กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 3 บทที่ 90 หนทางที่จะไป

            บทที่ 90 หนทางที่จะไป

            เสือครามทองเป็นสัตว์ปีศาจระดับกลางที่ลำตัวมีขนสีเขียวครามเหลือบทองสดใสความแข็งแกร่งและความเร็วของมันเทียบได้กับระดับสี่ของขั้นมหาสมุทร

            หากสัตว์ปีศาจที่น่าพรั่นพรึงฝูงนี้พุ่งเข้ามาพวกเขาคงไม่มีโอกาสต้านทานด้วยซ้ำ

            โชคดีที่แม้ว่าเสือครามทองจะดุร้ายและกระหายเลือดแต่ก็กลัวน้ำมาก ดังนั้นมันจึงรออยู่อีกด้านหนึ่ง มองดูด้วยความกระตือรือร้นจึงยังทำให้ทุกคนสามารถอยู่รอดได้

            “เสือครามทอง”ซ่งอี้ได้ยินเสียงตะโกนของฉู่อวิ๋นจึงรีบยกมือหยุดทุกคน

            เขาเพ่งมองอย่างตั้งใจไปอีกด้านหนึ่งและใบหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันทีป่าอีกฝั่งนั้น นอกจากฝูงสัตว์ปีศาจที่วิ่งไปตามแม่น้ำโลหิตแล้ว ยังมีแสงเย็นๆที่สะท้อนแสงของดวงตาเสือที่พลุ่งพล่านไปด้วยเจตนาฆ่า

            บนพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยกิ่งไม้หักล้มและเศษหินแตกกระจายยังมีซากศพและชิ้นเนื้อบางส่วนหลงเหลืออยู่บนพื้นที่ล้วนถูกสัตว์ปีศาจกัดแทะ

            “ไม่คิดว่า... แม้แต่เสือครามทองก็มาที่นี่แล้ว!” ซ่งอี้สูดหายใจจากนั้นแสดงสีหน้ารู้สึกผิดและพูดว่า “เป็นข้าที่ประมาทไปข้าแค่อยากรีบบุกฆ่าจนลืมสังเกต ยังดีที่มีจอมยุทธ์ฉู่เตือนไว้ก่อน!”

            ฉู่อวิ๋นส่ายหน้าแล้วพูดว่า“หัวหน้าซ่งชมเกินไป การต่อกรกับสัตว์ปีศาจไม่อาจผิดพลาด!ข้าก็แค่สังเกตเพื่อความอยู่รอด แต่ตอนนี้เราถูกล้อมรอบไปด้วยศัตรูจากทุกด้านควรหนีไปทางใดหรือ?”

            “นี่...” จู่ๆ ซ่งอี้ก็พูดไม่ออก

            ทิศทางของค่ายด้านหลังติดภูเขาไม่สามารถปีนข้ามไปได้

            อีกฟากของแม่น้ำก็มีเสือครามทองคอยเฝ้าอยู่ข้ามแม่น้ำไปก็เท่ากับตาย

            ทิศปลายน้ำก็มีสัตว์ปีศาจจำนวนมากที่ล่าสัตว์ป่าและแย่งกันหาอาหาร

            ส่วนทิศที่ซ่งอี้กลับมามีการโจมตีของจระเข้กลืนฟ้าที่ทรงพลังรออยู่ ไม่อาจชนะพวกมันแบบต่อหน้าได้

            “ดูเหมือน... จะไม่มีทางหนีเลย” หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งซ่งอี้ก็ถอนหายใจและพูดอย่างเศร้าสร้อย

            หากเขาข้ามไปอีกด้านหนึ่งเพียงลำพังแล้วฆ่าเสือครามทองเสียเขาอาจมีโอกาสรอด แต่หากเขาพาทุกคนไปด้วย กลุ่มคนทั้งหมดจะแตกพ่ายอย่างแน่นอนเพราะซ่งอี้ไม่มีพลังเพียงพอที่จะปกป้องทุกคนได้

            ต้องรู้ว่าพลังการต่อสู้ของเสือครามตัวเดียวก็เทียบได้กับเริ่นอวี่สิงยิ่งไม่ต้องพูดถึงทั้งฝูงที่รออยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ

            เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งอี้ คนอื่นๆก็รู้สึกราวกับว่าหัวใจของพวกเขาถูกกระแทกอย่างแรง ความวิตกกังวลพุ่งเข้าใส่จนเวียนหัวแม้ว่าพวกเขายังคงดิ้นรนเพื่อต่อต้านสัตว์ปีศาจ แต่ก็ต้องหมดหวังอีกครั้ง

            “จบกัน มันจบแล้ว...”

