ความเจ็บปวดจากการถูกคนที่รักและไว้ใจหักหลังมันสามารถทำให้ผู้หญิงที่ไม่เคยคิดแม้แต่จะแตะต้องเครื่องดื่มมึนเมา ต้องมีสภาพเมามายไม่ได้สติถึงเพียงนี้ เอมมิกาเพื่อนรักของอินทิรานั่งมองเพื่อนสนิทนั่งฟูมฟายกระดกน้ำเมาสีฟ้ารสหวานปนขม เธอกระดกไปกี่แก้วอินทิราไม่อาจจะจดจำสิ่งเล็ก ๆ พวกนี้ สิ่งเดียวที่ยังคงวนเวียนหลอกหลอนเธออยู่ตลอดเวลาหลังจากที่เขาบอกกับเธอเพียงแค่ประโยคสั้นๆว่า “เราเลิกกันเถอะ” มันเป็นประโยคเดียวสั้นๆที่เธอไม่ลืมมันไปสักที เมื่ออินทิราคิดได้ว่าถ้าเธอเมาแล้วหลับไปเสียคงลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอได้บ้าง ขอเพียงให้เธอลืมเขาช่วงที่เธอรักก็ยังดี แต่การดื่มเพื่อให้ลืมความรักที่เจ็บปวด มันกลับกลายเป็นว่ายิ่งเพิ่มความทรมาน มากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเมื่อเธอตื่นขึ้นมาในตอนเช้า บ้านที่เธอเคยนอนประจำมันเคว้งคว้างหมุนติ้ว จนทำให้เธอกระอักกระอ่วนอยากจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้ มันคืออาการแฮงค์ ของคนที่ไม่เคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เสียงอาเจียนที่อยู่ภายในห้องนอนของอินทิรา ทำให้เอมิกาที่อยู่ในห้องครัวชั้นล่างแหงนขึ้นไปมองพร้อมกับส่ายหัว สักพักใหญ่ อินทิราก็เดินลงมาด้วยอาการที่โรยราไร้เรี่ยวแรง
“เข็ดหรือยัง? บอกแล้วว่าอย่ากินเยอะก็ไม่เชื่อคนอื่นเขาจะทำร้ายเราอย่างไรมันก็เรื่องของเขา แต่เราเองไม่สมควรซ้ำเติมร่างกายของเราด้วยการนำสิ่งที่ไม่ดีเข้ามาในร่างกาย”
“สาธุ…ทำอย่างกับว่าเมื่อคืนแกไม่ได้กิน”
“ก็ชั้นมันระดับเทพแล้ว ทั้งกินทั้งอาบก็ยังไม่เป็นอะไร ส่วนแกเคยเป็นคนดี อย่างไรก็ให้เป็นเหมือนเดิมเถอะ อย่าประชดชีวิตเพราะคนที่มันไม่เห็นค่า บางทีอาจจะมีใครที่แอบดูเราและเห็นค่าของเราอยู่”
“ชั้นว่า แค่แอบชอบน่าจะพอรับได้แต่ถ้าแอบดูมันน่ากลัวเกินไปเหมือนพวกสต๊อกเกอร์ยังไงก็ไม่รู้”
ในขณะที่สองสาวกำลังนั่งกินข้าวต้มกันอยู่ที่โต๊ะอาหารมีใครคนหนึ่งแอบส่องดูเธออยู่จริงๆโดยที่ไม่รู้ตัว พริษฐ์หนุ่มมาดเซอร์ข้างบ้านเขาเป็นนักดนตรี ไว้ผมยาวหนวดเครารุงรังเพื่อนเก่าสมัยมัธยมหลายคนจำเขาไม่ได้เพราะใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยขนเคราที่ปกคลุมใบหน้าไม่ต่างจากพี่เจ๋งบิ๊กแอส พริษฐ์ แอบส่องไอจีและเฟซบุกของอินทิรา จึงรู้ว่าเธอโสดแล้ว เขายิ้มออกมายังมีความสุข ขณะนี้เสน่ห์ของเขาเพียงอย่างเดียวที่มีก็คือเสียงร้องเพลงที่ทรงพลัง และการเล่นดนตรีที่ไพเราะ เขามีอาชีพเป็นนักดนตรีในผับ อินทิราไม่เคยได้เจอกับเขา แต่พริษฐ์ นั้นแอบชอบอินทิราตั้งแต่เธอพึ่งย้ายเข้ามาบ้านข้าง ๆ ใหม่ ๆ เขาได้แต่เฝ้ามองดูเธออยู่ห่าง ๆ เพราะอินทิรามีแฟนอยู่แล้ว
เพราะงานมันหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร อีกทั้งประวัติของอินทิราก็ถูกฝ่ายบุคคลได้ระบุซึ่งสาเหตุการถูกเชิญให้ออกด้วยเหตุผลว่า เธอมีพฤติกรรมคุกคามเพื่อนร่วมงาน จึงไม่มีบริษัทไหนก็รับเธอเข้าทำงานเลย ในระหว่างที่ไปสัมภาษณ์งานที่นั่นที่นี่จนทั่วกรุงเทพฯ ในหลายวันมานี้ ที่เราไม่รู้ว่ามีใครคนหนึ่งกำลังสะกดรอยตามเธอไปทั่ว ถึงเธอจะไม่เห็นตัวของคนคนนั้น แต่เธอรู้สึกได้ เพราะเสียงฝีเท้า ที่เธอได้สัมผัสแต่ในทุกครั้งที่เธอได้ยินแล้วหันกลับไปดู กลับเจอแต่ความว่างเปล่า บางครั้งอินทิราคิดว่าตัวเองหูฝาดไป และในครั้งนี้ก็เช่นกันขณะที่เธอกำลังเดินเข้าตรอกซอยเล็กๆ เพื่อที่จะเดินรับไปยังถนนใหญ่ ตามที่อยู่ ของบริษัทที่เธอกำลังจะไปสัมภาษณ์งาน เสี่ยงนั้นเริ่มเข้ามาใกล้ ใกล้เข้ามาอีก เป็นแบบนี้ทุกครั้ง มันไม่ใช่ครั้งสองครั้งแต่มันทุกครั้งที่เธอเดินอยู่เพียงคนเดียวตามลำพัง อินทิราคิดว่าถ้าเธอหันกลับไปจะเจออะไรหรือเปล่า แต่ในตรอกนี้ ไม่มีทางที่จะหลบหลีกไปไหนได้อินทิราตัดสินใจหันหลังกลับไปดู
