รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าดังครืด ๆ
ครั้งนี้จูหยวนจางได้ัักับคำว่าสั่นะเือย่างแท้จริง ความรู้สึกตอนที่นั่งบนรถม้าของจ้าวสิง ก่อนหน้านี้ที่ไม่มีความรู้สึกใด ๆ เลย ไม่ใช่เพียงเพราะถนนในอำเภอเฟิ่งหยางเรียบพอ
แต่เป็เพราะความสามารถในการลดแรงกระแทกของรถม้าคันนั้น แข็งแกร่งเกินไปต่างหาก
รถค่อย ๆ วิ่งออกนอกเขตตัวเมืองเข้าสู่เขตชานเมือง
ชานเมืองทางทิศตะวันตกเป็สถาบันวิจัย ส่วนชานเมืองทางทิศตะวันออกคือเขตอุตสาหกรรมที่จ้าวสิงวางผังไว้
โรงงานหลายแห่งถูกสร้างขึ้นที่นี่
"ดูพวกเ้าแล้วก็น่าจะมีความรู้กันอยู่บ้าง ท่าทางแต่ละคนไม่น่าจะทำงานหนักอย่างแบกหามไหว เช่นนั้นก็ไปอยู่ที่โรงงานผลิตกระดาษเถอะ"
"โรงงานผลิตกระดาษ?!" เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของหลิวป๋อเวินก็เป็ประกายขึ้นมาทันที
"กระดาษในอำเภอเฟิ่งหยางราคาถูกถึงเพียงนี้ หรือว่าจะเป็ผลผลิตจากโรงงานผลิตกระดาษกัน?"
"แน่นอน ผลผลิตทางนั้นเดือนนี้เพิ่มขึ้นอีกสามส่วน แถมยังวิจัยผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ได้อีก กระดาษรุ่นแรกก่อนหน้านี้ตอนนี้จึงราคาถูกมาก"
เ้าหน้าที่ศาลาว่าการสองสามคน คุมตัวจูหยวนจางและหลิวป๋อเวิน พร้อมกับชวนคุยไปตลอดทาง
"หากไม่ใช่เพราะตอนนี้ได้เป็ เ้าหน้าที่ศาลาว่าการ ซึ่งเป็งานที่มั่นคง มีรายได้แน่นอนไม่ว่าฟ้าจะแล้งหรือน้ำจะท่วม ข้าล่ะอยากจะเข้าโรงงานจริง ๆ ได้ยินว่าคนงานพวกนี้ไม่เพียงแต่มีที่พักและอาหารให้เปล่า แต่เงินที่ได้รับทุกเดือนก็ไม่น้อยด้วย"
"ตอนนี้คนที่อยู่โรงงานผลิตกระดาษ เมื่อ่ก่อนบอกว่าเดือนหนึ่งได้ถึงแปดตำลึงเงิน ซึ่งนี่เป็เพียงรายได้ขั้นต่ำเท่านั้น หากผลการปฏิบัติงานดี ก็ยังมีเงินพิเศษอีก"
ทั้งสองคนพูดด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอิจฉา
เดิมทีจูหยวนจางรู้สึกแปลกใจ เพราะอย่างไรเสีย เ้าหน้าที่ศาลาว่าการ ก็เป็ตำแหน่งที่ชาวบ้านธรรมดาต่างแย่งชิงกันอยากจะเป็ แต่ตอนนี้ พวกเขากลับไปอิจฉาคนงาน?
เมื่อได้ยินว่ามีเงินอย่างน้อยแปดตำลึงต่อเดือน แถมยังมีที่พักและอาหารให้ จูหยวนจางก็ตกตะลึงทันที
"เหล่าหลิว พวกเราเองก็เคยเป็ลูกจ้างรายวัน ทำไมถึงไม่รู้ว่าสวัสดิการลูกจ้างมันดีได้ขนาดนี้?"
เขาพึมพำเบา ๆ "หากตอนนั้นมีสวัสดิการเช่นนี้ พวกเราจะเสี่ยงเอาหัวไปวางบนเขียงก่อฏทำไม"
หลิวป๋อเวินเองก็ตกตะลึงจนตาค้าง "นายท่าน เื่นี้ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน เป็เื่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย"
"แต่ว่าการกินวันละมื้อ เบียดเสียดกันหลายสิบคนในห้องแคบ ๆ ห้องเดียว ก็นับว่ามีที่พักและอาหารให้เหมือนกัน"
จูหยวนจางรู้สึกเสมอว่าข้าราชการกังฉินอย่างจ้าวสิง คงไม่ยอมให้คนงานเ่าั้กินดีอยู่ดีจริง ๆ หรอก เ้าเด็กนั่นทั้งเ้าเล่ห์และกะล่อน เื่นี้หากไม่ได้เห็นกับตาคงไม่เชื่อเด็ดขาด
ในที่สุดรถก็หยุดลงที่หน้าประตูโรงงาน
"โอ้ ผู้าุโเฉิน พวกท่านมาอีกแล้วหรือ? รีบเข้าไปดื่มน้ำชาสักถ้วยสิ" ชายชราที่เฝ้าประตูโรงงานทักทาย เ้าหน้าที่ศาลาว่าการทั้งสองคนด้วยความร่าเริง
"ท่านปู่ ท่านอายุมากแล้ว เรียกข้าว่าเสี่ยวเฉินก็พอขอรับ!" เ้าหน้าที่เฉินะโบอก
"อะไรนะ? เ้าว่าอะไรนะ? เ้าบอกว่าใครอายุมาก?" ชายชราคนนั้นยันไม้เท้าแล้วลุกขึ้นยืนด้วยความไม่พอใจ
เ้าหน้าที่ศาลาว่าการอีกคนรีบเอามือปิดปากหัวเราะ "ท่านปู่พูดอะไรเราก็แค่ตอบรับไปเถอะ มิเช่นนั้นหากท่านล้มลงตรงหน้าเ้า เ้าจะไม่มีที่ให้ไปร้องเรียนเลย"
เสี่ยวเฉิน... ไม่สิ ผู้าุโเฉิน รีบระวังตัวทันที "เปล่าขอรับ เปล่า ๆ ท่านปู่ ข้าหมายถึงข้านี่แหละที่อายุมากแล้ว รอให้พวกเราส่งสองคนนี้เข้าไปก่อน แล้วค่อยมาคุยกันนะขอรับ"
ชายชราเหลือบมองจูหยวนจางและหลิวป๋อเวิน จากนั้นก็รีบเอามือปิดตาตัวเอง "ไอ้หยา พ่อคุณทูนหัวของข้า ยังถูกมัดไว้อยู่เลย เล่นอะไรตื่นเต้นกลางวันแสก ๆ แบบนี้ คนหนุ่มสมัยนี้ช่างรู้จักหาความสำราญจริง ๆ "
จูหยวนจางและหลิวป๋อเวินหันมองหน้ากัน คนหนึ่งถูกเชือกมัดจนตัวงอเหมือนกระดองเต่า
อีกคน...
ก็พอ ๆ กัน...
แต่นี่ไม่ใช่ฝีมือของเฮยจื่อและคุนจื่อหรอกหรือ?
จูหยวนจางและหลิวป๋อเวินเพิ่งจะเดินเข้าไป ก็ได้ยินเสียงร้องขอชีวิตด้วยความเ็ปดังขึ้นเป็ระยะ "หัวหน้า หัวหน้าโรงงาน! ข้าผิดไปแล้ว ข้ารู้ตัวว่าผิดแล้ว ข้าจะไม่แอบเอากระดาษในโรงงานออกไปขายอีกแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตข้าสักครั้งเถอะขอรับ"
"เ้าลองบอกมาซิ นี่เป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว?"
"ข้าแอบขายกระดาษเป็ครั้งแรกจริง ๆ นะขอรับ!" ชายคนนั้นทำหน้าตาอ้อนวอน ดูน่าสงสารเป็พิเศษ
"ไอ้บ้าเอ๊ย ก่อนหน้านี้ที่ขโมยกล่องข้าว ขโมยสบู่ของโรงงาน ไม่นับใช่ไหม?" หัวหน้าโรงงาน มองชายคนนั้นแล้วด่าทออย่างดุเดือด
"ใครก็ได้ ลากตัวมันออกไป โทษปะาด้วยปืนใหญ่!"
เมื่อได้ยินคำสองคำนี้ ใบหน้าของชายคนนั้นก็ซีดเผือดทันที และร้องขอชีวิตเสียงดัง "อย่าเลย! ข้ารู้ตัวว่าผิดแล้ว หัวหน้าโรงงาน ได้โปรดไว้ชีวิตข้าครั้งนี้เถอะ! ข้าจะไม่กล้าทำอีกแล้วจริง ๆ !"
"หึหึ ข้าให้โอกาสเ้ามาสองครั้งแล้ว ครั้งที่สามที่ทำผิด ก็จงยอมรับบทลงโทษแต่โดยดีเถอะ"
จากกระท่อมไม้เล็ก ๆ ด้านหลังหัวหน้าโรงงาน มีชายสองคนเดินออกมา พวกเขาเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงขายาว ทั้งสองคนมีกล้ามเนื้อเป็มัด ๆ ดูแข็งแกร่งและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของบุรุษ
สีหน้าของชายที่อยู่บนพื้นยิ่งดูย่ำแย่ถึงขีดสุด แทบอยากจะสลบไปตรงนั้น เขาถูกชายสองคนหิ้วปีกซ้ายขวา ลากเข้าไปในกระท่อมไม้
ชายคนนั้นใจนร้องไห้น้ำมูกไหล ขาทั้งสองข้างถีบพื้นดิ้นรน เมื่อประตูไม้ปิดลงสนิท ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าสยดสยองก็ดังขึ้น
จูหยวนจางและหลิวป๋อเวินเห็นแล้ว ร่างกายสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว และรู้สึกเจ็บก้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งสองคนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
"ดูท่า โทษปะาด้วยปืนใหญ่ จะเป็บทลงโทษที่หนักที่สุดในอำเภอเฟิ่งหยางแล้ว"
"ก็ไม่แน่ บางคนก็ชอบมาก" เ้าหน้าที่ศาลาว่าการที่อยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น ขณะพูด สีหน้าของเขาก็ดูซับซ้อนยิ่งนัก
อีกคนก็เสริมว่า "สำหรับบางคน สิ่งนี้คือการลงโทษ แต่สำหรับบางคนคือรางวัล"
ในตอนนั้นเอง มีชายคนหนึ่งท่าทางตุ้งติ้ง เดินบิดสะโพกนิ้วชี้จีบแบบดอกกล้วยไม้เดินเข้ามา แล้วร้อง "อุ๊ย" พร้อมกับล้มลงบนพื้น
เขาพูดกับหัวหน้าโรงงานว่า "หัวหน้าโรงงาน วันนี้ข้าทำผิด ข้าเผลอทำชั้นวางของพัง โปรดลงโทษข้าด้วยเถิดขอรับ"
เขามองไปยังกระท่อมไม้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ถึงขั้นส่งสายตาหยาดเยิ้มให้ชายกำยำข้างกาย จนอีกฝ่ายใถอยหลังหนี
"ไป ๆ ๆ นี่เพิ่งวันที่ห้าของเดือน เ้าทำผิดมาสิบกว่าครั้งแล้ว ข้าไม่มีแรงมาคอยรับมือเ้าหรอก"
หัวหน้าโรงงานขมวดคิ้ว "สวัสดิการพนักงาน ของเ้าในเดือนนี้ได้รับเกินจำนวนแล้ว ไว้เดือนหน้าค่อยมาใหม่เถอะ"
ชายคนนั้นมีสีหน้าผิดหวังทันที และอ้อนวอนหัวหน้าโรงงานว่า "ท่านดูสิ ให้ข้ารับโทษแทนคนงานคนนั้นได้หรือไม่?"
"ไสหัวไป ถ้ายังไม่ไป ข้าจะไล่เ้าออกจากที่นี่ ไม่ต้องทำงานที่นี่อีกต่อไป!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายที่จีบนิ้วดอกกล้วยไม้ก็รีบลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
"หัวหน้า สองคนนี้ข้ามอบให้พวกท่านแล้ว นายอำเภอจ้าวสั่งไว้ว่า พวกเขาต้องได้รับการดัดสันดานให้ดี เมื่อไหร่ที่รู้ตัวว่าผิด เมื่อนั้นค่อยปล่อยตัว"
หัวหน้าพยักหน้าซ้ำ ๆ แล้วถามเ้าหน้าที่ศาลาว่าการว่า "ท่านหมายถึงให้ โทษปะาด้วยปืนใหญ่หรือ?"
หัวใจของจูหยวนจางและหลิวป๋อเวินกระตุกขึ้นมาทันที "ไม่ใช่ ไม่ใช่! ให้ปฏิบัติเหมือนลูกจ้างรายวันทั่วไป คนอื่นทำอะไร พวกเขาก็ทำอย่างนั้น ไม่ต้องมีสิทธิพิเศษ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งสองคนจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก "พวกเราขอตัวลาไปก่อน"
หัวหน้ารับตัวคนทั้งสอง แล้วเดินมาหยุดตรงหน้าพวกเขาแล้วกล่าวว่า
"เอาล่ะ ตามข้ามา ข้าจะพาพวกเ้าไปดูว่าโรงงานผลิตกระดาษเป็อย่างไร และอธิบายกฎระเบียบให้ฟัง"