แต่สำหรับเหลียงจือแล้วไม่ได้ยากเย็นอะไรนักเขาควบคุมความร้อนของไฟทั้งสามทิศทางได้อย่างละเอียดวัตถุดิบทั้งสามอย่างถึงจุดที่พร้อมจะหลอมโอสถแล้วเหลียงจือปิดฝาเตาใช้พลังกดฝาให้ปิดสนิทแล้วค่อยๆใช้พลังเคลื่อนวัตถุดิบทั้งสามเข้ามายังตรงกลางเตาเมื่อพวกมันเข้าใกล้กันมากขึ้น เหลียงจือก็จะทำการเปลี่ยนอุณหภูมิของไฟให้ค่อยๆใกล้เคียงกัน ในขั้นตอนนี้ต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก
เมื่อวัตถุดิบมารวมกันได้แล้วเหลียงจือก็คงระดับไฟให้คงที่ เขาเงยหน้าเป่าลมออกจากปาก ไม่ใช่อะไรเขารู้สึกหนาวขึ้นอีกแล้วชั่วจังหวะที่พึ่งเริ่มหลอมจะมีเวลาให้พักหายใจอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
เพราะเหลียงจือทำการกลั่นวัตถุพร้อมกันทีเดียวดังนั้นเขาจึงไม่ต้องเสียเวลาในการเอาวัตถุดิบออกมาคงอุณหภูมิและนำมันกลับลงไปในเตาใหม่อีกรอบให้เสียเวลาเขาผ่อนคลายด้วยการมองผู้เข้าสอบรอบๆตัวเองมองเตาที่มีควันสีดำลอยอยู่รอบๆแล้วก็ชะงักนิดนึง
หลอมโอสถพิษ? หากอาจารย์มาเห็นเข้าต้องโมโหมากแน่อาจารย์มักจะบอกเสมอว่าโอสถพิษมันเป็นของพวกนอกรีต ไม่มีคนดีๆที่ไหนเขาจะหลอมโอสถพิษกันหรอกในอดีตมีเพียงหมอมารเท่านั้นที่ชื่นชอบโอสถพิสดารทั้งยังบอกเขาอีกว่าห้ามหลอมโอสถพิษเป็นอันขาดอีกด้วย คนที่หลอมโอสถพิษล้วนไม่ใช่คนดี!
หันมาอีกด้านก็เห็นสตรีที่สหายไม่ถูกด้วยกำลังทำการกลั่นบางอย่างอยู่มองยังโต๊ะของอีกฝ่ายเห็นวัตถุดิบหลายตัวที่กลั่นเสร็จแล้ววางอยู่เหลียงจือขมวดคิ้วพลันสงสัยเหลือเกินว่านางคิดอะไรอยู่ถึงได้เลือกหลอมโอสถที่ต้องใช้วัตถุดิบเยอะๆเช่นนี้กลั่นก็ช้าแถมยังกลั่นทีละตัวอีกโอสถระดับสองเหมือนกันแต่ของเขาใช้เพียงไม่กี่อย่างเอง ง่ายกว่านางเยอะ
เหลียงจือสอดส่องยังเตาหลอมของนางต่อก็ยิ่งเบ้ปากกลั่นวัตถุดิบได้ห่วยแตกชะมัด
เหลียงจือเลิกสนใจคนอื่นแล้วหันมาตั้งใจควบคุมไฟต่อเมื่อได้เวลาในการหลอมแล้วเหลียงจือเอาแก่นอสูรธาตุไฟระดับขั้นต่ำขึ้นมาเปิดฝาแล้วโยนลงไปทันทีหลังจากโยนลงไปแล้วก็ปิดฝาอย่างรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้อุณหภูมิภายในเตาลดลง
เหล่าอาจารย์ทั้งสามคนอ้าปากค้างเมื่อเห็นเด็กหนุ่มโยนแก่นอสูรลงไปทั้งลูกปกติต้องทำการบดแก่นอสูรให้ละเอียดเสียก่อนจึงค่อยใส่ลงไปในเตามีที่ใดเขาโยนลงไปทั้งลูกบ้าง?!
