บทที่ 28 สูญเงินสิบตำลึงไปอย่างปวดร้าว
"เป็อันใดไป? ข้าิ่สิงซานสอนให้พวกเ้ากลายเป็เต่าหัวหดั้แ่เมื่อใดกัน?"
ระหว่างที่ลู่ชิงกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ก็พลันได้ยินผู้เฒ่าิ่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน เมื่อนายท่านทั้งสามแห่งตระกูลิ่ได้ยินดังนั้น ก็พากันหุบปากเงียบกริบในทันที
ผู้เฒ่าิ่ปรายตามองพวกเขารอบหนึ่ง ก่อนจะหันมาจ้องมองหรานหร่านที่อยู่เบื้องหน้า
"แม่หนูน้อย ตาเฒ่าอย่างข้าจะให้เวลาเ้าเจ็ดวัน ใน่เจ็ดวันนี้ คนของตระกูลิ่ล้วนยินยอมรับฟังคำสั่งของเ้าทุกประการ"
"ตกลงเ้าค่ะ" หรานหร่านหมุนตัวไปมาบนพื้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะชูมือน้อย ๆ ของตนขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า "พวกเรามาเกี่ยวก้อยประทับตรากัน ใครผิดคำพูดคนนั้นต้องกลายเป็ลูกหมานะเ้าคะ!"
ผู้เฒ่าิ่ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นเ้าก้อนแป้งน้อยคว้ามือของเขาไปประทับตราโดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวคนแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อย บนใบหน้าชราจึงอดไม่ได้ที่จะเผยแววตาเมตตาเอ็นดูออกมา เขามองหรานหร่านด้วยความอิจฉาเล็กน้อย ภายในใจรู้สึกเปรี้ยวฝาดเมื่อคิดว่า เหตุใดลูกหลานที่น่ารักและเฉลียวฉลาดปานนี้ ถึงไม่มาเกิดในตระกูลิ่ของพวกเขาบ้าง
หลังจากส่งคนตระกูลิ่กลับไปแล้ว ลู่ชิงถึงค่อยลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาย่อตัวลงไปบีบพวงแก้มยุ้ยนุ่มนิ่มของหรานหร่านเบา ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เ้าไม่รู้หรอกว่าหมัดของเ้าเมื่อครู่นี้ ทำเอาข้าใจนแทบสิ้นสติ วันหน้าวันหลังจะลงมือสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้วนะ หากใต้เท้าล่วงรู้เข้า เ้าต้องถูกลงโทษเป็แน่"
หรานหร่านได้ยินดังนั้นก็แลบลิ้นปลิ้นตาอย่างซุกซน นางพองลมจนแก้มป่องแล้วเอ่ยแย้งว่า "ก็ใครใช้ให้เขาไม่เชื่อข้าเล่าเ้าคะ?"
ส่วนท่านหมอผู้เฒ่าสวี่กลับมองหรานหร่านด้วยสายตาชื่นชม พลางเอ่ยสนับสนุน "ลงมือได้ดี!"
"คนตระกูลิ่พวกนี้ล้วนเป็พวกบ้าดีเดือด หากเ้าไปพูดจาอ้างเหตุผลสารพัดกับพวกเขา ย่อมไม่มีทางคุยกันรู้เื่หรอก สู้ซัดหน้าคว่ำไปสักหมัดยังจะเจรจากันได้ง่ายเสียกว่า!"
ลู่ชิง "..."
"ยามนี้คนตระกูลิ่ให้เวลาพวกเราเพียงเจ็ดวัน ภายในเจ็ดวันนี้พวกเราจะสามารถจับตัวนักพรตชิงเสวียนผู้นั้นได้จริง ๆ หรือขอรับ?" ลู่ชิงเอ่ยขึ้นมาด้วยความกังวลใจ
"ท่านลุงลู่ชิงวางใจเถอะเ้าค่ะ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของหรานหร่านเอง!" หรานหร่านตบหน้าอกรับปากเป็มั่นเป็เหมาะ
"ถ้าเช่นนั้นก็ตกลงตามนี้!" ลู่ชิงพยักหน้ารับ "แต่เ้าต้องสัญญากับท่านลุงลู่ชิงก่อนว่า ่หลายวันนี้ หากเ้าจะออกไปข้างนอก ต้องพาข้าไปด้วยทุกครั้ง มิเช่นนั้นท่านพ่อของเ้าคงจะเป็ห่วงแย่!"
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น หรานหร่านก็ยกมือขึ้นตบหน้าอกลู่ชิงด้วยท่าทีรังเกียจนิด ๆ นางทอดถอนใจออกมาเบา ๆ แสร้งทำสีหน้าลำบากใจเต็มประดา
"เช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ!"
ลู่ชิงถึงกับหน้าดำทะมึน เขาเป็ถึงองครักษ์อันดับหนึ่งข้างกายใต้เท้าเชียวนะ แล้วเหตุใดถึงถูกเ้าก้อนแป้งน้อยรังเกียจถึงเพียงนี้?
"ท่านลุงลู่ชิง สิ่งนี้ถือเสียว่าข้ามอบให้ท่านนะเ้าคะ"
หรานหร่านล้วงยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมาจากกระเป๋า มันมีสีสันประหลาด จะว่าแดงก็ไม่ใช่ จะว่าเขียวก็ไม่เชิง แล้วยื่นส่งไปตรงหน้าลู่ชิง
ลู่ชิงหนังตากระตุกยิก ๆ เขาเอ่ยถามหยั่งเชิง "กินของเขาปากอ่อน รับของเขาพึงเกรงใจหรือ?"
พูดจบเขาก็เบือนหน้าหนี หลุบตาลงต่ำอย่างว่านอนสอนง่าย พลางพึมพำ "เ้าอยากรู้อันใดก็ถามมาเถิด ขอเพียงเป็เื่ที่พูดได้ ลู่ชิงผู้นี้รับรองว่าจะตอบจนหมดเปลือก ไม่มีปิดบังแน่นอน"
เมื่อหรานหร่านได้ยินประโยคนั้น คิ้วเรียวเล็กก็พลันขมวดเข้าหากันแน่น ท่านลุงลู่ชิงช่างโง่เขลาเสียจริง
"ท่านลุงลู่ชิง ท่านไม่้าจริง ๆ หรือเ้าคะ?"
ลู่ชิงส่ายหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง "กินลูกอมมาก ๆ แล้วจะปวดฟันนะ!"
พูดจบ เขาก็ไม่วายเอ่ยข่มขู่เ้าก้อนแป้งน้อยไปอีกประโยค "เด็กน้อยอย่างเ้า ระวังฟันจะหลุดร่วงหมดปากเอาล่ะ!"
"ท่านลุงลู่ชิง ภายหลังอย่ามาเสียใจก็แล้วกันนะเ้าคะ" หรานหร่านเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มหวานแหวว
ลู่ชิงพยักหน้ารับอย่างจริงจัง "ไม่มีทางเสียใจเด็ดขาด!"
"ถ้าเช่นนั้นก็ช่างเถิด!" หรานหร่านหมุนตัวกลับ พลางยัดยาลูกกลอนเม็ดนั้นใส่มือของท่านหมอผู้เฒ่าสวี่แทน นางเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกับฉีกยิ้มจนตาหยี "เช่นนั้นข้ามอบให้ท่านปู่สวี่ก็แล้วกันเ้าค่ะ!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เคยประจักษ์ถึงสรรพคุณยาลูกกลอนของหรานหร่านมาแล้ว ยาสองเม็ดที่ให้แม่นางสวีกินเข้าไปก็มีหน้าตาเช่นนี้ แม้รูปลักษณ์จะดูอัปลักษณ์ไปสักหน่อย ทว่าสรรพคุณกลับล้ำเลิศนัก เขายังคิดหาโอกาสถามไถ่แม่หนูน้อยอยู่เลยว่านี่คือยาอันใดกัน คาดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาอยู่ในมือของตนเองรวดเร็วปานนี้
"คิกคิก..."
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ประคองยาลูกกลอนไว้ในมือ หัวเราะร่วนจนริ้วรอยบนใบหน้ายับย่น เขาหยิบกล่องไม้ใบเล็กออกมาบรรจุเม็ดยาลงไปราวกับเป็ของล้ำค่า ก่อนจะเก็บซ่อนไว้ในสาบเสื้ออย่างระมัดระวัง
ลู่ชิงเบิกตาโพลง "ก็แค่ลูกอมมิใช่หรือขอรับ? ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ ท่านทำท่าทางเกินจริงไปหรือไม่?"
เมื่อท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ได้ยินดังนั้น ก็พลันเผยสีหน้าดูแคลนออกมาทันที เขายืดคอขึ้นอย่างวางก้ามราวกับไก่ชนตัวผู้ที่เพิ่งคว้าชัยชนะมาได้ ก่อนจะเอ่ยอย่างโอหังว่า
"ชายหนุ่มอย่างเ้าจะไปรู้อันใด?"
"ช่างเสียแรงที่เกิดมามีดวงตาเสียเปล่า ตาบอดแท้ ๆ!"
เมื่อลู่ชิงได้ยินคำด่า ริมฝีปากก็เม้มเข้าหากันเป็เส้นตรง "ก็แค่ลูกอมเม็ดหนึ่งมิใช่หรือขอรับ? เงินหนึ่งอีแปะยังซื้อได้ตั้งห้าเม็ดเชียวนะ!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ "..."
"ที่ข้าด่าว่าเ้าตาบอดยังถือเป็การชื่นชมเสียด้วยซ้ำ! หรือว่าปกติแล้วเ้าหนุ่มเซียวมักจะหักลดเสบียงอาหารของเ้ากันแน่? เ้าถึงได้โง่เขลาเพียงนี้ ไปหาอันใดมากินบำรุงบ้างเถอะ!" ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เอ่ยค่อนขอดด้วยความระอาใจ
"คิกคิก"
หรานหร่านยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคัก นางเงยหน้าขึ้นชูนิ้วโป้งให้ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ "ท่านปู่สวี่ช่างมีสายตาแหลมคมดุจผู้รู้คุณค่าของไข่มุกจริง ๆ เ้าค่ะ"
"แน่นอน!"
เมื่อถูกเ้าก้อนแป้งน้อยเอ่ยชม ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก็ยืดอกรับด้วยความภาคภูมิใจ
ลู่ชิงมีสีหน้างุนงงสงสัยไปหมด เขาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถาม "สิ่งนี้มิใช่ลูกอมหรอกหรือ?"
เ้าก้อนแป้งน้อยส่งยิ้มกว้างให้เขา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว "นี่คือโอสถที่ช่วยฟื้นฟูพละกำลังได้อย่างรวดเร็วเ้าค่ะ!"
ลู่ชิงถึงกับสะอึกไปชั่วขณะ เขาปรายตามองยาลูกกลอนที่ถูกท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เก็บซ่อนเอาไว้เรียบร้อยแล้วด้วยสีหน้าปวดร้าวใจ "แล้วมีบ้านไหนเขาหลอมโอสถออกมาเป็สีสันฉูดฉาดเช่นนี้กันเล่า?"
เมื่อท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เห็นลู่ชิงจ้องมองมา เขาก็รีบคว้าจับสาบเสื้อของตนเองเอาไว้แน่นด้วยความระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าลู่ชิงจะพุ่งเข้ามาแย่งชิงไป พลางเอ่ยสวนกลับไปว่า "สีสันของโอสถย่อมแปรเปลี่ยนไปตามสมุนไพรแต่ละชนิดที่นำมาหลอมสิ ชายหนุ่มอย่างเ้านี่ช่างตื้นเขินเสียจริง"
ลู่ชิง "..."
