โอบรักไว้กลางใจ Held In My Love

    Episode 1 : “Luna Sweets”

    โอบรักไว้กลางใจ : “Luna Sweets”


    Luna Sweets


    เช้าอ่อนของวันใหม่ เสียงแรกของวันแทรกผ่านกระจกใสหน้าร้านเล็กๆ ที่มีป้ายไม้เขียนว่า ‘Luna Sweets’ ตัวอักษรสีดำขลับตัดกับพื้นขาวอย่างเรียบง่าย กลิ่นหอมของเนยละลายลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ 


    เสียง ‘แกร๊ก’ เบาๆ ดังขึ้น เปลือกไข่ถูกแยกออกอย่างแม่นยำ ก่อนที่หญิงสาวใบหน้ารูปไข่จะใช้ตะกร้อมือตีไข่กับน้ำตาลเข้าด้วยกัน จังหวะสม่ำเสมอราวกับทำนองเพลง


    ไม่นานนักแป้งเค้กค่อยๆ ถูกร่อนลงไปเป็๲ผงละเอียด เธอใช้ไม้พายตะล่อมอย่างเบามือ รักษาความฟูของเนื้อเค้กไว้ราวกับกำลังทะนุทะนอมดุจไข่ในหิน


    บนเคาน์เตอร์ข้างๆ มีสตรอว์เบอร์รี่สดวางเรียงอยู่ สีแดงสดตัดกับสีขาวของครีมที่กำลังรอการตี


    หญิงสาวเหลือบมองเล็กน้อย ก่อนจะหยิบขึ้นมาหนึ่งลูก ใช้ปลายมีดตัดขั้วออกอย่างประณีต น้ำสีแดงใสซึมออกมานิดๆ


    เธอหยุดมือไปชั่วครู่ สายตาคู่นั้นนิ่งลง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะกลับมาตั้งใจอีกครั้ง


    หญิงสาวในผ้ากันเปื้อนสีครีมยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ผมยาวถูกรวบลวกๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ตั้งใจจริงยามจดจ่อกับบางสิ่งบางอย่าง


    เค้กถูกเทลงพิมพ์ เข้าเตาอบ เวลาเดินไปช้าๆ พร้อมกับกลิ่นหอมที่ค่อยๆ อบอวล


    “อุณหภูมิ 180…สิบห้านาที…ไม่พลาดนะ” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางก้มมองเนื้อเค้กในพิมพ์ที่กำลังจะเข้าเตา


    นี่ไม่ใช่เค้กธรรมดา แต่มันคือเค้กสูตรใหม่ที่เธอลองผิดลองถูกมานับ 10 ครั้ง


    เสียงนาฬิกาดังติ๊ก…ต๊อก…ท่ามกลางความเงียบของร้านที่ยังไม่เปิดให้ลูกค้าเข้า


    เมื่อทุกอย่างพร้อม เธอผ่าชั้นเค้กออกอย่างระมัดระวัง ปาดครีมสีขาวนวลลงไป แล้วเรียงสตรอว์เบอร์รี่ที่ละชิ้นอย่างพิถีพิถัน


    ไม่รีบร้อน ไม่พลาดแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ ราวกับว่าเค้กก้อนนี้ไม่ได้ทำเพื่อขาย…แต่ทำเพื่อใครบางคน


    หญิงสาวปาดครีมปิดหน้าเค้กอย่างเรียบเนียน ก่อนจะวางสตรอว์เบอร์รี่ลูกสุดท้ายลง แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้น


    แสงแดดสะท้อนในดวงตาคู่นั้น สงบนิ่ง แต่กลับซ่อนบางอย่างเอาไว้ลึกๆ


    เธอคือ ‘ลลิน ลัลณ์ลลิน รัตนกานต์’ เธอเป็๲หญิงสาวตัวเล็กน่าทะนุทะนอม ไหล่บาง และรูปร่างบอบบางราวกลับจะปลิวไปตามลม ผิวขาวละเอียดจนดูเหมือนสะท้อนแสงอ่อนๆ ทุกครั้งที่แสงแดดส่งกระทบ 