            “มันจบแล้วจริงๆ...”

            “ข้าคิดว่าข้าจะรอดไปได้เสียอีก...เหอะเหอะ...”

            สีหน้าของทุกคนเศร้าบ้างโกรธบ้างบางคนส่ายหัวด้วยความสิ้นหวัง บางคนหัวเราะสมเพชตนเองแม้ว่าซ่งอี้จะรีบกลับมาเพียงใด แต่ผลสุดท้ายก็ยังคงเป็นความตายสถานเดียว

            ความหวังที่มีอยู่ดับลงทันทีที่มาถึงมือต่อให้ทุกคนแข็งแกร่งแค่ไหนก็รับไม่ไหว

            “ไม่! ข้าจะมาตายที่นี่ได้อย่างไร?!” ฉู่อวิ๋นขมวดคิ้ว มองดูแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวตรงหน้า เขาตรองดูอีกครั้งรู้สึกอยู่เสมอว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่สิ้นหวังเหมือนว่าเขาจะพลาดเบาะแสบางอย่างไป

            “แม่น้ำ...”

            “แม่น้ำหรือ? ใช่… ใช่แล้วสิ่งนี้แหละ!”

            ในขณะที่ทุกคนรู้สึกหดหู่ฉู่อวิ๋นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็สว่างวาบราวกับว่าเขาพบโอกาสหลบหนี!

            เขาเดินไปที่พ่านพ่านแล้วถามว่า“แม่นางพ่านพ่าน เจ้าเป็นสมาชิกของเผ่าสุนัข อาศัยอยู่ในป่าโลหิตมาตั้งแต่เด็กเจ้าต้องคุ้นเคยกับภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมของที่นี่เป็นอย่างดีแน่"

            “ข้าอยากถามว่า ต้นน้ำของแม่น้ำสายนี้เป็นทางตันหรือเปล่า?”

            ฉู่อวิ๋นจ้องมองพ่านพ่านด้วยแววตาสดใสประหม่าเล็กน้อย นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเขาเขาย่อมกระตือรือร้นที่จะได้รับคำตอบโดยเร็วที่สุด!

            “อาฮู้ว...อาฮู้ว...ต้น ต้นน้ำหรือ?” พ่านพ่านที่ตกใจกับฝูงสัตว์ปีศาจตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

            ทว่าเมื่อเห็นท่าทางจริงจังของฉู่อวิ๋นนางก็บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์และพูดว่า “แม้ว่า...แม้ว่าต้นน้ำนี่จะพาไปที่ทางน้ำแคบๆ ที่มีเนินเขาปิดล้อมทั้งสองด้าน แต่ลึกเข้าไปหน่อยก็จะกว้างขึ้นไม่ใช่ทางตัน อาฮู้ว”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ฉู่อวิ๋นก็ดีใจมากและถามว่า“ข้าจำได้ว่าเจ้าเคยพูดก่อนหน้านี้ว่าเผ่าสุนัขกำลังเตรียมอาหารเพื่อรับมือกับภัยพิบัติดังนั้นพ่านพ่าน ดินแดนบรรพบุรุษของเจ้าสามารถรับมือกระแสสัตว์ปีศาจได้หรือ?”

            ดวงตาของพ่านพ่านเป็นประกายนางพยักหน้าแล้วพูดว่า “อาฮู้ว~ แน่นอนเรามีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องเผ่าและคอยดูแลถ้ำลับสัตว์ปีศาจธรรมดาไม่สามารถเข้าไปได้"

            “เช่นนั้นก็ดี แม่นางพ่านพ่าน ถ้าเริ่มเดินทางจากต้นน้ำจะไปถึงดินแดนบรรพบุรุษของเจ้าในถ้ำลับได้หรือไม่?”

            “พ่านพ่านจำทางกลับบ้านได้แน่นอน อาฮู้ว~ อีกอย่างต้นน้ำของแม่น้ำสายนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านพ่านพ่านด้วย”

            เมื่อได้ยินดังนั้นฉู่อวิ๋นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและแสดงท่าทางดีใจ ตอนนี้เขารอดแล้ว!