"ไม่ใช่นะเ้าคะ"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ยังเอ่ยไม่ทันขาดคำ เ้าก้อนแป้งน้อยก็ร้องแย้งขึ้นมาด้วยเสียงใสแจ๋ว ใบหน้าอวบอิ่มเต็มไปด้วยรอยยิ้ม "เป็เพราะข้าเติมน้ำคั้นจากดอกไม้ลงไปต่างหาก มันถึงได้เปลี่ยนสี!"
"สีสันสดใสเช่นนี้ออกจะดูสวยงามนะเ้าคะ!"
"หรานหร่านสามารถหลอมโอสถให้ออกมาเป็สีเหลืองหรือสีฟ้าก็ได้นะเ้าคะ หรือจะปั้นให้เป็รูปเห็ดดอกเล็ก ๆ ก็ยังได้เลย"
"ท่านอาจารย์สามของข้าเคยบอกเอาไว้ว่า การหลอมโอสถน่ะ แค่ทำตามใจชอบก็พอแล้วเ้าค่ะ!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ใบหน้ากระตุกยิก ๆ เมื่อได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าชราก็แทบจะปั้นหน้าขรึมต่อไปไม่ไหว
เ้าก้อนแป้งน้อยรู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังพูดสิ่งใดออกมา? ของพรรค์อย่างโอสถนี้ เป็สิ่งที่สามารถหลอมขึ้นมาได้ส่งเดชตามใจชอบอย่างนั้นหรือ?
สำหรับผู้อื่นแล้วมันเป็เื่ที่ยากเย็นแสนเข็ญราวกับปีนป่ายขึ้น์ ทว่าพอมันหลุดออกจากปากของเ้าก้อนแป้งน้อย เหตุใดถึงได้กลายเป็เื่ง่ายดายราวกับกินข้าวปลาหรือดื่มน้ำไปได้เล่า?
หลังจากลู่ชิงได้ฟังทั้งสองคนสนทนากัน ภายในใจของเขาก็รู้สึกเสียใจภายหลังจนแทบกระอัก! นั่นมันคือโอสถล้ำค่าชัด ๆ แล้วเหตุใดเขาถึงได้มองเห็นเป็เพียงลูกอมไปได้เล่า?
สมแล้วจริง ๆ เขามันตาบอดตาใสของแท้เลย!
"แฮะ ๆ คือว่าหรานหร่านเอ๋ย เ้าลองตรองดูสิว่าปกติแล้วท่านลุงลู่ชิงดีต่อเ้ามากเพียงใด?"
ลู่ชิงรีบย่อตัวลงมา ลูบศีรษะของหรานหร่านด้วยใบหน้าประจบประแจง แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน
"คิกคิก..." หรานหร่านหัวเราะคิกคักใส่ลู่ชิง แก้มยุ้ย ๆ บนใบหน้าพองออกเป็จังหวะ "ท่านลุงลู่ชิงอยากได้โอสถเม็ดนั้นหรือเ้าคะ?"
"อื้อ ๆ" ลู่ชิงรีบพยักหน้าหงึกหงักราวกับไก่จิกข้าวสาร
เ้าก้อนแป้งน้อยเชิดริมฝีปากขึ้นน้อย ๆ นางแบมือทั้งสองข้างออก พลางส่งยิ้มหวานหยดย้อยงดงามราวกับดอกท้อ "ท่านลุงลู่ชิง โอกาสมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นนะเ้าคะ!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่ชิงพลันแข็งค้าง เขาแทบจะร้องไห้โฮออกมาอยู่รอมร่อ
"หรานหร่านเอ๋ย เ้าจะทำกับท่านลุงลู่ชิงเช่นนี้ไม่ได้นะ!"
"ท่านลุงลู่ชิงเ้าขา ของฟรีไม่มีแล้วนะเ้าคะ แต่ท่านสามารถใช้เงินซื้อได้เ้าค่ะ ข้าคิดราคามิตรภาพเพียงเม็ดละสิบตำลึงเงินเท่านั้น ท่านจะซื้อหรือไม่เ้าคะ?"
ลู่ชิง "..."
เพียงชั่วพริบตา เขาก็ต้องสูญเสียเงินสิบตำลึงไปอย่างปวดร้าวใจเสียแล้ว