กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ

    กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ_54_บัญญัติก่อกำเนิดในจุดถานจง

    เม็ดยาหลอมรวมลมปราณทั้ง 10

    เกรงว่าแม้แต่ยอดฝีมือ หลอมรวมลมปราณ ขั้นที่ 3 ก็ยังไม่มั่งคั่งเท่านี้

    แล้ว กระทั่ง ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน เองก็มีมันไม่มากขนาดนี้อย่างแน่นอน

    โย่ว หลิงจี เป็นศิษย์รักของ ปีศาจเจ็ดทะเลแดง นางจึงได้รับเม็ดยามาถึง 9 เม็ด

    ส่วนยอดฝีมือที่อยู่ในขั้นทะลวงจิต แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่มีทางที่จะถือครองเม็ดยาได้ถึง 10 เม็ดเยี่ยงเขา

    ฉะนั้นด้วยเม็ดยาหลอมรวมลมปราณจำนวนมากเช่นนี้ กระบวนการในการเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณนั้น จึงค่อนข้างที่จะนาน เพราะต้องใช้เวลาในการดูดซับเม็ดยาแต่ละเม็ด ซึ่งร่างกายผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ในขั้นทะลวงจิต ปกติจะสามารถรับได้เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น

    " ตัวข้ามีร่างกายกล้าแกร่ง น่าจะรับได้มากกว่าถึง 3 หรือ 5 ส่วนของคนทั่วไป"

    ซึ่งนี่ก็เป็นครั้งแรกในการทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ อู่ อวี้ จึงไม่คิดพิรี้พิไรมากนัก เขาได้นำเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ออกมา 2 เม็ด เพื่อเตรียมทำการเปิด บัญญัติก่อกำเนิด ในทันที

    " นับว่าโชคดีที่ข้ามีเม็ดยาหลอมรวมลมปราณถึง 10 เม็ด หากมีเม็ดเดียวเกรงว่าข้าคงใช้เวลาทะลวงพลัง เป็นปี "

    อู่ อวี้ เชื่อว่าเม็ดยาหลอมรวมลมปราณทั้ง 10 เม็ด จะสามารถทำให้เขาเปิด บัญญัติก่อกำเนิด จุดแรกได้ แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่การคาดการณ์ โดยที่เขาเองก็มิอาจล่วงรู้

    " การเปิดจุดเพื่อเบิก บัญญัติก่อกำเนิด ขั้นแรก พลังศักดิ์สิทธิ์จะยังไม่มีความบริสุทธิ์มากเท่าที่ควร ดังนั้นจึงมีโอกาสจะล้มเหลวได้ง่าย ข้าจะต้องฝึกการเดิน ลมปราณ คุมพลังศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่จะทำให้พลังศักดิ์สิทธิ์คงที่ และเพิ่มโอกาสในการทะลวงให้แก่ข้า"

    " ตอนที่ข้าออกจาก นิกายกระบี่สวรรค์มา ท่านอาจารย์ก็ไม่ได้บอกวิธี เดินลมปราณให้ ดูเหมือนว่าหลังจากที่ข้าทะลวงเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณแล้ว ข้าคงต้องกลับไปยัง นิกายกระบี่สวรรค์ เพื่อขอคำชี้แนะ "

    " หวังว่าก่อนข้าจะได้กลับ คงไม่ถูกศัตรูฆ่าตายไปก่อน "

    ด้วยความเพลิงแห่งโทสะและความแค้นที่สุมอยู่ในอก ทำให้ อู่ อวี้ ได้ตัดสินใจที่จะใช้ 2 เม็ดในคราเดียว เพื่อทำการเปิด บัญญัติก่อกำเนิด ในทันที

    ท่ามกลางห้องฝึกฝนบ่มเพาะ

    เม็ดยาหลอมรวมลมปราณถูกเขากลืนลงไป 2 เม็ด

    เมื่อมันไหลผ่านหลอดอาหาร ลำเลียงสู่กระเพาะ ท้องของเขาก็เกิดความรู้สึกร้อนผ่าวเหมือนกระแสน้ำร้อนกำลังหมุนเวียน คล้ายกับว่าร่างกายกำลังจะถูกเผาผลาญ

    ส่งผลให้เกิดอาการแสบร้อนจนต้องโอดครวญออกมา เขาได้แต่เกร็งกล้ามเนื้อ จนเส้นเลือดขยายออก

    แน่นอนว่า ที่จริงในตอนนี้เส้นเลือดเขาได้กำลังแปรเปลี่ยนกลายเป็นสีทองไปเรียบร้อยแล้ว

    " ย่า. . . . . ~~~ "

    ต้องขอบคุณ กายาเพชรอมตะ กระดูก เนื้อหนัง อวัยวะ จึงแกร่งประดุจ เหล็กกล้า จนเขาสามารถลุกขึ้นกัดฟัน

    หลังจากที่ผ่านการถูกเผาผลาญไปรอบ ส่งผลให้ฤทธิ์ของเม็ดยาเริ่มทำงาน ทะลวงเข้าสู่ร่างกายของเขา

    " จุด ถานจง! "

    ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ขั้น 'หลอมรวมลมปราณ' แต่เรื่องจุดลมปราณต่างๆ ในขั้นหลอมรวมลมปราณนั้น อู่ อวี้ ย่อมมีความเข้าใจอยู่บ้าง

    ผ่านปฏิกิริยาตอบสนองของอวัยวะภายในร่างกาย เลือด เนื้อ กาย จิต ผสานรวมลมปราณ ทะลวง จุดถานจง

    ในช่วงเวลาที่ อู่ อวี้ ทำการฝึกฝนจน อู่ อวี้ ผ่านขั้น ‘เส้นชีพจรทองคำ’ มานั้น ทำให้ภายในร่างของ อู่ อวี้ ได้มี ‘เส้นชีพจรทองคำ’ ขึ้นมา ด้วยความแข็งแกร่ง และทนทานของมันนั้น มากกว่าผู้คนธรรมดาทั่วไปนับ 10 เท่า เขาจึงสามารถทะลวงเปิด จุดถานจง ได้สำเร็จ

    ดังนั้น เมื่อฤทธิ์ของเม็ดยาทั้งสองเม็ดเริ่มทำงาน อู่ อวี้ จึงสามารถทนได้นั่นเอง

    ในตอนนี้จึงช่วยไม่ได้ที่เขา จะรู้สึกยินดี

    " การสละร่างในช่วงชั้นฟ้าสำคัญยิ่งนัก! ข้าที่ฝึกฝน 'กายาเพชรอมตะ' หากทะลวงทวารทั้ง 10 จุด พลังศักดิ์สิทธิ์และอวัยวะของข้าจะมีความแกร่งมากกว่าคนปกติหลายเท่า ถึงในขั้นนี้จำต้องดูดซับพลังจาก สวรรค์ และ ปฐพี อย่างมหาศาล ซึ่งแม้นคร เย่วอู่ จะมีกลิ่นอายอันเบาบางก็ตาม แต่ด้วยพลังของ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ มันจะทำให้ข้าหมดปัญหาเรื่องนี้ไป! "

    ดังนั้น เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ จึงกลายเป็นที่ดูดซับพลังงานจาก สวรรค์ และ ปฐพี แทน นั่นเอง

    “ด้วยพลังของตัวเม็ดยา มันช่างให้ความเปลี่ยนแปลงอย่างมาจริงๆ”

    นี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ในระหว่างช่วงที่มันออกฤทธิ์ คุณสมบัติพิเศษของทวารวิญญาณทั้ง 10 ก็ได้เป็นที่ปรากฏ กล่าวได้ว่า ร่างกายมนุษย์ เปรียบเสมือนกับคลังสมบัติ เช่นในยามนี้ที่เกิดเปลี่ยนแปลงอันน่าเหลือเชื่อ

    ร่างกายของ อู่ อวี้ และ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ได้เสริมส่งกันไปในทิศทางเดียวกัน

    พอเมื่อทะลวง จุดถานจง ได้แล้ว มันทำให้เขารู้สึกว่ามีโลกเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาในร่างกายของเขา ซึ่งมันมีพลังงานนับไม่ถ้วนกำลังไหลเวียนเข้ามา และในช่วงเวลาก็ผ่านไปวันแล้ววันเล่า จนพลังงานนี้ก่อตัวขึ้นกลายเป็น พลังศักดิ์สิทธิ์

    นี่ก็คือที่มาของ 'บัญญัติก่อกำเนิด '

    เมื่อใดที่ เบิก ' บัญญัติก่อกำเนิด ' ได้อย่างแท้จริง เมื่อนั้น ชีวิตจะเป็นนิรันดร์ พลังศักดิ์สิทธิ์จะไร้ขอบเขต ทำให้ จุดถานจง อู่ อวี้ เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์

    " ท้ายที่สุดแล้ว ที่จริง บัญญัติก่อกำเนิด ก็คือ ' จิตผกผัน ' ที่สามารถดึงพลังสวรรค์และปฐพี เปลี่ยนมาเป็น พลังศักดิ์สิทธิ์ "

