รักร้อนหลอนจิตหลุด

    บทที่หนึ่ง


    ความเจ็บปวดจากการถูกคนที่รักและไว้ใจหักหลังมันสามารถทำให้ผู้หญิงที่ไม่เคยคิดแม้แต่จะแตะต้องเครื่องดื่มมึนเมา   ต้องมีสภาพเมามายไม่ได้สติถึงเพียงนี้  เอมมิกาเพื่อนรักของอินทิรานั่งมองเพื่อนสนิทนั่งฟูมฟายกระดกน้ำเมาสีฟ้ารสหวานปนขม  เธอกระดกไปกี่แก้วอินทิราไม่อาจจะจดจำสิ่งเล็ก ๆ พวกนี้   สิ่งเดียวที่ยังคงวนเวียนหลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลาหลังจากที่เขาบอกกับเธอเพียงแค่ประโยคสั้นๆว่า   “เราเลิกกันเถอะ”    มันเป็นประโยคเดียวสั้นๆที่เธอไม่ลืมมันไปสักที   เมื่ออินทิราคิดได้ว่าถ้าเธอเมาแล้วหลับไปเสียคงลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอได้บ้าง  ขอเพียงให้เธอลืมเขาช่วงที่เธอรักก็ยังดี   แต่การดื่มเพื่อให้ลืมความรักที่เจ็บปวด   มันกลับกลายเป็นว่ายิ่งเพิ่มความทรมาน มากยิ่งขึ้นไปอีก  เพราะเมื่อเธอตื่นขึ้นมาในตอนเช้า บ้านที่เธอเคยนอนประจำมันเคว้งคว้างหมุนติ้ว  จนทำให้เธอกระอักกระอ่วนอยากจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้   มันคืออาการแฮงค์  ของคนที่ไม่เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์    เสียงอาเจียนที่อยู่ภายในห้องนอนของอินทิรา  ทำให้เอมิกาที่อยู่ในห้องครัวชั้นล่างแหงนขึ้นไปมองพร้อมกับส่ายหัว  สักพักใหญ่  อินทิราก็เดินลงมาด้วยอาการที่โรยราไร้เรี่ยวแรง 

    “
    เข็ดหรือยัง? บอกแล้วว่าอย่ากินเยอะก็ไม่เชื่อคนอื่นเขาจะทำร้ายเราอย่างไรมันก็เรื่องของเขา   แต่เราเองไม่สมควรซ้ำเติมร่างกายของเราด้วยการนำสิ่งที่ไม่ดีเข้ามาในร่างกาย”
    “
    สาธุ…ทำอย่างกับว่าเมื่อคืนแกไม่ได้กิน”
    “
    ก็ชั้นมันระดับเทพแล้ว  ทั้งกินทั้งอาบก็ยังไม่เป็นอะไร ส่วนแกเคยเป็นคนดี  อย่างไรก็ให้เป็นเหมือนเดิมเถอะ  อย่าประชดชีวิตเพราะคนที่มันไม่เห็นค่า  บางทีอาจจะมีใครที่แอบดูเราและเห็นค่าของเราอยู่”

    “ชั้นว่า  แค่แอบชอบน่าจะพอรับได้แต่ถ้าแอบดูมันน่ากลัวเกินไปเหมือนพวกสต๊อกเกอร์ยังไงก็ไม่รู้”