            ขอเพียงแค่รีบไปที่ต้นน้ำของแม่น้ำสายนี้ก็จะพบทางไปยังดินแดนบรรพบุรุษของพ่านพ่านและหลีกเลี่ยงอันตรายได้! ถึงตอนนั้นสิ่งที่พวกเราต้องทำคือรอให้กระแสสัตว์ปีศาจผ่านพ้นไปจากนั้นก็ค่อยออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองชุยเสวี่ยอีกครั้ง!

            แต่หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งฉู่อวิ๋นยังคงถามอย่างลังเล “แม่นางพ่านพ่าน ถ้าไปที่ดินแดนบรรพบุรุษของเจ้าเผ่าของเจ้าสามารถพาพวกเราเข้าไปได้หรือไม่? ไม่ต้องกังวล ตราบใดที่เราหลีกเลี่ยงภัยพิบัตินี้ไปได้รับรองว่าเราจะจากไปโดยไม่รบกวนพวกเจ้าแน่นอน”

            “อาฮู้ว~” พ่านพ่านส่งเสียงร้องแปลกๆแล้วพยักหน้า “อวิ๋นอวิ๋นช่วยพ่านพ่านมาหลายครั้งแล้ว เป็นคนดี!ขอเพียงแค่อวิ๋นอวิ๋นเอ่ยปาก พวกเราย่อมพาพวกเจ้าเข้าไปได้ แต่ว่า...มีปีศาจน้ำระดับต่ำที่ทรงพลังคอยเฝ้าต้นน้ำอยู่ ผ่านไปยากมากเลยนะ อาฮู้ว...”

            “ไม่ต้องกลัวไป ก็แค่ปีศาจน้ำระดับต่ำ หัวหน้าซ่งและคนอื่นๆ จัดการมันได้อยู่แล้ว!”ฉู่อวิ๋นหัวเราะเบาๆ ด้วยความรู้สึกมั่นใจ

            ทันใดนั้นเขาก็รีบลุกขึ้นและบอกทุกคนเกี่ยวกับแผนการที่จะไปยังดินแดนบรรพบุรุษของพ่านพ่านโดยขอให้ทุกคนลงทางน้ำและทวนกระแสน้ำไป

            “หือ? นี่เป็นความคิดที่ดีถ้าต้นน้ำไม่ใช่ทางตัน คุ้มจะเสี่ยงพอตัว!”ซ่งอี้โบกดาบยักษ์ในมือและเป็นคนแรกที่เห็นด้วยเขาสามารถบุกฆ่าไปได้ด้วยตัวคนเดียวแต่เขาไม่เต็มใจที่จะทิ้งพี่น้องมังกรเหล็กไว้ข้างหลัง

            “จะนอนจะตั้ง[1]ต่างก็ตาย ข้าเห็นด้วย!”สือเหล่ยทุบหน้าอกและยืดตัวตรง

            “เอาตามที่จอมยุทธ์ฉู่พูดเลย”เฟิงเยี่ยนอ้าปากค้างและเช็ดเลือดบนใบหน้าเขาต่อสู้กับสัตว์ปีศาจหลายตัวติดต่อกันจนเริ่มหมดแรงแล้ว

            ในไม่ช้าผู้คนส่วนใหญ่ก็พยักหน้าเห็นด้วยกับฉู่อวิ๋นแต่นักรบกลุ่มหมาป่ากลับมีสีหน้าดูถูกเหยียดหยามและคัดค้านขึ้นมาทีละคน

            “พูดน่ะใช่ แต่เจ้าจะรับประกันได้อย่างไรว่าไม่มีสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งอยู่ในแม่น้ำ? ยิ่งไปกว่านั้น ข้างทางยังมีเสือครามทองคอยจ้องจะตะครุบถ้าเราลงไปในน้ำแล้วพวกมันพุ่งมากัดพวกเราโดยไม่สนอะไรจะทำอย่างไร!?”

            “แผนของเจ้ามันไร้สาระ ต่อให้เราจะไปถึงต้นน้ำ แต่ก็ยังมีกำแพงภูเขาเล็กๆกั้นซ้ายขวาอยู่ดี ด้านหน้ามีหมาป่าด้านหลังมีเสือหากมีสัตว์ปีศาจกระโดดลงมาจากภูเขา จะไม่เท่ากับว่าเราเดินไปติดกับดักตายหรือ?!”