เหลียงจือเป็นคนเดียวที่เลือกหลอมโอสถที่ต้องใช้แก่นอสูรเป็นวัตถุดิบมันทำให้ใช้สมุนไพรตัวอื่นน้อยลงแต่ก็ต้องใช้เวลาในการบดแก่นอสูรที่แข็งมากๆด้วยวิธีการพิเศษและก็มักจะต้องใช้พลังและเวลานานเป็นอย่างมากกว่าจะบดได้ละเอียดพอไม่ใช่ว่าเวลาเหลือน้อยแล้วเขาจะโยนลงไปทั้งลูกเลยก็ได้นะแก่นอสูรทั้งลูกต้องใช้ไฟที่ร้อนมากในการละลายมัน ต้องร้อนมากๆๆๆๆเลยด้วย
แต่เหลียงจือมีวิธีที่อาจารย์เคยสอนไว้เพียงแค่ใช้พลังดึงแก่นอสูรให้ลอยขึ้นมาที่ฝาปิดแล้วใช้ไฟส่งเข้าไปละลายมันจากภายในก็ได้แล้วพูดเหมือนง่ายทว่ายากอย่างยิ่ง ไฟต้องร้อนพอและต้องละลายมันต่อเนื่องอย่างมั่นคงจนกระทั่งละลายหมดทั้งลูกส่วนที่ยากที่จุดคือต้องคงความร้อนเอาไว้ทั้งสองส่วนบนล่างที่มีอุณหภูมิต่างกันมากแต่เหลียงจือที่สามารถควบคุมไฟกลั่นวัตถุพร้อมกันสามชนิดจะทำไม่ได้ๆอย่างไร
เหลียงจือไม่เคยคิดว่าการหลอมโอสถระดับสองขั้นกลางอย่างโอสถเพลิงผลาญยากเลยดังนั้นเขาจะมั่นใจถึงขนาดเตรียมวัตถุไว้ชุดเดียวได้อย่างไรกัน
ซูเจินเห็นเหลียงจือหลอมโอสถได้อย่างไม่มีปัญหาก็หันไปสนใจน่าหลันเฟยหยาแทน
น่าหลันเฟยหยาใช้เวลาที่โต๊ะวางวัตถุดิบนานมากวัตถุดิบที่นางเอาออกมาวางทั้งสิบสองชนิดล้วนอยู่ในสภาพที่ดีมากสดและอวบอิ่มราวกับพึ่งทำการเก็บมาไม่นานนี้เลยทว่าทางคนของสำนักไม่ได้มีท่าทีอย่างไรคงไม่มีการเล่นตุกติกอย่างการสลับเปลี่ยนวัตถุดิบเกิดขึ้นตระกูลน่าหลันคงมีวิธีการเก็บรักษาวัตถุที่เป็นวิธีเฉพาะจึงสามารถเก็บรักษาได้ดีเยี่ยมเช่นนี้
ร่างอวบอิ่มของน่าหลันเฟยหยาเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างวัตถุดิบทั้งสิบสองชนิดบนโต๊ะอยู่นานแต่ละการเคลื่อนไหวของนางล้วนก่อให้เกิดเสน่ห์ชนิดหนึ่งไม่ว่านางจะทำอะไรก็ดึงดูดสายตาอยู่เสมอวันนี้น่าหลันเฟยหยาสวมชุดรัดกุมที่ดูทะมัดทะแมงสีฟ้าสดเสื้อผ้าแนบกระชับไปทุกสัดส่วน เหล่าบุรุษต่างกลืนน้ำลายไปหลายอึกยิ่งเวลานางขยับร่างกายก็ยิ่งรู้สึกตาลาย หน้าอกของนางเด้งดึ๋งไปมาเบาๆ
นางกะปริมาณของวัตถุดิบแยกออกมาอย่างใส่ใจทุกอย่างจะต้องได้ปริมาณที่พอดี ไม่อาจให้ขาดหรือเกินได้แม้แต่นิดเดียวดังนั้นน่าหลันเฟยหยาจึงตรวจสอบซ้ำอีกรอบเพื่อความแน่ใจ