    ดวงตาสีน้ำตาลใสแจ๋ว ดูสดใสเหมือนเด็กน้อย แต่ลึกลงไปกลับซ่อนความอ่อนโยนบางอย่างเอาไว้ ขนตางอนยาวยิ่งทำให้สายตาเธอดูน่ามองเป็๲พิเศษ


    จมูกเล็กๆ ริมฝีปากสีชมพูอ่อนที่มักเผยรอยยิ้มจางๆ แบบเขินๆ อยู่เสมอ


    ผมยาวนุ่มสีน้ำตาลเข้มถูกมัดหางม้าหลวมๆ ปล่อยปอยผมบางส่วนตกข้างแก้ม เพิ่มความน่ารักเป็๲ธรรมชาติให้เธอโดยไม่ต้องพยายาม


    เธออาจจะไม่ใช่คนสวยที่โดดเด่นสะดุดตาในทันที แต่เป็๲คนที่พอมองแล้ว…จะรู้สึก ‘น่ารัก’ ขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว


    เหมือนกับเค้กชิ้นเล็กๆ ที่หน้าตาเรียบง่าย แต่พอได้ลอง…กลับหวานละมุนจนยากจะลืม


    ลลินหยิบสมุดสูตรเล่มเก่าที่มุมกระดาษเริ่มงอ เขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดมือชั่วคราว


    เสียงกระดิ่งหน้าร้านดัง กรุ๊งกริ๊ง เบาๆ


    “พี่ลินนน~วันนี้ทำอะไรหอมอีกแล้วเนี่ย” เสียงใสของลูกน้องคนสนิทดังขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้าน


    ลลินเงยหน้าจากเค้กตรงหน้า ยิ้มบางๆ “ลองสูตรใหม่อยู่…ยังไม่แน่ใจว่าโอเคไหม”


    “โห หน้าตาน่ากินขนาดนี้ ยังไม่โอเคอีกหรอคะ” อีกฝ่ายวางกระเป๋าเข้ามาใกล้ ดวงตาเป็๲ประกาย


    “ชิมได้ไหมคะ ขอคำเดียว” อิงฟ้ายืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางเรียบร้อย


    ‘อิงฟ้า’ เธอเป็๲ผู้หญิงรูปร่างสมส่วน ไม่โดดเด่นสะดุดตาในทันที แต่ยิ่งมอง…ยิ่งรู้สึกสบายใจ


    ผมยาวสีน้ำตาลเข้มถูกปล่อยสบายๆ หรือบางวันก็มัดรวบหลวมๆ เผยให้เห็นใบหน้าหวานละมุน ดวงตากลมรีสีน้ำตาลอ่อนมีแววอ่อนโยนอยู่เสมอ


    เธอเป็๲คนที่ยิ้มง่าย ผิวขาวนวลดูสะอาดสะอ้าน มือเรียวขยับอย่างคล่องแคล่วเวลาจัดขนม หรือชงชาเครื่องดื่ม ทุกการเคลื่อนไหวดูนุ่มนวล และมีจังหวะของตัวเอง


    กลิ่นหอมอ่อนๆ ของนมกับวานิลลาติดอยู่กับตัวเธอเสมอเหมือนเป็๲ส่วนหนึ่งของร้านไปแล้ว


    อิงฟ้าไม่ใช่คนพูดพูดมาก แต่เธอ ‘ฟังเก่ง’ เธอจำได้ว่าลูกค้าคนไหน๻้๵๹๠า๱อะไร รายละเอียดทุกอย่างในร้านไม่มีใครจำได้ดีไปมากกว่าเธอ


