หมาป่าวายุรู้ดีถึงความน่ากลัวของมดจอมพลัง และเขาก็รู้ว่าภารกิจในครั้งนี้ เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างรังของมดจอมพลัง ซึ่งภายในรังนั้นมีมดจอมพลังอยู่มากมาย
แม้ว่ามดจอมพลังจะเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับต่ำ แต่มดจอมพลังเพียงตัวเดียวกลับแข็งแกร่งกว่ากิ้งก่าเพลิงมาก แม้แต่นักรบชั้นยอดทั่วไปก็ยังไม่สามารถต่อกรกับมดจอมพลังได้ เพราะแบบนั้นแล้ว ถึงมันจะเป็นสัตว์อสูรระดับต่ำ แต่พลังของมันก็ช่างท้าทายสวรรค์เสียจริง
หากมีการจัดอันดับความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรระดับต่ำ มดจอมพลังจะต้องติดหนึ่งในสิบอันดับแรกอย่างแน่นอน
ลำพังถ้ามีแค่มดจอมพลังตัวเดียวก็ยังไม่น่ากลัวนัก ที่สำคัญคือพวกมันอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก หากว่ามีมดจอมพลังจำนวนมากไหลทะลักเข้ามาเหมือนสายน้ำแล้วละก็ ถึงตอนนั้นแม้แต่นักรบผู้เชี่ยวชาญก็คงไม่เหลือแม้แต่กระดูก!
“หมาป่าวายุ ผมมีแผนของผมอยู่แล้ว แถมผมยังเอาตัวรอดได้ ดังนั้นคุณไม่ต้องเป็นห่วง!”
เย่เทียนตัดสินใจแล้ว
หมาป่าวายุรู้ตัวดีว่าเขาไม่สามารถเกลี้ยกล่อมเย่เทียนได้ ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้เย่เทียนจากไป
......
เย่เทียนถือแผนที่ไว้พลางก้มมองมันเป็นครั้งคราวในขณะที่เขามุ่งหน้าไปยังตำแหน่งรังของมดจอมพลัง
ตลอดทางต่อให้เขาเจอสัตว์อสูร เขาก็จะทำเพียงแค่หลีกเลี่ยงมันและมุ่งหน้าต่อไป
ที่นี่อยู่ไกลจากฐานหลินไห่ แม้ว่าสัตว์อสูรระดับสูงจะมีไม่มากนัก แต่ระหว่างทางเขาก็ได้พบกับสัตว์อสูรระดับสูงไม่น้อยกว่าสิบตัว
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถเอาชนะสัตว์อสูรระดับสูงได้ แม้แต่สัตว์อสูรระดับกลางที่ทรงพลัง เขาก็ยังทำได้เพียงแค่หลบหนี
ในสถานที่ที่ห่างไกลเช่นนี้ เย่เทียนไม่กล้าบุ่มบ่ามทำอะไรโดยไม่ระมัดระวัง
แน่นอนว่าบางครั้งเขาก็ได้พบกับนักรบบางคนที่กำลังล่าสัตว์อสูรอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปช่วย แม้ว่าอีกฝ่ายจะประสบกับความสูญเสียไปเป็นจำนวนมาก แต่เย่เทียนก็ไม่สะทกสะท้าน
คนพวกนั้นไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา และต่อให้เขาช่วยอีกฝ่าย มันก็ไม่มีทางที่เขาจะได้รับการสรรเสริญ อีกทั้งยังอาจจะสร้างปัญหาให้แก่ตัวเขาเองได้
นอกจากนี้ เป้าหมายเดียวของเขาในตอนนี้คือพรสวรรค์ของมดจอมพลัง
ด้วยเหตุนี้ เย่เทียนจึงเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังมาตลอดทาง หลังจากใช้พรสวรรค์เงาทมิฬเพื่อหลบเลี่ยงอันตรายอยู่หลายครั้ง ในที่สุดเขาก็มาถึงบริเวณรังของมดจอมพลัง
“หืม มีนักรบมากมายอยู่ที่นี่!”
ครั้นเมื่อเย่เทียนมาถึงเขาก็รู้สึกประหลาดใจ
มีนักรบหลายร้อยคนมารวมตัวกันที่เนินเขา และจากกลิ่นอายของพวกเขา แค่คนที่อ่อนแอที่สุดก็มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักรบชั้นยอดแล้ว บางทีในหมู่คนเหล่านี้อาจมีนักรบผู้เชี่ยวชาญอยู่ไม่น้อย
“นั่นคนของตระกูลโม่!”
