นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 318 จระเข้กงจักร

        ตอนที่ 318 จระเข้กงจักร

         

         

        ร่างของจระเข้กงจักรหวนถูกลากขึ้นฝั่ง หายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว ร่องรอยการต่อสู้ทั้งหมดถูกสายน้ำที่หวนกลับคืนที่พัดพาจนหายไป พลังจิตวิญญาณที่ปั่นป่วนโดยรอบถูกปิดบังด้วยพลังจางหายเข้มข้น

         

        หลายนาทีผ่านไปกว่าที่พลังจิตวิญญาณโดยรอบจะกลับคืนสู่สภาพเดิมพร้อมกันกับพลังจางหายที่สลายตามไปในเวลาไม่นาน หลังจากนั้นหลายนาทีตั๊กแตนแม่น้ำนับสิบตัวจึงโผล่ออกมาจากแม่น้ำพร้อมกับหมูและตัวเม่นขนาดใหญ่ในอ้อมแขน

         

        ตัวที่มีอาหารนั้นมุ่งหน้ากลับสู่รัง ส่วนตัวที่ไม่มีนั้นเดินกลับขึ้นฝั่ง กระจายตัวกันออก กลับเข้าสู่วงจรชีวิตแห่งการเดินตรวจตราและหาอาหารให้ราชินีต่อไป ไม่มีตัวใดมีท่าทีแปลกใจแม้แต่น้อย สัตว์วงศ์วานแมลงไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญามากมายอยู่แล้ว เพียงให้สัตว์ป่าสักหลายตัวหลุดเข้าไปในอาณาเขตพวกมันก็ยินดีออกจากจุดประจำไล่ล่าอาหารแล้ว

         

        รอบด้านนี้ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตที่ตื่นตกใจ ราวกับว่าพื้นที่ริมแม่น้ำนี้ถูกบางสิ่งปิดบังไว้ก่อนหน้านี้ แยกจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง แม้แต่เสียงคำรามหรือพลังจิตวิญญาณหนาแน่นในพื้นที่ก็ไม่หลุดรอดออกไปแม้แต่น้อย

         

        แผนพื้น ๆ เช่นนี้ได้ผลดีนักเมื่อศัตรูนั้นขาดความระมัดระวังตัวและถูกปลุกเร้า อย่างในกรณีนี้คือความหิว

         

        ห่างออกไปจากจุดปะทะหลายกิโลเมตร ทั้งร่างของจระเข้กงจักรหวนถูกบรรจุเข้าขวดโหลใบเล็กสำหรับใส่ซากโดยเฉพาะ น้ำหอมสีขาวขุ่นถูกใช้พรมทั่วร่างของเรนเดลและเซเรนเซ่เพื่อกลบกลิ่นคาวเลือด

         

        ทั้งสองไม่หยุดรอวางแผนต่อแต่อย่างใด สับเท้ามุ่งหน้าตรงไปยังรังของจระเข้กงจักรตัวสุดท้ายที่ยังเหลือรอด เขาทั้งสองสามารถใช้จังหวะนี้ข้ามฝั่งแม่น้ำมุ่งหน้าต่อไปได้ เขาพิสูจน์จากการล่าจระเข้กงจักรหวนแล้วว่าอย่างน้อยตัวมันเองก็ตรวจไม่พบเขา แต่ทั้งสองเลือกที่จะไม่ทำเช่นนั้น

         

        จระเข้กงจักรแม้จะมิได้ทำลายระบบนิเวศแต่การคงอยู่ของมันก็อาจเป็นอันตรายแก่เมืองศิลาลัย โดยเฉพาะพื้นที่ริมน้ำเมื่อถูกยึดเช่นนี้อาจเป็นเหตุให้สัตว์อสูรหลายตัวต้องออกไปอาศัยใกล้เขตชายแดน เป็นอันตรายต่อชาวเมือง

         

        อีกเหตุผลหนึ่งนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าการล่าเพื่อเก็บสะสมเงินตรา เนื้อหนังและหางของมันนั้นเป็นวัตถุดิบอย่างดีสำหรับสมบัติบางประเภท หากเขาไม่ต่อสู้เสียบ้างแล้วเอาแต่เลือกเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดเช่นนั้นเขาก็เตรียมรอรับความพ่ายแพ้จากคนบางคนได้เลย

         

        รังของจระเข้กงจักรนั้นเป็นเนินดินที่ถูกก่อขึ้นอย่างหยาบ ๆ เพียงมากพอให้มันใช้อาศัยหลบแดดหลบฝนเท่านั้น จระเข้กงจักรนอนหลับตาพริ้มอย่างสงบ มันไม่ได้รับรู้ถึงเสียงคำรามขอความช่วยเหลือของคู่ชีวิตมันแม้แต่น้อย

         

        คีตาและนิทานพรางร่างมุ่งตรงเข้าหาจระเข้กงจักรอย่างเชื่องช้า ในเมื่อหนึ่งในศัตรูนั้นตายไปแล้วอีกตัวหนึ่งก็ไม่จำเป็นต้องมีอะไรซับซ้อน เพียงมุ่งตรงเข้าโจมตีโดยตรงก็มากเพียงพอ

         

        ร่างของคีตาเตรียมพุ่งออกจากพงหญ้าพร้อมดาบใหญ่หากจระเข้กงจักรกลับลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว มันหันมามองร่างของคีตาดุจเหยี่ยว ปลดปล่อยเสียงคำรามดังลั่น

         

        ใบหน้าของนิทานมุ่นลง เขาเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด เมื่อทั้งสองเข้าไปในระยะร้อยเมตรมันกลับพบตัวพวกเขาได้ทันที จระเข้กงจักรตัวนี้กลับมีความสามารถตรวจจับที่เลิศล้ำกว่าจระเข้กงจักรหวน

         

        เสียงคำรามเมื่อครู่เป็นประเภทเดียวกันกับของจระเข้กงจักรหวนอย่างแน่นอน มันกำลังขอความช่วยเหลือจากคู่ชีวิตของมันโดยที่มันไม่รู้ตัวเลยว่าคู่ของมันเสียชีวิตไปแล้ว

         

        ปัญหาที่ขัดใจนิทานคือครั้งนี้เขาไม่ได้กางพลังจางหายระดับสูงนัก ก่อนหน้านี้เขาใช้พลังแทบทั้งหมดไปกับการปกปิดการต่อสู้ก่อนหน้า ในครั้งนี้เขาจึงกางเพียงหยาบ ๆ หวังรีบปิดฉากโดยไว

         

        แม้กำลังเสริมที่จระเข้กงจักรคาดหวังจะไม่อาจมาถึงแต่ตัวป่วนอย่างตั๊กแตนแม่น้ำย่อมได้ยินเช่นกัน และพวกมันอาจส่งสัตว์อสูรมาตรวจสอบ พวกเขาจำต้องรีบปิดการต่อสู้ครั้งนี้โดยไว

         

        การลอบโจมตีนั้นล้มเหลว ดาบใหญ่ของคีตาจึงปะทะเข้ากับหางของจระเข้กงจักรที่ตวัดสวนเข้ามา เกล็ดดั่งใบดาบของจระเข้กงจักรดูจะบอบบางกว่าขนนกของจระเข้กงจักรหวน คีตาเพียงเหวี่ยงฟาดด้วยกำลังก็สามารถสร้างบาดแผลให้แก่ร่าง

         

        นิทานประสานมือของตน ตบเข้าก่อเกิดหัตถ์ยักษ์จากความว่างเปล่า จระเข้กงจักรกลับสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว ทะยานร่างหลบออกจากระยะก่อนที่หัตถ์จะประกบเข้าด้วยกัน

         

        มันตวัดสายตาหันมามองนิทานที่ซ่อนร่างอยู่อีกจุด กรงเล็บของมันเรืองแสงวาบ ตวัดเพียงครั้งผืนดินใต้ฝ่าเท้าของนิทานก็ถูกขุดลอกหายไปเกิดเป็นหลุม นิทานก้าวเหยียบนภาทะยานร่างหลบจากหลุมก่อนที่ปฐพีอีกแผ่นจะหุบเข้ามากักขังเขาไว้ใต้ดิน

