กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    SS2_No.39 หลบหนี [5]

    เช้าวันต่อมา...
    เมื่อกลุ่มของเซียงเซียงได้พักแรมที่ภูเขาอินาสะในยามค่ำคืน ก็ปรากฏสัตว์อสูรส่วนน้อยที่หลุดเข้ามาในเขตหมอกสีดำของนิกซ์ ทำให้ทุกคนได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่จนพละกำลังฟื้นฟูเกือบจะสมบูรณ์
    ทว่าหลิงเทียนเองก็เริ่มจะมีผิวที่ซีดขาวลง ในศึกครั้งสุดท้ายหลิงเทียนระเบิดพลังทั้งหมดออกมา ทำให้ชีพจรทั่วทั้งร่างกายขาดสะบั้นไปจนหมด แต่ที่ยังไม่ตกตายไปในทันทีก็ด้วยพลังฟื้นฟูนิรันด์ที่มีติดตัว และด้วยความที่ชีพจรขาดสะบั้น พลังฟื้นฟูนิรันด์จึงทำได้เพียงแค่รักษาหัวใจเท่านั้น ไม่อาจฟื้นฟูส่วนอื่นๆ จากร่างกายได้
    ผ่านไปไม่นานนักเซียงเซียงก็เรียกรวมกลุ่มเพื่อออกเดินทาง ก่อนที่หวงหลงเฟิงเยี่ยจะเรียกพญาราชสีห์ปีกทองเกล็ดนิล และให้จัดรูปแบบขบวนเหมือนเดิม สายตาของหลิงเทียนที่มองไปทางเซียงเซียงเปลี่ยนไปอย่างมาก แต่พอเซียงเซียงเห็นแม้จะพอเข้าใจทว่านางก็ยังไม่ยอมคลายจุดใบ้ให้อยู่ดี
    "เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้วหรือไง ยังไงซะก็รอให้ถึงตระกูลก่อน ข้าถึงจะคลายจุดให้" สิ้นเสียงของเซียงเซียงหลิงเทียนก็ได้แต่ทำหน้าหงอยๆ
    เมื่อทุกคนจัดรูปขบวนเสร็จสิ้น เซียงเซียงก็เอ่ยย้ำอีกครั้งถึงแผนการณ์ทั้งหมด โดยที่ทุกคนต่างตอบรับกันอย่างพร้อมเพรียง
    "ข้าได้แจ้งไปทางตระกูลหลิงแล้ว เมื่อพวกเราผ่านประตูเข้าไปถึงด้านในม่านพลังชั้นแรก ขุนพลทั้งสี่และเหล่าทหารทุกคนจะต้องยันฝูงอสูรเอาไว้ จนกว่าคู่หมั้นของข้าและพวกชาวบ้านจะผ่านม่านพลังชั้นที่สองได้หมด"
    หมอกสีดำของนิกซ์ที่วางไว้รอบภูเขาอินาสะค่อยๆ ลดระยะลงมาเรื่อยๆ และปกคุลมร่างของพญาราชสีห์ปีกทองเกล็ดนิล ที่มีกลุ่มของเซียงเซียงกว่าร้อยชีวิตอยู่ ก่อนจะเคลื่อนตัวบินออกไปอย่างรวดเร็ว
    การเดินทางในครั้งนี้เงียบสงบผิดแปลกไปจากตอนออกมาจากนครวาติกัน เพราะแทบจะไม่ปรากฏสัตว์อสูรที่รวมตัวกันเป็นฝูงเลยแม้แต่น้อย จะมีก็แต่เพียงประปรายเท่านั้นสร้างความแปลกใจไม่น้อยสำหรับพวกเขา
    จนกระทั่งข้ามผ่านทะเลที่ดูเงียบสงบถ้าไม่นับพวกปลาหลากหลายสายพันธุ์ ที่มีดวงตาแดงก่ำดีดตัวขึ้นมาหมายจะงับพญาราชสีห์ปีกทองเกล็ดนิล ยังถือว่าเป็นโชคดีอยู่ที่มีเพียงน้อยตัวทีโดดมาถึงพญาราชสีห์ปีกทองเกล็ดนิล และถูกสังหารลงอย่างรวดเร็วภายในพริบตา
