“เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ?” ต้วนเหลยถิงที่เพิ่งทำลายกลไกกับดักจนหมดรีบมาโอบเอวเคอโยวหรานจากทางด้านหลังทันที
เคอโยวหรานส่งภาพแปลนให้เขา “ท่านลองดู กลไกกับดักบนภาพนี้เหมือนกับกลไกกับดักที่ท่านเพิ่งทำลายไปหรือไม่? หากใช่ เช่นนั้นภาพแปลนนี้ก็คือของจริงแล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนเหลยถิงตั้งใจมองรอบหนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “หึ เจ้าไปเอามาจากที่ใด?”
เคอโยวหรานชี้ชั้นวางตำราตรงหน้าแล้วเอ่ยว่า “จากบนชั้นนี้ มันกลิ้งออกมาจากตำราเจ้าค่ะ”
มือข้างหนึ่งของต้วนเหลยถิงโอบเอวเคอโยวหราน ส่วนมืออีกข้างฉวยปลายคางของนางเอาไว้ ฉกชิมริมฝีปากแดงระเรื่อนั้นด้วยความดีใจ หลังจาก ‘สำรวจ’ อยู่เนิ่นนานจึงค่อยก้มลงแตะหน้าผากกับนาง เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า
“เจ้าช่างเป็นลูกรักของสวรรค์จริงๆ แม่ดาวนำโชคตัวน้อยของข้า กระทั่งแผนที่ของห้องลับแห่งนี้ยังถูกเจ้าหาพบเสียแล้ว หึๆ!”
เคอโยวหรานพลันทิ้งใบหน้าลงในอกของต้วนเหลยถิงอย่างไร้ชีวิตชีวา “มิใช่กระมังเจ้าคะ ตามสัญลักษณ์ในแผนที่แผ่นนี้ ทางออกอยู่ตรงห้องที่มีบ่อน้ำพุร้อนกับเตียงนั่น
หรือว่าข้าต้องเดินจนขาน้อยๆ พิการเสียแล้ว อ้อมไปอ้อมมาตั้งไกลยังต้องวกกลับไป โชคชะตาอย่าได้อาภัพถึงเพียงนี้จะได้หรือไม่!”
“หึๆ!” ต้วนเหลยถิงนึกขบขัน เอ่ยปลอบโยนว่า “เก็บข้าวของในห้องนี้ให้หมด สามีจะแบกเจ้าเดินกลับไปเอง ไม่ต้องเคี่ยวกรำขาเรียวเล็กของเจ้าแม้แต่นิด”
เคอโยวหรานพลันดึงลำคอของต้วนเหลยถิงให้โน้มลงมา ตามด้วยจูบลงบนหน้าผากของเขาหนหนึ่ง “ท่านสามีช่างแสนดีจริงๆ!”
กล่าวจบพลันโบกสะบัดมือเล็ก เวลาไม่ถึงชั่วหนึ่งก้านธูป ภายในห้องนี้กลับกลายเป็นว่างเปล่าเสียแล้ว
แม้จะเคยเห็นมาหลายครั้ง ทว่าต้วนเหลยถิงก็ยังคงอดอุทานขึ้นมามิได้ แม่นางน้อยผู้นี้ช่างเก่งกาจเหลือเกิน
ยามนี้ ด้านบนห้องลับมีเสียงดังโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นอีกครั้ง
“หลินโส่วเสียน เจ้าคนต่ำต้อยมิอาจเทียบแม้แต่เดรัจฉาน ข้าขอสาปแช่งให้เจ้าไม่ตายดี” เคอเสี่ยวหรูร้องตะโกนเสียงแหบแห้งด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด
“ส่งเคออี๋เหนียง [1] กลับห้อง อย่าได้ปล่อยให้ทำตัวน่าขายหน้าอยู่ที่นี่” น้ำเสียงน่าเกรงขามของต่งปี้อู่ดังตามมา
“หลานชาย เงินสองร้อยตำลึงของอาเคอ เจ้าจำต้องเก็บเอาไว้ให้ดี อย่าได้ทำหายเป็นอันขาด ถนนหนทางไม่ปลอดภัย หากมีผู้คิดร้ายดักปล้นก็อย่าได้หาว่าอาไม่เตือนเจ้า”
เคอเจิ้งหนานเอ่ยวาจาประชดประชัน
“ขอบพระคุณท่านอาเคอที่ตักเตือนขอรับ เงินชดเชยเหล่านี้ที่ท่านอาเคอมอบให้ ข้าย่อมดูแลเป็นอย่างดี จะไม่ให้ผู้มีใจคิดร้ายปล้นไปได้ ยามนี้ต้องขอตัวลาแล้วขอรับ”
หลินโส่วเสียนกล่าวอย่างสุภาพ
“เจ้ารอง!” ผู้เฒ่าเคอคล้ายเฝ้าหวังและตั้งตารออยู่บ้าง
“หึ! กลับไปทำนาของท่านต่อเถิด แล้วอย่าได้สร้างเรื่องให้ข้าอีก”
เสียงฝีเท้าเน้นหนักของเคอเจิ้งหนานเดินจากไป เหยียบย่ำลงบนพื้นจนเกิดเสียงดัง
ต้วนเหลยถิงก้มลงหยิบตะกร้าลูกหมาป่าบนพื้นและอุ้มเคอโยวหรานขึ้นมา จากนั้นมุ่งหน้ากลับไปยังห้องนั้นตามทิศทางในแผนที่ด้วยฝีเท้าอันว่องไว
หากเขาเดาไม่ผิด ผู้ที่ลักพาตัวเคอโยวหรานก็คือคุณชายน้อยสกุลต่งผู้นี้
ในฐานะบุรุษ เขาย่อมเข้าใจบุรุษด้วยกันเป็นอย่างดี ครั้นต้องยอมจำนนเพราะสตรีผู้หนึ่ง เช่นนั้นจะต้องไปหาสตรีอีกคนเพื่อชดเชยอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่ายามนี้ต่งปี้อู่อาจกำลังมายังห้องลับแห่งนี้ก็เป็นได้
ทว่าเคอโยวหรานกลับเปี่ยมแผนการมากกว่านั้น นางโกยข้าวของตั้งมากมายหนีไป ดังนั้นจึงจำต้องทำลายร่องรอยใช่หรือไม่?
ขณะนางกำลังถูกอุ้ม ยังไม่ลืมที่จะหยิบน้ำมันเมล็ดผักชีออกมาจากมิติวิเศษ จัดการเทราดลงพื้นไปตลอดทาง
เส้นเลือดดำบนหน้าผากของต้วนเหลยถิงถึงกับเต้นตุบ แม่นางน้อยผู้นี้ช่างสิ้นเปลืองเกินไปแล้ว กระทั่งภายในวังก็ยังไม่มีน้ำมันเมล็ดผักชีที่กลิ่นหอมบริสุทธิ์เช่นนี้ นึกไม่ถึงว่านางจะนำมาเททิ้งขวดแล้วขวดเล่า
เคอโยวหรานไม่เก็บมาใส่ใจเลยสักนิด เพราะถึงอย่างไรมิติวิเศษก็เติมกลับคืนมาได้ แค่โยนขวดเปล่าลงในถังขยะเป็นพอ
ไม่ถูกต้อง เทออกไปมากมายถึงเพียงนี้ ทว่าเหมือนจะเป็นขวดเดิมเสียทุกครั้ง
ขณะเทน้ำมัน ริมฝีปากเล็กของเคอโยวหรานยังเอ่ยโดยไม่รู้จักว่างเว้นว่า “ซานหลาง ท่านว่าเงินเดือนของนายทะเบียนในอำเภอจะได้สักเท่าใดกันเจ้าคะ?”