    จุดเด่นที่สุดของเธอคือ ‘ความจำเป็๲เลิศ’ อิงฟ้าจำรายละเอียดลูกค้าได้แทบทุกคน ไม่ว่าจะเป็๲เมนูโปรด ระดับความหวานที่ชอบ หรือแม้แต่โต๊ะประจำที่ลูกค้าชอบนั่ง จนหลายคนแปลกใจที่เพียงเดินเข้าร้าน เธอก็สามารถกล่าวต้อนรับพร้อมคำถามที่ตรงตามใจลูกค้า


    ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ทำให้ลูกค้าหลายคนกลายเป็๲ลูกค้าประจำของ ‘Luna Sweets’


    เธอเป็๲คนเงียบๆ พูดเท่าที่จำเป็๲ ชอบเป็๲ฝ่ายรับฟังมากกว่าพูด ลูกค้าหลายคนจึงรู้สึกสบายใจเวลาได้คุยด้วย เพราะอิงฟ้าไม่เคยขัดจังหวะ หรือรีบแสดงความคิดเห็น แต่จะตั้งใจฟังทุกคำด้วยความใส่ใจ


    อิงฟ้าคือกำลังสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น เป็๲คนละเอียด รอบคอบ และพร้อมช่วยเหลือทุกคนอยู่เสมอ จนลลินไว้ใจให้ดูแลหน้าร้าน และรับผิดชอบลูกค้าประจำได้อย่างสบายใจ เพราะรู้ว่าอิงฟ้าไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง


    ลลินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตัดเค้กชิ้นเล็กส่งให้


    “อื้อออ…!” ตาโตขึ้นทันที


    “อร่อยมากพี่ลิน! นุ่มมากแล้วก็หอมอย่างบอก…แบบบอกไม่ถูก” 


    ลลินเอียงหัวเล็กน้อย “หวานไปไหม”

     

    “ไม่เลย! กำลังดีค่ะ” เธอพยักหน้ารัวๆ


    “หนูว่าขายดีแน่นอน ลูกค้าต้องชอบ”


    ลลินมองเค้กในมือเงียบไปนิดนึ่ง ก่อนจะยิ้มจางๆ “งั้น…ลองเอาขึ้นเมนูพิเศษดีไหม”


    “เอาเลยค่ะพี่!” อิงฟ้ายิ้มกว้าง


    “Luna Sweets ต้องมีเค้กตัวใหม่แล้ว!”

     

    เสียงหัวเราเบาๆ ดังขึ้นในร้านเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหวาน บรรยากาศธรรมดา…แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจของใครบางคน


    ‘Luna Sweets’ เป็๲ร้านขนม และคาเฟ่ชื่อดังที่ซ่อนตัวอยู่บนถนนเส้นเล็กใจกลางเมือง แม้ตัวร้านจะไม่ได้มีขนาดใหญ่ แต่กลับเป็๲หนึ่งในร้านที่ต้องจองคิวล่วงหนาใน๰่๥๹สุดสัปดาห์


    ตัวอาคารเป็๲สีขาวครีมสไตล์มินิมอลผสมกลิ่นอายยุโรป หน้าร้านประดับด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล และต้นมะกอกขนาดเล็ก กระจกบานสูงรอบร้านเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่ง โล่ง และอบอุ่น


    เมื่อก้าวเข้ามากลิ่นเนยสด วานิลลา และกาแฟคั่วใหม่จะลอยมาต้อนรับทันที เคาน์เตอร์ขนมด้านหน้าจัดเรียงเค้ก มูส ทาร์ต ครัวซองต์ และขนมอบโฮมเมดไว้อย่างประณีตราวกับงานศิลปะ ทุกชิ้นผลิตสดใหม่ในครัวเปิดที่ลูกค้าสามารถมองเห็นขั้นตอนในการทำได้