    " แน่นอนว่า บัญญัติก่อกำเนิด คือตัวที่ชักนำให้มีพลังหลั่งไหลเข้ามาจนเกิดเป็นน้ำวนอยู่ภายใน จุดถานจง และแปรเปลี่ยนมาเป็น พลังศักดิ์สิทธิ์ ถือว่าเป็นการทำงานควบคู่กันเฉกเช่นฟันเฟืองนั่นเอง"

    บัญญัติก่อกำเนิด ที่น่าพิศวงนี้ สร้างความตื่นเต้นสนใจให้กับเขา

    อย่างไรก็แล้วแต่ นี่เป็นเพียงก้าวแรกของการฝึก

    หลังจากนี้ เขายังต้องพยายามอีกมาก

    อย่างน้อยๆ เขาก็รู้ว่า ที่จริงแล้วเฟิง ซัวหยา ที่ถูกเรียกว่ายอดฝีมือสร้างแกนลมปราณนั้น ก็มิใช่เทพเซียนจริงๆ แต่เป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วไปที่ฝึกฝนและไต่เต้าจนไปถึงระดับนั้นได้

    กระทั่งเฟิงซัวหยา ก็ยังคงมีหนทางอีกยาวไกลเป็นแน่

    แต่อย่างน้อยเขาก็ได้รับประสบการณ์และความรอบรู้ จากการเดินตามเส้นทางสายนี้

    " ข้าตอนนี้ยังไม่ใช่ผู้ฝึกตนขั้น หลอมรวมลมปราณ ยังเป็นเพียงแค่ช่วงก่อตัวเท่านั้น ยังต้องสละร่างเพื่อให้ บัญญัติก่อกำเนิด สมบูรณ์จริงๆ เสียก่อน จึงจะเข้าสู่ขั้น หลอมรวมลมปราณ จริงๆ "

    " ครั้งแรกที่ข้าได้เห็น ซือตู่ หมิงหลาง ครั้งแรก สันนิษฐานได้ว่าบัญญัติก่อกำเนิดของมันก็คงจะมีการก่อตัวขึ้นแล้ว ฉะนั้นมันต้องอยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณแล้วเป็นแน่แท้ "

    จนป่านนี้พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขายังไม่คงที่ จำเป็นต้องโคจรลมปราณเพื่อดูดซับพลังของ เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ และรักษาสภาวะให้สมดุลเสียก่อน การที่พลังไม่เสถียร ทำให้ จุดถานจง เขายังไม่ถูกเบิกโดยสมบูรณ์เช่นกัน

    " แต่ข้าตอนนี้ก็สามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ "

    กล่าวได้ว่า ในตอนนี้ อู่ อวี้ อยู่ใน ขั้นหลอมรวมลมปราณ เพียงกึ่งหนึ่งเท่านั้น

    " นี่สินะที่เรียกว่า บัญญัติก่อกำเนิด กล่าวตามความเป็นจริง ตราบใดที่ บัญญัติก่อกำเนิด ฝ่ายตรงข้ามได้รับความเสียหาย ก็จะทำให้พลังศักดิ์สิทธิ์ของมันสูญสลายไป แล้วมันก็จะกลายเป็นเสมือนทารกที่อยู่ในครรภ์ "

    ประสบการณ์ที่ผ่านมา อู่ อวี้ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความอัศจรรย์ของ การทะลวงอย่างลึกซึ้ง

    เมื่อเม็ดยาหลอมรวมลมปราณทั้ง 2 ถูกกลืนลงไปอย่างสมบูรณ์แล้ว อู่ อวี้ ก็เปิดเปลือกตาขึ้น

    ในห้องที่ใช้ในการฝึกฝนไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน แต่ว่าสิ่งที่ตาเขาเห็นได้เปลี่ยนแปลงไป เขาสามารถมองเห็นโลกได้ชัดเจนขึ้น เขารู้สึกว่า ตนไม่อาจเข้าถึงความงดงามสวรรค์และปฐพี ที่แสนจะยิ่งใหญ่

    " นี่สินะ วิถีทาง "

    " จากนี้ไป ข้าเองก็จะก้าวเท้าไปบนวิถีทางแห่งสวรรค์ "

    ในมือของเขาตอนนี้ยังมีเม็ดยาอีก 8 เม็ด อู่ อวี้ เตรียมที่จะใช้เม็ดยาอีก 2 เม็ด เนื่องจากเขาปรารถนาจะไปให้ถึง ขั้น หลอมรวมลมปราณ โดยเร็ว