“พี่ปรานนะเอง ทิราตกใจหมดเลยเดินตามมาทำไมคะ?”
“กำลังหางานอยู่เหรอ ได้งานหรือยังล่ะ?”
“ยังเลยค่ะพี่ปราณ เพราะผู้หญิงคนใหม่ของ ชุติมัน ทำให้ไม่มีบริษัทไหนรับ ทิราเข้าทำงานเลยค่ะ”
“เอาเถอะๆ อย่าไปสนใจกับคนนั้นเลยถ้าที่เรายังหางานไม่ได้ พอดีพี่สาวของพี่กำลังจะเปิดร้านกาแฟ ลองไปสมัครดูสิเห็นว่ารับอยู่หลายตำแหน่ง นี่เป็นนามบัตรของพี่สาวของพี่ แล้วไม่ต้องบอกเราว่าพี่แนะนำมา เพราะพี่กับพี่สาวไม่ถูกกัน อย่าลืมนะห้ามบอกว่าพี่เป็นคนแนะนำมา”
“ขอบคุณค่ะพี่ พี่ปราณคือพระมาโปรดทิราเลยค่ะ”
ปราณเดินไปส่งอินทิราที่ตรงถนนใหญ่แล้วก็ปลีกตัวออกไปจากอินทิราพร้อมกับโบกมือลารอยยิ้มที่มีไมตรีจิตของเขา ทำให้อินทิรามีกำลังใจขึ้นมาบ้าง ปราณคือรุ่นพี่ที่ทำงานเขาคอยช่วยเหลืออินทิราทุกเรื่อง ตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาทำงานในบริษัทนั้น เขาเป็นผู้ชายที่ดูอบอุ่นและเป็นที่รักของพนักงานในบริษัททุกคน อินทิรายิ้มตอบรับรอยยิ้มที่เป็นมิตรของปราณก่อนที่จะโบกมือเรียกรถแท็กซี่รีบตรงไปยังร้านกาแฟตามที่อยู่ในนามบัตร
คาเฟ่ใจกลางกรุงขนาดใหญ่ที่กำลังตกแต่งอย่างสวยงามมีทั้งอาหารคาวหวานและกาแฟเครื่องดื่มอีกหลายร้อยชนิด อีกไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็น่าจะเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ อินทิราหัวใจฟูขึ้นมาทันที เธอตรงไปเปิดประตู เสียงดังกรุ๊งกริ๊งจากกระดิ่งที่แขวนไว้ มันกระทบกันจนเกิดเสียงที่ไพเราะออกมา เสียงทักทายของผู้หญิง หน้าตาดีดูมีอายุมากกว่าอินทิราสักประมาณ 3-4 ปีได้ แต่เธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ท้องใหญ่ดูเหมือนกำลังใกล้จะคลอดอยู่อีกไม่กี่เดือนนี้
“สวัสดีค่ะ ร้านเรายังไม่ได้เปิดให้บริการนะคะ”
“สวัสดีค่ะทิรามาสมัครงานค่ะ มีตำแหน่งอะไรว่างอยู่คะในตอนนี้ ทิราสามารถทำได้ทุกอย่าง”
เพราะเกรงว่าตัวเองจะไม่ได้งานนี้เธอจึงโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้ผู้หญิงที่อยู่เบื้องหน้าและกำลังยิ้มให้เธออยู่นั้นเห็นใจ อินทิรามั่นใจว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้นคือเจ้าของร้านแน่นอน เพราะคงไม่มีใครจ้างผู้หญิงท้องแก่ขนาดนี้มาเดินทำงานเก็บกวาดและจัดของอยู่ในร้านเป็นแน่
“อันที่จริงแล้วก็ต้องการอยู่หลายตำแหน่ง แต่คงต้องดูความสามารถของคุณทิราก่อนว่าเคยผ่านงานอะไรมาบ้าง”
“ที่เราเคยทำงานที่บริษัทในตำแหน่งหน้าที่ฝ่ายการบัญชีค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็มีอยู่สองตำแหน่งให้คุณธิราเลือกนั่นก็คือ ฝ่ายบัญชีและ แคชเชียร์”
“ทิราขอลงตำแหน่งแคชเชียร์ก็แล้วกันค่ะเพราะทิราเบื่อการทำบัญชี ที่อยู่แต่ในออฟฟิศไม่ค่อยได้เจอหน้าใคร อยู่หน้าร้านคอยคิดเงินให้ลูกค้า ทิราชอบกลิ่นกาแฟจะได้นั่งดมทุกวันทั้งวันสดชื่นดีขอโทษนะคะไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร?”