         

        กรงขังดิน ขุดลอก กักขัง นิทานเริ่มวิเคราะห์ผลลัพธ์ของคำแห่งพลัง หากวิธีการใช้งานของจระเข้กงจักรนั้นเข้าใจยากเกินไป เพียงขุดดินมากลบฝังได้เช่นนี้ไม่มากพอให้เขาค้นหาคำตอบ

         

        คีตาผสมโรงอย่างพร้อมเพรียงด้วยดาบยักษ์ ความเร็วและพละกำลังของคีตาเหนือล้ำกว่าจระเข้กงจักร ดาบยักษ์จึงปักลงกลางหางของจระเข้กงจักรอย่างง่ายดาย คีตาเตรียมสะบัดร่างสร้างแรงเหวี่ยง หวังสะบั้นหางของจระเข้กงจักรให้ขาดสะบั้น

         

        สองตาของจระเข้กงจักรส่องประกายเล็กจ้อยในชั่วพริบตานั้น ตาสองข้างสะกดอยู่ที่นักบวชหญิงโดยไม่สนใจคีตาแม้แต่น้อย พลังจิตวิญญาณหลอมรวมกันบริเวณกลางอกของจระเข้กงจักรในขณะที่ดาบเริ่มเฉือน

         

        คีตาภายใต้พลังอาณาเขตกลับจับสัมผัสการกระทำของจระเข้กงจักรได้อย่างรวดเร็ว มันหยุดการเหวี่ยงร่างของมันด้วยพลังผลัก ยกเลิกการโจมตีก่อนหน้า ถอนดาบออกจากหางในหนึ่งลมหายใจ

         

        เงามายาของดาบยักษ์กลับปรากฏขึ้นเบื้องหลังนักบวชหญิง ตวัดฟาดลงไปที่กลางหลังของเธออย่างรวดเร็ว นิทานเหยียบนภาพุ่งหลบอีกครั้งหากครั้งนี้เขากลับไม่อาจหลบมันพ้น ราวกับว่าการที่เขาโดนฟันคือชะตาที่ลิขิตไว้แล้ว

         

        แผลกลางหลังของนิทานตวัดวาดผ่านเสื้อคลุมตัวนักบวชตัวยาวจนโลหิตสาดกระเซ็น นักบวชหญิงหน้ายับย่นด้วยจากความเจ็บปวด พลังจิตวิญญาณในร่างระเบิดออก ผลักทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวออก แต่เงามายาสายนั้นกลับไม่รับผลของพลังผลักแต่อย่างใด มันเพียงจางหายไปเองหลังจากที่การโจมตีของมันสัมฤทธิผล

         

        บาดแผลที่กลางหลังของนิทานไม่นับว่าตื้น หากก็ไม่นับว่าลึกแต่อย่างใด แม้กระนั้นนิทานก็เลือกจะตบกระดาษกลางอกของตนในทันที

         

        จระเข้กงจักรปรากฏความมึนงงยามเห็นบาดแผลบนร่างของนักบวชหญิง แม้สัตว์คู่หูของเธอจะสัญชาตญาณดีพอจะยกเลิกการโจมตีตัดหางนั้นได้ทันหากพลังโจมตีก่อนหน้าสมควรมากพอจะฝากแผลใหญ่ไว้บนร่างที่บอบบางของมนุษย์

         

        คำตอบปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อม้าแผงคอแดงตวัดดาบฟันเข้าใส่คอของจระเข้กงจักร กลางลำตัวของม้าแผงคอแดงตัวนี้ปรากฏรอยถากไหลยาวเช่นเดียวกันกับของนักบวชหญิง เพียงแต่ด้วยผิวหนังที่แข็งแกร่งกว่ามากจึงมีเพียงรอยถากเท่านั้น

         

        จระเข้กงจักรม่านตาหดวูบเมื่อพบว่าศัตรูกลับมีความสามารถคล้ายคลึงกับการผสานคำ สาป + คืนสนอง ของตน มันสามารถสร้างบาดแผลเช่นเดียวกันกับที่มันได้รับใส่ร่างของเป้าหมายโดยตรงโดยที่ไม่สนการป้องกัน หากของอีกฝ่ายดูเหมือนจะเป็นการแบ่งปันอาการบาดเจ็บเพื่อลดทอนผล