    นับตั้งแต่ต้น เขาใช้เวลาไปเกือบ 10 วัน สำหรับการกลืนเม็ดยาใน 2 เม็ดแรก และนั้นก็เป็นแค่ขั้นตอนแรกเท่านั้น

    แต่ว่าในยามนี้ เขากลับสังเกตเห็นว่ามีคนอยู่ภายนอก ห้องฝึกฝนบ่มเพาะ

    แน่นอนว่านางไม่ได้พึ่งจะมา แต่นางรอมาสักระยะ เพียงแต่นางไม่อยากจะรบกวนเขา

    " นั่นพี่หญิง อู่หยู "

    ทำไมนางถึงต้องมารอ? หรือว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

    " เกิดอะไรขึ้น?! " อู่ อวี้ เปิดประตูห้องบ่มเพาะ ไปหาอู่หยู ที่ยืนอยู่ด้านนอก ใบหน้าของนางดูเศร้าหมอง ทั้งดวงตาก็ยังเป็นสีแดง คล้ายว่านางมีเรื่องเจ็บแค้น

    " หัวหน้าตระกูลของพระมารดา ท่านลุงของข้า ถูกลอบสังหาร เมื่อคืนวันก่อน ข้าเองเพิ่งทราบข่าวเมื่อรุ่งเช้า. . . . วันนี้"

    คนที่ตาย คือพี่ชายของมารดา อู่หยู เขาเป็นคนรูปร่างท้วม เป็นคนดูแลกิจการควบคุมตระกูลแม่ของอู่หยู เขามักจะมาหาฮ่องเต้องค์ก่อน อู่ อวี้ ก็เคยพบปะ เขา 2 - 3 ครั้ง

    เขามีสัมพันธ์ที่ดีต่อ อู่หยู

    " ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน รึ?! " อู่ อวี้โกรธมาก เขาฝึกฝนเพราะปรารถนาที่จะแก้แค้น ยิ่งศัตรูทำเช่นนี้เขายิ่งอยากจะลงมือ!

    " ไม่ใช่ "

    อู่หยู ส่ายหน้าปัดไปมา " เขามีสถานะสูงส่ง เขาคงมิกล้าทำเช่นนั้น ตอนนี้ทุกคนต่างก็พยายามพาตัวออกห่างจากพวกเราและไม่อยากจะสร้างปัญหาให้ กระทั่ง ฮ่าวเทียน เองก็ไม่อยากจะมายุ่มย่ามกับพวกเราเช่นกัน "

    " แล้วมันเป็นฝีมือใคร?! "

    อู่หยู กล่าวว่า "คงเป็น หยวนฮ่าว เดิมมันก็เป็นคนเจ้าอารมณ์ใจร้อนหุนหัน กระทำการขาดความยั้งคิด มันคงต้องการหาทางแก้แค้น จึงลงมือฆ่าคน มันไม่ได้โกรธที่ข้าไม่ได้อภิเษกกับฮ่องเต้อาณาจักรบูรพาตงเสิง แต่มันน่าจะโกรธแค้นข้าเป็นทุนเดิม จึงได้กระทำการเรื่องต่ำช้าเยี่ยงนี้"

    อู่ อวี้ เองก็คิดว่าเป็นฝีมือ ฮ่องเต้เขลา หยวนฮ่าว เนื่องจากมันจะทำเฉพาะเรื่องโง่ๆ

    " ข้าเป็นคนบอกท่านว่า ข้าจะปกป้องครอบครัวมารดาของท่าน หยวนฮ่าว มันช่างบังอาจ กล้าดียังไง! " อู่ อวี้ แบกพลองพิชิต เตรียมบุกวังหลวง

    " อู่ อวี้ อย่า " อู่หยู รีบรั้งมัน และบอกว่า " เจ้าบอกว่า พลังเจ้ายังเทียบกับฮ่าวเทียนไม่ได้ ฉะนั้นเราอย่าพึ่งสร้างปัญหา อดทนให้มากเท่าที่เราจะอดทนได้ ข้าจะบอกให้เหล่าเครือญาติของข้าระวังตัวแล้ว "

    อู่หยู เข้าใจอารมณ์ของ อู่ อวี้ แต่เขายังไม่ได้เข้าสู่ขั้น หลอมรวมลมปราณ หากเขาไปเผชิญหน้ากับ ฮ่าวเทียน เพราะไอหน้าโง่ หยวนฮ่าว คงไม่ใช่การตัดสินใจที่ดี

    " หยวนฮ่าว สักวันมันต้องตาย!!! "

