หนิงเฟยหลงรอคอยจบพลบค่ำผู้คนก็ยังไม่จากไปไหนค่ำคืนอันเงียบสงบกำลังมาเยือนทั่วบริเวณแทบไม่มีใครพูดจาสนทนากันมีแต่คนจดจ้องไปยังบัวสีขาวท่ามกลางบัวเหลืองนับพันนับหมื่นดอก
แต่แล้วก็มีคนทำลายความเงียบสงบลง...
ด้วยความโง่เขลาของคนพวกนั้นมันย่องเบาทำราวกับทุกคนที่นี้ไม่มีสัมผัสลมปราณ หรือสัมผัสจิตวิญญาณก้าวล่วงเข้าไปที่หนองน้ำเหลืองแต่ทันทีที่เท้าข้างหนึ่งแตะลงที่น้ำคลื่นน้ำก็เกิดระลอกใหญ่ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องที่น่าสยดสยอง คนพวกนั้นทั้งหมดหายกันไปหมดแล้ว !
“!!!!!!!” ฝูงชนพากันตื่นตัวนั่นไม่ใช่ฝีมือของพวกเขา มันจะเป็นอะไรอย่างอื่นได้นอกเสียจาก...นอกเสียจากตำนานนั้นเป็นความจริง !
ไม่ต้องเดาให้วุ่นวายเลยอีกไม่นานเจ้าอสูรกายตัวสูงใหญ่ก็ปรากฏตัวมันเป็นสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ร่างยาวขนาดสามสิบจั้ง รูปร่างอย่างอสรพิษทว่าเกล็ดของมันกลับตั้งขึ้นอย่างกับเลื่อย ที่ลำตัวของมันยังมีโลหิตและเศษเนื้อสด ๆ ติดอยู่
“ปีศาจ !ปีศาจอสรพิษเกล็ดเรื่อย ! หนี หนีเร็ว !!!!”หลายคนตะโกนแหกปากวิ่งหนีไม่หยุดตลอดทางทำให้ผู้คนลดน้อยลงมากจากหลายพันเหลือไม่ถึงพันคนทว่านั่นก็เป็นจำนวนที่ไม่น้อยอยู่ดี
หนิงเฟยหลงหรี่ตาแคบลง ‘งานนี้ไม่หมูเสียแล้ว รอดูสามกลุ่มนั่นไปก่อน’ขบคิดดังนั้นเขาก็เดินลัดเลาะไปยังมุมลับตาทำการแปลงโฉมเสียใหม่
เขาตัดสินใจจะทำตัวอย่างนกขมิ้นอย่างที่เคยทำมาโดยตลอดเขาจะไม่ยอมพลาดโอกาสอันดีเป็นแน่
การต่อสู้ระหว่างมนุษย์ และปีศาจงูได้เริ่มขึ้นมันสามารถแปลงกายเป็นร่างกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์อสูรได้ด้วยการต่อสู้ของฝั่งมนุษย์ก็ยิ่งลำบากมากขึ้น
กลุ่มทั้งสามยังคงไม่ลงมือปล่อยให้ผู้ไม่อาลัยในชีวิตถูกฆ่าตายไปให้หมดเสียก่อนอย่างไรเสียบัวเกิดชีพก็มีด้วยกันถึงสามดอกทำไมจะแบ่งสามกลุ่มนั้นไม่ได้
หลังจากคนหลายร้อยตายไปปีศาจงูเองก็เรี่ยวแรงก็เริ่มลดลง เดิมทีมันก็ไม่ได้มีพละกำลังมากมายอยู่แล้วมันรักษาตัวอยู่ที่นี่มานานปี และทุกคนเรียกมันว่าปีศาจเพราะความน่ากลัวของมันผู้คนสันนิษฐานว่ามันคือสัตว์อสูรระดับห้าที่ทรงพลัง มีอายุยืนยาวกว่าหมื่นปีไม่แน่ว่าอาจมีของวิเศษบางอย่างช่วยเพิ่มอายุขัยก็เป็นได้
อันที่จริงสัตว์อสูรก็มักจะมีอายุขัยมากกว่าพวกมนุษย์อยู่แล้วทว่าอายุของปีศาจงูตนนี้กลับมีมากกว่าปกติหลายเท่านักแต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้มีระดับพลังดีไปกว่าเข้าสู่พิภพเลยแม้แต่น้อย
“ปีศาจงูนี่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเจ้านะ เจ้าวัวน้อย...”หนิงเฟยหลงเย้ยสัตว์อสูรพิทักษ์ของตนเจ้ากระทิงโลหิตก็คำรามด้วยความโกรธพลางต่อว่าเจ้านายของมัน
สถานการณ์รอบหนองน้ำเหลืองกำลังคุกกรุ่น สามกลุ่มใหญ่ลงมือแล้วอสรพิษเกล็ดเลื่อยก็ไม่อาจปลีกตัวไปได้อีก หัวหน้ากลุ่มทั้งสามก็แยกออกจากกลุ่มมุ่งหน้าไปกลางหนองน้ำหนิงเฟยหลงเองก็ตามไปด้วย
ทั้งสามตรงดิ่งไปที่บัวสีขาวด้วยความเร็ว ทว่าซานจินนั้นเร็วที่สุดและสิ่งที่เขาทำก็เหนือข้อตกลงที่เจรจากับกลุ่มอำนาจทั้งสองไว้ เขาเรียกภูตผีสองตนออกมาขวางทางโต่วเยี่ยนฉวี่ และเฟิงเหลยไว้
“ซานจินเจ้าจะทำอะไร เราตกลงกันไว้แล้วนะ” เฟิงเหลยตะโกนถามด้วยความตกใจสักพักก็เปลี่ยนเป็นความโกรธพลังจิตก็พุ่งพล่านครอบคลุมภูตผีตนนั้นไว้ป่นขยี้จนแหลกสลาย
“พวกโจรนี่เชื่อไม่ได้จริง ๆ”โต่วเยี่ยนฉวี่จ้องมองด้วยสายตาเยียบเย็นไม่ได้เอะอะมากมาย คาดว่านางก็พอจะเดาได้นางฟันกระบี่ออกคราหนึ่งเปลวเพลิงก็ลุกไหม้ภูตผีตนนั้นให้สลายเป็นผุยผง
“ไม่เลว พวกเจ้าสองคนสมแล้วที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะของกองกำลังที่ทรงอำนาจทว่านั่นก็ยังอ่อนแอเกินไปสำหรับข้าอยู่ดี ตายไปซะ !” ซานจินทำรูปมือประหลาดไอทมิฬแผ่ซ่านออกมาจากร่างห้วงอากาศบริเวณสิบจั้งเต็มไปด้วยไอทมิฬ
โต่วเยี่ยนฉวี่ และเฟิงเหลยมีสีหน้าที่เคร่งขรึม พลังไอทมิฬนี่อันตรายและเป็นภัยต่อพวกเขามาก
หากใครมีจิตใจไม่มั่นคงก็จะตกเป็นทาสของความชั่วร้ายอาจถูกควบคุมโดยผู้ใช้ศาสตร์มืดนี้ได้ นับเป็นวิชาที่ชั่วร้ายที่สุดในปฐพีนี้มีเพียงเฒ่าผี และผีน้อยเท่านั้นที่กล้าฝึกต้องรู้ว่าการถลำลึกในศาสตร์มืดจะทำให้ดวงจิตค่อย ๆถูกกลืนตัวตนจนไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงอีก ทว่าก็จะทรงพลังอำนาจเกินกว่าที่ใครคนใดจะคาดเดา
ไอทมิฬเหล่านั้นหล่อหลอมรูปร่างออกมาเป็นอสูรกายสูงสิบจั้ง ใบหน้าดุดันมีแขนทั้งสี่ถือครองศาสตราวุธที่ทรงพลังแผ่พลังอำนาจแก่นแท้พลังขั้นเก้าเทียบเทียมกับซานจินเลยทีเดียว
“!!!!!!”ผู้นำกลุ่มทั้งสองใบหน้ามืดคล้ำ ครั้งนี้ไม่ง่ายสำหรับพวกเขาแล้ว ไหนจะไอทมิฬไหนจะอสูรกายที่น่าหวาดหวั่น ซานจินเก่งกล้ากว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก
ระหว่างที่คนทั้งสามกำลังต่อสู้ มีคนผู้หนึ่งปกปิดกลิ่นอายตนเข้าไปถึงบัวสีขาวอันวิจิตรแล้วเมื่อมาถึงก็ต้องทำให้ชายผู้นั้นประหลาดใจ
“ไม่ได้มีสามดอก ? แต่มีด้วยกันสี่ดอกมันซ้อนกันอยู่”ชายหนุ่มดูครุ่นคิดเล็กน้อย “หึ เดิมทีก็ว่าจะเอาไปแค่ดอกเดียวแต่ถ้าหากข้าประสบเหตุการณ์อย่างคราวนี้ ข้าก็ต้องตามหาบัวนี่อีกแล้วทำไมจะไม่เอามันไปทั้งหมดเล่า” หนิงเฟยหลงรวบดอกบัวสี่ พลางหันหน้ามายิ้มให้ผู้นำกลุ่มทั้งสาม“งั้นข้าเอามันไปก่อนละนะ ขอบคุณสำหรับการเปิดทาง”
ชายหนุ่มกำลังจะจากไป ทว่าเวลานั้นเองสายตาเขาก็พลันเหลือบลงไปใต้หนองน้ำด้วยความรู้พิเศษบางอย่างดึงดูดเขาไว้
เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะดำดิ่งลงไปในใต้หนองน้ำ
สัมผัสแรกที่อยู่ด้านบนคือ ความหนาวเย็นของน้ำทว่าพอดำดิ่งลงมากลับสัมผัสได้ถึงสองสาย หนึ่งความเย็นอันเป็นปกติอีกหนึ่งความอบอุ่นจากสายน้ำที่วิเศษ เขาตามสายน้ำอุ่นนั้นไปลึกลงไปใต้หนองน้ำ
ด้านล่างมีแสงรัศมีจาง ๆ เล็ดลอดออกมา ชายหนุ่มมุ่งตรงไปยังที่นั่นเมื่อไปถึงเขาก็ต้องพบกับความแปลกใจอีกครั้ง
“นี่...นี่มันอะไรกัน ? ความรู้สึกนี้......” ภาพในความทรงจำหวนย้อน “เหมือนที่นั่นไม่มีผิด”เขารีบคว้าสิ่งของนั้นขึ้นมา มันคือศิลาก้อนหนึ่งที่บรรจุพลังที่แปลกประหลาดเอาไว้พลังที่ทำให้เขารู้สึกเป็นมิตรกับธรรมชาติอย่างไม่น่าเชื่อ และยังมีการร่ำเรียกจากของบางอย่างในแหวนมิติราวกับว่ามันดีใจจนต้องกระโดดโลดเต้น
ชายหนุ่มอยากรู้ว่ามันคือสิ่งใด แต่ไม่มีเวลาแล้วเขาใช้เวลาในหนองน้ำนี้มากเกินไปไม่รู้ว่าการต่อสู้ของผู้นำทั้งสามกลุ่มจะเสร็จสิ้นลงไปแล้วหรือยังแต่ที่เขากังวลมากกว่านั้นคือการกลับมาของอสรพิษเกล็ดเลื่อยไม่แน่ว่าที่มันมีชีวิตอยู่มานานอาจเพราะวัตถุลึกลับนี่ก็เป็นได้
...
การต่อสู้บนหนองน้ำถูกหยุดชั่วคราวจากอสรพิษเกล็ดเลื่อยที่หวนคืนกลับมามันราวกับรู้สึกบางอย่าง ถึงกับระเบิดพลังรบอย่างน่าเหลือเชื่อออกมาแปลงกายเป็นร่างครึ่งมนุษย์โจมตีผู้นำกลุ่มทั้งสามให้ถอยออกไป มันไม่ได้สนใจจะโจมตีผู้นำทั้งสามจริงๆ แม้แต่ดอกบัวเกิดชีพที่หายไปมันก็ไม่ได้สนใจ แต่มุ่งลงไปที่ใต้หนองน้ำทันที
สิ่งนี้ทำให้ผู้นำทั้งสาม และคนอื่น ๆ งุนงง
“หรือว่าสิ่งที่มันปกป้องไม่ใช่บัวเกิดชีพ แต่เป็นสิ่งอื่น ?”
“มีสิ่งล้ำค่ามากกว่าบัวเกิดชีพในที่นี่อยู่ภายใต้หนอองน้ำนั้น ?”
“ต้องใช่แน่ ๆ ไม่เช่นนั้นเหตุใดมันถึงต้องรีบกลับไปใต้หนองน้ำด้วย”
“มีคนไปยุ่งกับของสิ่งนั้น ?” ฝูงชนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
ผู้นำทั้งสามก็หาใช่คนโง่พากันขบคิดตามแล้วก็เห็นจริงดั่งที่ฝูงชนกล่าวทว่าที่พวกมันมาครั้งนี้ก็เพื่อดอกบัวเกิดชีพเท่านั้นหาใช่มาแตกหักกับปีศาจอสรพิษเกล็ดเลื่อยตนนี้ไม่
“โต่วเยี่ยนฉวี่ เฟิงเหลย เรายุติการต่อสู้กันก่อนแบ่งบัวเกิดชีพกันคนละดอกแล้วออกจากที่กัน”ซานจินเป็นผู้เสนอขึ้นเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะแก่การแย่งชิงหากว่าอสรพิษเกล็ดเลื่อยบ่าคลั่งขึ้นมาจริง ๆ พวกมันจะต้านรับไม่ไหว
“ได้ !”ทั้งสองตอบรับพร้อมกัน จากนั้นก็มุ่งหน้าตรงไปยัง...