         

        สองฝ่าเท้าของมันเปล่งแสงอีกครั้ง ในครั้งนี้ผืนดินใต้เท้าของมันถูกตวัดหายไปราวกับเด็กเล็กใช้ของเล่นตักทราย แล้วจึงเกิดแผ่นปฐพีอีกแผ่นเข้าปิด บดบังดาบยักษ์ของคีตาได้อย่างทันท่วงที

         

        ยามมันอยู่ใต้ดินมันตัดสินใจเลือกเปลี่ยนเป้าหมาย ม้าแผงคอแดงตัวนี้ทั้งว่องไวและแข็งแรงกว่ามัน ยิ่งสู้ไปมันมีแต่จะเสียเปรียบ มันต้องจัดการนักบวชหญิงที่คอยสนับสนุนผู้นั้นก่อน

         

        จระเข้กงจักรโผล่พรวดออกมาจากหลุมดิน กระโจนร่างไปยังตำแหน่งของนักบวชหญิงจากกลิ่นล่าสุด หวังใช้การเปลี่ยนเป้าหมายฉับพลันภายใต้การบังตาใต้ดินนี้สังหารหนึ่งในศัตรูก่อน

         

        หากเมื่อมันโผล่พ้นพื้นดินใกล้นักบวชหญิง สิ่งที่มันพบกลับมีเพียงม่านควันหนาเตอะที่บดบังทุกการมองเห็น มันทำทีเป็นสับสนก่อนที่จะตวัดปากใหญ่โตที่หางกัดเข้าไปยังตำแหน่งหนึ่งในม่านควัน

         

        มันตามเป้าหมายด้วยกลิ่นเสมอมา ม่านควันย่อมไม่ใช่ปัญหา!

         

        หากสิ่งที่หางของมันกัดได้กลับเป็นเสียงแตกหักของต้นไม้ต้นหนึ่ง บนต้นนั้นมีเสื้อผ้าเก่า ๆ ตัวหนึ่งที่มีกลิ่นที่มันคุ้นเคยอยู่

         

        ร่างของนักบวชหญิงโผล่ออกมาจากใต้ร่างของมันเอง เธอเอนตัวลงจนหลังเกือบติดกับพื้น มือซ้ายค้ำยันร่างของตนไว้ดุจเล่นกายกรรม มือขวาคือร่มสีฟ้าเข้มคันหนึ่งที่ร่มหมุนวนอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยประกายสายฟ้า

         

        มือขวาของเธอตบเข้าที่คันร่ม ดันหอกสายฟ้าขนาดเล็กหอกนั้นปักเข้ากลางลำคอของมันเข้าอย่างจัง ความเจ็บปวดมหาศาลทะลักเข้าสู่สมองของจระเข้กงจักร โชคยังดีที่การโจมตีนั้นกลับไม่รุนแรงพอจะปักทะลวงเข้าไปยังจุดตายบนร่างมัน

         

        นักบวชหญิงผู้นั้นม่านตาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อพบว่าจระเข้กงจักรกลับไม่สิ้นชีวิต สองตาของมันสะกดลงที่ใต้ร่างของมันอย่างรวดเร็ว ใบหน้านุ่มนวลของนักบวชหญิงฉายชัดพร้อมกับพลังจิตวิญญาณที่เริ่มโคจรกลางอก

         

        แผลแค่นี้ไม่ทำให้มันถึงตาย แต่กับร่างบอบบางของมนุษย์นั้นก็ไม่แน่!