“ชื่อปริมค่ะ ที่เป็นเจ้าของร้าน”
“เออเจ้าของร้านทำไมถึงมาทำงานเองล่ะคะไม่มีฝ่ายบุคคลคอยรับสมัครพนักงาน”
“ร้านพี่เป็นแค่ร้านเล็กๆตำแหน่งหน้าที่มีไม่เยอะสิ่งไหนทำเองได้ก็จะทำด้วยตัวเอง แต่สิ่งไหนที่ทำเองไม่ได้อย่างเช่น แม่ครัว บาร์ริสต้า แล้วก็พนักงานบัญชีพี่จำเป็นต้องจ้าง”
“ร้านของพี่ไม่เล็กนะคะใหญ่เลยทีเดียวลูกค้าคงเยอะน่าดู”
“อันนี้พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะยังไม่ได้เปิดแต่ก็ขอให้เยอะเหมือนที่น้องว่าก็แล้วกัน เราจะได้อยู่ได้ อีก สามวันร้านก็จะเปิดแล้วทิราสะดวกหรือเปล่า?”
“สะดวกค่ะ”
เอมมิกานั่งเสมอมองหาเพื่อนอยู่ในบ้านวันนี้เป็นวันหยุดของเธอ แต่เมื่อเธอตั้งใจจะ มาให้กำลังใจอินทิรา และมาอยู่เป็นเพื่อน แต่เอมมิกาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเพื่อนเธอ เธอจึงหยิบกุญแจบ้านตรงที่ซ่อนประจำมีเพียงเธอและอินทิราเท่านั้นที่รู้ที่ซ่อนกุญแจ เอมมิกาเริ่มเข้าครัว เพราะเริ่มเย็นแล้วพระอาทิตย์กำลังเคลื่อนคล้อย ต่ำ ลงและใกล้จะตกดินอีกในไม่ช้า อินทิราเปิดประตูเข้ามาภายในบ้านของเธอ ได้กลิ่นหอมของอาหารตลบอบอวนไปทั่วบ้านเสียงท้องโครกครากเพราะความหิว
“ได้งานแล้วเหรอกลับเสียค่ำเชียว รีบมากินข้าวเร็วฉันรู้ว่าแกหิว”
“ขอบใจนะ ที่แกไม่เคยทิ้งฉันเลย แกสบายใจได้แล้วเพราะฉันได้งานแล้วไม่ต้องห่วง ต่อไปนี้ ฉันจะมีเพียงแค่แกคนเดียว เราจะมีชีวิตที่ดี ดีให้คนที่มันทิ้งเราอิจฉา”
“แล้วแกก็ต้องหาผู้ชายที่ดีกว่าให้มันอิจฉาด้วยฉันจะหาให้ นี่เอาโทรศัพท์มา”
“เอาไปทำไมอ่ะ”
“ก็แอพหาคู่ไง แมชชิ่ง อ่ะรู้จักไหมเราจะดูผู้ชายดี ๆในนี้เยอะแยะมากมายเอาไว้คุยเวลาที่เหงา”
“ไม่ฉันไม่ชอบคุยกับผู้ชายเวิ่นเว้อ ไร้สาระผู้ชายส่วนใหญ่ที่เข้าไปหาคู่ในแอปมีเพียงอย่างเดียวที่มันต้องการก็คือความสุขจากเรือนร่างของผู้หญิง”
“อย่าคิดอะไรที่มันเป็นลบให้มันมากนักใช้ชีวิตให้มีความสุขสิคุยแก้เหงา ไม่ชอบก็ไม่ต้องนัดเจอแค่นั้นเองแค่เพื่อน เพราะว่าฉันเป็นห่วงแกพรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานต่างจังหวัดหลายวันเลยเชียวแหละ ฉันเป็นห่วงแก”
“ก็ได้ ก็ดีคุยแก้เหงาก็ได้”
อินทิราไม่อยากจะขัดความปรารถนาดีของเพื่อนจึงยอมตกลงไปอย่างเสียมิได้เพื่อความสบายใจของ เอมิกา