ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๑๑๘ เข้าถ้ำมังกรเทวะ (re-edition)

            สถานการณ์วุ่นวายอยู่แล้วยิ่งสับสนวุ่นวายเข้าไปอีก เนื่องเพราะบุรุษทั้งสามมาด้วยเรื่องราวในดวงใจของพวกมัน

            หนึ่งคือ ฤทธา .. องค์ชายผู้สูงศักดิ์ .. สหายอันเป็นที่รักของอุทัย

            อีกหนึ่งคือ นาธา .. บุรุษหน้าหยก .. ผู้เป็นที่หมายปองของสตรีทั่วทั้งแผ่นดิน

            และอีกหนึ่งก็คือ อวิ๋นเหลย แห่งขุนเขาเมฆาวรุณ .. ยอดยุทธ์ฝีมือเลิศภพ ผู้ที่พร้อมทุ่มเททุกสิ่งเพื่อหญิงอันเป็นที่รัก

            นาธาผู้มีวาทศิลป์เป็นเลิศกล่าวกับวาวาว่า “แม่นางน้อยผู้เป็นดวงใจ รอนานหรือไม่” .. อุทัยรับฟังแทบขย้อนผลชีวันร้อยราตรีออกมาจากกระเพาะอาหาร

            องค์ชายฤทธาหาสนใจนาธาไม่ มันกล่าวว่า “วาวาของข้า ท่านมาอยู่ที่นี่เอง”

            อวิ๋ยเหลยที่ปกติเงียบขรึม กล่าวขึ้นบ้างว่า “แม่นางวาวา เหตุใดจึงหนีหน้ามิยอมหยุด”

            นาธากล่าวตำหนิ “ก็เพราะท่าน .. ที่มารบกวน .. เลิกตอแยกับแม่นางน้อยซ่ะ”

            องค์ชายฤทธาฉุนกึก กล่าวว่า “ฮึ .. พวกเจ้านั่นแหละ เลิกวุ่นวายกับคู่หมั้นของข้าเสียที ..”

            นาธาทำหน้าหล่อ กล่าวว่า “ท่านนั่นแหละ ที่นางไม่ต้องการพบหน้า .. ส่วนกับข้า .. อิ อิ”

            อวิ๋ยเหลยกล่าว “นี่ ยังมิรู้ตัวอีก ว่าแม่นางวาวารำคาญพวกท่าน”

            นาธาจ้องมองอวิ๋นเหลย แล้วกล่าวเย้ย “ชิ .. มิได้ดูสารรูปตัวเอง .. อย่างเจ้านี้หนา จะมาเปรียบเทียบกับบุรุษรูปโฉมเช่นข้า ..”

            อวิ๋ยเหลยมีโทสะกล่าวขึ้นว่า “รูปร่างอ้อนแอ้นดังอิสตรีเช่นนี้ เพียงกระบวนท่าเดียวก็คว่ำเจ้าได้แล้ว” .. แล้วจึงปล่อยปราณวายุหมุนวนรอบกาย ก่อเกิดเป็นพายุทรงพลังส่งเสียงดังหวีดหวิว

            .. เช้งงงง ! นาธาชักกระบี่ออกจากฝักชี้ไปยังอวิ๋นเหลย ทั่วร่างแผ่พลังปราณอันลึกล้ำ ปากตะโกนว่า “เช่นนั้นก็เข้ามา”

            องค์ชายฤทธาร้องกล่าว “โอ้ยยย .. พวกเจ้าช่างดื้อด้าน ปล่อยเราทั้งสองไปได้หรือไม่”

            วาวาเบือนหน้าหนีด้วยแววตาเบื่อหน่าย .. มณีจันทร์ลอบมองอย่างอิจฉา .. อุษารู้สึกปวดหัวตุ๊บตุ๊บนำนิ้วมือขึ้นมานวดขมับ

            ส่วนอุทัยหน้าตาเลิกลักเหลียวหน้าแลหลังค้นหานักพรตสัมผัสฟ้า .. นี่ตาเฒ่ามันหายหัวไปที่ใดแล้ว

            องค์ชายฤทธากล่าวต่อ “เวลาอันน้อยนิด แทนที่ข้าและวาวาจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง แต่พวกเจ้ากลับมารบกวนไม่จบไม่สิ้น”

            แล้วจึงล้วงหยิบผลึกมาตราออกมา “.. ถึงเวลาต้องกลับกันแล้ว”

            ฮือออ .. วาจาขององค์ชายฤทธาทำนาธาและอวิ๋นเหลยต้องยั้งมือไว้

            ทุกคนในสถานที่ยกเว้นอุทัยต่างหยิบผลึกมนตราของตนออกมาดู .. ผลึกมาตราที่ใช้เดินทางกลับส่องแสงสีส้มอ่อนๆ กะพริบวิบวับ

            มณีจันทร์กล่าว “หมดเวลาแข่งขันแล้วหรือนี่ ..”

            นาธาลดทอนพลังลง จ้องมองวาวาแล้วกล่าวว่า “ว้าาา .. ต้องกลับเสียแล้ว ข้ายังมิได้กล่าวความในใจแก่แม่นางน้อยเลย”

            อวิ๋ยเหลยกล่าวขัดจังหวะอีก “แหว่ะ .. มั่นหน้ามากเลยหนา หากนางต้องการรับฟัง คงไม่ต้องหนีมาไกลถึงเพียงนี้”

            องค์ชายฤทธากล่าวกับวาวา “กลับไปข้าจะประกาศไปให้ทั่วแผ่นดิน .. ว่าท่านคือสตรีของข้า งานมงคลของเราจะจัดขึ้นโดยเร็วที่สุด”

            เฮ้อออ .. วาวาทอดถอนใจ จ้องมองผลึกมาตราในฝ่ามือ

            การแข่งขันเก็บพลังสัตว์เทวะในดินแดนสุขาวดีกำลังจะสิ้นสุด เพียงชั่วครู่ผลึกมนตราทุกแท่งก็เปล่งแสงเจิดจ้า แสงสีส้มนั้นปรกคลุมร่างของทุกคนไว้

            อุทัยหันมาอุทานว่า “เอ่ยยย นี่จะไปกันแล้วเหรอ ..”

            อวิ๋นเหลยกล่าวกับวาวา “แม่นางวาวา ข้า ..”

            ว๊าบบบบ .. กล่าวไม่ทันจบร่างของอวิ๋ยเหลยหายไปเป็นลำดับแรก

            ชิ .. นาธากล่าวเยาะ “ยังมิเจียมตัวอีก ..”

            ว๊าบบบบ .. ว๊าบบบบ .. นาธาและมณีจันทร์หายเป็นลำดับถัดไป

            อุทัยเดินเข้าไปหาอุษาและวาวา กล่าวว่า “ท่านทั้งสองต้องจดจำวาจาข้าไว้ อาจเกิดเหตุการณ์ร้ายที่ไม่คาดคิด”

            วาวาไม่เห็นผลึกมนตราของอุทัย นางกล่าวว่า “นี่ท่าน!”

            อุษากล่าว “แล้วผลึกมนตร์ของเจ้า”

            อุทัยกล่าว “ผลึกมนตร์ของข้าถูกบุคคลผู้หนึ่งทำลายเสียแล้ว”

            อุษาหวนคิดถึงคำเตือนก่อนหน้า กล่าวว่า “จะมีผู้แพร่พิษในงานเลี้ยงฉลอง จริงหรือ”

            อุทัยกล่าว “สิ่งที่ข้าคาดการเป็นเช่นนั้น” สีหน้าของมันจริงจังกล่าวต่อ “สิ่งนั้นคือ .. พิษชำระจิตอาถรรพ์”

            อุษารับฟังจนนิ่งเงียบ ส่วนวาวาจิตใจว้าวุ่น กล่าวขึ้นว่า “กลับไปพร้อมกัน กลับไปพร้อมพวกเรา ..”

            อุทัยกล่าว “มิได้หรอก ผลึกมาตรานี้ถูกผูกไว้กับบุคคล ข้าไม่สามารถใช้พลังจากผลึกของท่านเดินทางกลับไปด้วยได้”

            อุษารีบกล่าว "ลองดูก่อน ส่งมือเจ้ามา"

            อุทัยขยับกายส่งมือขวาให้ ส่วนมือซ้ายยื่นไปเกาะกุมมือของวาวา

            วาวา ! นางใจหายวาบ ความสับสนในจิตใจก่อเกิด .. นี่นางเป็นอันใดไปแล้ว

            ในแสงสีส้ม .. องค์ชายฤทธาจ้องมองอุทัยและวาวาตาเขม็ง .. ร่างของมันหายไปกับแสงมนตรานั้น .. ว๊าบบบบ ..