สายตาของเย่เทียนจับจ้องไปที่คนผู้หนึ่งในนั้น
โม่อิน!
เหตุผลที่เย่เทียนรู้จักโม่อินก็เพราะชายคนนี้คือพ่อของโม่เฉ่าเป่ย ก่อนที่เขาจะฆ่าโม่เฉ่าเป่ย เขาได้ตรวจสอบตระกูลโม่มาก่อนเล็กน้อย เพื่อที่เขาจะได้ระวังคนของตระกูลโม่ในอนาคตได้
ความแข็งแกร่งของโม่อินนั้นอยู่แค่ระดับนักรบชั้นยอดขั้นกลาง สำหรับเย่เทียนในตอนนี้แล้วมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะโม่อินนั้นไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งติดสิบอันดับแรกของตระกูลโม่
ในตอนนี้ โม่อินและนักรบตระกูลโม่ได้ยืนอยู่ข้างหลังชายชราคนหนึ่งด้วยท่าทีเคารพ
“ชายชราคนนั้นน่าจะเป็นบรรพบุรุษของตระกูลโม่ โม่ฉางชิง!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
ทันใดนั้นเขาก็ถอนสายตากลับมา ไม่กล้ามองโม่ฉางชิงอีก ด้วยเกรงว่าโม่ฉางชิงรู้ตัว
“ใคร!”
เสียงเย็นๆ ดังขึ้น
“แย่แล้ว เราถูกพบ!”
เย่เทียนตะลึงงัน
เขาอยู่ไกลจากโม่ฉางชิงมาก เขาแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้พรสวรรค์ของเงาทมิฬ แต่เขาก็เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง และด้วยต้นไม้มากมายที่บดบังเขา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะถูกค้นพบ แต่ตอนนี้เขาถูกพบตัวแล้วจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เขาพบว่าคนที่พบเขานั้นไม่ใช่โม่ฉางชิง แต่เป็นชายชราอีกคนที่ดูไม่คุ้นหน้า เขาดูแตกต่างจากคนของฐานหลินไห่เล็กน้อย อีกทั้งยังสวมไว้ด้วยชุดเกราะ
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นั้นน่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ร่วมมือกับฐานหลินไห่ในการกำจัดสัตว์อสูร
ฟุบ!!
นักรบชั้นยอดหลายคนพุ่งเข้ามาล้อมรอบด้านเย่เทียนภายใต้คําสั่งของนักรบผู้เชี่ยวชาญ
เย่เทียนไม่ได้หนีแต่อย่างใด เพราะถ้าหากเขาหนีไป อีกฝ่ายคงคิดว่าเขาเป็นคนน่าสงสัย
นอกจากนี้เย่เทียนก็ไม่ได้มีเจตนาร้าย เขาไม่มีอะไรต้องหวาดกลัว ดังนั้นเขายิ่งไม่จำเป็นต้องหลบหนี
“ผมคือผู้ฝึกยุทธ์จากฐานหลินไห่!”
เย่เทียนเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
เมื่อนักรบชั้นยอดหลายคนเห็นว่าเย่เทียนเป็นนักรบ ทั้งได้ยินว่าเย่เทียนเป็นนักรบจากฐานหลินไห่ พวกเขาก็ไม่ได้ลงมือ
“เจ้าเด็กนั่นเป็นนักรบจากตระกูลไหนกัน?”
ชายชราขมวดคิ้วพลางกล่าวถาม
“ไม่รู้จัก ไม่ใช่คนตระกูลหลินของผม!”
“ผมก็ไม่รู้จักเช่นกัน และเขาก็ไม่ใช่คนตระกูลโม่ของเรา!”
“ไม่รู้จัก...”
แต่ละตระกูลต่างพากันส่ายหัว
เย่เทียนเดินเข้าไปและพูดตามความจริงว่า “ผมไม่ใช่ลูกหลานของตระกูลใหญ่ ผมแค่มาทำภารกิจกวาดล้างสัตว์อสูรและอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับมดจอมพลัง ดังนั้นผมเลยมาที่นี่เพราะความอยากรู้อยากเห็น!”