หาย !
บัวเกิดชีพหายไปแล้ว !
ผู้นำกลุ่มทั้งสามสีหน้ามืดครึ้ม งานนี้มีผู้ลักลอบเขามาจริง ๆ
“ใครกันกล้ากระตุกหนวดเสือ ออกมารับความตายแต่โดยดี !” ซานจินคำรามด้วยความโกรธ
โต่วเยี่ยนฉวี่ เฟิงเหลยจ้องหน้าซานจินด้วยความโกรธเคืองหากมิใช่เพราะความโลภของซานจินไหนเลยจะเปิดโอกาสให้คนต่ำช้าขโมยบัวเกิดชีพไปได้
“ซานจินถ้าหากว่า พวกเราไม่อาจหาตัวคนขโมยได้เรื่องนี้เจ้าต้องรับผิดชอบ !” เฟิงเหลยตวาดใส่พลังจิตก็แผ่ขยายไปทั่วหนองน้ำ ทว่าหนองน้ำนี้ใหญ่เกินไปสัมผัสของเขาคนเดียวไม่พอ
ซานจินพ่นลมหายใจอย่างดูแคลน แต่ก็ไม่ได้โต้ตอบหาคนขโมยสำคัญกว่าทั้งสามแยกจากกันแผ่สัมผัสออกไปทุกทิศทาง ทว่าก็มิอาจหาได้พบ จนกระทั่ง...
ตูม !!!!!!
คลื่นน้ำลูกใหญ่ระเบิดออกก่อเป็นหลุมหมุนวนกลางหนองน้ำคลื่นตลบซัดกระจายอสรพิษเกล็ดเลื่อยทะยานร่างสู่ฟากฟ้ามันคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวดวงตาแดงฉานจดจ้องไปยังหลุมใจกลางหนึ่งเดียวของหนองน้ำ ทันใดนั้นก็มีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งเดินออกมาเขาคือ หนิงเฟยหลง !
“!!!!!!” ผู้นำกลุ่มทั้งสามพากันตกตะลึงมิรู้ว่าพลังนี้เป็นของชายหนุ่มหรืออสรพิษเกล็ดเลื่อยกันทว่าดูจากสายตาอันคับแค้นนั่นก็พอจะดูออกทั้งสามระดมพลังเข้าโจมตีชายหนุ่มผู้นั้นไม่สนใจว่ามีพลังยุทธ์เท่าใดทว่าของที่ชายหนุ่มผู้นั้นได้มาต้องล้ำค่ามากที่สำคัญคือบัวเกิดชีพต้องอยู่กับเขาคนนั้นและเวลานี้การโจมตีชายหนุ่มก็เท่ากับช่วยปีศาจงูตนนี้ด้วยเช่นกัน
พลังจิตตรงเข้าครอบงำร่างชายหนุ่ม เปลวเพลิงร้อนแรงก็โรมรันเข้าไปรวมทั้งการโจมตีของไอทมิฬที่ชั่วร้ายแม้แต่เข้าสู่พิภพขั้นที่หนึ่งก็ยากจะรอดจากความตายทว่าการโจมตีนี้ยังไม่จบอสรพิษพ่นพิษร้ายแรงซ้ำอีก หากไม่ตายก็ไม่รู้จะอย่างไรแล้ว
ภาพนี้ทำให้ฝูงชนอกสั่นขวัญหายพวกมันพากันจิตนาการหากเป็นตัวมันอยู่ในนั้นสภาพจะอเนจอนาถขนาดไหนกันคาดว่าคงได้ตายตั้งแต่พลังจิตตรงดิ่งมาหาแล้วกระมัง
หมอกควันจางลงหัวหน้ากลุ่มทั้งสาม และปีศาจอสรพิษก็พุ่งพรวดตรงเข้าไปหวังจะแย่งกันเก็บสมบัติ
ทว่า...ชายหนุ่มได้หายไปแล้ว !
..........