            ดูเหมือนคำกล่าวของรัชชะจะเป็นจริง แสงสว่างจากผลึกมนตราเพียงปรกคลุมร่างอุษาและวาวาไว้

            “ข้าจะหาทางติดตามไป ..” อุทัยกล่าว

            “รีบหาหนทาง .. ติดตามกลับมา ..” อุษากล่าวอย่างบางเบา

            “ถือเป็นสัญญา ท่านต้องตามมา .. ต้องตามกลับมา ..” วาวากล่าวด้วยดวงจิตเลื่อนลอย

            “ข้าสัญญา .. รักษาตัวด้วย” อุทัยกล่าวกับสตรีทั้งสอง

            สัมผัสอันลึกซึ้งส่งผ่านฝ่ามือ ลมปราณอิ่มอุ่นแผ่ซ่านไปยังทั้งสาม อุทัยรู้สึกถึงห้วงอกที่ว่างเปล่าราวถูกพลังบางอย่างคว้านเอาออกไป

            .. ว๊าบบบบ .. ว๊าบบบบ .. แสงสีส้มเจิดจ้าแล้วหายวับไปพร้อมร่างของอุษาและวาวา

            สายลมหวีดหวิวพัดผ่านใบหน้าของอุทัย ความรู้สึกหอมอุ่นยังอยู่ในฝ่ามือ ตอนนี้คงเหลือมันเพียงผู้เดียว .. เหล่ายอดยุทธ์ต่างเดินทางผ่านมิติกลับไปยังที่ที่พวกมันจากมาแล้ว ..

            .. สมองของอุทัยว่างเปล่า ยืนแน่นิ่งเหม่อลอย

            .. อุทัยต้องตื่นจากภวังค์ ด้วยเสียงที่มาพร้อมพลังวัตรอันกล้าแกร่ง

            ฮา ฮา ฮา .. ยังดีที่เจ้าเด็กรัชชะทำลายผลึกมนตร์ของเจ้าเสีย .. เจ้าแมลงโสโครก

            อุทัย !!! .. บัดซบเอ๊ย นี่ตาเฒ่ามันยังอยู่อีก

            ไม่ต้องรอให้เจ้าของเสียงมาถึง อุทัยก็ดีดกายพุ่งหนีในทันใด มันร้องท้าทาย “ตาเฒ่า .. ตามให้ทันหนา .. ฮา”

            นักพรตสัมผัสฟ้าปรากฏเป็นจุดเล็กๆ อยู่ห่างไปเกือบห้าเส้น มันดีดกายผ่านยอดไม้ “คราวนี้เสร็จข้าแน่ ..”

            อุทัยเร่งเร้าท่าร่างมายาอสูรอย่างสุดกำลังพุ่งกลับไปยังป่าชีวันร้อยราตรี ปากยังร่ำร้อง “เหมมม .. เก่งแต่รังแกผู้เยาว์ .. พอเห็นคนเยอะหน่อย มุดหัวหลบหางเชียวหนา .. ฮา”

            ชิ .. นักพรตสัมผัสฟ้าสบถ มันร้องกล่าว “ปากเก่งนักนะ .. วิ่งหนีหางจุกตูดเชียว .. แน่จริงก็หยุดรอผู้เฒ่าหน่อยเป็นไร”

            ฮา ฮา .. อุทัยหัวเราะกลับ ปากตะโกนว่า “หยุดรอให้โง่เหรอ .. ตาเฒ่าหัวปูด สงสัยสมองท่านได้รับความกระทบกระเทือนแล้ว .. ฮา”

            นักพรตสัมผัสฟ้านำมือกุมกบาล มันถูกเยาะเย้ยจนหน้าแดง “หน่อยยย .. เจ้าเด็กโสโครก ข้าจะสังหารเจ้าเสีย”

            ท่าร่างของอุทัยรวดเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด .. เฒ่าสัมผัสฟ้ายิ่งกวดตาม ยิ่งถูกทิ้งห่าง .. อุทัยเย้ยว่า “หากจะสังหารข้า ต้องสับตีนสุนัขของท่านให้เร็วกว่านี้หน่อย .. ฮา”

            “บังอาจ!” นักพรตสัมผัสฟ้าเกิดโทสะอย่างรุนแรง .. มันตัดสินใจใช้วิชาท่าร่างขั้นสุดยอดของมัน

            .. ภูตฟ้าย่นวิถี !

            นักพรตสัมผัสฟ้าถูกห่อหุ้มด้วยพลังปราณวิบวับ .. ร่างของมันหายวาบแล้วไปปรากฏอีกจุดหนึ่งราวปาฏิหาริย์

            .. ว๊าบบบ .. ว๊าบบบ .. ว๊าบบบ .. นักพรตสัมผัสฟ้าใช้วิชาย่นระยะทางอย่างต่อเนื่อง แต่ละครั้งกระชั้นระยะห่างไปกว่าหนึ่งเส้น

            “ว๊ากกกก .. อะไรกันนี่ ..” อุทัยอุทาน เร่งเร้าท่าร่างให้รวดเร็วเพิ่มขึ้นอีก

            นักพรตสัมผัสฟ้ากัดฟันกรอด .. วิชาพิสดารเช่นนี้ไม่สามารถใช้ออกได้อย่างต่อเนื่อง เพียงใช้ติดต่อสี่ห้าครั้งก็สิ้นเปลืองพลังไปหลายส่วน มันจำต้องสะสมพลังใหม่จึงจะใช้ได้อีก

            .. แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้อุทัยไม่สามารถสลัดหลุดจากการไล่ล่าครั้งนี้ได้

            อุทัยบรรลุถึงชายป่าชีวันร้อยราตรีอีกครั้ง สายตาของมันสอดส่ายเห็นเจ้าเวรุงกะนอนอยู่จึงกระโจนลงไป

            จ๊ากกกก ! .. อยู่ๆ อุทัยก็โผล่เข้ามา ทำเจ้าเวรุงกะร้องอย่างตกใจ

            “เจี๊ยกกก .. นายท่าน ไปที่ใดมา .. สาวๆ ของท่านไม่คงอยู่แล้ว” เจ้าเวรุงกะร้องบอก .. ท้องของมันขยายใหญ่ รับประทานผลไม้วิเศษจนอิ่มแปล้

            “เจ้ามังกรน้อยเล่า มันอยู่ที่ใด” อุทัยรีบกล่าวถาม

            “มันอยู่โน่น” เจ้าเวรุงกะชี้นิ้วไปยังแสงสีชมพูรำไรในแนวป่าด้านใน

            อุทัยไม่รอช้ากระโดดพรวดเข้าไปดูในทันใด .. สิ่งที่มันพบเห็นทำมันกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ .. ก๊ากกกกก

            เจ้ามังกรน้อยตัวกลมดังลูกหนัง ทั่วร่างเปล่งประกายสีชมพูสดใส มันนอนสงบนิ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้

            เจ้าเวรุงกะเดินอุ้ยอ้ายติดตามมา กล่าวว่า “มันกลายเป็นลูกกลมๆ ไปแล้ว”

            อุทัยถามด้วยความอยากรู้ “มันกินผลไม้นั่น ไปมากน้อยเท่าใด”

            เจ้าเวรุงกะทำท่าครุ่นคิดกล่าวว่า “สองร้อยลูกเห็นจะได้”

            อุทัยอ้าปากค้าง อุทานอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง “สะ .. สะ .. สองร้อยลูก .. เจ้านี่มัน ..”