         

        เมื่อการผสานคำสาปคืนสนองถูกใช้งาน ร่างที่ถูกสะกดภายใต้ครรลองสายตาของจระเข้กงจักรกลับถูกแทนที่ด้วยม้าแผงคอแดงที่มุดเข้ามาขวางทางระหว่างมันและนักบวชหญิง

         

        หอกสายฟ้าอีกเล่มปรากฏขึ้นแทงตรงไปยังลำคอของม้าแผงคอแดง ผิวกายที่สะท้อนเงาดั่งเหล็กไหลกลับกลายเป็นไร้ประโยชน์ภายใต้ผลของพลัง หอกสายฟ้าหมุนถี่พร้อมประกายสายฟ้าเริ่มทำลายผิวหนังของม้าแผงคอแดงอย่างรวดเร็ว

         

        การโจมตีที่ทะลวงลำคอของจระเข้กงจักรคว้านคอของคีตาลึกลงไปเกือบเซนติเมตร ก่อนจะหยุดหมุนลงอย่างไร้พลัง ทิ้งไว้เพียงคราบโลหิตเล็กน้อยบนลำคอและรอยแผลขนาดไม่กี่เซนติเมตร

         

        ร่มปกปักหทัยร่วงหล่นลงดุจหอกที่ปะทะเข้ากับหินผาแกร่ง ม้าแผงคอแดงอ้าปากกว้างด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับลมหายใจที่ติดขัด แม้แผลนั้นจะไม่ลึกแต่มันกลับลึกมากพอจะทะลวงหลอดลมของมัน

         

        ม้าแผงคอแดงเปิดใช้งานกระดาษแผ่นหนึ่งอย่างว่องไว บาดแผลเริ่มสมานด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า จระเข้กงจักรที่พึ่งจะตั้งสติได้ตวัดหางของมันหมายซ้ำม้าแผงคอแดงให้ตาย

         

        ร่างของม้าแผงคอแดงถูกแรงบางอย่างผลักทิ้งออกไป หลุดรอดปากยักษ์ไปได้อย่างฉิวเฉียด จระเข้กงจักรหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่งกับความสามารถในการประสานงานของศัตรูทั้งสอง หากเมื่อครู่ม้าแผงคอแดงไม่โผล่มาเป็นเป้าแทนนักบวชหญิงย่อมไม่มีทางรอด

         

        มันไม่ได้ตอบสนองช้าแม้แต่น้อย หลังจากที่มันเห็นว่าหอกสายฟ้านั้นไม่อาจสังหารม้าแผงคอแดงได้มันก็โจมตีต่อเนื่องในทันที หากนักบวชหญิงกลับผลักมันออกไปในเสี้ยวพริบตาก่อนหน้าราวกับเห็นอนาคต

         

        ภายใต้ร่างของมันยามนี้เหลือเพียงนักบวชหญิงอีกครั้ง จระเข้กงจักรมั่นใจขึ้นมากเมื่อศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าถอยออกไปแล้ว อาวุธเมื่อครู่ก็ตกลงสู่พื้น นักบวชหญิงเหลือเพียงร่างกายเปล่า ๆ อันแสนบอบบางของมนุษย์

         

        ปากหลักของมันไม่อาจใช้งานได้เพราะรอยแผล ปากที่หางจึงตวัดหมายกัดร่างมนุษย์ให้ขาดเป็นสองท่อน

         

        นักบวชหญิงที่ดูอ่อนแอกว่ามันมาตลอดกลับเริ่มเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่ไม่ด้อยไปกว่าม้าแผงคอแดงมากนัก มีดสั้นเล่มหนึ่งถูกคว้าขึ้นมาจากต้นขา เสียบแทงย้ำเข้าไปยังรอยแผลเดิมที่ร่มปกปักหทัย

         

        แรงกายของมนุษย์คนหนึ่งกลับมากพอจะแทงย้ำรอยแผล เจาะทะลุกะโหลกของมันจากเบื้องล่าง ปักเข้ากลางสมอง

         

        แขนของนักบวชหญิงจมหายเข้าไปในลำคอของจระเข้ยักษ์จนเกือบถึงไหล่ ภายในปากของมันกลับสามารถเห็นลำแขนเรียวเล็กที่อัดแน่นไปด้วยกำลังโผล่ขึ้นมาจากคาง แล้วส่วนข้อมือเป็นต้นไปจึงหายเข้าไปในกะโหลกศีรษะ

         

        การต่อสู้จบลงพร้อมกับโลหิตที่ไหลทะลักจนท่วมร่างน้อย ๆ ของเรนเดล


คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน