ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ภาค2 บทที่8 มังกรแห่งบาปสิ้นฤทธิ



    หลังจากทุกอย่างจบลง เรนเดลซึ่งอยู่ในห้องนอนของเขาตัดสินใจเดินออกมา โดยมีเจ้าลูกสุนัขสองตัวตามประกอบอารักษ์ขา เขารีบออกจากห้องพักของเขา เพื่อไปหาเมกุมิที่รออยู่ด้านล่างทันที


    “ฉันได้ยินเสียงต่อสู้” เรนเดลกล่าว “เธอเป็นอะไรไหม เมกุมิ”


    “มันไปแล้วล่ะ...คนที่ทำร้ายเซร่า” เมกุมิกล่าว “อุตส่าห์เกือบจับได้แล้วเชียว”


    “ฉันขอโทษนะ” เรนเดลกล่าว “ถ้าฉันมีพลังคงช่วยเธอได้แล้ว คงไม่ต้องเอาแต่หลบอยู่ในที่ปลอดภัยแบบนี้หรอก”

    “เป็นการกระทำที่ฉลาดค่ะ” เมกุมิกล่าว “ถ้าออกมาขัดแข้งขัดขา ฉันจะโกรธมากๆเลย”


    ไม่นานนักเรนเดลก็สังเกตุว่าประธานสภานักเรียนคามิลล่ามาหาเขา พร้อมกับเรียวจิ เร็น และฮายาโตะ


    “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น” ฮายาโตะกล่าว “ฉันได้ยินเสียงการต่อสู้”


    “มีใครทำอะไรนายหรือเปล่า เรนเดล” เร็นกล่าวถาม พลางมองร่องรอยการต่อสู้ที่เกิดขึ้น


    “อธิบายด้วยค่ะ” คามิลล่า ประธานสภานักเรียนกล่าว “เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว”


    “พวกนอกพระเวทนั่นแหละ แต่คราวนี้มันมาที่เขตหอพักชายเลยน่ะสิ” เมกุมิกล่าว “ถ้าฉันไม่เดินมา คงเกิดเรื่องแล้ว”


    “เวทเขตแดนในเมืองเราก็ป้องกันแน่นหนานะ” คามิลล่ากล่าวด้วยความสงสัย “การที่พวกมันปรากฏตัวถี่เกินไปแบบนี้ นั่นหมายความว่ามีคนในให้ความร่วมมือ”


    “และกล้องวงจรปิดแปดตัวที่ผมติดตั้งเอาไว้ ก็พบคนต้องสงสัยที่ว่าแล้วล่ะ” เรนเดลเอ่ยถามพลางฉีกยิ้มที่มุมปาก


    “แปดตัวหรือ” คามิลล่ากล่าว “ฉันจำได้ว่าที่สภานักเรียนช่วยนายติดตั้งและเดินสายระบบกล้องวงจรปิดให้ มีแค่หกตัวเองนี่”


    “เพราะผมแอบติดตั้งเพิ่มเองอีกสองตัวเองไงครับ” เรนเดลกล่าว “เราไปดูพร้อมๆกันเถอะ ว่าสองตัวที่ผมแอบติดตั้งเอาไว้ มันเจออะไรบ้าง”


            “นายติดตั้งเอาไว้ที่ไหน” คามิลล่ากล่าวเสียงขุ่น “ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลย ฉันเป็นคนในสภานะยะ”


            “ขอโทษที่ไม่ได้บอกครับ” เรนเดลกล่าว “ไม่อย่างนั้นแล้ว ผมจะจับตัวคนที่ทำร้ายเซร่าไม่ได้เลย...เอาล่ะ ถ้าอยากดูว่ากล้องวงจรปิดอีกสองตัว จับอะไรได้บ้าง ก็ตามผมมาเถอะครับ”