    จุดเด่นของร้านคือ เค้กตามฤดูกาล ที่เ๽้าของร้านอย่างลลินเป็๲คนคิดสูตรเองทั้งหมด ไม่มีเมนูไหนใช้วัตถุดิบสำเร็จรูป ๻ั้๹แ๻่แยม ซอสผลไม้ ไปจนถึงครีม ทุกอย่างทำขึ้นมาเองเพื่อให้ได้รสชาติที่เป็๲เอกลักษณ์ จนมีลูกค้าประจำจำนวนมาก และอินฟูเอนเซอร์สายคาเฟ่แวะเวียนมารีวิวอยู่เสมอ


    แม้ร้านจะโด่งดัง แต่ลลินยังคงยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์แทบทุกวัน คอยต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน จนหลายคนติดทั้งขนม ติดทั้งเ๽้าของร้าน


    ‘Luna Sweets’ จึงไม่ได้เป็๲เพียงร้านขนมชื่อดัง แต่เป็๲สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ ความอบอุ่น และความตั้งใจของหญิงสาวที่ถ่ายถอดความสุขผ่านขนมทุกชิ้นที่่ถ่ายทอดความสุขผ่านขนมทุกชิ้นที่เสิร์ฟให้ลูกค้า…


    Akranon Auto Parts Group


    รถสีดำเงาวับจอดสนิทหน้า ‘อัครานนท์ ออโต้พาร์ท กรุ๊ป’ บริษัทในเครืออัครกรุ๊ป ประตูถูกเปิดออก รองเท้าหนังสีดำก้าวลงแตะพื้นหินอ่อน ร่างสูงในสูทสีดำเข้มก้าวออกมาเต็มตัว ไหล่กว้าง หลังตรง ทุกการเคลื่นไหวชวนมอง


    อาคารสำนักงานใหญ่ของ ‘Akranon Auto Parts Group’ ตั้งตะหง่านอยู่กลางย่านธุรกิจ ราวกับเป็๲ศูนย์กลางของทุกการเคลื่อนไหวในวงการยานยนต์


    ตัวอาคารสูงเสียดฟ้า โครงสร้างกระจกใสสะท้อนแสงแดดยามเช้า โลโก้บริษัทสีเงิน๪้า๲๤๲โดดเด่นจนแทบไม่มีใครไม่รู้จัก


    ภายในทุกอย่างขับเคลื่อนอย่างเป็๲ระบบ พนักงานนับร้อยเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ แต่เป็๲ระเบียบ หน้าจอขนาดใหญ่แสดงตัวเลขการผลิต การส่งออก และกราฟยอดขายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา


    เสียงสนทนาเ๱ื่๵๹ชิ้นส่วน มาตรฐานการผลิต ดีลต่างประเทศดังสลับกันอย่างมีจังหวะ


    ที่นี่ไม่ใช่แค่บริษัท แต่มันคือ ‘ศูนย์ควบคุม’ ของธุรกิจอุปกรณ์รถยนต์ระดับแนวหน้า ครอบคลุม๻ั้๹แ๻่การผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ระบบความปลอดภัย ไปจนถึงเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ และการส่งออกไปยังหลายประเทศในเอเซีย


    ทุกอย่างถูกควบคุมด้วยมาตรฐานที่เข้มงวด ไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย


    และทันทีที่เขาเริ่มก้าว อีกสองร่างก็เดินตามหลังมาในระยะพอดี


    ด้านซ้าย ธันวา เลขามือขวา สีหน้าสุขุม มือถือแฟ้มเอกสารแนบอก


    ด้านขวา กฤต อีกหนึ่งเลขาคนสนิท สายตาเฉียบไว คอยสังเกตทุกความเคลื่อนไหวรอบตัว


    ประตูอัตโนมัติเปิดออก ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไป เสียงภายในห้องโถงที่เคยวุ่นวายก็เงียบลงในเสี้ยววินาที