            “แม่น้ำอันตรายขนาดนั้น ให้ตายข้าก็ไม่คิดจะไป! ข้าว่านะเราควรลงไปตามปลายน้ำจะดีกว่า!”

            “ฮ่าๆ เด็กเวรอย่างเจ้าหุบปากไปดีกว่าความตายพุ่งเข้าหาขนาดนี้แล้วเหตุใดไม่รับเอาไว้เล่า?! ฮ่าๆ!”

            ในไม่ช้านักรบทั้งหมดของกลุ่มหมาป่าก็ประท้วงและปฏิเสธที่จะติดตามไปพวกเขายังคงดูถูกฉู่อวิ๋นและตะโกนด่าขึ้นมาทีละคนต้องการให้ซ่งอี้บุกฆ่าพาลงไปตามปลายน้ำ

            เมื่อได้ยินคำพูดดูหมิ่นเหล่านี้ฉู่อวิ๋นก็แค่นเสียงพูดอย่างไม่แยแส “ข้าไม่ต้องการการยินยอมจากพวกเจ้าทุกอย่างขึ้นอยู่กับหัวหน้าซ่ง ถ้าพวกเจ้าไม่ไป ก็นั่งรอความตายอยู่ที่นี่เสียเพราะต้นน้ำแม่น้ำสายนี้ก็เป็นทางออกทางเดียวแล้ว”

            ฉู่อวิ๋นรู้ว่าซ่งอี้ไม่ฆ่านักรบที่เหลืออยู่ของกลุ่มหมาป่าก็เพื่อประโยชน์ของสถานการณ์โดยรวม

            แต่คนเหล่านี้เคยคิดจาบจ้วงพ่านพ่านการกระทำเลวร้ายเหลือจะทน แม้ว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาจะทำไม่สำเร็จแต่ฉู่อวิ๋นก็ยังเกลียดพวกเขาเป็นอย่างมากการดื้อรั้นเก็บพวกเขาไว้ในกลุ่มนั้นย่อมกลายเป็นหอกข้างแคร่

            “เชอะ เจ้าเด็กนี่ล้อเล่นหรือ? เจ้าผุดความคิดไม่เข้าท่านี่ขึ้นมาแต่ก็ยังเสแสร้งวางท่าเจ้าเชื่อสิ่งที่นางป่าเถื่อนนั่นพูดหรือ? ช่างโง่เขลา!”

            "ฮ่าๆอย่าลืมสิว่าหัวหน้าของเจ้าคือคนที่อยากให้พวกเราเข้าร่วมกลุ่มด้วย!ถ้าไม่มีพวกเรา เจ้าจะจัดการกับสัตว์ปีศาจพวกนั้นได้หรือ? น่าขันจริงๆ!"

            เมื่อทุกคนในกลุ่มหมาป่าได้ยินคำพูดของฉู่อวิ๋นพวกเขาต่างแสดงความรังเกียจออกมา ชายหนุ่มคนนี้ยกหางตนเองสูง พวกเขาไม่ถูกโฉลกอย่างยิ่ง

            “หัวหน้าซ่งคำพูดก็ไม่มากไปกว่านี้แล้ว! ขอแค่ท่านไปทางปลายน้ำ พวกเราจะร่วมสู้ไปกับท่านข้าเชื่อว่าตอนนี้ท่านก็รู้ถึงคุณค่าของนักรบขั้นมหาสมุทรดีแล้ว"นักรบคนหนึ่งหยิ่งผยอง

            “ไม่ผิด แต่ถ้าหัวหน้าซ่งอยากไปทางต้นน้ำ พวกเรากลุ่มหมาป่าจะไม่ร่วมไปด้วย!มาดูกันว่านักรบขอบเขตควบแน่นพลังปราณของท่านจะตายโดยไม่มีพวกเราอย่างไร?!” เสียงคนเยาะเย้ย

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ทุกคนในกลุ่มมังกรเหล็กก็โกรธมาก คนพวกนี้น่ารังเกียจจริงๆ! เพื่อให้บรรลุเป้าหมายพวกเขาถึงกับกล้าใช้ชีวิตของทุกคนมาเป็นเครื่องต่อรอง

            นี่เป็นการบังคับให้ซ่งอี้พาทุกคนลงปลายน้ำอย่างเห็นได้ชัดแต่ทางนั้นมีสัตว์ปีศาจอยู่เต็มไปหมด ซ้ำยังเป็นทางตัน!