    ทว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกเขานั้นในตอนนี้คือปัญหาใหญ่ เพราะมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่แลดูคล้ายคลึงกับมังกรทั้งมีขนาดใหญ่โตมหึมา เกร็ดที่ดูแข็งแกร่งเล็บที่ยาวแหลมคม ทั้งยังเขี้ยวที่ดูราวกับจะสามารถกัดได้ทุกอย่างในโลก และมันกำลังโจมตีเกาะยูโทเปียอย่างบ้างคลั่ง แต่ถือว่าโชคดีที่ม่านพลังที่ปกคลุมเกาะนั้นไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย
    แต่ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่มหึมาประสาทสัมผัสชั้นยอด การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของมันการจะฝ่าเข้าไปได้นั้นยากมาก ทั้งยังพลังของมันเทียบเท่าได้กับระดับขอบเขตแห่งพระเจ้าขั้นที่ 3 ทำให้เซียงเซียงต้องรีบสั่งให้พญาราชสีห์ปีกทองเกล็ดนิล บินให้สูงขึ้นและอยู่ให้ห่างจากรัศมีการตรวจจับของสิ่งมีชีวิตตัวนั้น
    "เฮเมรา นิกซ์ พวกเธอรู้จักเจ้าตัวนั้นไหม!?" เซียงเซียงถามด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด
    "นี่เป็นมังกรแห่งท้องทะเลคะ" นิกซ์เอ่ยตอบอย่างไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่
    "ถ้าจำไม่ผิด..อ่อ..เจ้านี่ชื่อเลวีอาธานคะพี่สาว" เฮเมราตอบพลางทำสีหน้าครุ่นคิด
    "พวกเรามีโอกาสชนะเลวีอาธานได้ไหม" เซียงเซียงถามอย่างมีหวัง
    "เป็นไปไม่ได้หรอกคะ / ไม่มีทางหรอกคะ" เฮเมรากับนิกซ์ตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน
    "แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดีล่ะ!!" เซียงเซียงถึงกับอัปจนหนทาง
    "พี่ชายน่าจะมีหนทางนะคะ!?" เฮเมราหันไปทางหลิงเทียนก่อนจะอมยิ้มอย่างน่ารัก
    หลิงเทียนถึงกับสะดุ้งในคำพูดของเฮเมรา ส่วนเซียงเซียงก็รีบคลายจุดใบ้หลิงเทียนเพื่อถามไถ่ทันที ทว่าหลิงเทียนเองก็พอเข้าใจได้ว่าเด็กสาวนั้นคง ต้องการที่จะได้ยินเสียงของเขาเวลาพูดคุยกับระบบ จึงทำให้เขาได้แต่เพียงถอนหายใจเบาๆ เท่านั้น
    "ระบบ ขอวิธีสังหารเลวีอาธานหน่อย"
    "คำถามนี้หนึ่งพันพ้อยต์ท่านตกลงหรือไม่"
    "ตกลง" หลิงเทียนอดสงสัยและแปลกใจไม่ได้ เพราะเจ้าเลวีอาธานนั้นอยู่ในขอบเขตพระเจ้าขั้น 3 แม้จะยังเทียบเท่าไม่ได้กับเหล่าอสูรมารฟ้า มหาทูติสวรรค์ และ ราชันย์มังกร แต่ค่าตัวของมันก็ไม่ควรจะถูกแบบนี้แน่นอน
    "ให้นามธรรมเฮเมราไล่ไปหรือสังหารทิ้งก็ได้ ต่อให้ระดับพลังของนามธรรมแห่งแสงจะลดลงไปมากกว่านี้ ก็สามารถใช้แสงแรกแห่งเอกภพจัดการได้"
    สิ้นเสียงจากระบบหลิงเทียนก็ได้แต่ทำตาปริบๆ เพราะนี่เขากำลังถูกเด็กสาวที่ดูใสซื่ออย่างเฮเมรา หลอกอย่างง่ายๆ ซึ่งๆ หน้าเลยก็ว่าได้ แถมทั้งเฮเมรากับนิกซ์ก็อยู่ในท่าทางกำลังกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่ด้วย ก่อนจะได้ยินเสียงเซียงเซียงดังขึ้นเรียกสติ
    "ว่าไงหลิงเทียน!?"
    "จะให้เฮเมราไล่ไปหรือสังหารมันก็แล้วแต่เจ้า!!" หลิงเทียนเอ่ยตอบอย่างรักษามาดทว่ากลับมีใบหน้าแดงเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงของนิกซ์และเฮเมราพลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เซียงเซียงได้แต่ทำหน้างงๆ ถ้ามันง่ายดายขนาดนี้ทำไมเฮเมราถึงต้องให้ถามหลิงเทียนด้วย แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้ถามต่อ
    "จริงคะ พี่สาวเลวีอาธานกลัวแสงแรกของเฮเมราเป็นที่สุด!!" นิกซ์ตอบไขข้อข้องใจให้
    "อะ..อืม..เช่นนั้นเฮเมราก็ช่วยจัดการให้ทีนะ" เซียงเซียงพยายามเอ่ยอย่างเรียบง่าย
    "ได้คะ" สิ้นเสียงของเฮเมรา เซียงเซียงก็ให้พญาราชสีห์ปีกทองเกล็ดนิล บินฝ่าเข้าไปยังเบื้องหน้าของเลวีอาธาน ที่กำลังโจมตีเกาะยูโทเปียอย่างบ้าคลั่งอยู่
    "โฮกกกกกกกกกกกก!!!!" เสียงคำรามของเลวีอาธานดังไปทั่ว ลำพังแค่เสียงของมันก็ทำให้สัตว์อสูรระดับต่ำทั้งในน้ำและบนฟ้า ต่างก็ตกตายกันอย่างถ้วนหน้า
    ทว่าเสียงนี้กลับไม่สามารถผ่านม่านสีทองของเฮเมราที่ปกคลุม ร่างพญาราชสีห์ปีกทองเกล็ดนิลได้ กลุ่มของหลิงเทียนและเหล่าทหารที่เห็น สัตว์อสูรบนฟ้าและในน้ำกลายเป็นเศษละอองเลือดภายในพริบตา ก็ถึงขวัญหนีดีฟ่อและเมื่อต้องเข้าไปเผชิญกับอสูรตนนี้ซึ่งหน้า ก็ทำให้ทุกคนถึงกับแข้งขาอ่อนไปทันที จนมีบางคนแทบอยากจะกระโดดออกจากพญาราชสีห์ปีกทองเกล็ดนิล เพื่อหลบหนีไปให้ไกลจากตรงนี้เสียด้วยซ้ำไป
    จนกระทั่งพญาราชสีห์ปีกทองเกล็ดนิลมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเลวีอาธาน แค่เพียงลมหายใจและกลิ่นอายสังหารของมัน ก็ทำให้ชาวบ้านธรรมดาและทหารบางส่วนถึงกับหมดสติไป แม้แต่เซียงเซียงกับกลุ่มของนางรวมไปถึงหวงหลงเฟิงเยี่ยและสี่ขุนพลถึงกับใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
    "เฮเมรารีบจัดการเถอะ!!" เซียงเซียงรีบเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นรูปขบวนเริ่มทยอยกันหมดสติไป
    "คะ" เฮเมราตอบรับอย่างไร้เดียงสา ก่อนจะพลันหายตัวไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของเลวีอาธาน แต่ด้วยความที่เลวิอาธานนั้นกำลังโกรธเกรี้ยว จึงไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาใหม่ด้วยซ้ำ ก่อนจะตวัดหางของมันเพื่อสังหารผู้มาใหม่ในทันที
    ทว่าฉับพลันนั้นเองเลวิอาธานถึงกับส่งเสียงร้องอย่างโหยหวน เมื่อได้สัมผัสกับสุริยันแรกกำเนิดของเฮเมรา ขนาดย่อมเข้าไป จนปลายหางของมันถึงกับแดงฉานราวกับถูกลวก เสมือนการแพ้ทางในพลังของอีกฝ่าย ทำให้เลวิอาธานถึงกับต้องหันมามองผู้มาใหม่อย่างเดือดดาล แต่เมื่อได้เห็นผู้มาใหม่อย่างเต็มตาแล้ว ตัวมันถึงสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนรูปร่างเป็นเพียงมนุษย์แล้วรีบประสานมือทำความเคารพทันที
    "เอาไงต่อดีคะพี่สาว จะให้ไล่ไปหรือฆ่าทิ้งดี!?" เฮเมราหันไปถามเซียงเซียงด้วยสีหน้าบ๊องแบ๊ว ซึ่งสวนทางกับคำถามของนางเป็นอย่างมาก
    เซียงเซียงขบคิดในอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะพูดกับเฮเมราผ่านทางพันธะสัญญา เฮเมราก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะใช้หางตามองไปยังเลวิอาธานอย่างไม่สนใจ โดยมีเลวิอาธานในร่างของชายกำยำยืนคำนับตัวสั่น
    "เจ้าตามเรามา!!" น้ำเสียงอย่างเด็ดขาดของเฮเมรา ทำให้เลวีอาธานได้แต่ทำตามอย่างไม่อาจขัดข้อง
    ภายในเกาะยูโทเปีย...
    ตระกูลที่อยู่ใต้อาณัติทั้งหมดของตระกูลหลิงได้ส่งยอดฝีมือ ออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อเฝ้าระวังหากม่านพลังมิอาจทนรับ การโจมตีของสัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับมังกรขนาดใหญ่ โดยมีผู้นำตระกูลหลิงและเหล่ายอดฝีมือภายในตระกูล ยืนประจัญหน้ากับสัตว์อสูรด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
    หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ฝูงสัตว์อสูรบุกโลกพร้อมกันจำนวนมาก ภายในเกาะแห่งนี้ถูกโจมตีอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยปรากฏว่าสัตว์อสูรสามารถฝ่าเข้ามาได้ ทว่าในคราวนี้กลับแตกต่างกันออกไป เพราะระดับพลังของสัตว์อสูรตนนี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ถึงขนาดทำให้ทั้งเกาะสั่นสะเทือนได้
    นอกเหนือไปจากนั้นแม้แต่นีน่า [อสูรฟีนิกซ์] ที่แข็งแกร่งที่สุดภายในเกาะนี้ ยังไม่อาจรับรู้ได้ถึงพลังของสัตว์อสูรตนนี้ด้วยซ้ำไป จนกระทั่งผู้นำตระกูลหลิงได้เห็นกลุ่มคนที่มาใหม่ และกำลังเผชิญหน้ากับอสูรตนนั้น ทว่าเมื่อมองสังเกตดูดีๆ เห็นว่าเป็นบุตรชายของตน จึงรีบเร่งจะคลายม่านออกไปเพื่อช่วยเหลือ แต่ถูกนีน่าห้ามเอาไว้ซะก่อน
    สุดท้ายเมื่อเห็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งขนาดนั้น กลายร่างเป็นมนุษย์และยังก้มหัวให้กับเฮเมรา เขาจึงเริ่มอุ่นใจขึ้นมาบ้าง ก่อนจะคลายม่านพลังตรงประตูใหญ่ออก เพื่อเปิดให้กลุ่มของบุตรชายเข้ามาแล้วรีบปิดมันลงอย่างรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง] ที่คุณอ่าน