            เรนเดลนำทุกคนไปยังบ้านสามชั้นนอกโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านที่ใช้เก็บเอกสารและอุปกรณ์การเรียนของโรงเรียน ที่ทางโรงเรียนซื้อเอาไว้สำหรับเก็บข้อสอบ หรือทำบททดสอบลับสำหรับสอบเลื่อนระดับลูกแก้วเวทมนตร์ แน่นอนว่าข้อสอบถูกเก็บอยู่ชั้นบนสุด และถูกป้องกันด้วยเวทมนตร์ของอาจารย์ จนทำให้แม้แต่สภานักเรียนก็เข้าไปดูไม่ได้...แต่เป้าหมายของเรนเดลไม่ใช่ของสิ่งนั้น


            บนชั้นสองซึ่งเป็นห้องพักและห้องหนังสือสำหรับอาจารย์ที่มาออกข้อสอบ มีห้องเก็บของขนาดเล็กอยู่ ห้องนั้นมีลูกแก้วธาตุน้ำทำให้ห้องเย็นอยู่ตลอดเวลา และลูกแก้วธาตุสายฟ้าให้พลังงานคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำระบบกล้องวงจรปิดของเรนเดล


            เรนเดลได้เข้าระบบเฉพาะของเขา ที่สภานักเรียนไม่รู้เลยว่าเรนเดลตั้งเอาไว้ตอนไหน ก่อนจะเปิดระบบกล้องที่ซ่อนอีกสองตัวขึ้นมา กล้องถูกแอบติดตั้งเอาไว้ที่ห้องพยาบาลของโรงเรียน และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือดันเจี้ยนของเหล่าจอมเวทนั่นเอง ซึ่งทั้งสองที่นี้ทุกคนต่างคาดไม่ถึงว่าจะถูกติดกล้อง


            “ว่าล่ะ” เรียวจิกล่าว “ทำไมนายบอกฉันว่าให้เหลือคอมพิวเตอร์เอาไว้ตัวหนึ่งที่นั่น และให้ลงโปรแกรมรีโมทพร้อมใช้งานให้หน่อย ก็เพราะแบบนี้นี่เอง”


            “ความจริงผมให้เมกุมิและลูกสุนัขสองตัว ใช้เส้นทางใต้ดิน ไปยังสถานีอื่นใกล้ๆ” เรนเดลกล่าว “ผมให้พวกเขาช่วยไปเอากล้องวงจรปิดมาให้ผมเพิ่มเติม และช่วยทำกล้องลับที่ว่านี่แหละครับ”


            เรนเดลกดให้กล้องมันเล่นย้อนกลับไปตลอดสามวันที่ผ่านมาอย่างรวดเร็วทันที และกดเลือกช่วงวันและเวลาอย่างชำนาญ ราวกับว่าเรนเดลเคยมาดูแล้วรอบหนึ่ง


            และพวกเขาก็พบกับสิ่งผิดปกติบางอย่าง ชายในชุดดำเดินเข้ามาในห้องพยาบาลตอนตีสาม เขาเปิดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นว่าเป็นโมรอค และคนที่โมรอครอพบกลับเป็นอาจารย์พยาบาลหญิง ที่ทำหน้าที่คุมห้องพยาบาลนั่นเอง พวกเขาคุยกันนานกว่ายี่สิบนาที ก่อนที่โมรอคจะเข้าไปหลบซ่อนในห้องเก็บยา เพราะเมกุมิเดินเข้ามาหาเธอ


            “ตอนนั้นฉันมาขอยาแก้ปวดน่ะ” เมกุมิกล่าว “อ้างว่าเอาไปให้เซร่า”


            “งั้นหรือ” เรนเดลกล่าว “เดาได้เลยว่าเธอจงใจแกล้งให้เจ้าโมรอคมันหลบซ่อนเล่นๆ”


            เมกุมิไหวไหล่รับ เธอไม่ได้กล่าวอะไร พร้อมดูเรนเดลเล่นภาพจากกล้องวงจรปิดต่อ


            ภาพจากกล้องวงจรปิดฉายภาพเวลาตอนเช้าตรู่ของวันถัดมา โมรอคในชุดคลุมดำกลับมาพร้อมกับนักเรียนหญิงคนหนึ่ง นักเรียนหญิงคนนั้นคุกเข่าลงต่อหน้าอาจารย์พยาบาล พร้อมทำท่าปฏิญาณตน ดูเหมือนว่าอาจารย์พยาบาลคนนั้นจะมอบอะไรสักอย่างให้เธอ ซึ่งกล้องวงจรปิดมีความละเอียดไม่พอที่จะมองเห็น