“เงินเดือนของนายอำเภอคือห้าตำลึง และโดยทั่วไปนายทะเบียนจะมีเงินเดือนไม่เกินสองตำลึง”
ต้วนเหลยถิงห้อตะบึงไปตลอดทาง ทั้งสังเกตความเคลื่อนไหวโดยรอบ แยกแยะเส้นทาง และตอบคำถามของเคอโยวหรานในเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่าแบ่งประสาทสามทางเลยทีเดียว
อาจเป็นเพราะน้ำในสระบัว เขาจึงรู้สึกว่าการทำเรื่องเหล่านี้ช่างง่ายดายยิ่งนัก ไม่มีความยากแม้แต่น้อย
เคอโยวหรานอุทาน “จิ๊ๆๆ นายทะเบียนผู้หนึ่งสามารถควักเงินออกมาได้สองร้อยตำลึงเช่นนี้ มิน่าผู้คนต่างกล่าวกันว่าเป็นขุนนางสามปี มีเงินมีทองดั่งเกล็ดหิมะนับแสน
สกุลต่งแต่งงานกับเคอเสี่ยวหรูเพราะหวังประโยชน์จากตำแหน่งนายทะเบียนของท่านอารอง ไม่อยากตัดเส้นสายเพื่อจะได้ดำเนินการบางสิ่งในที่ว่าการอำเภอได้สะดวกกระมัง!
ท่านอารองผู้นี้ของข้าก็ยอมเห็นบุตรสาวถูกลดฐานะจากภรรยาเอกเป็นอนุ แต่ไม่มีทางยอมตัดช่องทางร่ำรวยเช่นสกุลต่ง! ช่างเป็นคนตะเภาเดียวกันจริงๆ”
......
ภายในเรือนหลังสกุลต่ง เคอเสี่ยวหรูร้องไห้โวยวายไปตลอดทาง พร่ำเอ่ยว่าต่งปี้อู่ไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา ใจดำอำมหิตยิ่งนัก
ต่งปี้อู่เดินเข้าไปในห้องของเคอเสี่ยวหรู ชำเลืองมองนางด้วยสายตาเย็นชาคราหนึ่งก่อนจะปิดประตู จากนั้นดึงหญิงรับใช้ชุดเขียวข้างกายของนางเข้าหาตนเอง
ตามด้วยประกบริมฝีปากจูบหญิงรับใช้ผู้นั้นต่อหน้าเคอเสี่ยวหรู...
“ฮือ...” เคอเสี่ยวหรูร้องไห้ปานจะขาดใจ “ต่งปี้อู่ ท่านมันมิใช่คน เหตุใดท่านถึงทำเช่นนี้กับข้า เหตุใดถึงลงไปคลุกคลีกับนังคนชั้นต่ำนั่น ฮือ...ท่านทำเช่นนี้ที่นี่ได้อย่างไร?”
หลังผ่านการร่วมรัก ต่งปี้อู่ก็เชยปลายคางหญิงรับใช้ให้เงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยว่า
“ภายหน้าเจ้าก็คืออี๋เหนียงคนที่สิบหกของข้า อาหารการกินและข้าวของเครื่องใช้ล้วนแต่จัดสรรปันส่วนตามตำแหน่งฮูหยิน”
ครั้นหญิงรับใช้ได้ยินพลันเผยสีหน้ายินดี “เชี่ยเซิน [2] ขอบพระคุณคุณชายน้อยเจ้าค่ะ!” กล่าวจบก็ปรนนิบัติต่งปี้อู่อย่างสุดกำลังแรงใจยิ่งกว่าเดิม
เคอเสี่ยวหรูนั่งจดจ้องคนทั้งสองอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่บนพื้น หยาดน้ำตาไหลรินดั่งไข่มุกสายขาดก็มิปาน หัวใจราวกับถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยาม ต่งปี้อู่ก็คล้ายนึกบางสิ่งขึ้นมาได้ เขาสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ทิ้งเคอเสี่ยวหรูกับหญิงรับใช้ไว้เบื้องหลัง จากนั้นเปิดประตูเดินจากไปอย่างรีบร้อนทันที