    ในขณะที่สองสาวกำลังนั่งกินข้าวต้มกันอยู่ที่โต๊ะอาหารมีใครคนหนึ่งแอบส่องดูเธออยู่จริงๆโดยที่ไม่รู้ตัว   พริษฐ์หนุ่มมาดเซอร์ข้างบ้านเขาเป็นนักดนตรี ไว้ผมยาวหนวดเครารุงรังเพื่อนเก่าสมัยมัธยมหลายคนจำเขาไม่ได้เพราะใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยขนเคราที่ปกคลุมใบหน้าไม่ต่างจากพี่เจ๋งบิ๊กแอส  พริษฐ์ แอบส่องไอจีและเฟซบุกของอินทิรา  จึงรู้ว่าเธอโสดแล้ว  เขายิ้มออกมายังมีความสุข  ขณะนี้เสน่ห์ของเขาเพียงอย่างเดียวที่มีก็คือเสียงร้องเพลงที่ทรงพลัง  และการเล่นดนตรีที่ไพเราะ  เขามีอาชีพเป็นนักดนตรีในผับ  อินทิราไม่เคยได้เจอกับเขา แต่พริษฐ์  นั้นแอบชอบอินทิราตั้งแต่เธอพึ่งย้ายเข้ามาบ้านข้าง ๆ  ใหม่ ๆ  เขาได้แต่เฝ้ามองดูเธออยู่ห่าง ๆ  เพราะอินทิรามีแฟนอยู่แล้ว 

    เพราะงานมันหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร   อีกทั้งประวัติของอินทิราก็ถูกฝ่ายบุคคลได้ระบุซึ่งสาเหตุการถูกเชิญให้ออกด้วยเหตุผลว่า  เธอมีพฤติกรรมคุกคามเพื่อนร่วมงาน จึงไม่มีบริษัทไหนก็รับเธอเข้าทำงานเลย  ในระหว่างที่ไปสัมภาษณ์งานที่นั่นที่นี่จนทั่วกรุงเทพฯ  ในหลายวันมานี้  ที่เราไม่รู้ว่ามีใครคนหนึ่งกำลังสะกดรอยตามเธอไปทั่ว  ถึงเธอจะไม่เห็นตัวของคนคนนั้น แต่เธอรู้สึกได้  เพราะเสียงฝีเท้า  ที่เธอได้สัมผัสแต่ในทุกครั้งที่เธอได้ยินแล้วหันกลับไปดู กลับเจอแต่ความว่างเปล่า   บางครั้งอินทิราคิดว่าตัวเองหูฝาดไป และในครั้งนี้ก็เช่นกันขณะที่เธอกำลังเดินเข้าตรอกซอยเล็กๆ  เพื่อที่จะเดินรับไปยังถนนใหญ่ ตามที่อยู่  ของบริษัทที่เธอกำลังจะไปสัมภาษณ์งาน เสี่ยงนั้นเริ่มเข้ามาใกล้  ใกล้เข้ามาอีก  เป็นแบบนี้ทุกครั้ง มันไม่ใช่ครั้งสองครั้งแต่มันทุกครั้งที่เธอเดินอยู่เพียงคนเดียวตามลำพัง  อินทิราคิดว่าถ้าเธอหันกลับไปจะเจออะไรหรือเปล่า  แต่ในตรอกนี้  ไม่มีทางที่จะหลบหลีกไปไหนได้อินทิราตัดสินใจหันหลังกลับไปดู
    “
    พี่ปรานนะเอง  ทิราตกใจหมดเลยเดินตามมาทำไมคะ?”
    “
    กำลังหางานอยู่เหรอ  ได้งานหรือยังล่ะ?”
    “
    ยังเลยค่ะพี่ปราณ เพราะผู้หญิงคนใหม่ของ  ชุติมัน ทำให้ไม่มีบริษัทไหนรับ ทิราเข้าทำงานเลยค่ะ”
    “
    เอาเถอะๆ  อย่าไปสนใจกับคนนั้นเลยถ้าที่เรายังหางานไม่ได้  พอดีพี่สาวของพี่กำลังจะเปิดร้านกาแฟ  ลองไปสมัครดูสิเห็นว่ารับอยู่หลายตำแหน่ง นี่เป็นนามบัตรของพี่สาวของพี่  แล้วไม่ต้องบอกเราว่าพี่แนะนำมา เพราะพี่กับพี่สาวไม่ถูกกัน  อย่าลืมนะห้ามบอกว่าพี่เป็นคนแนะนำมา”
    “
    ขอบคุณค่ะพี่  พี่ปราณคือพระมาโปรดทิราเลยค่ะ”

