สตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า

    บทที่ 48 นางเหลือเวลาไม่มากแล้ว

    ขบวนรถม้าของเหวินเจาเหยียนและหยางลี่เจินเคลื่อนตัวไปบนถนนสายเปลี่ยว ท่ามกลางความเงียบสงบของป่า เสียงนกที่ร้องประสานกับเสียงล้อรถบดพื้นดินทำให้บรรยากาศดูสงบ


    แต่ทันใดนั้น เสียงหวีดของธนูพุ่งแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับเสียงขององครักษ์ที่ร้องเตือน “ซุ่มโจมตี!”


    นักฆ่าชุดดำกลุ่มหนึ่งโผล่ออกมาจากทั้งสองข้างทาง พร้อมธนูและดาบในมือ พวกมันบุกเข้าขบวนอย่างไม่ลังเล องครักษ์ของเหวินเจาเหยียนตั้งแนวป้องกันทันที เสียงดาบกระทบกันดังสนั่น


    ในรถม้า หยางลี่เจินที่นั่งอยู่เผลออุทานออกมา เธอขยับไปชิดผนังรถม้าด้วยความตกใจ เสียงการต่อสู้ที่ดุเดือดทำให้เธอรู้ว่าครั้งนี้ไม่ใช่แค่โจรธรรมดา


    “อย่าออกมาจากรถม้า!” เสียงของเหวินเจาเหยียนดังขึ้นจากด้านนอก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด


    หยางลี่เจินพยายามทำตาม แต่เสียงธนูและเสียงดาบที่ดังขึ้นทำให้เธออดไม่ได้ที่จะมองออกไป เธอเห็นเหวินเจาเหยียนกำลังต่อสู้กับนักฆ่าหลายคนด้วยท่าทางดุดัน แต่ทันใดนั้นเอง เธอก็เหลือบเห็นนักฆ่าคนหนึ่งที่แอบซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ ยกธนูขึ้นเล็งไปที่เขา ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ท่าน.. ระวัง!”


    เธอตะโกนสุดเสียง แต่สายเกินไป ธนูถูกยิงออกมาแล้วโดยมุ่งตรงไปที่เหวินเจาเหยียน


    หยางลี่เจินไม่คิดอะไรอีก เธอกระโจนลงจากรถม้า วิ่งตรงไปหาเหวินเจาเหยียนและบังเขาไว้ด้วยตัวเอง ธนูปักเข้าที่แผ่นหลังของเธอเต็มแรง


    “ลี่เจิน!” เหวินเจาเหยียนตะโกนลั่น เขารีบคว้าตัวเธอที่กำลังทรุดลงมากอดไว้


    เสียงของเขาดังจนทำให้นักฆ่าชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่พวกมันจะเริ่มล่าถอยเมื่อเห็นว่ากำลังคนไม่เพียงพอ องครักษ์รีบไล่ตามไปจนพวกมันหายลับไปในป่า


    เหวินเจาเหยียนวางตัวหยางลี่เจินลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง เขาพลิกเธอให้นอนตะแคงเพื่อดูบาดแผล ธนูปักอยู่ที่แผ่นหลังของเธอ ลึกจนเกือบมิดด้าม


    “ทำไมเจ้าถึงโง่แบบนี้!” เขาตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล หยางลี่เจินหายใจแผ่ว ใบหน้าซีดเซียว แต่เธอยังคงยิ้มบางๆ “ข้า… ข้าไม่อยากเห็นท่านเป็นอะไร…”


    เขาส่ายหน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะเรียกองครักษ์ “รีบหาที่พัก! นางต้องการการรักษาเดี๋ยวนี้!”


    องครักษ์พยักหน้าก่อนจะรีบจัดการหาที่พักชั่วคราวในป่า


    เหวินเจาเหยียนจับลูกธนูอย่างระมัดระวัง เขาใช้มีดสั้นตัดด้ามธนูออก แต่ทันทีที่เลือดเริ่มซึมออกมา เขาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ


    “พิษ…” เขาพึมพำ สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้น


    “นายท่าน พิษชนิดนี้เป็นของหายาก พวกเรายังไม่มียาถอนในตอนนี้” องครักษ์คนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก


    เหวินเจาเหยียนกัดฟันแน่น เขากุมมือนางแน่นพลางพูดเสียงเบา “ลี่เจิน เจ้าต้องไม่เป็นอะไร เจ้าต้องทนไว้…”


    หยางลี่เจินพยายามยิ้มให้เขาอีกครั้ง แต่เปลือกตาของเธอกลับหนักขึ้นเรื่อยๆ “ข้า… ข้าขอโทษ…” เธอสลบไปในอ้อมแขนของเขา


    เหวินเจาเหยียนก้มมองเธอที่หมดสติ หัวใจของเขาราวกับถูกบีบแน่น เขาหันไปสั่งองครักษ์ทันที “หาทางออกจากป่านี้ให้เร็วที่สุด! ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องจากข้าไป!”


    น้ำเสียงที่เย็นชาของเขาแฝงไปด้วยความโกรธ ความเจ็บปวด และความหวาดกลัว ในใจของเขารู้ดีว่าครั้งนี้จะไม่ยอมปล่อยให้ศัตรูที่กล้าลอบทำร้ายพวกเขาหลุดรอดไปได้…


    เสียงล้อรถม้าดังก้องไปตามเส้นทางคดเคี้ยวในป่า องครักษ์ที่เหลือช่วยกันเคลื่อนขบวนอย่างเร่งรีบ เพื่อหาที่พักรักษานางเอกที่ยังคงสลบอยู่ในอ้อมแขนของเหวินเจาเหยียน สีหน้าของเขาเคร่งเครียด ราวกับคนที่กำลังสู้กับความสิ้นหวัง


    “รีบหน่อย!” เขาตะโกนสั่ง “หาหมอที่เก่งที่สุดให้เจอภายในวันนี้ ข้าไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้นกับนางเด็ดขาด”


    องครักษ์รีบเร่งอย่างสุดกำลัง จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า


    ในกระท่อมของหมอชรา เหวินเจาเหยียนวางตัวหยางลี่เจินลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง หมอชราตรวจดูบาดแผลด้วยความละเอียด ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น


    “ท่านหมอ นางจะรอดหรือไม่?” เหวินเจาเหยียนถาม น้ำเสียงของเขาเย็นชาแต่แฝงความกดดัน


    หมอชราส่ายหน้าเบาๆ “ธนูนั้นเคลือบพิษที่หายากและอันตราย หากไม่มียาถอนพิษโดยเฉพาะ นางอาจไม่รอดถึงพรุ่งนี้”


    คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเหวินเจาเหยียน เขาจับมือนางแน่น พลางมองใบหน้าที่ซีดเซียวราวกับไร้ชีวิต “บอกข้ามาว่ายาถอนพิษอยู่ที่ไหน ข้าจะไปเอามาเอง”


    หมอชรานิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “พิษชนิดนี้เป็นพิษที่นักฆ่ามืออาชีพมักใช้ มันถูกพัฒนาขึ้นจากกลุ่มพ่อค้าที่อยู่ในเมืองฉางหนิงเอง ยาถอนพิษอาจมีเพียงในคลังของพวกเขาเท่านั้น”


    “เมืองฉางหนิง…” เหวินเจาเหยียนกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าศัตรูของเขาอยู่ที่นั่น และพวกมันคงตั้งใจใช้โอกาสนี้เพื่อเล่นงานเขา


    “ข้าจะไปที่นั่นเอง” เขากล่าวหนักแน่น ก่อนจะหันไปสั่งองครักษ์ “ดูแลนางให้ดี อย่าให้เกิดอะไรขึ้นกับนาง ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายนางอีก”


    หมอชราพยักหน้า “แต่รีบไปเถิด พิษจะลามเข้าสู่หัวใจภายในเวลาไม่นาน”


    เหวินเจาเหยียนก้มมองหยางลี่เจินอีกครั้ง ก่อนจะกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของนาง “เจ้าต้องรอข้า ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรไป”


    เขาก้าวออกจากกระท่อมด้วยความมุ่งมั่น สั่งการให้เตรียมม้าและกำลังคนเพื่อเร่งเดินทางไปยังเมืองฉางหนิงโดยเร็วที่สุด เวลานี้เขาไม่สนใจว่าจะต้องแลกด้วยอะไร ขอเพียงได้ยาถอนพิษกลับมาเพื่อช่วยชีวิตนางเท่านั้น


    ระหว่างทางไปยังเมืองฉางหนิง ความโกรธและความกังวลของเหวินเจาเหยียนเดือดพล่านอยู่ในใจ เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการค้า แต่มันคือเกมการเมืองที่ศัตรูต้องการกำจัดเขาให้พ้นทาง และครั้งนี้ พวกมันใช้สิ่งที่เขาหวงแหนที่สุดมาเป็นเครื่องมือ…


    เหวินเจาเหยียนนำขบวนม้าออกเดินทางไปยังเมืองฉางหนิงด้วยความรวดเร็ว ภายใต้ความกดดันของเวลา เส้นทางที่คดเคี้ยวและเต็มไปด้วยอุปสรรคไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของเขาลดน้อยลง แต่ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนเสียงนาฬิกาที่ย้ำเตือนถึงชีวิตของหยางลี่เจินที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย


    “เราต้องถึงเมืองฉางหนิงภายในค่ำนี้” เขาสั่งองครักษ์เสียงเข้ม


    “แต่นายท่าน ทางข้างหน้าเป็นหุบเขาและค่อนข้างอันตราย” องครักษ์คนหนึ่งทักขึ้น


    “อันตรายกว่าธนูพิษที่นางได้รับหรือ?” เหวินเจาเหยียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการช่วยชีวิตนาง”


    องครักษ์นิ่งเงียบ ก่อนจะเร่งนำขบวนต่อไป เมื่อมาถึงปากทางเข้าสู่เมืองฉางหนิง ฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบสงัด แต่ในใจของเหวินเจาเหยียนกลับรู้สึกเหมือนมีเงาแห่งอันตรายแฝงตัวอยู่


    ขณะที่พวกเขาเข้าใกล้ตัวเมือง กลุ่มคนแต่งกายมิดชิดปรากฏตัวขึ้นขวางทาง พวกมันดูไม่ต่างจากนักฆ่าที่โจมตีขบวนก่อนหน้า “พวกมันอีกแล้ว” องครักษ์พูดเบาๆ พลางชักดาบออกมา เหวินเจาเหยียนหยุดม้าของเขา ดวงตาคมกริบมองไปยังศัตรูที่ยืนประจันหน้า


    “เจ้าคิดหรือว่า จะหยุดข้าได้?” เสียงของเขาเย็นเยือก


    หัวหน้ากลุ่มนักฆ่าก้าวออกมาข้างหน้า พลางพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “เจ้ามันโง่พอที่จะมาติดกับของเรา เจ้าคิดหรือว่าจะผ่านที่นี่ไปง่ายๆ?”


    “ข้าจะพูดครั้งเดียว” เหวินเจาเหยียนเอ่ยเสียงหนักแน่น “หลีกทาง ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าจะไม่ได้เห็นแสงตะวันอีก”


    หัวหน้านักฆ่าหัวเราะลั่น “ข้ารอวันนี้มานาน! จับตัวมันไว้!”


    ทันใดนั้น การต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้น กลุ่มองครักษ์ของเหวินเจาเหยียนต่อสู้กับนักฆ่าด้วยความดุเดือด แต่ศัตรูมีจำนวนมากกว่าหลายเท่า


    เหวินเจาเหยียนต่อสู้กับหัวหน้ากลุ่มนักฆ่า ดาบของเขาเฉียบขาดและแม่นยำ เขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ มีเพียงความโกรธที่ซ่อนอยู่ในแววตา


    “เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้เจ้าเอาชีวิตนางไปได้ง่ายๆ หรือ?” เขากล่าวขณะฟาดดาบลงจนอีกฝ่ายล้มลง


    “ข้าจะกลับไปพร้อมกับยาถอนพิษ และเจ้าจะไม่มีวันหยุดข้าได้”


    หลังการต่อสู้จบลง ศัตรูส่วนใหญ่ล่าถอย เหลือเพียงร่างของหัวหน้ากลุ่มที่นอนแน่นิ่ง เหวินเจาเหยียนเช็ดเลือดบนดาบก่อนจะหันไปสั่งองครักษ์


    “รีบเก็บกวาดที่นี่ และเตรียมตัวเดินทางต่อ ข้าเสียเวลาไปมากพอแล้ว” องครักษ์พยักหน้า รีบดำเนินการทันที


    เหวินเจาเหยียนก้าวขึ้นม้าด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด แม้ศัตรูจะล่าถอยไป แต่เวลาที่เหลืออยู่สำหรับหยางลี่เจินก็ลดน้อยลงทุกที เขากัดฟันแน่น ก่อนจะเร่งม้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองฉางหนิงโดยไม่หันกลับมาอีก…


    หลังจากเหวินเจาเหยียนออกเดินทางเพื่อตามหาสมุนไพร ร่างของหยางลี่เจินที่อ่อนแรงอยู่แล้วก็ยิ่งทรุดลงไปทุกที แม้หมอชราจะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่พิษร้ายที่ยังหลงเหลือในตัวเธอก็เริ่มแสดงผลชัดเจน


    หยางลี่เจินนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอซีดเซียว ลมหายใจแผ่วเบา แต่ดวงตาของเธอกลับจับจ้องไปยังประตูห้องตลอดเวลา เธอภาวนาให้เหวินเจาเหยียนกลับมาโดยเร็ว


    “ท่าน… จะต้องปลอดภัย” เธอพึมพำเสียงแผ่ว น้ำตาเอ่อขึ้นในดวงตา


    บ่าวสาวที่อยู่ข้างเตียงได้แต่เช็ดน้ำตาเงียบๆ ไม่มีใครกล้าพูดอะไร บรรยากาศในจวนเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง


    หยางลี่เจินหลับตาลงช้าๆ ในหัวของเธอเต็มไปด้วยความคิดถึงเหวินเจาเหยียน ชายผู้ที่แม้จะเย็นชา แต่กลับมอบความอบอุ่นให้เธอในแบบที่เธอไม่เคยได้รับ


    “ข้าอยากบอกท่าน… ว่าข้ารักท่าน…” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ แต่ไม่มีใครได้ยินคำพูดเหล่านั้น


    ในขณะที่เหวินเจาเหยียนกำลังเร่งเดินทางเพื่อหาสมุนไพร เส้นทางที่ขรุขระและเต็มไปด้วยอันตรายไม่ได้ทำให้เขาหยุดชะงักแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีเพียงภาพใบหน้าของหยางลี่เจินที่นอนทรมานบนเตียง


    “ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าจากข้าไป เจ้าได้ยินไหม?” เขาพึมพำกับตัวเอง ขณะที่เร่งม้าไปข้างหน้า


    ทุกครั้งที่หยุดพัก เขาจะจ้องมองสมุนไพรในมือขององครักษ์เพื่อย้ำเตือนตัวเองว่านี่คือความหวังเดียวที่เขามี “นายท่าน เราใกล้ถึงจวนแล้ว” องครักษ์รายงานด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ


    เหวินเจาเหยียนพยักหน้า แต่ในใจกลับร้อนรนยิ่งกว่าเดิม เขาไม่รู้ว่านางจะยังรอเขาอยู่หรือไม่


    ที่จวน ในคืนที่เงียบสงัด หยางลี่เจินลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง น้ำตาไหลออกมาจากหางตาโดยที่เธอไม่รู้ตัว


    “ท่าน… ท่านจะกลับมาใช่ไหม?” เธอพึมพำเบาๆ


    คล้ายกับเรื่องสตรีดื้อรั้นผู้นี้ เป็นภรรยาของข้า ที่คุณอ่าน