แม้เคอเสี่ยวหรูไม่กล้าลงมือกับต่งปี้อู่ แต่กลับไม่เกรงกลัวหญิงรับใช้เลยสักนิด นางพลันก้าวเข้าไปดึงผมหญิงรับใช้แล้วลากตัวคนออกไปนอกห้อง
หญิงรับใช้อยู่ในเรือนหลังสกุลต่งมานาน ทั้งยังเคยพบเห็นเรื่องราวมามาก
หลังรู้ว่าเคอเสี่ยวหรูสูญสิ้นความโปรดปรานจึงไม่นึกเกรงกลัวเช่นกัน ยามนี้ตนก็เป็นอี๋เหนียง จะไปกลัวอีกฝ่ายด้วยเหตุใด
ดังนั้นจึงเริ่มตบตีกับเคอเสี่ยวหรู เจ้าดึงข้า ข้าหยิกเจ้า ไม่นานนัก เสื้อผ้าของเคอเสี่ยวหรูก็ถูกหญิงรับใช้ดึงทึ้งจนขาดรุ่งริ่ง คนทั้งสองต่างเกิดบาดแผลและได้รับบาดเจ็บบนใบหน้า
ต่งปี้อู่รีบตรงไปยังห้องตำรา เหตุใดเขาจึงลืมไปเสียสนิท เมื่อเช้าตนสั่งให้ลูกน้องไปลักพาตัวแม่นางผู้หนึ่ง ยามนี้คนยังรอให้เขาไปเสพสุขอยู่ในห้องลับอยู่เลยเชียว
ครั้นหวนนึกถึงยามที่ตนยืนอยู่ที่โรงน้ำชาและเห็นแม่นางผู้นั้นถอดผ้าปิดหน้าลง ต่งปี้อู่พลันรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก จนอดมิได้ที่จะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ
......
ต้วนเหลยถิงอุ้มเคอโยวหรานกลับมายังห้องหรูหราแห่งเดิม
บุรุษที่ถูกวางยายังคงนอนอยู่บนเตียง ภายในห้องไม่มีร่องรอยผู้ใดเข้ามา
คนทั้งสองถอนหายใจด้วยความโล่งอก ภายใต้การชี้นำของภาพแปลนทำให้หาทางออกได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว เพียงแต่...
ทางออกนี้จำต้องไขด้วยลูกกุญแจพิเศษจึงจะเปิดออกได้ มิเช่นนั้นต่อให้เคอโยวหรานไม่เผาห้องลับ ห้องลับก็จะเริ่มกลไกกับดักทำลายตนเองและดับสูญไปพร้อมกับผู้ที่อยู่ภายในห้อง
พวกเขาถูกกำหนดให้ต้องติดอยู่ภายในนี้เสียแล้วหรือ?
หรือว่าต้องรอให้คนสกุลต่งเข้ามาต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายกับพวกเขา จากนั้นแพ้เป็นพระชนะเป็นโจร?
เคอโยวหรานนึกภาพนางกับต้วนเหลยถิงต้องเผชิญหน้ากับบ่าวรับใช้นับร้อยของสกุลต่ง จริงอยู่ว่าระยะหลังมานี้วรยุทธ์ของต้วนเหลยถิงล้ำเลิศขึ้นไม่น้อย
แต่สองหมัดยากต่อกรสี่มือ หากคนสกุลต่งใช้กลยุทธ์ฝูงชนย่อมสามารถลากพวกเขาสองคนไปตายได้ ดังนั้นจึงควรคิดหาหนทางออกไปอย่างเงียบเชียบจะดีกว่า
ยามนี้พวกเขายังอ่อนแอ มิอาจรับมือกระทั่งสกุลต่งที่ค้าข้าวสาร ต้วนเหลยถิงกับเคอโยวหรานคิดแล้วรู้สึกปวดใจ หลังจากออกไปได้คงต้องขยันให้มากกว่าเดิมเสียแล้ว
---------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] อี๋เหนียง 姨娘 คือ คำใช้เรียกอนุภรรยา
[2] เชี่ยเซิน 妾身 คือ คำเรียกแทนตัวสตรีอย่างถ่อมตน