            เจ้าเวรุงกะกล่าวต่อ “ข้ากับเจ้ามังกรแข่งกันกินผลไม้นั้น .. ผลสุดท้ายเลยเป็นเช่นนี้”

            อ่า .. อุทัยพูดอันใดไม่ออก เจ้ามังกรน้อยช่างตะกละเกินที่มันจินตนาการไว้ แต่ที่มันตระหนกคือพลังที่อัดแน่นอยู่ในร่างมังกรปราณตัวน้อยนี้

            เป็นพลังอันมหาศาลสุดประมาณ คงเป็นอย่างที่มณีจันทร์กล่าวไว้จริงๆ ว่าเจ้ามังกรน้อยคงท้องแตกตายในไม่ช้า

            แต่แล้ว .. เสียงเฒ่าชราดังขึ้น “อยู่นี่เอง เจ้าแมลงโสโครก หมดแรงวิ่งหนีแล้วละสิ .. ฮี ฮี”

            อุทัยเหลียวหน้ากลับไปมอง พบเห็นนักพรตสัมผัสฟ้ายืนหอบอยู่บนยอดไม้ไกลลิบ

            อุทัยกล่าว “มันตามมาทันแล้ว”

            เจ้าเวรุงกะหันมองตาม กล่าวว่า “นี่มัน ตาเฒ่าผู้นั้น” .. มันจดจำนักพรตสัมผัสฟ้าได้

            แต่ร่างกายเจ้ามังกรน้อยยิ่งไม่ปกติ แสงสีชมพูบนร่างของมันค่อยๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

            .. โฮ๊กกกก !!! เสียงร้องของสัตว์ชนิดหนึ่งดังขึ้นอย่างกะทันหัน

            .. โฮ๊กกกกกกก !!! เป็นเสียงร้องอันทรงพลังเกรี้ยวกรากดังกังวานไปทั่วป่าเขา

            .. โฮ๊กกกกกกกกกก !!!!! พลังเสียงที่สามารถพรากวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปราณยุทธ์ให้หลุดลอยได้อย่างง่ายดาย

            อุทัยใจสั่นสะท้าน เสียงดังจากภูเขาสูงทรงกรวยแหลมลูกนั้น

            เจ้าเวรุงกะหน้าทอดสี กล่าวขึ้น “สะ .. สะ .. เสียงนั้น .. เสียงของมังกร .. มะ มังกรแท้จริง ..”

            ฮ่ะ .. อุทัยอุทาน กล่าวถาม “อันใดของเจ้า .. มังกรแท้จริง ..”

            เจ้าเวรุงกะหน้าซีดกล่าวต่อ “ก็มังกรอย่างไร มังกรตัวเป็นๆ”

            อุทัยกล่าว “มังกรตัวเป็นๆ หรือ”

            เจ้าเวรุงกะละล่ำละลักกล่าว “พลังเสียงเช่นนี้ .. อาจ .. อาจเป็น มังกรเทวะ”

            อุทัยถามย้ำ “มังกรตัวเป็นๆ .. มังกรเทวะ .. เจ้ามั่นใจหรือ”

            เจ้าเวรุงกะตั้งสติกล่าว “ข้าเคยติดตามบิดา ได้พบเจอพวกมันครั้งหนึ่ง .. ช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก”

            อ่า .. ไม่ได้การเสียแล้ว สถานที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยของมังกร .. มังกรตัวเป็นๆ มิใช่มังกรปราณดังที่เคยพบเจอ .. และอาจยังเป็นมังกรเทวะอีกด้วย

            อุทัยครุ่นคิด .. เจ้ารัชชะเคยกล่าวว่า มีประตูมิติอยู่ในถ้ำบนภูเขาลูกนั้น .. หรือเป็นอุบายที่จะหลอกให้มันไปหาที่ตายเอง

            ครุ่นคิดก็ส่วนครุ่นคิด .. ตาเฒ่าพรตสัมผัสฟ้าระเบิดพลังใช้วิชาภูตฟ้าย่นวิถีพุ่งกายตามมาแล้ว .. ว๊าบบบ .. ว๊าบบบ .. ว๊าบบบ

            “มอบชีวิตอันโสมมของเจ้ามา” เสียงนักพรตสัมผัสฟ้ากู่ร้อง

            ร่างของนักพรตเฒ่าพุ่งวาบอยู่กลางอากาศ มันนำไม้เท้าออกมาฟาดอย่างสุดแรง .. เปรี้ยงงง !!!

            ก่อเกิดพลังปราณดำอำมหิตพุ่งเป็นสาย ทะลวงแหวกอากาศมาอย่างรุนแรง ทำแผ่นดินขุดพลิกต้นชีวันร้อยราตรีล้มระเนระนาดเป็นทางยาว .. โครม โครมม โครมมม !!!

