ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 141 เส้นทางสุดท้าย

    อิงอิงยังเฝ้ามองไปที่จอภาพอย่างไม่วางตาไม่รู้เป็นเพราะอะไรถ้าเป็นเรื่องของชายผู้นี้ มักจะสร้างความหวั่นไหวในหัวใจเสมอ

     

    รถคันแดงลอยขึ้นเหนือพื้นค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะลงกระแทกพื้นอย่างนุ่มนวล

    การควบคุมที่ยอดเยี่ยมทำให้นาฟยังคงรักษาความเร็วไว้ได้รถของเขานำลิ่วไปไกล จนแทบไม่เห็นรถแข่งที่ตามมา

    นาฟพุ่งทะยานผ่านทางโค้งหักศอกและเนินเขาที่สูงชันได้อย่างคล่องแคล่ว เมื่อเข้าสู่เส้นทาง100 กิโลเมตรสุดท้าย เส้นทางวิ่งทั้งสามกลับมาบรรจบรวมกันเหลือเส้นทางเดียว เบื้องหน้าของนาฟเป็นเส้นทางที่ปกคลุมไปด้วยแสงสีเขียวอ่อนจากป่าเรืองแสง

     

     ใบไม้และต้นไม้ที่เรืองแสงราวกับถูกแต่งแต้มด้วยแสงแห่งดวงดาวประกายแสงสีเขียวพริบพราว ความเร็วที่ขับผ่านพุ่มไม้หนาแน่นและต้นไม้สูงที่แผ่กิ่งก้านออกมาเหนือศีรษะความสว่างของแสงเรืองนั้นสร้างบรรยากาศที่ทั้งลึกลับและงดงามในเวลาเดียวกัน

    ลมพัดผ่านทำให้ใบไม้ปลิวสะบัดแสงสีเขียวที่โปร่งแสงสะท้อนบนใบหน้า ขณะที่นาฟมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าเรืองแสง เขามองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่แน่วแน่เปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นในใจยิ่งลุกโชนขึ้น

    ขณะที่เขาขับผ่านทางโค้งและเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้เรืองแสงนาฟสัมผัสได้ถึงมวลพลังบางอย่างกำลังชอนไชแทรกตัวขึ้นมาจากผิวดินเบื้องหน้า

    นาฟสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังมาที่มือซ้าย

    ทุกการเคลื่อนไหวภายในรัศมีรอบตัวเขา ถูกควบคุมอย่างแม่นยำขณะที่ล้อรถบดขยี้ใบไม้และรากไม้ที่กระจายอยู่

    “ตูม!”

    จู่ ๆ รากไม้เรืองแสงปรากฏขึ้นมาจากผิวดินเบื้องหน้าอย่างฉับพลัน กำลังทำท่าจะม้วนตัวเข้าหา

    “ดัชนีสุญญากาศ” “เปรี้ยง!”

    รากไม้เรืองแสงขาดเป็นสองท่อนทันทีนาฟพุ่งทะยานผ่านออกมาอย่างฉิวเฉียด

    ผู้ชมส่งเสียง โห่ร้อง หวาดเสียวไปตามๆ กัน

    นาฟขับผ่านป่าเรืองแสงนี้ด้วยความเร็วที่แทบจะไม่ลดลงเลยด้วยทักษะที่ยอดเยี่ยม รู้ว่าทุกก้าวที่เคลื่อนไปคือตำแหน่งที่เหมาะสมในพื้นที่นี้

     

    เมื่อเข้าสู่เส้นทางทะเลทรายวิบาก นาฟสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทันทีความร้อนแผดเผาจากดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมากระทบกับผืนทรายร้อนระอุรังสีความร้อนสะท้อนขึ้นมาจนรู้สึกได้

    เสียงล้อ บดทรายดังกึกก้องขณะที่ความเร็ว ของรถเริ่มช้าลงจากสภาพทางวิ่งที่เป็นดินทราย

    นาฟกดปุ่มกลไกบางอย่าง จู่ๆ การทำงานของระบบขับขี่มีการปรับเปลี่ยนอัตโนมัติเสียงเครื่องยนต์เปลี่ยนไปเล็กน้อย

    ทันใดนั้น โครงสร้างของล้อเปลี่ยนไปกลายเป็นล้อที่มีร่องลึกและหนามหนามเพื่อการยึดเกาะที่ดียิ่งขึ้นระบบกันสะเทือนถูกปรับให้เหมาะสมกับการกระแทกของพื้นทรายที่ไม่แน่นอน