            “แคลร์นี่” คามิลล่ากล่าว “ปีสาม ห้องหก เธอพึ่งเข้าห้องปกครองเพราะลงมือทำร้ายเคนชิโร่ แฟนหนุ่มของเธอ กับหญิงสาวที่ชื่อว่าเรนะ แฟนใหม่ฝ่ายชาย...บาดเจ็บหนักทั้งคู่เลย”


            “ทำไมผมไม่รู้เรื่องนี้เลย” เรนเดลกล่าวน้ำเสียงล้อเลียน พลางมองคามิลล่า “ผมเป็นคนในสภานะครับ”


            “หายกันก็ได้ เรื่องที่ไม่ยอมบอกว่ามีกล้องวงจรปิดลับอีกสองตัว” คามิลล่ากล่าวพลางถอนใจ “ครอบครัวแคลร์เป็นเศรษฐีจากสาธารณรัฐเหยี่ยวดำ เธอมีเงินมากจนเหลือล้น เห็นว่าให้ทางนั้นเยอะมากจนยอมจบเรื่องและไม่เอาความ”


            “ถ้าไม่ได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดนี้” เรียวจิกล่าว “พวกเราก็คงคิดว่าเป็นปัญหาชู้สาวธรรมดาๆ และอีกฝ่ายยัดเงินเพื่อจบเรื่องสินะ”


            “เดี๋ยวนะ...นี่มันอะไรกัน” เรนเดลกล่าวก่อนจะเล่นภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งที่ชั้นใต้ดินของรถไฟฟ้า ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดอันนี้ เรนเดลไม่ได้เล่นย้อนหลัง แต่มันกำลังฉายภาพปัจจุบันอยู่


            อาจารย์พยาบาล และสาวกในชุดดำนับสิบคนรวมตัวกันที่นั่น พวกเขาเดินลงมาจากชั้นใต้ดิน พร้อมลากใครบางคนที่เขาคุ้นตามาด้วย เธอคนนั้นคือเซร่านั่นเอง



            “ได้ยังไงกัน” เรนเดลกล่าวพลางกัดฟันแน่น “ในบ้านโจแอนนาน่าจะมีคนคุ้มกันนี่ และทำไมเซร่าถูกพาไปที่นั่นได้”


            เร็นซึ่งอยู่ใกล้ประตูที่สุดวิ่งนำออกไปก่อนทันที ก่อนที่กลุ่มของเรนเดลจะตามไปในไม่ช้า



            ทางด้านของอาจารย์พยาบาลสาวนั้นกำลังยิ้มอย่างดีใจ พร้อมจับคางเซร่าเงยขึ้นมาพินิจอย่างถี่ถ้วน


            “ในโลกนี้คงไม่มีภาชนะใดจะสมบูรณ์เท่ากับเธออีกแล้วล่ะ เซร่า เธอมีคุณสมบัติและบาปที่เพรียบพร้อม ในการจะเป็นร่างประทับของท่านเลเวียธาน”


            “เรนเดลไร้ความหมายสำหรับเราแล้วสินะครับ” ชายในชุดคลุมคนหนึ่งกล่าว “แม้พลังเธอจะไม่เท่าเรนเดล แต่ตัวของเธอมีความอิจฉาเพื่อนสาวโคโตโนฮะอย่างเต็มเปี่ยม และความอิจฉาของเธอ มากกว่าความอิจฉาของเรนเดลที่มีต่อฟรังซัวร์”


            “เรนเดล”เซร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่เธอจะได้สติ “เรนเดลเธออยู่ที่ไหน”


            “ใจเย็นนะจ๊ะ แม่สาวน้อย” อาจารย์พยาบาลกล่าวพลางยิ้มเยาะ “หลังจากเธอกลายเป็นภาชนะ อย่าว่าแต่เรนเดลเลย ไม่ว่าใครก็ตาม ก็ต้องทำตามใจของเธอ”


