ทั้งสามคนเห็นว่าหวังเฟยหลงนอบน้อมทั้งๆที่ถ้าเทียบกับสถานะแล้วหวังเฟยหลงถือว่ามีสถานะสูงกว่าพวกเขา แต่ก็ยังทักทายพวกเขาด้วยความสุภาพและนอบน้อมเช่นนี้ พวกเขาพยักหน้ากันก่อนจะรับคำทักทายหวังเฟยหลงด้วยความเป็นกันเอง ตอนแรกพวกเขาคิดว่ามันจะเป็นงานที่น่ารำคาญเพราะต้องคอยเดินทางไปกับหวังเฟยหลงและคอยปกป้องหวังเฟยหลง
“ ฮ่าๆ ไม่ต้องเกรงใจ หลังจากนี้ข้าจะเดินทางกับเจ้าและข้าจะเป็นคนที่คอยปกป้องเจ้าเอง ”
“ เจ้าช่างนอบน้อมอย่างที่ศิษย์พี่ต้วนบอกจริงๆ ”
“ เจ้าก็หล่อเหลาเหมือนกันนะเนี่ย ศิษย์พี่หญิงคนนี้จะปกป้องเจ้าเอง ใครก็รังแกเจ้าไม่ได้หรอก!! ”
“ ขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสามขอรับ ”
หวังเฟยหลงเห็นพวกเขาพูดเช่นนี้ก็รู้สึกโล่งใจ เขาคิดว่าจะเจอคนที่มีอคติกับเขาเพราะพวกเขาต้องมาคอยตามและปกป้องศิษย์น้องที่พวกเขาเพิ่งจะเห็น และแสดงท่าทีไม่เป็นมิตรกับเขา แต่ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะต้วนหลิงเทียนด้วย ดูเหมือนพวกเขาจะค่อนข้างสนิทและเคารพต้วนหลิงเทียนอย่างมากด้วย
“ เจ้าคงจะพอรู้แล้ว แต่ข้าจะย้ำเจ้าอีกครั้งหนึ่ง เจ้าจะต้องไปทำภารกิจเป็นกลุ่ม เจ้าจะต้องไปพร้อมกับศิษย์พี่ทั้งสี่คนของเจ้า ห้ามมีข้อต่อรองไม่เช่นนั้นข้าจะไม่อนุญาตให้เจ้าออกไปทำภารกิจข้างนอก ”
“ ขอรับ ขอบคุณท่านอาจารย์ ผู้อาวุโสชิงเหมา และเหล่าศิษย์พี่ด้วยนะขอรับ ”
ลู่หยางเน้นย้ำหวังเฟยหลงด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพื่อเป็นการตอกย้ำหวังเฟยหลงว่าเรื่องในครั้งนี้จริงจังและกังวลกับเรื่องนี้มากขนาดไหน หวังเฟยหลงเองก็เข้าใจเพราะเขาคือศิษย์สืบทอดและอาจจะเพราะลู่หยางรู้สึกผิดที่เขาไม่สามารถจัดการปัญหาของหวังเฟยหลงได้ตรงๆด้วย
ติ่ง!! ตอนนี้เองหวังเฟยหลงก็ได้รับข้อความจากระบบอีกครั้ง และข้อความนี้มันทำให้หวังเฟยหลงประหลาดใจอย่างมาก สายตาของเขาจ้องไปที่ข้อความที่เขาได้รับอย่างไม่วางสายตา เพราะเขาไม่คิดว่ามันจะมีระบบนี้แม้ว่ามันจะควรมีก็ตาม
[ ปลดล็อคฟังก์ชั่น Party ]
[ ท่านได้รับเควส ]
‘ Party??....มีระบบนี้ด้วยหรอ และมาพร้อมเควส คงจะเป็นเควสเกี่ยวกับ Party สินะ!! ’
“ เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมอยู่ๆเจ้าถึงได้มีท่าทีแปลกๆเช่นนั้น!? ”
ขณะที่หวังเฟยหลงกำลังสนใจข้อความที่ได้รับ เขาก็ได้ยินน้ำเสียงที่เป็นห่วงของลู่หยาง เขาก็ตั้งสติได้ทันทีว่าตอนนี้เขาต้องโฟกัสกับคนที่อยู่รอบๆเสียก่อน หวังเฟยหลงหันไปตอบกลับลู่หยางว่าไม่เป็นอะไร และต้วนหลิงเทียนก็เหมือนได้จังหวะพูดกับหวังเฟยหลงขึ้นมา
“ จริงสิ ข้าเห็นเจ้ากำลังจะออกไปข้างนอกไม่ใช่รึ ในเมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้ว พวกเราก็ไปกันเถอะ จะได้ไปดูภารกิจด้วยเลย!! ”
“ ขอรับ ท่านอาจารย์ ผู้อาวุโสชิงเหมา ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ!! ”