    ช่วงล่างของรถยืดหยุ่นและดูดซับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น เครื่องยนต์ถูกปรับให้มีแรงบิดสูงขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการเร่งความเร็วในสภาพพื้นทรายที่ยากต่อการควบคุม นาฟ กระชับมือจับแน่นขณะที่เขาพุ่งทะยานผ่านเนินทรายการกระโดดข้ามเนินทรายทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังบินอยู่ในอากาศชั่วขณะก่อนจะตกลงมาอย่างนุ่มนวลบนผืนทรายอีกครั้ง

    ผู้ชมและช่างเครื่องคนอื่นๆ ถึงกับอ้าปากค้างที่เห็นรูปแบบกลไกการทำงานของรถแข่งนาฟ

    นาฟต้องควบคุมการบิดคันเร่งอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้รถเสียการทรงตัวขณะที่ขับผ่านเนินทราย ต้องคอยระวังหลุมทะเลทราย และต้องรักษาความเร็วให้คงที่

    ทรายร่วนที่คอยจะดึงล้อให้ติดอยู่ตลอดทำให้ทุกการเคลื่อนไหวต้องใช้พลังและสมาธิอย่างสูงสุด

     

    ท้องฟ้าสีครามที่กว้างใหญ่เหนือหัวและความเงียบสงบเนินดินสุดท้ายของทะเลทรายที่มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ดังก้องกังวาลออกมา

    เงาสีแดงพุ่งทะยานผ่านฝุ่นทรายที่คลุ้งกระจายออกมา

    นาฟมองไกลออกไปเห็นภูเขาน้ำแข็งที่สูงใหญ่เสียดฟ้าสูงจนดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด แต่เขารู้ว่าปลายทางยังรออยู่ข้างหน้า

    ภาพทิวทัศน์เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลันจากทะเลทรายร้อนระอุสู่ภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนอากาศเย็นจับขั้วหัวใจ

     

    ลมหายใจกลายเป็นไอขาวที่ลอยออกมาทุกครั้งที่หายใจเข้าออกนาฟกระชับมือจับคันเร่งแน่นขณะที่มองเส้นทางเบื้องหน้า

    ขณะที่ล้อสัมผัสกับพื้นน้ำแข็งและหิมะ ระบบกลไกปรับเปลี่ยนอัตโนมัติของรถก็ทำงานอีกครั้งเสียงเครื่องยนต์เปลี่ยนไปอีกครั้ง ล้อถูกปรับให้กลายเป็นล้อหนามเพื่อการยึดเกาะที่ดียิ่งขึ้นช่วงล่างของรถยืดหยุ่นและกันกระแทกได้ดีเยี่ยมเพื่อรับมือกับการกระแทกของพื้นน้ำแข็งที่ไม่แน่นอน

    ขณะที่นาฟพุ่งทะยานขึ้นสู่ยอดเขาหิมะ ด้วยความเร็วรถแข่งของเขาสามารถรักษาระดับและการทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยมแม้จะต้องเผชิญกับความลื่นและความหนาวเหน็บของสภาพแวดล้อม

    ภูเขาน้ำแข็งทั้งกว้างใหญ่และสูงชันที่รออยู่เบื้องหน้าลมหิมะที่ค่อยๆ พัดผ่านเข้ามา ท่ามกลางความหนาวเย็นที่แทรกซึมไปทุกอณูของอากาศจู่ๆ พายุหิมะก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

    ลมพัดแรงจนหิมะปลิวว่อน นาฟต้องหรี่ตาเพ่งมองไปข้างหน้าพายุหิมะทำให้ทัศนวิสัยลดลงอย่างมากแรงลมที่กดทับและหิมะที่กระแทกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่นาฟก็เร่งเครื่องให้แรงขึ้นฝ่าพายุหิมะที่โหมกระหน่ำเข้ามา

    ระบบปรับเปลี่ยนอัตโนมัติของรถมอเตอร์ไซค์ทำงานเต็มที่ล้อหนามยึดเกาะกับพื้นน้ำแข็งได้ดีขึ้นอีก

    นาฟใช้ทักษะในการควบคุมรถให้ผ่านเนินหิมะและโค้งที่คดเคี้ยวแม้ต้องเผชิญกับความลื่นและการสั่นสะเทือนของพายุหิมะที่ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างยากลำบาก

    ท่ามกลางความโหมกระหน่ำของพายุหิมะ ชายหนุ่มขับรถคันสีแดงพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ

    ฝ่าพายุหิมะที่โหมกระหน่ำเข้าสู่เส้นทางสุดท้ายที่เป็นอุโมงค์น้ำแข็ง