            กลุ่มสาวกนับสิบคนต่างล้อมลอบเซร่าและอาจารย์ เพื่อเริ่มร่ายวงเวทดาวห้าแฉกกลับหัว พร้อมกับกล่าวบทสวดสรรเสริญ ที่เต็มไปด้วยคำสาปแช่ง และคำขอร้องต่อปีศาจ


            “นี่คือขั้นตอนสุดท้าย” อาจารย์กล่าวก่อนจะควักดาบอันใหญ่ออกมาจากวงเวทเก็บของ “เลือดจากคอของเธอจะใช้นำทางท่านเลเวียธานมาหาเรา”


            “นามที่ข้าบูชาคือมังกรแห่งบาป...” เหล่าสาวกเริ่มกล่าวเวททันที ขณะที่อาจารย์กำลังจะลงมือสังหารเซร่าในไม่ช้า


            ที่ด้านนอกทางเข้ารถไฟฟ้าใต้ดิน มีทหารเวทจำนวนสองคนมาขวางเอาไว้ พร้อมติดป้ายว่ากำลังซ่อมบำรุง เมื่อกลุ่มของเรนเดลมาถึง พวกทหารเวทก็เตรียมทำท่าจะห้ามทันที…


            เร็นชักดาบของเขาออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฟาดคลื่นอากาศใส่จนทหารทั้งสองกระเด็นอัดกำแพงอย่างแรง


            “แก” ทหารคนหนึ่งใช้เวทประคองตัวเองทันอย่างหวุดหวิด  เขาเตรียมร่ายเวทโต้กลับ แต่ทว่าเรียวจิก็ซัดเวทลูกบอลเพลิงอัดใส่ต่อเนื่องทันที ทำเอาเพลิงลุกไหม้ใส่เสื้อผ้าของเขา ทหารเวทผู้โชคร้ายนั้นรีบวิ่งพล่านเพื่อหาแหล่งน้ำดับไฟทันที


            เสียงเดินลงบันไดจากกลุ่มคนต่อเนื่อง หยุดการกระทำของอาจารย์พยาบาลเอาไว้ได้ เธอมีสีหน้าตกใจ เมื่อได้เห็นกลุ่มของเรนเดลเดินลงมา


            “จงเผาพลาญและทำลายสิ้นซึ่งตัวตน” เรียวจิกล่าวร่ายเวทขณะที่เขาเดินลงมาด้วย “มหาเวทเพลิงเก้าตะวัน กระบวนท่าไม้ตาย เพลิงประลัยกัลป์!!”


            เปลวเพลิงอันร้อนแรงของเรียวจิแผดเผากลุ่มสาวกผู้โชคร้ายจนดิ้นทุรนทุราย จังหวะนี้อาจารย์พยาบาลทิ้งเซร่า เธอเตรียมตัวหนีทันที


            เรนเดลรีบเข้าไปรับร่างของเซร่าเอาไว้ ในขณะที่เร็นและฮายาโตะตามไปขวางอาจารย์ ทั้งสองชักดาบคาตานะ พร้อมจ่อคออาจารย์เอาไว้เพื่อไม่ให้หลบหนี


            “ไปกับพวกเราดีกว่านะ อาจารย์” ฮายาโตะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา


            “ขยับอาจคอหลุดได้นะ” เร็นกล่าวเสริม “ผมไม่ใจดีหรอกนะ กับคนชั่วน่ะ”


            “แล้วแกจะเสียใจ” อาจารย์สาวกล่าว “ท่านเลเวียธานจะต้องลงโทษพวกแก”



            อาจารย์พยาบาลสาวถูกนำขึ้นมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน พ้อมกับถูกเวทผนึกทั่วทั้งตัว ก่อนที่คามิลล่าจะใช้คฑาเวทโทรหาสภานักเรียน เพื่อให้คนในสภามาพาคนเจ็บไปส่งที่ห้องพยาบาล


            “ไม่น่าเชื่อว่านักเรียนของเราจะหลงไหลในศาสตร์ที่ชั่วร้ายกันเยอะขนาดนี้” คามิลล่ากล่าวพลางครุ่นคิด “เวทแห่งบาปมันมีดีอะไรกัน”


            “เอาล่ะ นี่คือคำถาม” เรนเดลเอ่ยถามอาจารย์พยาบาลหญิงที่ถูกมัดไว้อยู่ “ใครเป็นผู้บงการเธอ และพวกเธอมีจุดประสงค์อะไร”


            “พวกสารเลว” อาจารย์พยาบาลไม่ตอบคำถาม ซ้ำยังด่าเขา “แกขัดขวางการกำเนิดของท่านเลเวียธาน พวกแกต้องถูกบาปเจ็ดประการตนอื่นลงโทษ คอยดูเถอะ”


            “ไม่มีวันซะหรอกค่ะ!!”


            เสียงของลิลี่ตะโกนดังลั่น เรือนผมสีขาวของเธอสะบัดเมื่อเดินย่ำเท้า ดวงตาสีแดงของเธอจ้องไปที่อาจารย์สาวด้วยความกราดเกรี้ยว พร้อมกับองครักษ์หนุ่มเบรฟ เดินตามมาติดๆ


            “หมายความว่ายังไง” อาจารย์ถามด้วยความสงสัยทันที เมื่อลิลี่กล่าวเช่นนั้น


            “ทางสาธารณัฐเหยี่ยวดำ กำลังเร่งตามล่าคัมภีร์กลับมายังไงล่ะ” องครักษ์เบรฟกล่าวเสริมต่อทันที “และพวกเขาก็รู้ว่าคัมภีร์แต่ละที่ไปไหน ด้วยเวทติดตามเฉพาะตัว...ถึงคัมภีร์ที่เหลือจะเดินทางไปสุดขอบโลกแล้วก็ตามน่ะนะ”



            “อาจารย์...กลับใจตอนนี้ยังทันนะคะ เอาคัมภีร์คืนหนูมาเถอะค่ะ” ลิลี่กล่าวพลางทำท่าแบมือเพื่อจะขอคัมภีร์คืน


            “เรียกชื่อจริงของเธอดีกว่าไหมครับ” เบรฟ องครักษ์ของลิลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ “คุณนิโคล ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ส่วนกลาง คัมภีร์ที่คุณขโมยมา ถึงเวลาส่งคืนเราแล้วนะ”


            “ฉันไม่มีวันให้” อาจารย์พยาบาลที่ชื่อนิโคลยืนกรานเสียงแข็ง “หากฉันชุบชีวิตท่านเลเวียธานไม่ได้ ฉันก็จะขอใช้ร่างตัวเองนี่ล่ะ บูชายัญซะ”


            มีเลือดออกมาจากปากของนิโคล พร้อมกับอักษรที่หน้าผากของเธอ ซึ่งอ่านได้ว่า Invidia หรือความริษยา หลังจากนั้นเธอก็ดิ้นทุรนทุราย เธอดิ้นแรงมากจนร่างของเธอแหลกสลายเพราะพยายามจะออกจากผนึกของทุกคนที่ช่วยกันสร้างขึ้น


            มีกลุ่มก้อนพลังงานสีม่วงออกมาจากร่างของเธอ กลุ่มก้อนนั้นรวมกันเป็นมังกรขนาดใหญ่ และขยายใหญ่มากจนทุกคนต้องถอยหนี เพราะตัวของมันสูงราวกับคอนโดใจกลางเมืองยังไงยังงั้น


            เจ้ามังกรดำใหญ่ยักษ์คำรามลั่นทันที ด้วยความที่ตัวของมันสูงใหญ่มาก ทุกคนในเมืองจึงสังเกตุเห็นได้อย่างแจ่มแจ้ง เพราะไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดในเมืองอาร์คาเดีย จะสูงไปกว่ามันอีกแล้ว



            โคโตโนฮะที่ออกมาจากบ้าน ถึงกับตะลึงในสิ่งที่ได้เห็น เธออยู่ในชุดไปรเวทสบายๆสำหรับเดินทางกลับบ้าน เธอเตรียมตัวจะไปหาเรนเดลถึงหอพัก แต่ทว่ากลับต้องมาเจอสิ่งนี้ก่อน


            “เรนเดล” เธอเอ่ยชื่อคนรักของเธอเป็นคำแรก ก่อนจะวิ่งไปหามังกรดำใหญ่ยักษ์นั่นทันที


            

            หางสีดำอันใหญ่โตของเลเวียธานกระหน่ำฟาดลงบนพื้นอย่างต่อเนื่อง เมกุมินั้นพาเรนเดลหลบออกมาไกลก่อน หลังจากนั้นเธอจึงเข้าไปในวงต่อสู้กับศัตรู


            “ดาร์คเนส สโนว์” เรนเดลกล่าวเรียกเจ้าสองลูกสุนัข “คุ้มครองเมกุมิด้วย สนับสนุนเธอเต็มที่ล่ะ”


            ด้วยความที่เลเวียธานตัวใหญ่ และมันอยู่ในสถานะคลุ้มคลั่ง เหล่าจอมเวทในเมืองทั้งหมด จึงรวมตัวกันเข้าไปกำจัดมัน เวทมนตร์บทรุนแรง และมหาเวทหลากชนิด กระหน่ำใส่มันไม่ยั้ง ทำให้จังหวะนี้เรียวจิรวบรวมพลังได้อย่างเต็มที่


            “นามที่ข้าบูชาคือมหาเทพแห่งการทำลายล้าง เทพผู้มีอำนาจมากที่สุดในกลุ่มเทพตรีมูรติ” เรียวจิกล่าวบทเวทฉบับเต็มด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนที่มหาเวทของเขาที่พัฒนามาถึงขั้นหกแล้ว จะเปล่งแสงสีแดงสว่างจ้า


            “พระองค์ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมจุดจบของทุกสรรพสิ่ง พระองค์นั้นคือสยมภู ผู้เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง และเป็นอยู่ได้ด้วยตนเอง ข้าขอพลังอำนาจของเพลิงประลัยกัลป์ เพื่อเผาผลาญทุกสิ่งให้ไร้สิ้นซึ่งตัวตน มหาเวทเพลิงเก้าตะวัน กระบวนท่าสุดท้าย...อเวจีครองพิภพ!!”


            เกิดเสียงโอมดังสนั่นหวั่นไหวจากวงเวทของเรียวจิ ก่อนที่สายเพลิงซึ่งมีจำนวนเป็นอนันต์ จะพุ่งเข้าไปแผดเผาร่างของมังกรดำซึ่งใหญ่โตพอๆกับตึกคอนโดจนแหลกสลายไปในที่สุด



            “ง่ายชะมัด” เรียวจิกล่าวพลางเป่าปากหวีดหวิว “เผลอๆใช้พลังมากไปด้วยซ้ำ”


            “คนอัญเชิญมันมาไม่มีคุณสมบัติค่ะ” ลิลี่กล่าวก่อนจะเก็บม้วนคัมภีร์สีดำจากซากของเลเวียธานขึ้นมา “ถ้าหากคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้ไป คงเกิดเรื่องเลวร้ายกว่านี้ค่ะ”


            “เซร่า ที่มันเล็งเอาไว้สินะ” เรนเดลกล่าวก่อนจะมองเซร่า ซึ่งตอนนี้เมกุมิกำลังประคองเธออยู่ เพื่อส่งมอบให้กับโจแอนนาและลูเธอร์ที่มาสมทบ เซร่าตอนนี้ได้สติแล้ว แต่เมื่อเธอมองมาที่เรนเดล เธอหลบตาและไม่กล้าสู้หน้าเขา


            “ทำไมปล่อยให้เธอคลาดสายตา” เรนเดลเอ่ยถามโจแอนนาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “รู้มั้ยว่าเธอเกือบตายแล้ว ถ้าพวกเราไม่มาช่วยเอาไว้”


            “ฉันขอโทษ” โจแอนนากล่าวเสียงเศร้า “ฉันไปส่งพ่อกับคุณแม่ของเซร่ากลับบ้านน่ะ พอมาถึงเซร่าก็หายไปแล้ว”