ในตอนนั้นเอง หลินหมิงจือแห่งตระกูลหลินก็พูดขึ้นว่า “ผมนึกออกแล้ว เขาเป็นนักรบที่เข้าร่วมในแผนการกวาดล้างจริงๆ คิดไม่ถึงว่าเขาจะทำภารกิจกวาดล้างสำเร็จเร็วขนาดนี้ แถมยังมาอยู่ที่นี่อีก!”
เหตุผลที่หลินหมิงจือจำเย่เทียนได้ก็เพราะเขาพยายามชักชวนเย่เทียนเข้าทีม แต่เย่เทียนปฏิเสธเขา เขาจึงจำอีกฝ่ายได้ดี
“พรสวรรค์ไม่เลว อายุยังน้อยก็บรรลุถึงระดับจอมยุทธ์ชั้นยอดแล้ว ถ้าอย่างนั้นนายก็อยู่ต่อและร่วมมือกันจัดการมดจอมพลังเถอะ!”
ชายชรากล่าว
เห็นได้ชัดว่าเขาเพิ่งใช้พลังจิตของเขาเพื่อตรวจสอบระดับการบ่มเพาะของเย่เทียน
สีหน้าของเย่เทียนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เขารู้ว่าเขาไม่สามารถปกปิดระดับการบ่มเพาะของเขาต่อหน้านักรบผู้เชี่ยวชาญได้
“อะไรนะ นักรบชั้นยอด เจ้าเด็กนี่...”
สีหน้าของหลินหมิงจือเปลี่ยนไปอย่างมาก
เขาคิดมาตลอดว่าเจ้าเด็กนี่เป็นแค่นักรบ คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเป็นนักรบชั้นยอด
หากเขารู้ว่าอีกฝ่ายเป็นนักรบชั้นยอด ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องทำให้เย่เทียนเข้าร่วมตระกูลหลินให้ได้!
ตระกูลอื่นๆ ต่างมองเย่เทียนอย่างไม่อยากจะเชื่อ พวกเขาทุกคนต่างตกตะลึงเช่นกัน
เย่เทียนสามารถก้าวเข้าสู่ระดับนักรบชั้นยอดได้ในวัยเพียงเท่านี้ พรสวรรค์ของเขาไม่จำเป็นต้องพูดมาก มันต้องเป็นพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงอย่างแน่นอน
“พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูง!”
ผู้นําตระกูลบางตระกูลสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในใจกลับมีแผนการเล็กๆ น้อยๆ
เย่เทียนแอบยิ้มออกมาบางๆ เห็นได้ชัดว่าเขาสัมผัสได้ถึงความเป็นปฏิปักษ์จากหลายคน และหนึ่งในนั้นก็คือคนของตระกูลโม่
“ความอิจฉาสร้างความเกลียดชังได้จริงๆ!”
เย่เทียนไม่ต้องการเป็นศัตรูกับผู้นําตระกูลเหล่านี้ แต่ตระกูลเหล่านี้คงคิดว่าตัวเขานั้นจะเป็นอุปสรรคต่อตระกูลของพวกเขา พวกเขาไม่ต้องการเห็นการเห็นตระกูลที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นในฐานหลินไห่
อย่างไรก็ตาม เย่เทียนไม่ได้ให้ความสนใจกับขุมอำนาจในฐานหลินไห่เลยแม้แต่น้อย
ในอนาคต เขาจะพาน้องสาวของเขาออกจากฐานหลินไห่ไปยังโลกที่กว้างใหญ่
น่าเสียดายที่ตระกูลเหล่านี้ล้วนไม่เคยเข้าใจ
ชายชราคนนั้นเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในที่แห่งนี้ และการที่เขาอนุญาตให้เย่เทียนอยู่ที่นี่ต่อ คนจากตระกูลใหญ่อื่นๆ จึงไม่กล้าโต้แย้ง
ดังนั้นเย่เทียนจึงยืนอยู่ข้างๆ และรอคอยอย่างเงียบๆ
ทันใดนั้น ร่างร่างหนึ่งก็โผล่ออกมาจากใต้ดิน และมาหยุดตรงหน้านักรบผู้เชี่ยวชาญ
“ผู้อาวุโสฉิง ภารกิจสำเร็จแล้ว!”