            จ๊ากกกก ! .. เจ้าเวรุกะร้องด้วยความตระหนก พลังปราณสังหารอันโหดร้ายพุ่งตรงมายังพวกมันแล้ว

            “เอาหว่ะ .. เป็นไงเป็นกัน ..” อุทัยตัดสินใจ .. หนทางกลับไปโอริสามีเพียงหนึ่งเดียว

            แล้วจึงโยนเจ้าเวรุงกะขึ้นกลางหลัง มือข้างหนึ่งอุ้มเจ้ามังกรน้อยไว้ มันทุ่มเทท่าร่างวิ่งตะบึงผ่ากลางดงต้นชีวันร้อยราตรีในทันใด เป้าหมายคือภูเขาสูงปลายแหลมลูกนั้น

            .. เปรี้ยงงง ! .. โครม โครมม โครมมม !!! .. เสียงต้นไม้หักล้มปลิวกระเด็น นักพรตเฒ่าฟาดพลังไล่กวดตามมา

            เพียงชั่วครู่อุทัยก็วิ่งตะบึงมาถึงตีนเขา เมื่อเงยหน้ามองพบเห็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่อย่างเด่นชัด มันไม่ชักช้านำเจ้าเวรุงกะและมังกรน้อยพุ่งเข้าไปในทันใด

            โพรงถ้ำขนาดมหึมาเพียงพอให้ช้างป่าสิบตัววิ่งผ่าน .. ภายในกว้างขวาง .. โถงถ้ำทอดยาวไปด้านใน

            วิ่งเข้ามาได้ระยะหนึ่ง เสียงจากภายนอกก็สงบลง พอหันมองกลับไป พบเห็นเฒ่าพรตสัมผัสฟ้ายืนเป็นเงาดำอยู่ตรงปากทางเข้า

            อุทัยกล่าวกับเจ้าเวรุงกะ “มันไม่ติดตามเข้ามาแฮ่ะ!”

            เจี๊ยกกกก .. เจ้าเวรุงกะ “นั่นสิ ..”

            ฮี ฮี ฮี .. เสียงหัวเราะอันชั่วช้าของเฒ่าพรตสัมผัสฟ้า แล้วจึงดีดกายถอยห่างออกไป

            เจ้าเวรุงกะยิ้มกล่าว “มันไปแล้ว คงกลัวกรงเล็บตีนของข้า .. ก๊ากกก”

            เสียงของตาเฒ่าดังแว่วมา “เจ้าเด็กโสโครก ตายอยู่ในถ้ำนี้แหละ .. ฮี ฮี”

            .. เปรี้ยงงง !!! เสียงกำปนาทดังสนั่นมาจากปากถ้ำ

            .. คลุก คลุกกก .. โครม ! โครม ! โครมมม !!! ก้อนหินใหญ่น้อยตกลงมา

            .. เปรี้ยงงง ! เปรี้ยงงง ! เปรี้ยงงง !!! เสียงดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง

            .. โครม ! โครม ! โครมมม !!! ก้อนหินก้อนดินตกลงมาอีกชุดใหญ่ ปกปิดปากถ้ำเสียจนแสงจากภายนอกไม่สามารถส่องลอดเข้ามาได้อีก

            ฝุ่นผงคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ อุทัยกล่าวว่า “.. ตาเฒ่ามันปิดปากถ้ำเสียแล้ว”

            .. แค๊ก .. แค๊ก .. เจ้าเวรุงกะปัดมือไล่ฝุ่นผง “หวา .. ทำเช่นไรดี”

            แต่อุทัยหากังวลไม่ ที่มันเข้ามาในถ้ำนี้เป็นเพราะคำกล่าวของรัชชะ .. ยังมีประตูมิติอีกบานหนึ่ง จะสามารถนำมันกลับไปยังโอริสาได้

            เจ้ามังกรน้อยที่กลายสภาพเป็นลูกกลมพลันส่งแสงเพิ่มขึ้น แสงสีชมพูอาบย้อมจนโพรงถ้ำสว่างสดใส ..

            พื้นหินที่อุทัยยืนอยู่สั่นไหวราวช้างทั้งโขลงกระทืบใส่ สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งกำลังเคลื่อนไหว .. เสียงร้องอันเกรี้ยวกรากทรงพลังเสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง .. โฮ๊กกกกกกกกกก !!!!