    ตลอดเวลาที่ผ่านมา อู่ อวี้ ไม่อยากจะเสียเวลาจัดการกับคนอย่างมัน แต่หยวนฮ่าวมันกระทำการยั่วโทสะเขาหลายต่อหลายครั้ง จนครั้งนี้ อู่ อวี้ ไม่อาจจะทนได้อีกต่อไป

    เมื่อ อู่ อวี้ กลับไปฝึกฝน ก็มีข่าวมาว่า หยวนฮ่าว มายังตำหนัก อู่หยู เพื่อต้องการพบตัวเขา

    ' มันตั้งใจมาเยาะเย้ย! '

    อู่ อวี้ บอก อู่หยู แกล้งทำเป็นไม่สนมัน นางย่างเท้ากลายหน้ามันไปยังตำหนักของตน ใบหน้าของมันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นั้นช่างเย่อหยิ่ง มันมองจ้องมาที่นาง พร้อมกับยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มอันเย้ยหยัน จากนั้นก็กล่าวว่า

    " อู่หยู เหตุใดเจ้าจึงไม่คุกเข่าคำนับ? "

    อู่หยู มี อู่ อวี้ อยู่ใกล้ๆ ที่นี่ นางจึงมิได้หวาดกลัวมัน อีกทั้งลุงของนางยังถูกมันสังหาร ไฉนนางจึงไม่ขุ่นแค้น? นางมองหยวนฮ่าวด้วยแววตารังเกียจ พร้อมกับเอ่ยว่า " ข้าไม่อยากคุกเข่าให้กับสุนัขขี้ขลาด! "

    " อะไรนะ?!!! "

    ได้ยิน อู่หยู เอ่ยคำเหล่านั้น มันถึงกับเดือดดาล จนถึงกับต้องลุกขึ้น ถกชายชุดมังกร (ชุดจักรพรรดิ) วิ่งตะบึงตรงมาหานางด้วยโทสะที่มากล้น " อู่หยู เจ้ากล้าดียังไง! บังอาจมาพูดจากับข้าเช่นนี้ เจ้าไม่รู้รึไงว่าข้าเป็นใคร?! "

    อู่หยู ไม่มีท่าทางการแสดงออกใดๆ และได้เดินผ่าน หยวนฮ่าว ไป

    จนตัวมัน เริ่มคิดว่ามันเองที่เป็นคนถูกเยาะเย้ย

    เมื่อเห็น อู่หยู ไม่ตอบคำ มันก็ลั่นเสียงหัวเราะด้วยความโกรธถึงขีดสุด " จริงๆ ใจเจ้าคงอยากฆ่าข้าให้ตายมากสินะ แต่เจ้าคงมิกล้า ใช่หรือไม่?! ข้าจะบอกเจ้าให้ ว่าลุงของเจ้าถูกคนของข้าสังหารเอง แล้วยังไง? รู้แล้วเจ้ากล้าแตะต้องข้าหรือเปล่า หว่านเสน่ห์ยั่วยวน เสิ่น อู่เต้า มันก็โง่ติดกับ พวกเจ้ามันไร้ยางอายทั้งคู่ ข้าพูดแบบนี้?! มันจะทำอะไรข้าได้? เพราะในนครหลวงแห่งนี้ข้ายังมี ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน , เจียง จุนหลิน ซ่างเซียน และ พี่ชาย หยวนเฉิน! "

    นี้คือเหตุผลที่มันกล้ามายังที่นี่ ด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม

    แน่นอน เหตุผลหนึ่งน่าจะเป็นเพราะความโง่ของมันบวกกับแรงกระตุ้น ที่เคยถูก อู่หยู และ อู่ อวี้ สมัยที่ยังเด็กเรียกมันว่า ขยะ บัดนี้เป็นโอกาสที่มันจะได้แก้แค้น เหตุใดมันจึงไม่รีบใช้โอกาสนี้

    เพลี๊ยะะะะะะะะ!

    เมื่อ หยวนฮ่าว พาหน้าเข้ามาใกล้ อู่หยู ใบหน้าที่แสนจะยโสของมันก็ต้องสะบัดกระเด็น ปรากฏรอยเป็นรอยฝ่ามือแดงฉาน เห็นได้ชัดว่านางตบมันอย่างแรง กระทั่งตัว อู่หยู ก็ไม่ได้คาดหวัง

    " ยัยสารเลว!!! เจ้ากล้าตบฮ่องเต้ ข้าจะตัดหัวของเจ้าซะ! " หยวนฮ่าว ถึงกับคลุ้มคลั่งเหมือนกับคนบ้า

    ///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

    คล้ายกับเรื่องกลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ ที่คุณอ่าน