ตอนที่ 16 – ความทรงจำในเสียงสุดท้าย
ไฟทุกดวงในบ้านดับสนิท
เสียงสุดท้ายที่ได้ยิน คือเสียง “ไวโอลินลากโน้ตยาว” ก่อนทุกอย่างจะเงียบลงจนได้ยินแม้แต่เสียงหัวใจเต้น
วรุฒกับจิตรายืนนิ่งในความมืด
“พี่เมฆา... พี่อยู่ไหนครับ?”
ไม่มีคำตอบ
มีเพียงแสงบาง ๆ จากเครื่องบันทึกเสียงที่กระพริบอยู่กลางห้อง
เมฆานั่งอยู่ตรงนั้น — เงียบ สงบ เหมือนคนกำลังฟังอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครได้ยิน
“พี่...” จิตรากลั้นใจเรียกอีกครั้ง
เขาหันมาช้า ๆ ดวงตาเหมือนคนละคน
“เขาอยากให้ผมจำ”
“จำอะไรครับ?” วรุฒถามระวัง ๆ
“ตอนที่ผมทำให้เขาตาย...”
สิบห้าปีก่อน
เสียงไวโอลินแว่วจากห้องทดลองกลางเมือง
ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งจ้องกราฟคลื่นสมองบนหน้าจอ
ข้าง ๆ เขาคืออาจารย์ของเขา — ดร.ปิยะ ผู้บ้าคลั่งในเสียง
“เสียงคือภาษาของจักรวาล เมฆา นายเข้าใจไหม?”
“ครับอาจารย์ แต่เรากำลังทดลองกับสมองมนุษย์จริง ๆ แบบนี้มัน...”
“วิทยาศาสตร์ไม่รอคนกลัว นายอยากได้ความจริง หรืออยากได้ความปลอดภัย?”
คืนนั้น พวกเขาทดลอง “โครงการ Resonance” ครั้งแรก —
ดร.ปิยะเสียบอิเล็กโทรดเข้าที่ขมับตัวเอง เพื่อบันทึกเสียงคลื่นสมองที่เชื่อมกับไวโอลินไฟฟ้า
เสียงบรรเลงแรกงดงาม แต่พอถึงโน้ตสุดท้าย เสียงแหลมสูงกะทันหันดังขึ้น
ดร.ปิยะสะดุ้ง เงยหน้าขึ้น...แล้วหัวใจหยุดเต้นทันที
“ผมพยายามช่วย แต่สายทั้งหมดไหม้ ผมจำได้แค่เสียงโน้ตสุดท้าย” เมฆาพูดเสียงเบา
“หลังจากนั้น เสียงนั้นติดอยู่ในหัวผม... ผมได้ยินมันทุกคืน”
วรุฒขนลุก “พี่หมายถึง...”
“เสียงของเขา ไม่เคยหายไป”
จู่ ๆ เสียงไวโอลินก็ดังขึ้นอีกครั้ง —
แต่คราวนี้ไม่ใช่จากเครื่องดนตรี ไม่ใช่จากเทป
มันดัง “จากในกำแพง” รอบตัวพวกเขา
เหมือนบ้านทั้งหลังกลายเป็นเครื่องขยายเสียง
จิตรากรีดร้อง “พี่! ผนังมันขยับ!”
ไม้ผนังสั่นสะเทือน มีรอยแตกแยกเป็นรูปคลื่น
จากช่องแสงนั้น “ควันดำ” ค่อย ๆ ซึมออกมา แล้วจับตัวเป็นรูปร่างของชายคนหนึ่ง —
ใบหน้าขาวซีด มือถือคันชักไวโอลินที่ไม่แตะพื้น
“เราไม่ได้แยกจากกัน เมฆา... เราแค่เล่นคนละท่อน”
เมฆายืนนิ่ง ดวงตาสบกับเงานั้นโดยไม่ไหวหวั่น
“คุณไม่ใช่ผี คุณคือพลังงานคลื่นสมองที่ค้างอยู่ในระบบ ผมสร้างคุณเอง”
“ใช่ นายสร้างฉัน... และฉันก็จะเล่นต่อให้จบ”
ไวโอลินในมือมันเริ่มขยับเอง
โน้ตแรกดังขึ้น แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงเศร้า
มันเป็นเสียง “หัวเราะ”
จิตราเอามืออุดหู “หนูฟังแล้วเหมือนเสียงคนบ้าเลยพี่!”
เมฆายิ้มบาง “ก็ดร.ปิยะเป็นอัจฉริยะที่บ้าระดับนั้นจริง ๆ”
“พี่จะทำยังไงครับ?” วรุฒถาม
“จะไม่หนีเหรอ?”
“หนีทำไม? ผมต้องฟังเพลงนี้ให้จบ”
เขาค่อย ๆ ก้าวเข้าไปตรงหน้าเงานั้น
หยิบไมค์จิ๋วขึ้นมาเสียบเข้ากับเครื่องสแกนคลื่นเสียง
“คุณต้องการให้ผมได้ยินเสียงสุดท้ายใช่ไหม?”
“ใช่...”
“งั้นให้ผมเล่นกับคุณอีกครั้งสิ”
เขาหยิบไวโอลินของตัวเองขึ้นมา — เครื่องที่เขาเคยใช้ร่วมกับอาจารย์เมื่อสิบห้าปีก่อน
จับคันชักขึ้นตรง... แล้วเริ่มเล่นทำนองเดียวกัน
เสียงทั้งสองเริ่มทับกัน
โน้ตสั่น สะท้อน ก้องกลับไปมาระหว่างคนกับเงา
วรุฒกับจิตราต้องหลบ เพราะแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นเสียงทำให้กระจกแตกเป็นแถบ
จนกระทั่ง... โน้ตสุดท้ายดังขึ้นพร้อมกัน — แล้วทุกอย่างก็เงียบ
ควันดำจางหาย เงาของดร.ปิยะค่อย ๆ ละลายหายไปในอากาศ
เหลือเพียงไวโอลินสีดำตกอยู่กลางห้อง
เมฆาวางคันชักลง หายใจลึก
“จบแล้ว”
วรุฒยังไม่แน่ใจ “พี่แน่ใจนะครับว่า...เขาไปจริง ๆ?”
เมฆายักไหล่ “ถ้าเขายังอยู่ ก็หวังว่าอย่างน้อยจะช่วยตั้งสายให้ตรงบ้าง”
จิตราถอนหายใจ “พี่นี่นะ เจอผีแล้วยังมีอารมณ์เล่นมุกอีก”
“ก็ต้องมีสิ” เมฆายิ้มมุมปาก “ไม่งั้นเสียงหัวใจคนฟังมันจะเบาเกินไป”
*จบตอนที่ 16 – ความทรงจำในเสียงสุดท้าย*
Next ตอนที่ 17 – เสียงที่ไม่ควรมีอยู่
หลังเหตุการณ์เงียบสงบได้ไม่นาน เมฆาเริ่มตรวจพบว่าคลื่นเสียงแบบเดียวกับ “Resonance” กำลังแพร่กระจายไปในพื้นที่อื่น — และบางคนเริ่มได้ยิน “เสียงเรียก” ให้ฆ่าตัวตายตามทำนอง...