    ปราณเดินไปส่งอินทิราที่ตรงถนนใหญ่แล้วก็ปลีกตัวออกไปจากอินทิราพร้อมกับโบกมือลารอยยิ้มที่มีไมตรีจิตของเขา  ทำให้อินทิรามีกำลังใจขึ้นมาบ้าง  ปราณคือรุ่นพี่ที่ทำงานเขาคอยช่วยเหลืออินทิราทุกเรื่อง  ตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาทำงานในบริษัทนั้น  เขาเป็นผู้ชายที่ดูอบอุ่นและเป็นที่รักของพนักงานในบริษัททุกคน อินทิรายิ้มตอบรับรอยยิ้มที่เป็นมิตรของปราณก่อนที่จะโบกมือเรียกรถแท็กซี่รีบตรงไปยังร้านกาแฟตามที่อยู่ในนามบัตร

    คาเฟ่ใจกลางกรุงขนาดใหญ่ที่กำลังตกแต่งอย่างสวยงามมีทั้งอาหารคาวหวานและกาแฟเครื่องดื่มอีกหลายร้อยชนิด  อีกไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็น่าจะเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ  อินทิราหัวใจฟูขึ้นมาทันที   เธอตรงไปเปิดประตู  เสียงดังกรุ๊งกริ๊งจากกระดิ่งที่แขวนไว้  มันกระทบกันจนเกิดเสียงที่ไพเราะออกมา  เสียงทักทายของผู้หญิง หน้าตาดีดูมีอายุมากกว่าอินทิราสักประมาณ 3-4 ปีได้  แต่เธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ท้องใหญ่ดูเหมือนกำลังใกล้จะคลอดอยู่อีกไม่กี่เดือนนี้
    “
    สวัสดีค่ะ  ร้านเรายังไม่ได้เปิดให้บริการนะคะ”
    “
    สวัสดีค่ะทิรามาสมัครงานค่ะ  มีตำแหน่งอะไรว่างอยู่คะในตอนนี้  ทิราสามารถทำได้ทุกอย่าง”

    เพราะเกรงว่าตัวเองจะไม่ได้งานนี้เธอจึงโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหน้าและกำลังยิ้มให้เธออยู่นั้นเห็นใจ  อินทิรามั่นใจว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้นคือเจ้าของร้านแน่นอน  เพราะคงไม่มีใครจ้างผู้หญิงท้องแก่ขนาดนี้มาเดินทำงานเก็บกวาดและจัดของอยู่ในร้านเป็นแน่
    “
    อันที่จริงแล้วก็ต้องการอยู่หลายตำแหน่ง  แต่คงต้องดูความสามารถของคุณทิราก่อนว่าเคยผ่านงานอะไรมาบ้าง”
    “
    ที่เราเคยทำงานที่บริษัทในตำแหน่งหน้าที่ฝ่ายการบัญชีค่ะ”
    “
    ถ้าอย่างนั้นก็มีอยู่สองตำแหน่งให้คุณธิราเลือกนั่นก็คือ ฝ่ายบัญชีและ แคชเชียร์”
    “
    ทิราขอลงตำแหน่งแคชเชียร์ก็แล้วกันค่ะเพราะทิราเบื่อการทำบัญชี ที่อยู่แต่ในออฟฟิศไม่ค่อยได้เจอหน้าใคร  อยู่หน้าร้านคอยคิดเงินให้ลูกค้า  ทิราชอบกลิ่นกาแฟจะได้นั่งดมทุกวันทั้งวันสดชื่นดีขอโทษนะคะไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร?”
    “
    ชื่อปริมค่ะ  ที่เป็นเจ้าของร้าน”
    “
    เออเจ้าของร้านทำไมถึงมาทำงานเองล่ะคะไม่มีฝ่ายบุคคลคอยรับสมัครพนักงาน”
    “
    ร้านพี่เป็นแค่ร้านเล็กๆตำแหน่งหน้าที่มีไม่เยอะสิ่งไหนทำเองได้ก็จะทำด้วยตัวเอง  แต่สิ่งไหนที่ทำเองไม่ได้อย่างเช่น   แม่ครัว  บาร์ริสต้า  แล้วก็พนักงานบัญชีพี่จำเป็นต้องจ้าง”
    “
    ร้านของพี่ไม่เล็กนะคะใหญ่เลยทีเดียวลูกค้าคงเยอะน่าดู”
    “
    อันนี้พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะยังไม่ได้เปิดแต่ก็ขอให้เยอะเหมือนที่น้องว่าก็แล้วกัน  เราจะได้อยู่ได้  อีก สามวันร้านก็จะเปิดแล้วทิราสะดวกหรือเปล่า?”
    “
    สะดวกค่ะ”


    เอมมิกานั่งเสมอมองหาเพื่อนอยู่ในบ้านวันนี้เป็นวันหยุดของเธอ แต่เมื่อเธอตั้งใจจะ มาให้กำลังใจอินทิรา  และมาอยู่เป็นเพื่อน  แต่เอมมิกาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเพื่อนเธอ  เธอจึงหยิบกุญแจบ้านตรงที่ซ่อนประจำมีเพียงเธอและอินทิราเท่านั้นที่รู้ที่ซ่อนกุญแจ  เอมมิกาเริ่มเข้าครัว เพราะเริ่มเย็นแล้วพระอาทิตย์กำลังเคลื่อนคล้อย ต่ำ ลงและใกล้จะตกดินอีกในไม่ช้า  อินทิราเปิดประตูเข้ามาภายในบ้านของเธอ  ได้กลิ่นหอมของอาหารตลบอบอวนไปทั่วบ้านเสียงท้องโครกครากเพราะความหิว
    “
    ได้งานแล้วเหรอกลับเสียค่ำเชียว  รีบมากินข้าวเร็วฉันรู้ว่าแกหิว”
    “
    ขอบใจนะ ที่แกไม่เคยทิ้งฉันเลย  แกสบายใจได้แล้วเพราะฉันได้งานแล้วไม่ต้องห่วง  ต่อไปนี้  ฉันจะมีเพียงแค่แกคนเดียว  เราจะมีชีวิตที่ดี  ดีให้คนที่มันทิ้งเราอิจฉา”
    “
    แล้วแกก็ต้องหาผู้ชายที่ดีกว่าให้มันอิจฉาด้วยฉันจะหาให้  นี่เอาโทรศัพท์มา”
    “
    เอาไปทำไมอ่ะ”
    “
    ก็แอพหาคู่ไง  แมชชิ่ง อ่ะรู้จักไหมเราจะดูผู้ชายดี ๆในนี้เยอะแยะมากมายเอาไว้คุยเวลาที่เหงา”
    “
    ไม่ฉันไม่ชอบคุยกับผู้ชายเวิ่นเว้อ  ไร้สาระผู้ชายส่วนใหญ่ที่เข้าไปหาคู่ในแอปมีเพียงอย่างเดียวที่มันต้องการก็คือความสุขจากเรือนร่างของผู้หญิง”
    “
    อย่าคิดอะไรที่มันเป็นลบให้มันมากนักใช้ชีวิตให้มีความสุขสิคุยแก้เหงา ไม่ชอบก็ไม่ต้องนัดเจอแค่นั้นเองแค่เพื่อน เพราะว่าฉันเป็นห่วงแกพรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานต่างจังหวัดหลายวันเลยเชียวแหละ  ฉันเป็นห่วงแก”
    “
    ก็ได้ ก็ดีคุยแก้เหงาก็ได้”

    อินทิราไม่อยากจะขัดความปรารถนาดีของเพื่อนจึงยอมตกลงไปอย่างเสียมิได้เพื่อความสบายใจของ     เอมิกา