    “เซร่า เธอไม่เป็นไรใช่ไหม” เรนเดลเอ่ยถามเซร่า ก่อนจะเข้าไปใกล้เธอ เขารู้ว่าอีกฝ่ายลำบากใจที่เจอเขา ดังนั้นเขาต้องรีบทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม “ให้ฉันไปส่งที่ห้องของเธอไหม”


            “ไม่เป็นไรค่ะ เรนเดล” เซร่ากล่าวพลางส่งยิ้มให้กลับ “ฉันจะพักที่บ้านของโจแอนนาก่อน อย่าห่วงไปเลยนะคะ”


            “เซร่า...ฉันขอโทษนะ” เรนเดลกล่าวเสียงเศร้า “ขอโทษสำหรับทุกอย่าง ฉันไม่รู้ว่าจะชดเชยความรู้สึกของเธอยังไงดี”


             “ไม่มีอะไรต้องชดเชยค่ะ” เซร่ากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เรนเดล “เรนเดลน่ะ ดีกับฉันมาตลอด แม้ในยามที่ฉันไม่มีใคร เรนเดลก็อยู่ข้างฉัน...ฉันดีใจนะคะ ที่ได้น้องชายที่แสนวิเศษแบบเธอ”


            เซร่าตัดสินใจเข้าไปสวมกอดเรนเดล ก่อนจะซบที่หน้าอกของเขา เรนเดลลูบหัวปลอบประโลมเพื่อไม่ให้เธอเศร้า...แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด


    เซร่าตีมือเรนเดลอย่างแรง จนเขาต้องถอยมือกลับทันที


    “เดี๋ยวเถอะค่ะ เป็นน้องชายมาลูบหัวพี่สาวแบบนี้ได้ยังไงกัน เล่นไม่ดูรุ่นเลยนะคะ”


    การกระทำของเซร่า ทำเอาทุกคนหัวเราะทันที ดูเหมือนว่าเซร่าจะกลับมาเป็นปกติ จนทุกคนไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว



    ทางด้านของมาริคที่อยู่ในคุกบนยอดปราสาทนั้น เขากำลังนั่งหมดอาลัยตายอยาก เขาพบว่าในคุกนี้มีมีดอยู่เล่มหนึ่ง มันเป็นมีดเล่มใหม่ถอดด้าม ราวกับจะเชื้อเชิญให้เขาฆ่าตัวตาย หากไม่พอใจที่จะรับโทษทัณฑ์นี้


    มีเสียงเคาะประตู ก่อนที่จะเปิดออกโดยไม่ถาม มาริคใช้หางตามอง เขาพบว่าเป็นทหารยามที่เอาอาหารมาให้ตามเวลา…


    ร่างของทหารยามร่วงหล่นลงกับพื้น ด้านหลังทหารยามมีมีดสีดำปักอยู่ ก่อนที่ชายในชุดคลุมสีดำคนหนึ่งจะเดินเข้ามา เขาคือเวนเดลิน พี่ชายของเรนเดลนั่นเอง


    “ท่านเป็นใคร” มาริคเอ่ยถามด้วยเสียงเรียบ “ถึงจะช่วยข้าออกไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ เพราะข้าเป็นอาชญากรสงคราม ไม่มีใครต้อนรับข้าอีกแล้ว”


    “แล้วใครว่าข้าจะช่วยล่ะ” เสียงของชายชุดดำเอ่ยขึ้น “แกฆ่าพ่อและแม่ของฉัน แต่ไอ้น้องชายเฮงซวยทำได้แค่เอาแกขังคุก...แกต้องตาย มาริค”


    ไม่ทันที่มาริคจะกล่าวอะไร หัวเขาก็หลุดจากบ่าเสียดื้อๆ เพราะวงดาบแส้สีดำของเวนเดลิน


    “มันยังไม่จบแค่นี้หรอกนะ” เวนเดลินกล่าวก่อนจะเตะหัวของมาริคที่กลิ้งมาที่เท้าเขาออกไปไกล “บาชอคและราฟบลัด จะไม่มีใครรอดแม้แต่คนเดียว”