            ยามนี้ ใบหน้าของซ่งอี้มืดมนเขายังคงโบกดาบมังกรเหล็กเข่นฆ่าสัตว์ปีศาจที่พุ่งเข้ามาโจมตี ไม่อาจรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

            “หัวหน้าซ่ง นี่เป็นโอกาสเดียวแล้ว!”ฉู่อวิ๋นเห็นซ่งอี้ดูเหมือนลังเลอยู่แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าอย่างไรเสียซ่งอี้ก็จะพาทุกคนทวนน้ำแต่เขาก็ยังอดโน้มน้าวไม่ได้

            ในเวลาเดียวกันสมาชิกของกลุ่มหมาป่าก็มั่นใจอย่างยิ่ง ซ่งอี้ผู้นี้ให้ความสำคัญกับมิตรภาพและความชอบธรรมไม่มีทางปล่อยให้กลุ่มมังกรเหล็กตายไปเปล่าๆ เขาจะเลือกทิศทางปลายน้ำอย่างแน่นอน

            “ควั่บ!”

            หลังจากที่ซ่งอี้สังหารหมาป่าปีศาจเพลิงทมิฬไปอีกหลายตัวเขาก็หันกลับมามองและเดินกลับไปยังจุดที่ทุกคนอยู่

            ทว่าเขาเมินเฉยฉู่อวิ๋นแล้วเดินตรงไปยังกลุ่มหมาป่าทำให้พวกเขาพึงพอใจและมองดูฉู่อวิ๋นอย่างหยามหยัน

            ซ่งอี้ผู้นี้เพื่อปกป้องสมาชิกที่เหลือของกลุ่มมังกรเหล็ก ยังคงไม่อาจตัดใจเสี่ยง

            ในขณะเดียวกันฉู่อวิ๋นก็หรี่ตาลงและกัดฟันกรอด

            “พวกเจ้าอยากให้ข้าตามน้ำไป?” ซ่งอี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาถอนหายใจแล้วถามอย่างไม่แสดงอารมณ์

            “แน่นอน! หัวหน้าซ่งรู้ ช่างมีไหวพริบจริงๆ! หากรอดไปได้นับจากนี้ไปพวกเราก็เป็นคนของกลุ่มมังกรเหล็กแล้ว! ฮิฮิ”

            “ไม่ต้องไปสนใจเจ้าเด็กเวรนั่นหรอก ทวนไปทางต้นน้ำหรือ? น่าหัวร่อ!”

            เมื่อเห็นว่าซ่งอี้ยอมฟังทุกคนในกลุ่มหมาป่าก็มีความสุขมากพวกเขาเหลือบมองไปทางฉู่อวิ๋นอีกครั้งพร้อมทำหน้าเยาะเย้ยจากนั้นก็หันกลับมากระตุ้นซ่งอี้อีกครั้ง

            แต่ในตอนนี้สีหน้าของซ่งอี้เปลี่ยนไปกะทันหัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างและพูดด้วยความโกรธ “ได้!ในเมื่อพวกเจ้าอยากไปทางปลายน้ำ ข้าซ่งอี้ จะส่งพวกเจ้าไปลงนรกซะ!”

            “หา?” ทุกคนในกลุ่มหมาป่าเบิกตากว้างสายตาตกตะลึง

            “ควั่บ ควั่บ ควั่บ!”

            ก่อนที่พวกเขาจะได้ทันตอบโต้ช่วงเวลาต่อมาก็มีเสียงลมพัดทื่อๆ ดังขึ้น มองเห็นเพียงดาบมังกรเหล็กฟาดฟันข้ามความว่างเปล่าฉายแสงเย็นวูบวาบ ปรากฏตอเลือดผุดขึ้นมาหลายอัน กลิ่นคาวสนิมคละคลุ้งก่อนที่ศีรษะจะกลิ้งหลุนๆ ตกลงไปที่พื้น

            นักรบของกลุ่มหมาป่าทั้งหมด ตายสิ้น

            ----------

            [1] จะนอนจะตั้ง แปลว่า ไม่ว่าด้วยวิธีใด

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน