ความกังวลกัดกินใจของอี้หานเฟิงมาตลอดทั้งวันเขาครุ่นคิดหาวิธีปกป้องฮวาเสี่ยวซีจากภัยคุกคามที่มองไม่เห็นกระทั่งความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา... พิธีล้างอาถรรพ์ปลอม
เขาหารือเรื่องนี้กับฮ่องเต้และจิ้นอ๋องซึ่งทั้งสองต่างก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ด้วยอำนาจของราชสำนักจึงมีการประกาศจัดพิธี "ล้างอาถรรพ์หมูหัน"ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กลางเมืองหลวงโดยอ้างว่าเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่มองไม่เห็นที่เกิดจากเหตุการณ์หมูหันอาถรรพ์ก่อนหน้านี้แต่แท้จริงแล้วคือการแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ของ ฮวาเสี่ยวซี และยืนยันว่าเรื่องราวอาถรรพ์เหล่านั้นเป็นเพียงข่าวลือที่เลื่อนลอย
ในวันจัดพิธีอันศักดิ์สิทธิ์พระอาจารย์และนักพรตชื่อดังถูกเชิญมาเพื่อ "ทำพิธี"กับหมูหันตัวใหม่ที่ปรุงโดยฮวาเสี่ยวซีต่อหน้าสาธารณชนทุกขั้นตอนถูกจัดฉากขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อแสดงให้เห็นว่าหมูหันนั้นเป็นเพียงอาหารธรรมดา ไม่มีอาถรรพ์ใดๆ และจะเชิญผู้แทนราษฎรจากทั่วทุกสารทิศมาลิ้มลองด้วยเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของนางและตอกย้ำความไม่มีอยู่จริงของอาถรรพ์
ทว่าเบื้องหลังฉากหน้าอันศักดิ์สิทธิ์นี้ฮวาเสี่ยวซีกลับมีแผนการบางอย่างที่เหนือความคาดหมายนางกระซิบสั่งการบางอย่างกับพี่รอง ฮวาเหลียน อย่างเป็นความลับ พี่ชายนางได้รับคำสั่งด้วยความงุนงงแต่ก็เชื่อมั่นในตัวน้องสาวการที่นางมาจากยุคสองพันทำให้ฮวาเสี่ยวซีมีความรู้ที่ก้าวล้ำเกินกว่าผู้คนในยุคนี้จะจินตนาการได้นางตั้งใจที่จะสร้าง "ปาฏิหาริย์" เล็กๆ น้อยๆ ขึ้นในพิธีเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือและลบล้างข่าวลือให้หมดไปจากใจของผู้คนอย่างสิ้นเชิง
ฮวาเสี่ยวซีทรงดำเนินพระองค์ขึ้นประรำพิธีฉลองพระองค์สีแดงปักทองสะท้อนแสงอาทิตย์ พระพักตร์สง่างามดุจเทพธิดาเสด็จลงมาท่ามกลางเสียงประโคมดนตรีราชสำนัก
พระนางตรัสด้วยสุรเสียงกังวาน
"ข้า ฮวาเสี่ยวซี ธิดาตระกูลฮวา อัครชายาแห่งจิ้นอ๋องและชินอ๋อง!"
บรรยากาศในลานพิธีช่างเงียบสงัดราวกับไม่มีลมหายใจทุกสายตาจับจ้องไปที่ฮวาเสี่ยวซีผู้ยืนเด่นกลางประรำพิธีนางเว้นจังหวะอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะเอ่ยคำสารภาพที่ทำให้ผู้ฟังใจหายใจคว่ำ...
"ไปยังเมืองชายแดน..."นางเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงไพเราะ แต่ก็จริงจัง "และปลอมตัวเป็นพลทหารตัวเล็กๆคนหนึ่ง..."
เสียงฮือฮาเบาๆ
"เพียงเพื่อจะได้ใกล้ชิดกับบิดาและพี่ชายมากขึ้น..."นางก้มหน้าลงเล็กน้อย "แต่แล้ว...อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น"
บรรยากาศเริ่มตึงเครียด...
"ข้าถูกยิงด้วยลูกธนู!"นางจับอกตัวเองอย่างน่าประทับใจ "แล้วก็...ตกลงไปในแม่น้ำ!"
เสียงกรี๊ดจากผู้ฟัง
ฮวาเจิ้นบิดาของนางถึงกับทรุดตัวลง"ลูกสาว!" ร้องไห้เสียงหลง
"เมื่อตื่นขึ้น..."นางทำท่าครุ่นคิด "ข้าจำอะไรไม่ได้เลย! แม้แต่ชื่อตัวเอง!"
เสียงสะอึกสะอื้นจากตระกูลฮวา
ฮวาเจิ้นถึงกับเอามือทุบหน้าอกตนเองด้วยเจ็บปวดใจ
"ซีเออร์ของพ่อ...พ่อทำให้เจ้าต้องลำบากข้าเป็นพ่อที่ไม่เอาไหนจริงๆ!"
ฮวาเหลียนเป็นคนใจร้อนกว่าใครเพื่อนตอนนี้ถึงกับสะอึกสะอื้น "น้องสาวของพี่...อือ ๆ ๆ ๆ ๆ"
ฮวาไท่กงผู้เฒ่าถึงกับน้ำตาคลอเบ้า"หลานปู่...หลานปู่ของข้า!"
ดราม่ามาเป็นขบวนใหญ่ชนิดที่ว่าน้ำตาท่วมจอบรรยากาศภายในพิธีที่เคยตึงเครียดเพราะเรื่องอาถรรพ์ตอนนี้กลับกลายเป็นความซาบซึ้งและปนเปความอลหม่านเล็กๆ น้อยๆชนิดที่ว่าผู้ชมอย่างเราๆ ได้แต่กลั้นขำแทบไม่ไหว
ขณะที่ครอบครัวฮวากำลังอยู่ในช่วง"บ่อน้ำตาแตก"
"แต่แล้ว..."นางยิ้มหวานมองไปทางอี้หานเฟิง "ชายผู้กล้าหาญคนหนึ่งก็มาช่วยข้าไว้"
อี้หานเฟิงทำหน้าแดงก่ำขณะที่ฝูงชนส่งเสียง "อู้หูว์!"
"และเราก็..."นางกระพริบตาเร็วๆ "กลายเป็นสามีภรรยากันในที่สุด!"
เสียงโห่ร้องตื่นเต้น
"แล้วก็มี..."นางทำท่าเขินอาย "ลูกชายตัวน้อยหนึ่งคน!"
เสียงกรี๊ดลั่นลานพิธี
ทันใดนั้นเองนางก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้า "แต่แล้ว...ข้าก็ถูกโจรลักพาตัว!"
เสียงฮือฮาตื่นตระหนก
"อุบัติเหตุอีกครั้ง..."นางลูบศีรษะตัวเอง "ความจำก็หายไปอีก!"
เสียงร้องไห้จากผู้ฟัง
"จนกระทั่ง..."นางชี้ไปที่อี้เฟยหลง "ได้มาช่วยชีวิตท่านจิ้นอ๋อง..."
เสียงโห่ร้องตื่นเต้น
"และกลายเป็นภรรยาของท่าน..." นางส่งสายตาอ่อนหวานไปยังจิ้นอ๋องทว่า...
แป๊ะ!
หมูหันในมือนางดันหลุดลอยไปติดหน้าขันทีที่กำลังซึ้งกับคำสารภาพรักของพระชายาจิ้นอ๋อง!
"อ้าว...ผิดคน!" นางยิ้มเจื่อนๆ
เสียงฮือฮา
จิ้นอ๋องหน้าแดงก่ำชินอ๋องขำกลิ้ง ฮ่องเต้ทรงพระสรวล
"สามีสองคน...แต่ตัวข้ามีคนเดียว! เอาไงดีล่ะ?" ยิ้มเจื่อน
เสียงกรี๊ดลั่นลาน
"แต่แล้วสองวันก่อน..."นางกางแขนออก "ความจำทั้งหมดก็กลับมา!"
เสียงฮือฮา
"ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่า..."นางทำท่าสับสน "ข้ามีสามีสองคน! และลูกชายหนึ่งคน!"
เสียงโหยหวนจากผู้ชม
"แล้วข้าจะทำอย่างไร?" นางถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"จะทิ้งใครดี?"
ทันใดนั้นเอง...
เสียงตะโกนจากฝูงชนก็ดังขึ้น:"ไม่ต้องทิ้งใครเลย!"
"ใช่แล้ว!เก็บทั้งสองคนไปเลย!" เสียงหญิงสาวคนหนึ่งตะโกน
"สามีสองคนน้อยไปมั้ย? ควรมีอีก!"เสียงชายคนหนึ่งล้อเล่น
เสียงหัวเราะก้องลานพิธี
ฮวาเสี่ยวซียิ้มอย่างมีชั้นเชิงแล้วก็นิ่งเงียบ... ก่อนจะพูดสรุปอย่างน่าประทับใจ
"ดังนั้น...ข้าจึงขอประกาศว่า..."
ทุกคนกลั้นหายใจรอฟัง...
"ตั้งแต่นี้ไป!"นางกล่าวเสียงดังฟังชัด "ข้าจะเปิดร้านหมูหันเป็นสองสามสาขา!"
เสียงฮือฮาเมื่อกี้ยังเป็นเรื่องเล่าอยู่เลย ตอนนี้นางเปลี่ยนเป็นเปิดร้านหมูหันแล้วหรือ?
ฮวาเสี่ยวซีตอบด้วยแววตาเป็นประกาย
"จะเล่าเรื่องเศร้าไปทำไม? เปิดร้านหมูหันหารายได้เลี้ยงสามีสองคน...สนุกกว่าเยอะ!"
เสียงฮือฮาดังกึกก้อง
อี้หานเฟิงหน้าแดง "นี่...นางใช้เราทำโฆษณาร้านโดยไม่คิดจะจ่ายเงิน นะ!"
อี้เฟยหลงหัวเราะแห้ง "แถมยังให้เป็น "นักแสดงผู้ทรงเกียรติ""
อี้หานเฟิงหันมาทำตาขวางใส่หลานชายอี้เฟยหลงพูดต่อ
"...อีกอย่างนั้นร้านของลูกชายของท่านนะ"
นางยังกล่าวต่อไปเหมือนกับวางแผนมาอย่างดี
"สาขาหนึ่งดูแลโดยจิ้นอ๋อง!"นางชี้ไปที่อี้เฟยหลง
"อีกสาขาดูแลโดยชินอ๋อง!"ชี้ไปที่อี้หานเฟิง
"และลูกชายข้าจะเป็นผู้จัดการทั้งสองสาขา!"
เสียงปรบมือดังกึกก้อง
ฮ่องเต้ที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ถึงกับทรงพระสรวล"ฮ่าๆ! ข้าจะไปกินทุกวันเลย!"ก่อนที่จะหยุดหัวเราะทำสีหน้าไม่พอใจในเวลามา
เสียงหัวเราะลานกว้างหน้าพระราชวัง
และนี่คือจุดเริ่มต้นของตำนาน..."ร้านหมูหันสองสามี" ที่โด่งดังไปทั่วแผ่นดิน!
ลูกชายของนางกลายเป็นเด็กที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองเพราะได้ค่าคอมมิชชั่นจากทั้งสองสาขา!
นางยังได้กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้อีกว่า"การปรุงอาหารคือศิลปะการแบ่งปันคือคุณธรรม"
ฮวาเสี่ยวซีก็เริ่มลงมีดเงินเฉือนเนื้อหมูหันชิ้นแรกออกแสงสว่างสีทองนวลประหลาดก็ เรืองรองออกมาจากตัวนาง ราวกับมีรัศมีแห่งเทพธิดาแผ่ซ่านบ่าวรับใช้บางคนถึงกับอุทานออกมาเสียงหลง "พระแม่กวนอิมมาโปรดแล้ว!"เหล่าพระอาจารย์และนักพรตที่ยืนอยู่รอบข้างต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงยิ่งนางเฉือนเนื้อหมูหัน แสงก็ยิ่งสว่างจ้าขึ้น จนดูราวกับนางกำลังปรุงอาหารทิพย์จากสวรรค์
"บัดนี้ ข้าขอเชิญทุกท่านลิ้มลองหมูหันแห่งความบริสุทธิ์นี้"ฮวาเสี่ยวซีกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กังวานไปทั่วลานพิธี
เบื้องหลังปาฏิหาริย์อันศักดิ์สิทธิ์นี้ฮวาเสี่ยวซีใช้ความรู้จากโลกยุค 2000 ผสมผสาน "ยาบางอย่าง" ที่นางสร้างสรรค์ขึ้นอย่างลับๆลงไปในหมูหัน โดยอาศัยสมุนไพรและส่วนผสมที่สามารถกระตุ้นการทำงานของ ฮอร์โมน ในร่างกายมนุษย์ได้อย่างรวดเร็วเมื่อชิ้นส่วนของหมูหันถูกแจกจ่ายออกไปผู้คนที่ได้รับก็เริ่มรับประทานด้วยความลังเลปนความหวาดกลัว แต่เพียงไม่กี่อึดใจปาฏิหาริย์ก็บังเกิด!
บุรุษร่างกำยำคนหนึ่งที่เคยยกก้อนหินเล็กๆได้อย่างยากลำบาก พลันรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนในกาย เขาทดลอง ยกก้อนหินขนาดมหึมาที่เคยเคลื่อนย้ายไม่ได้ขึ้นมาได้อย่างสบายๆท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้คน! แรงกายของเขามีมากกว่าเดิมหลายเท่า
หญิงสาวหน้าตาซูบซีดที่เคยป่วยออดแอดพลันรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวา ผิวพรรณของนางกลับมาขาวผ่อง เปล่งปลั่งขึ้นทันตา ใบหน้าอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัดจนสามีที่มองอยู่ข้างๆ ถึงกับตะลึงพรึงเพริดด้วยความปรารถนาอันรุนแรง "เมียข้า... เมียข้า!" ชายผู้นั้นแทบอยากจะอุ้มภรรยากลับบ้านไปป๊าบๆเสียเดี๋ยวนั้น
ไม่เพียงเท่านั้นบางคนที่เคยวิ่งช้า ก็ วิ่งได้เร็วเป็นสิบลี้ในเวลาไม่กี่นาที ด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่เคยมีมาก่อนบางคนที่เคยมีฝีมือการต่อสู้ธรรมดา ก็กลับ เคลื่อนไหวได้รวดเร็วและแข็งแกร่งราวกับจอมยุทธ์การออกอาวุธเฉียบคม พลังพุ่งพล่าน
พระอาจารย์ผู้เป็นประธานในพิธีที่ได้ชิมเนื้อหมูหันเช่นกันถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความอัศจรรย์ใจ แม้จะเป็นการผิดศีลที่ต้องลิ้มรสเนื้อสัตว์แต่พลังที่ได้รับนั้นทำให้เขาต้องหลับตาลงซึมซับ "นี่คืออาหารทิพย์แท้จริง!พลังนี้จะช่วยให้บุรุษผู้แข็งแกร่งทั้งสามของแคว้นต้าเหลียง ทรงพลานุภาพยิ่งขึ้น!เป็นเสาหลักให้กับแคว้นไปได้อีกยาวไกล!" คำกล่าวของพระอาจารย์ดังก้องไปทั่วราวกับคำพยากรณ์จากสวรรค์
เสียงโห่ร้องสรรเสริญดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวงข่าวลือเรื่องอาถรรพ์หมูหันถูกกลบฝังภายใต้ปาฏิหาริย์อันยิ่งใหญ่ที่ฮวาเสี่ยวซีสร้างขึ้นทุกคนต่างเชื่อว่านางคือสตรีผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับพรจากสวรรค์และหมูหันของนางคืออาหารแห่งความสุขและพลัง
อี้หานเฟิงอี้เฟยหลง และ ฮ่องเต้อี้จงเหวิน ที่ยืนมองอยู่ห่างๆต่างก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนในกายของตนเองเช่นกันแววตาของพวกเขาจับจ้องไปที่ฮวาเสี่ยวซีด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ผสมผสานกันทั้งความตกตะลึง ความภาคภูมิใจ และความปรารถนาที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมเพราะพวกเขาเองก็ได้รับรู้ถึง ผลลัพธ์ของ "ยา" ที่ฮวาเสี่ยวซีผสมลงไป เช่นกัน
ท่ามกลางความอลหม่านจากฤทธิ์ของหมูหันและเสียงหัวเราะคิกคักของฮวาเสี่ยวซีพระอาจารย์ ผู้เป็นประธานในพิธีก็ใช้จังหวะนี้เองก้าวออกมาด้านหน้าพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความปลงตกและอาจจะความอิ่มหนำจากหมูหันที่แอบชิมไปหลายชิ้น
"ประชาชนทั้งหลาย!" เสียงของพระอาจารย์กังวานไปทั่ว "บัดนี้พวกท่านคงได้เห็นด้วยตาของตนเองแล้ว! เห็นถึงพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของ หมูหันแห่งสิริมงคลที่ปรุงโดยพระชายาจิ้น อ๋องและชินอ๋อง! "
พระอาจารย์ผายมือไปยังเหล่าผู้คนที่กำลังแสดงอาการประหลาดๆทั่วลานพิธี ไม่ว่าจะเป็นชายผอมแห้งที่กำลังแบกก้อนหินวิ่งไปมาหรือหญิงสาวที่ผิวพรรณผ่องใสจนสามีแทบจะลากกลับบ้าน
"นี่คือหลักฐานอันประจักษ์!"พระอาจารย์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ"มิใช่เพียงแค่พละกำลังอันน่าอัศจรรย์ใจที่บังเกิดกับพวกท่านเท่านั้น!"ท่านผายมือไปยังประรำพิธีที่ ฮ่องเต้ ยังคงประทับอยู่ด้วยพระพักตร์เรียบเฉยแต่แอบเกร็งเล็กน้อย และบุรุษทั้งสองที่ยังคงมองฮวาเสี่ยวซีอย่างอึ้งๆ
"นี่เห็นหรือไม่ว่าหมูหันของพระชายาจิ้นอ๋องชินอ๋อง ทำให้ พระวรกายของฝ่าบาทแข็งแรง!ที่พระองค์เสด็จไปเสวยหมูหันหรืออาหารอื่นอีกก็เพื่อพระวรกายให้แข็งแรงเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้กับแคว้นต้าเหลียง!"
คำกล่าวของพระอาจารย์ดุจดั่งน้ำทิพย์ชโลมใจให้กับฮ่องเต้ที่เกือบจะเสียศูนย์ไปเมื่อครู่พระองค์เชิดพระพักตร์ขึ้นเล็กน้อยแสร้งทำเป็นพยักพระพักตร์อย่างเห็นด้วยกับคำอธิบายอันชาญฉลาดของพระอาจารย์
สิ้นเสียงของพระอาจารย์บรรดาประชาชนที่ยังคงเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจในพลังของหมูหันและความซาบซึ้งในเรื่องราวความรักของพระชายา ต่างพากัน ก้มกราบคำนับพระชายาจิ้นอ๋องชินอ๋องอย่างพร้อมเพรียง เสียงแซ่ซ้อง "พระชายาทรงพระเจริญ!"ดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวง
ฮวาเสี่ยวซีมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลายนางยิ้มอย่างอ่อนโยน น้อมรับคำนับจากประชาชนภาพของนางในสายตาของชาวเมืองบัดนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์จากสตรีผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกาลกิณี สู่ "เจ้าแม่แห่งปาฏิหาริย์" และ "สัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์"
อี้หานเฟิงและอี้เฟยหลงต่างมองฮวาเสี่ยวซีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและชื่นชมพวกเขาไม่เคยคาดคิดว่านางจะสามารถพลิกสถานการณ์ที่คับขันให้กลายเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ได้อย่างเหลือเชื่อถึงเพียงนี้