“สุดท้ายแล้วแกมันก็เป็นขยะอยู่ดี”
เร็มกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเสียงของเขามันดังพอที่จะให้คนรอบๆ สนามได้ยิน เจ้าอ้วนหวังและสองพี่น้องอันกับซันนั้นกลายเป็นบ้าคลั่งในทันทีเมื่อได้ยินคำที่เร็มใช้กับภานุ
“ไอเวรเอ่ย! ”
“อย่าให้ฉันหลุดไปได้ ฉันจะกระทืบแกให้ตายคาตีน! ”
เจ้าอ้วนหวังกล่าววาจาออกมาอย่างก้าวร้าว ในขณะที่ตัวของมันนั้นถูกนักเรียนทหารคนอื่นๆ ที่อาจารย์ลีน่าสั่งให้คุมตัวเอาไว้ล็อกตัว ที่พวกมันจะคลั่งนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร พวกมันนั้นสนิทกันมาตั้งแต่ยังเด็กๆ ดังนั้นในสายของพวกมันนั้นภานุไม่ต่างอะไรจากครอบครัวของมัน แม้แต่ภานุเองก็ยังมองพวกมันเป็นแบบนั้นเช่นเดียวกัน
แต่เมื่อเร็มได้ยินคำกล่าวที่กล้าหาญของเจ้าอ้วนหวังนั้นมันกลับไม่ได้คลั่งเลยแม้แต่น้อย มันเพียงมองไปยังทิศทางของเจ้าอ้วนก่อนจะกล่าวออกมาช้าๆ ว่า
“อย่างแกต่อให้ผ่านไปอีกสิบปีมันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะกระทืบฉัน…”
ในเวลานั้นเองเสียงของผู้คนก็ได้เงียบลงอีกครั้ง แม้แต่ใบหน้าของเร็มยังแข็งค้างก่อนที่มันจะค่อยๆ กระตุก มันหันหลังกลับไปมองที่ร่างของชายหนุ่มที่มันพึ่งเตะไปด้วยสัญชาตญาณและต้องพบกับความประหลาดใจ
“เป็นไปไม่ได้! ”
สีหน้าของนักเรียนทหารแต่ละคนนั้นเปลี่ยนไปไวและดูราวกับว่าพวกเขานั้นเห็นผี ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดจากร่างของชายหนุ่มผอมแห้งที่โดนอัดไปหลายทีนั้นกำลังลุกขึ้นยืนช้าๆ
ท่ายืนของชายหนุ่มนั้นไม่ได้มั่นคงมากนัก แต่ในเวลาต่อมามันก็กลับมาเป็นปกติ ไม่ปกติอย่างเดียวก็คือบริเวณศีรษะของเขานั้นเกิดบาดแผลขึ้นและทำให้เลือดออกจำนวนมาก ถึงขนาดอาบไปทั่วใบหน้าของเขา และหยุดลงคอและคางของเขาทำให้เละคอเสื้อ
ในการลุกขึ้นยืนหยัดในครั้งนี้ทำให้ภานุตระหนักได้ถึงความอึดของตนเองมากขึ้น เขาไม่ได้รู้สึกมึนเหมือนกับครั้งแรกที่โดนหมัดของเร็มแม้ว่าครั้งนี้จะรุนแรงกว่ามากก็ตาม มันเหมือนกับว่าร่างกายของเขาได้ปรับตัวกับการโดนอัดไปเรียบร้อยแล้ว หากไม่ติดว่าเลือดออกเยอะขนาดนี้ ชายหนุ่มคงคิดว่าตนเองไม่ได้ถูกโจมตี
เมื่อคิดได้ภานุก็เริ่มที่จะแสดงอาการตื่นเต้นออกมา ทักษะของมดตัวเล็กๆ ที่เขากินมันไปนั้นมีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ มันมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้เสียอีก สิ่งนี้เองทำให้ภานุเกิดความทะเยอทะยานที่จะไปไล่กินสัตว์ป่าหรือสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งในอนาคตอีกเพื่อขโมยทักษะของพวกมันมา
รอยยิ้มได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่โชกเลือดของชายหนุ่มโดยที่เจ้าตัวนั้นไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามท่าทางยิ้มพร้อมกับใบหน้าที่โชกเลือดนั้นมันดูสยดสยองอย่างมากถึงขนาดทำให้นักเรียนทหารโดยรอบขนลุก แม้แต่เร็มเองก็ยังไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่มันรีบคืนสติของมันได้ในทันที ก่อนที่สีหน้าของมันจะเปลี่ยนไปเป็นจริงจัง พร้อมกับจู่โจมชายหนุ่มเบื้องหน้ามันอีกครั้ง
ภานุยังคงยิ้มเขากะเอาไว้อยู่แล้วว่าเร็มต้องไม่ยอมเลิกที่จะอัดเขา ดังนั้นจึงเตรียมพร้อมสำหรับการหลบหลีก อย่างไรก็ตามแม้จะรู้หลักการ แต่ยังด้อยด้านประสบการณ์จริง ทำให้การจู่โจมที่รวดเร็วของฝ่ายตรงข้ามนั้นมีอยู่หลายครั้งที่ชายหนุ่มต้องรับมันเต็มๆ แม้ว่าภานุนั้นจะมีความอึดในระดับที่เหนือสามัญสำนึกของผู้คน แต่เขาก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจบางอย่าง
‘บางทีตอนนี้ฉันควรจะยอมแพ้และไปฝึกฝนมาเพิ่มในอนาคต…’
สิ่งที่ภานุคิดนั้นนับว่าถูกต้อง เพราะยิ่งเขาอยู่ในสนามประลองนานเท่าไหร่เขาก็ยิ่งบาดเจ็บมากขึ้นเท่านั้น โดยที่ไม่ว่าเขาจะพยายามมากเท่าไหร่เขาก็ไม่สามารถที่จะโจมตีถูกอีกฝ่ายได้ อีกอย่างแม้เขาจะมีตัวช่วยอย่างทักษะจากวานรวายุเขาก็ไม่สามารถใช้ได้เพราะมันสามารถค้นพบได้โดนผู้คนโดยรอบทันที การที่อยู่ๆมีบุคคลมีพรสวรรค์ปรากฏขึ้นในโรงเรียนแห่งนี้จะทำให้เกิดความวุ่นวาย เขาจึงคิดว่าควรเก็บมันเอาไว้เป็นความลับก่อน
เมื่อภานุตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด เขาต้องการจะยกมือขอยอมแพ้ แต่ในขณะนั้นเองความอดทนของเร็มก็ได้มาถึงขีดสุดเช่นเดียวกันมันรู้สึกเหมือนกับตัวเองนั้นโดนดูถูก ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าโชกเลือดของภานุ และท่าทางที่ไม่สะทกสะท้านเมื่อโดยการโจมตีของมัน
“ฉันจะฆ่าแก! ”
เร็มที่เหมือนกับนักรบคลั่งเสียสติได้พุ่งเข้ามาพร้อมกับจับกุมแขนของภานุเอาไว้ ก่อนที่จะบิดมันเห็นได้ชัดว่าเจตนาของเร็มนั้นไม่ต้องการจะฆ่าภานุอย่างที่มันได้กล่าว แต่มันต้องการจะทำให้ชายหนุ่มพิการ
อาจารย์ลีน่าที่เฝ้าดูอยู่เริ่มจะหมดความอดทนเมื่อพบกับการกระทำที่ไร้ยางอายของเร็ม สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นโกรธเคืองเพราะมันสายเกินไปแล้วที่จะห้ามปรามเนื่องจากแขนของภานุนั้นได้ถูกบิดไปแล้วและมันต้องหักอย่างแน่นอนหากเจอกับแรงของผู้ฝึกตนที่แท้จริง
“หืม? ”
อย่างไรก็ตามท่าทางของเร็มที่เกาะกุมแขนของภานุอยู่นั้นก็ดูประหลาดออกไป มันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง มันพยายามจะบิดแขนของภานุสุดแรงอย่างไรก็ตามแขนของอีกฝ่ายนั้นไม่ได้ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว
“อย่าได้คิดจะหักแขนฉัน! ”
เสียงของภานุดังขึ้นทำให้เร็มตื่นจากอาการตกตะลึง มันไม่คิดเลยว่าภานุนั้นจะทรงพลังถึงขนาดนี้แม้จะไม่มีทักษะการต่อสู้ใดๆ เลยก็ตาม แต่เมื่อเร็มเงยหน้าขึ้นมันก็ต้องพบกับแรงกระแทกของบางสิ่งบางอย่างเข้าที่ใบหน้าของมันอย่างรุนแรง
“ปัก! ”
หมัดของภานุได้กระแทกเข้าที่ใบหน้าของเร็มอย่างจัง เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มสามารถที่จะโจมตีถูกอีกฝ่าย แม้ว่าหมัดที่ปล่อยออกมานั้นจะไม่ได้อยู่ในหลักการและท่าทางที่ดีที่สุด แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เร็มหงายหลังและลงไปนอนกับพื้นพร้อมกับกุมบาดแผลบริเวณจมูกของมันด้วยความเจ็บปวด
เหล่านักเรียนทหารต่างตกตะลึงพวกมันไม่มีใครคิดเลยว่าร่างกายอันผอมบางของภานุนั้นนอกจากจะมีความอึดแล้วมันยังมีแรงกายมหาศาลที่สามารถทำให้ร่างกายของผู้ฝึกตนล้มได้ด้วยหมัดธรรมดาหมัดเดียว
เร็มนั้นได้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วมันรู้สึกอับอายและโกรธอย่างถึงขีดสุด มันต้องการจะฉีกร่างของภานุออกเป็นชิ้นๆ อย่างไรก็ตามศัตรูของมันกลับไม่ได้ต้องการจะสู้กับมันต่อ
“ผมขอยอมแพ้! ”
ภานุกล่าวขึ้นจากนั้นก็เดินออกจากเส้นเวทีประลอง อย่างไรก็ตามเร็มนั้นไม่ยอมให้ภานุจากไปง่ายๆ มันพุ่งเข้ามาด้วยความบ้าคลั่งหวังจะโจมตีภานุอีกครั้ง
“อย่าทำอะไรโง่ๆ”
น้ำเสียงเย็นชาของอาจารย์ลีน่าดังขึ้นข้างหูของเร็ม ก่อนที่มันจะได้ตอบสนองสิ่งใดร่างของมันก็ได้ถูกเหวี่ยงด้วยแรงบางอย่างจนกระเด็นหลุดลอยออกไปนอกสนามเสียแล้ว เห็นได้ชัดว่าอาจารย์ลีน่านั้นไม่ได้ลงมือห้ามมันรุนแรง มันเพียงถูกเหวี่ยงก่อนที่จะลุกขึ้นกลับมาได้ในเวลาต่อมา มันต้องการจะเข้าไปจู่โจมอีกฝ่ายอีกรอบ แต่เมื่อถูกสายตาอันเย็นชาของอาจารย์ลีน่าจ้องมองมันก็ก้าวถอยออกไปด้วยความหวาดกลัวทันที มีไม่บ่อยนักที่อาจารย์ลีน่านั้นจะโกรธถึงขนาดนี้และมันดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก