้นละ! งั้นตอนนี้ก็มีข้าคนเดียวสิที่จะต้องสอบตก เ้าเพื่อนทรยศ”เด็กหนุ่มเดนเริ่มหน้าบูดบึง “เอาน่าอย่าเพิ่งหัวเสียข้ามีของขวัญให้เ้าที่จะช่วยผ่านการสอบได้น่า”
“มันคืออะไรรึ” เดนดวงตาเป็ประกายเมื่อได้ยิน ลู กล่าว
“มีเวลาอีก3ชั่วโมงที่จะเริ่มการสอบไปห้องฝึกกันตามข้ามา”แล้วลูก็เดินนำเดนไปยังห้องฝึก ลูเดินไปหาผู้เฝ้าห้องฝึกเพื่อบอกกล่าวกับเขาว่าขอใช้ห้องฝึก3ชั่วโมง ผู้เฝ้าห้องปล่อยให้พวกเขาเข้าไป เมื่อพวกเขาเดินมาถึงห้องส่วนในสุดก็พบแท่นหยกตั้งอยู่กลางห้อง
“เอาละเดนเ้าขึ้นไปนั้งบนแท่นหยกชะ”
“อือ..ข้านั่งละแล้วไงต่อละ”
“เอ้านี้”ลูยืนผลึกสีม่วงให้กับเขาเดนรับมา
“มันคืออะไรละเนี้ยเ้าก้อนม่วงๆนี้นะ” เดนถามพร้อมขมวดคิ้ว
“มันคือผลึกจิตอัสนีนะท่านพ่อข้าไปเจอทีู่เาเมฆ หลังหมู่บ้านมวลพฤกษา พร้อมกับผลึกจิตอัคคี ผลึกจิตอัคคีข้าใช้ไปแล้วเลยปลุกธาตุอัคคีได้ แต่ตระกูลข้าไม่มีใครใช้ผลึกอัสนีได้สักคนเดียวเลย ข้าเลยเอามาให้เ้านี้ละ”
“แล้วพ่อเ้าไม่ว่าอันใดรึที่เอามาให้ข้า”
“ท่านพ่อรู้จักกับปู่ของเ้ามานานจึงรู้ว่าพวกเรานะมันไร้พรเหมือนกันท่านจึงไม่อยากให้ใครได้ว่าร้ายท่านปู่เ้านะสิเลยให้ข้ามาเอาให้เ้า ยังไงๆคนในตะกูลข้าก็ใช้มันไม่ได้สักคนอยู่แล้ว”
“ลูข้าติดหนี้เ้าอย่างใหญ่หลวงแล้ว ถ้ามีโอกาศข้าต้องตอบแทนน้ำใจเ้าแน่ๆ”
“อย่ามัวพูดเลยน่าถือผลึกไว้กลางฝ่ามือแล้วเข้าญาณดึงพลังอัสนีเข้าสู่ร่างเ้าชะแต่ข้าก็ไม่อาจบอกเ้าได้หรอกนะว่ามันจะยอมรับเ้าไหมนะ”
“อืม” แล้วเดนก็เริ่มนั่งทำสมาธิโดยมีผลึกจิตอัสนีวางไว้กลางฝ่ามือ เมื่อจิตของเดนเผ่งไปยังฝ่ามือแสงสีม่วงเริ่มไหลเข้ากลางหน้าผากของเขา มันไหลเข้ามาเรื่อยๆแต่น่าแปลก พลังอัสนีกลับโดนบางอย่างดูดเข้าไปตรงบริเวณทรวงอกของเขา เดนเริ่มมีเหงื่อไหลท่วมหน้าของเขา
“มีอะไรบางอย่างกำลังเอาพลังอัสนีของข้าไป มันคืออะไรกัน” เดนเริ่มรู้สึกร้อนตรงหน้าอกแล้วก็เกิดแสงสีครามขึ้นในจิติญญาของเขา “อ๊าคค!!” เดนร้องออกมาด้วยความเ็ปแล้วก็ล้มลงไป
“เดนเ้าเป็อะไรเกิดอะไรขึ้น” ลูหน้าถอดสีเมื่อเห็นเดนล้มหมดสติเขาจึงเข้าไปเพื่อที่จะประคองเขาไปห้องรักษา
แต่เขากลับเขาใกล้เดนไม่ได้เนื่องจากมีสนามพลังสีครามมาสกัดกั้นไว้
“เกิดอะไรขึ้นกันการดูดซับไม่ควรเป็เช่นนี้นี่ แล้วอีกอย่างจิตอัสนีต้องมีออร่าสีม่วงสิแต่ทำไมกลับเป็สีครามกัน”
ในโลกจิติญญาของเดนปรากฏสถานที่ ที่เขาคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกสถานที่นั้นปรากฏการต่อสู้ที่นองด้วยเืผู้คนสวมเกราะที่สง่างามและพลังทำลายที่น่าสะพรึงกลัวที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน แล้วภาพก็ตัดไปเป็สีดำแล้วมีเสียงดังก้องในหัวของเขา
“ข้าก็คือเ้าส่วนเ้าก็คือข้า”