“ พวกข้าก็ขอตัวเช่นกันขอรับ!! ”
หวังเฟยหลงและคนอื่นๆก็ออกมาจากศาลาผู้นำและเดินทางไปยังหอโอสถ ระหว่างทางหวังเฟยหลงก็ได้รู้ว่าแต่ละคนมีนิสัยอย่างไรกันบ้าง โดยหวูจง เป็นคนที่มีร่างกายใหญ่โตนั้นจะชอบการพูดคุยเป็นพิเศษ เพราะเขาพูดมากกว่าคนอื่นๆ ถามหวังเฟยหลงมากมาย ทั้งครอบครัว ทักษะ และที่สำคัญ
“ หวังเฟยหลง ร่างกายของเจ้าไม่บอบบางไปหน่อยหรือ เจ้าควรจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับข้านะ ”
ใช่แล้ว เขาชวนหวังเฟยหลงให้บ่มเพาะร่างกายให้ใหญ่โตเช่นเดียวกับเขา แม้ว่าร่างกายจะแข็งแกร่งก็ตาม แต่มันก็มีข้อเสีย และหวังเฟยหลงนั้นเน้นไปที่ความสมดุลของร่างกายเป็นหลัก ดังนั้นการบ่มเพาะร่างกายให้แข็งแกร่งและใหญ่โตเช่นนั้นจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่หวังเฟยหลงต้องการ ก่อนที่หวังเฟยหลงจะได้ทันปฏิเสธ จ้าวลี่จ้ง ก็พูดขึ้นมาก่อนเลย
“ ศิษย์พี่หวู ท่านไม่ควรยัดเยียดความเชื่อผิดๆเช่นนี้ให้ศิษย์น้องหวังนะ!! ”
“ การมีร่างกายที่งดงามเช่นเดียวกับข้ามันคือความเชื่อผิดๆได้อย่างไร!? ”
“ มันไม่ผิด…แต่มันไม่ได้งดงามอย่างที่ท่านคิดหรอกนะ!! ”
“ พวกท่านไม่ควรทะเลาะกันนะ…ศิษย์น้อง เจ้าไม่จำเป็นต้องไปสนใจพวกเขาทั้งสองคนหรอก เจ้าสนใจข้าคนเดียวก็พอแล้ว ”
“ ศิษย์พี่ ท่านไม่ควรเล่นกับไฟเช่นนี้หรือเปล่า ”
หวังเฟยหลงยิ้ม ทั้งสามคนเป็นคนที่ค่อนข้างอัธยาศัยดีกับหวังเฟยหลงมากๆ จ้าวลี่จ้งนั้นแม้จะไม่ได้พูดเยอะเท่าหวูจง แต่เขาก็คอยปกป้องหวังเฟยหลงจากความเชื่อของหวูจง ส่วนจ้าวจางลี่ นางจะคอยชงเข้าหาตัว นางทำตัวเหมือนนางจะสนใจในตัวหวังเฟยหลงมากๆ แต่หวังเฟยหลงดูออกว่านางแค่หยอกล้อหวังเฟยหลงเท่านั้น และหวังเฟยหลงก็ไม่ได้คิดอะไรกับนางมากไปกว่าศิษย์พี่ด้วยเช่นกัน
ต้วนหลิงเทียนที่เห็นทั้งสามคนเข้ากับหวังเฟยหลงได้อย่างดีเช่นนี้ก็รู้สึกโล่งใจ เพราะเขาเป็นคนเสนอให้ทั้งสามคนนี้มาด้วยนั่นเอง เดิมทีพวกเขาก็รู้สึกเหมือนกังขาเพราะได้ยินข่าวลือเรื่องหวังเฟยหลงค่อนข้างทำอะไรแปลกๆ และเหมือนจะทำอะไรที่เอาแต่ใจ แต่ตอนนี้เขารู้สึกโล่งใจที่ทุกคนสามารถเข้ากันได้อย่างดี
“ จริงสิ เจ้าคิดจะมาทำอะไรที่หอโอสถ หรือเจ้าจะไปหาซื้อโอสถ? ”
“ ข้าไปขายโอสถขอรับ และซื้อพวกสมุนไพรด้วย!! ”
“ ขาย?? อย่าบอกนะว่าเจ้าหลอมโอสถขึ้นมาเอง?? ”
“ อะไรน่ะ!! เจ้าหลอมโอสถได้?? ”
ทั้งสามคนที่ได้ยินหวังเฟยหลงและต้วนหลิงเทียนคุยกันก็รู้สึกประหลาดใจ ถึงจะมีข่าวลือว่าหวังเฟยหลงสนใจการหลอมโอสถกับการตีเหล็ก แต่จากที่พวกเขาต้องเดินทางไปทำภารกิจกับหวังเฟยหลงด้วยเช่นนี้มันก็น่าจะเป็นแค่ข่าวลือเท่านั้น และที่สำคัญที่ทำให้เขาตกใจคือ หวังเฟยหลงสามารถหลอมโอสถได้ ทั้งๆที่เพิ่งจะมีข่าวเรื่องความสนใจของหวังเฟยหลง
“ ขอรับ ข้าหลอมโอสถขึ้นมาเอง ข้าเคยฝึกฝนก่อนจะเข้าสถาบัน แต่ข้าจะขายโอสถที่ไม่ได้ใช้เพื่อนำไปซื้อสมุนไพรเพื่อเอามาฝึกฝนหลอมโอสถน่ะขอรับ!! ”
“ เจ้าจะเป็นนักหลอมโอสถหรือ? ”
“ แน่นอนว่าไม่ขอรับ ข้าแค่ฝึกฝนในยามที่ข้าว่างจากการบ่มเพาะเท่านั้น ”
“ เอาเถอะ!! ขอแค่เจ้าไม่ลืมว่าเจ้าคือศิษย์สืบทอดของผู้นำก็พอ พวกข้าพร้อมที่จะสนับสนุนเจ้าเต็มที่อยู่แล้ว ”
“ ขอรับ พวกท่านไม่ต้องห่วงเลย ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ไม่มีตัวเลือกอื่นสำหรับข้า ”
หวังเฟยหลงพูดด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น ทั้งสี่คนมองไปที่สายตาของหวังเฟยหลงก็เห็นสายตาที่แน่วแน่ พวกเขาก็ได้รู้ทันทีว่าหวังเฟยหลงมีเหตุผลที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น และหวังเฟยหลงจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วแน่นอน พวกเขาพยักหน้า หวูจงเดินไปตบไหล่ของหวังเฟยหลง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ เจ้าไม่ต้องห่วง พวกข้าจะปกป้องเจ้าจนกว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน ”
“ ขอบคุณพวกท่านขอรับ พวกเราไปกันเถอะ!! ”
พวกเขาทั้งห้าคนไปถึงหอโอสถ หวังเฟยหลงไปขายโอสถก่อนเป็นอันดับแรก การขายโอสถของหวังเฟยหลงก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กับทั้งสี่คนอีกครั้ง เพราะหวังเฟยหลงขายโอสถขั้นกลางทั้งหลายที่เขาหลอมและคราฟขึ้นมา พวกเขาทั้งสี่คนมองไปที่หวังเฟยหลง พวกเขารู้สึกสับสน ไม่เข้าใจว่าหวังเฟยหลงมีโอสถขั้นกลางได้เยอะขนาดนี้ได้อย่างไร ถ้าลู่หยางหามาให้หวังเฟยหลง หวังเฟยหลงก็ไม่น่าจะเอามาขาย หรือหวังเฟยหลงจะซื้อมาหรือได้รับมาก็ไม่น่าจะขายเพราะมันเป็นโอสถที่อย่างไรก็ต้องได้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นโอสถฟื้นฟู โอสถรักษา และโอสถชนิดอื่นๆอีก ตอนนี้เองพวกเขาก็นึกถึงคำพูดของหวังเฟยหลงที่เขาบอกว่าเขามาขายโอสถที่เขาหลอมขึ้นมาแต่ไม่ได้ใช้ แต่พวกเขาก็ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาคิดเช่นกัน
ต้องเข้าใจก่อนว่าที่สถาบันหรือเมืองฮวาก็ตาม การหาโอสถขั้นกลางนั้นเป็นเรื่องยากอย่างมาก แม้แต่สมาคมพ่อค้าทมิฬจะมีขายแต่มันก็มีราคาที่ค่อนข้างสูง มันจึงมีค่ามาก พวกเขาไม่เข้าใจว่าหวังเฟยหลงเอาพวกมันมาขายทำไม หวังเฟยหลงยังขายไปหลายสิบเม็ดและมันยังเป็นโอสถหลายประเภทด้วย พวกเขาค่อยๆถามหวังเฟยหลงด้วยสีหน้าซับซ้อน
“ หวังเฟยหลง!!...เจ้า มีโอสถขั้นกลางหลายสิบเม็ดเชียวหรือ?? ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะร่ำรวยเช่นนี้ ”
“ หวังเฟยหลง อย่าบอกนะว่าข่าวลือนั่น…และเจ้า…!? ”
ก่อนที่พวกเขาจะพูดอะไรออกไปอีก หวังเฟยหลงได้ยิ้มและยกนิ้วขึ้นมาจุ๊ที่ปากของเขาเป็นการบอกว่าไม่ต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้ การกระทำนี้มันเป็นการยอมรับว่าความคิดของพวกเขานั้นถูกต้อง พวกเขาอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโตด้วยความไม่อยากเชื่อ พวกเขาเข้าใจได้ว่าเหตุใดหวังเฟยหลงถึงไม่อยากให้พวกเขาพูดอะไร เพราะเขาไม่ต้องการให้คนอื่นๆรู้ว่าหวังเฟยหลงมีความสามารถอะไรบ้าง โดยเฉพาะนอกจากจะมีความแข็งแกร่งแล้วยังสามารถหลอมโอสถได้อีก หากศัตรูของหวังเฟยหลงรู้ พวกเขาคงทำทุกวิธีเพื่อที่จะสังหารหวังเฟยหลงให้ได้ พวกเขากระซิบกันเบาๆ
“ ใครจะไปคิดกันละว่าพวกเราจะได้ศิษย์น้องที่ถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะเช่นนี้!! ”
“ สมแล้วที่เป็นบุรุษที่ข้าหมายปอง!! ”
“ เจ้าคิดหรือว่าศิษย์น้องจะสนใจเจ้า ข้ากลับรู้สึกว่าเขาไม่ได้สนใจเจ้าเลย ”
“ เรื่องนี้เกรงว่าแม้แต่ผู้นำก็ไม่รู้ พวกเจ้าต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับให้ดี ไม่เช่นนั้นจะไม่ใช่แค่หวังเฟยหลง แม้แต่พวกเราที่ร่วมเดินทางไปกับเขาก็คงจะไม่สามารถรับมือกับอันตรายที่จะเข้ามาได้!! ”
“ ขอรับศิษย์พี่ ท่านไม่ต้องห่วง พวกข้ารู้ว่าควรทำอะไร!! ”
“ แต่ข้ารู้สึกเสียดายโอสถขั้นกลางพวกนี้จัง…หรือพวกเราจะซื้อต่อจากศิษย์น้องดี!! ”
“ เจ้าอยากทำให้หวังเฟยหลงลำบากใจหรือ?? ”
“ ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว ”
ต้วนหลิงเทียนที่ได้รู้ความลับของหวังเฟยหลงเพิ่มก็ได้เข้าใจสถานการณ์ทันที ตอนนี้เขารู้สึกว่า ทั้งลู่หยางและชิงเหมานั้นประเมินความสามารถของหวังเฟยหลงต่ำไป ถ้าหวังเฟยหลงมีความสามารถเช่นนี้ เขาก็คิดว่าหวังเฟยหลงคงจะสามารถไปถึงระดับกลั่นปราณระยะต้นภายในหนึ่งปี ต่อให้ไม่ถึงก็ได้คงจะใกล้เคียงแน่นอน
‘ พายุใกล้จะพัดผ่านสถาบันและเมืองฮวาแล้วสินะ!!...ชักจะตื่นเต้นแล้วสิ อยากจะเห็นจริงๆว่าพายุลูกนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง!! ’
ขณะที่ทั้งสี่คนกำลังพูดคุยและกระซิบกันอยู่นั้น หวังเฟยหลงก็กำลังแลกเปลี่ยนโอสถขั้นกลางที่เขาหลอมเป็นแต้ม ผู้อาวุโสที่รับการแลกเปลี่ยนสีหน้าเปลี่ยนเป็นตกใจ และประหลาดใจ จากนั้นเขาก็สังเกตโอสถที่หวังเฟยหลงนำมาแลกเปลี่ยน เขาก็พบว่ามันคือโอสถขั้นกลางจริงๆ เขานึกถึงข่าวลือจากนั้นเขาก็ถามหวังเฟยหลงด้วยความสงสัย!?
“ เจ้าหลอมขึ้นมาเองหรือ?? ”
“ ข้าซื้อมาจากข้างนอกตอนไปทำภารกิจขอรับ!! ”
“ อืม!! มันคือโอสถขั้นกลางจริงๆ ”
เมื่อได้ยินคำตอบของหวังเฟยหลง เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา เขาคิดว่าข่าวลือที่หวังเฟยหลงสนใจการหลอมโอสถและสามารถหลอมโอสถขั้นกลางได้เสียอีก เขารู้สึกโชคดีที่หวังเฟยหลงไม่ได้หลอมโอสถขั้นกลางออกมา หวังเฟยหลงที่เห็นท่าทางโล่งใจของผู้อาวุโสเขาก็ยิ้มขึ้นมา ผู้อาวุโสถามหวังเฟยหลงต่อด้วยท่าทีสบายๆ
“ เจ้าซื้อมาแล้วเหตุใดถึงคิดจะขายละ!! ”
“ ข้าต้องการสมุนไพรเพื่อฝึกฝนการหลอมโอสถขอรับ!! ”
“ อ่า!! ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าต้องแลกเปลี่ยนเป็นสมุนไพรสินะ!? ”
“ ขอรับ!! ”