ตั้งแต่แรกเริ่มจนกระทั่งตอนนี้ น่าหลันเฟยหยาทำเพียงโยนวัตถุดิบทั้งสิบสองชนิดลงไปในเตาทรงสูงของตัวเองนางใช้ไฟจากหินเวทที่ให้ความร้อนต่ำมากๆที่ด้านล่างเตาน่าหลันเฟยหยาใช้เวทธาตุน้ำของตัวเองส่งเข้าไปในเตาหลอมควบคุมให้เวทน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเพื่อกลั่นวัตถุดิบแทนการใช้ความร้อนของไฟ
วิธีการหลอมโอสถน้ำจะต่างจากการหลอมแบบเม็ดอยู่ตรงที่การหลอมน้ำจะไม่ใช้ไฟเป็นหลักในการหลอมเพียงใช้เพื่อกระตุ้นให้คุณสมบัติของวัตถุดิบออกมาเท่านั้นอย่างที่สองคือการหลอมน้ำจะไม่แยกเป็นการกลั่นและหลอมออกจากกันอย่างการหลอมเม็ดแต่เป็นการทำพร้อมกันเลย กลั่นให้คุณสมบัติออกมาจากวัตถุดิบและทำการหลอมให้เป็นหนึ่งเดียวไปพร้อมกัน
ดูเหมือนจะง่ายและใช้เวลาไม่นานเท่าการหลอมเม็ดแต่ว่ากลับใช้เวลานานกว่ามากอย่างแรกคือต้องเตรียมวัตถุดิบให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดอย่างที่สองคือต้องเตรียมปริมาณของวัตถุดิบแต่ละชนิดให้ถูกต้องแม่นยำ อย่างที่สามคือต้องใช้น้ำในการกลั่นคั้นน้ำของวัตถุดิบออกมาและหลอมให้เป็นหนึ่งเดียวกันหากไม่รวมกับเตรียมวัตถุดิบที่ต้องทำตั้งแต่เก็บใหม่ๆแล้วก็ยังใช้เวลานานกว่าการหลอมแบบเม็ดในการหลอมโอสถชนิดเดียวกันมากอยู่ดี
น่าหลันเฟยหยาใช้น้ำที่มาจากพลังเวทของตนล้อมวัตถุดิบไว้แล้วค่อยๆบิดหมุนคั้นเอาน้ำที่อยู่ในวัตถุดิบออกมาอย่างช้าๆในขั้นตอนนี้ต้องทำการปิดฝาเตาทำให้ต้องเพ่งพลังจิตและอาศัยการสัมผัสจากธาตุน้ำของตัวเองเท่านั้นแม้จะมีเหงื่อซึมออกมา น่าหลันเฟยหยาก็ยังคงมีเสน่ห์เย้ายวนนางเป็นที่หมายปองของบุรุษทั่วทั้งแคว้นอย่างแท้จริง...
ซูเจินมองการหลอมโอสถของน่าหลันเฟยหยาอย่างประทับใจนางทำได้อย่างละเอียดอ่อนทว่าแม่นยำ โดยรักษาท่วงท่าอันงดงามของตัวเองเอาไว้ได้ไม่เสียเที่ยวที่นางตั้งใจมาดูอีกฝ่ายหลอมจริงๆ เทียบกันแล้วมู่เหลียนฮวากลับธรรมดามาก ไม่ใช่ว่านางไม่ดี นางทำได้ดีแต่ไม่มากพอที่นางจะพอใจ
มู่เหลียนฮวากลั่นวัตถุดิบก็ธรรมดาไม่มีการพลิกแพลงทำตามตำราเป๊ะจึงดูน่าเบื่อเกินไปทั้งยังกลั่นช้าพอเร่งก็กลั่นได้ไม่บริสุทธิ์พอซูเจินจึงเลิกสนใจดูอีกฝ่ายไปในที่สุด