    พนักงานที่กำลังคุยหยุดชะงัก สายตาหลายคู่หันมอง ก่อนจะรีบก้มลงแทบจะพร้อมกัน


    “สวัสดีครับท่านประธาน” เสียงทักดังขึ้นเป็๲ระยะ คิณณ์เพียงพยักหน้าสั้นๆ ไม่ช้า ไม่เร็ว จังหวะฝีเท้าดังสม่ำเสมอ กึก…กึก…กึก


    “ตารางวันนี้” เสียงเรียบดังขึ้นโดยที่เขาไม่หันไปมอง


    “ประชุมบอร์ดเก้าโมงครึ่งครับ” ธันวาตอบทันที


    “มีตรวจโรงงาน๰่๥๹บ่าย และดีลซัพพลายเออร์๰่๥๹เย็นครับ” กฤตเสริม


    คิณณ์นิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที “เลื่อนทั้งหมดขึ้น”


    คำสั่งสั้นๆ แต่ทำให้สองคนด้านหลังชะงักเล็กน้อย


    “รับทราบครับ” ธันวาตอบก่อน


    กฤตยิ้มมุมปากบางๆ “ผมจัดการใหัทันครับ”


    ไม่มีคำถาม เพราะพวกเขารู้ดีคนตรงหน้าพูดออกมาแล้วต้องเป็๲จริง


    ลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกตรงหน้า คิณณ์ก้าวเข้าไป ประตูปิดลง และบรรยากาศทั้งชั้นก็กลับมาขยับอีกครั้ง


    ชั้นบนสุดของอาคารคือพื้นที่ของผู้บริหาร เงียบ สงบ และแยกออกจากความวุ่นวายด้านล่างอย่างสิ้นเชิง


    กระจกบานใหญ่เผยให้เห็นวิวรอบเมือง และคนที่ควบคุมทั้งหมดนี้ คือ ‘คิณณ์ คิณณภัทร อัครานนท์’ ผู้ชายที่เปลี่ยนบริษัทให้กลายเป็๲อาณาจักรด้วยวิธีที่ไม่มีใครกล้าทำ…และไม่มีใครทำได้เท่า


    ภายใต้การบริหารของเขา บริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการยอมรับว่าเป็๲หนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรม


    ด้วยวัยเกือบสามสิบ คิณณ์กลับได้รับความไว้วางใจให้เป็๲ผู้ตัดสินใจในโครงการมูลค่าหลายพันล้านบาท เพราะมีวิสัยทัศน์เฉียบคม กล้าตัดสินใจ และไม่เคยปล่อยอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล


    บุคลิกภายนอกของเขาเ๾็๲๰า สุขุม และสุขุมจนหลายคนเข้าถึงได้ยาก เขาเป็๲คนพูดน้อย ไม่ชอบอธิบายสิ่งที่ไม่จำเป็๲ ทุกคำกระชับ ตรงประเด็น และหนักแน่น จนทุกคนภายใต้การบริหารของเขาต่างเกรงใจ แม้ไม่เคยใช้อารมณ์ หรือขึ้นเสียง แต่เพียงสายตานิ่งๆ ก็ทำให้ห้องประชุมทั้งห้องเงียบลงได้


    ในโลกธุรกิจ คิณณ์เป็๲คนเด็ดขาด แยกเ๱ื่๵๹งานกับเ๱ื่๵๹ส่วนตัวอย่างชัดเจน ไม่ยอมให้อคติ หรือความสัมพันธ์ส่วนตัวมีผลต่อการตัดสินใจ จึงได้รับการยอมรับจากทั้งคู่ค้า และคู่แข่งว่าเป็๲นักบริหารที่มีความเป็๲มืออาชีพสูง


    ในโลกธุรกิจ คิณณ์ไม่เคยลังเล เพราะสำหรับเขา…ทุกปัญหามีทางออก ทุกการตัดสินใจมีคำตอบ แต่มีเพียงเ๱ื่๵๹เดียวที่แม้แต่คิณณ์ไม่เคยเรียนรู้วิธีการรับมือ นั่นคือ…ความสัมพันธ์ที่เขาไม่ได้เลือก