กกก
ตอนที่50 ในมิติป่าเร้นลับ3
ศิษย์พี่ปวย” พวกมันพลันเปลี่ยนคำเรียกหา เรียกเขาขึ้นมาอย่างดีใจ เมื่อเห็นเขาเดินเข้าไป
“อืมพวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” เขาพูดราบเรียบเช่นเคย
“ศิษย์พี่ปวย พวกเราไล่จับเจ้าดอกหญ้านางเซียนนี่มาตั้งครึ่งค่อนวันแล้วแต่ยังเก็บมันไม่ได้แม้แต่ดอกเดียวทั้งที่มีอยู่ตั้งเยอะแยะดูสิ มันเร็วยังกะลิงหลอกเจ้า”
“หากพวกเจ้าไล่จับเช่นนี้ อย่าว่าแต่เป็นวันเลย อาจเป็นเดือนก็ยังไม่ได้ด้วย” เขาพูดพลางหัวเราะอย่างขบขันที่เห็นสีหน้าอันห่อเหี่ยวขึ้นมาของพวกเขา
“เช่นนี้มิใช่ว่าพวกเราต้องกลับไปมือเปล่าแล้ว เสียดายจังอุตส่าห์โชคดีเจอมันโดยบังเอิญแท้ๆ” มันคนหนึ่งบ่นอุบอิบ
หญ้านางเซียนนั้นเป็นสมุนไพรที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งหากพบในสถานที่ทั่วไปนั้นมักจะเป็นเพียงสมุนไพรชั้นต่ำหรืออย่างมากก็แค่ชั้นกลาง แต่หากขึ้นในที่เหมาะสมจะกลายเป็นสมุนไพรชั้นสูงที่มีจิตวิญญาณ
พอมีสิ่งใดที่มีพลังปราณเข้าไปใกล้ๆดอกที่เรืองแสงสีฟ้าเข้มที่มีพลังปราณอัดแน่นจนเต็มนั้นจะพลันหูบเหี่ยวลงทันทีภายในเสี้ยวของวินาที ดังนั้นคนที่จะเก็บดอกที่มีพลังปราณเต็มเปี่ยมของมันได้นั้น จะต้องรออยู่ที่ข้างลำต้นมันอยู่ก่อนแล้วและเร็วพอที่เด็ดออกมาทันทีที่ดอกของมันเบ่งบาน
พอเขาเล่าให้พวกมันฟัง ทำให้พวกเขาถึงกับร้องอ้อขึ้นมาทันทีที่ไฉนในปีที่ผ่านมาจึงไม่มีใครเก็บมันได้แม้แต่คนเดียว
“ศิษย์พี่ปวย เช่นนี้พวกข้าก็ได้แต่ทำใจแล้วหละ” พวกมันได้แต่มองดอกหญ้านางเซียนเรืองแสงสีฟ้าเข้มบานสะพรั่งที่คล้ายหยอกล้อพวกมัน อย่างโง่งมอยู่เช่นนั้น
“เดี๋ยวในเมื่อพวกเจ้าพบมันก็ถือว่ามีโชคไม่น้อยแล้วเช่นนี้ ข้าจะช่วยเก็บให้พวกเจ้าคนละดอกก็แล้วกัน” แล้วเขาก็ขยับเข้าไปหาหญ้านางเซียนพวกนั้น โดยใช้เคล็ดวิชามังกรซ่อนมิติปิดบังพลังปราณไว้ทั้งหมด
“คนละดอก! สวรรค์!” พวกมันรีบหันไปมองหน้ากันคล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่หูของตนได้ยิน อย่าลืมว่า ดอกหญ้านางเซียนระดับสูงดอกเดียวนั้น มีค่าคะแนนอันสูงสุดทีเดียว
พวกมันต่างจ้องไปยังเล้งปวยที่ค่อยๆก้าวเข้าหาดอกหญ้านางเซียนดอกหนึ่ง แทบไม่กระพริบตา แล้วพวกมันก็ต้องทำตาโตเท่าไข่ห่านขึ้นมาเมื่อพบว่าแม้เขาจะเข้าใกล้ไปเท่าใดพวกมันก็ยังเบ่งบานต้อนรับเขาอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งเขาฉกวูบเดียว
“จี๊ดๆ ๆ ๆ……”
พลันมีเสียงร้องคล้ายๆหนูน้อยที่เวลามันตกใจดังขึ้นมา แล้วก็ปรากฏดอกนางเซียนขึ้นมาในมือของเล้งปวยหนึ่งดอก แต่ดอกอื่นๆที่เหลือนั้นพลันหายไปหมด
หลังจากยื่นดอกแรกให้กับพวกมันแล้วเล้งปวยพลันเข้าไปยืนอยู่ข้างๆของอีกต้นหนึ่งที่ยังไม่มีดอกคล้ายดั่งรออันใดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นพลันมีดอกหญ้านางเซียนโผล่ขึ้นมาที่ต้นตรงนั้นจริงๆ เขารีบฉกวูบพร้อมกับมีเสียงร้องจี๊ดๆๆดังออกมาเช่นเคย
ท่ามกลางความตื่นตะลึงของพวกมันนั้นราวๆหนึ่วชั่วยามผ่านไปพวกเขาก็ได้ดอกหญ้านางเชียนชั้นสูงไปคนละหนึ่งดอกอย่างสุดแสนดีใจ และต่างพร่ำขอบคุณเขาอยู่ตลอดเวลา ก่อนพวกเขาจะจากไปนั้น เล้งปวยใด้กำชับพวกเขาให้ระวังการช่วงชิงหากมีคนระแคะระคาย
แล้วเขาก็เก็บเอาไปบ้างราวๆสิบกว่าดอก แล้วอ้อมเดินออกจากที่นั่นไป และไม่ไกลไปจากบริเวณนั้นเท่าใดนักได้พบว่ามีเสียงที่คล้ายยังมีศิษย์กลุ่มอื่นขึ้นมาด้วยเขาจึงได้เดินไปยังตำแหน่งของเสียงที่พบได้จากสัมผัสแห่งมังกร
พอไปถึงกลับพบว่าเป็นกลุ่มของจวงยี่หลานทั้งสิบคนที่กำลังไล่คว้าจับหญ้านางเซียนอยู่อย่างวุ่นวายเช่นกัน ซึ่งย่อมไม่มีใครจับมันได้แม้แต่จวงยี่หลานก็เป็นเช่นกัน
เล้งปวยพลันใช้เคล็ดสัมผัสแห่งมังกรส่งเสียงที่ได้ยินเฉพาะจวงยี่หลานว่า
“ยี่หลานดอกนี้ให้เจ้าแต่ข้าไม่เข้าไปนะข้าไปหละ” พลันเห็นดอกของหญ้านางเซียนลอยมาติดอยู่ที่ต้นมันใกล้ๆนาง พอนางได้ยินเสียงเขาพลันเบิกตาโตขึ้นมาพลางส่ายสายตาไปมา ส่วนมือรีบหยิบเอาดอกหญ้านางเซียนมา แต่คนอื่นกลับคิดว่านางจับได้เองจึงพากันตะลึงที่นางจับได้
“ยี่หลานเจ้าทำอย่างไรนะบอกพวกข้าทีสิ” หลายคนต่างจ้องมา
“ข้าก็ไม่รู้แต่บังเอิญมันให้จับเอง ข้าคงดวงดีมั้ง” นางตอบอย่างเฉไฉ
ในขณะที่เล้งปวยนั้นได้จากมาตั้งไกลแล้วเขามุ่งหน้าไปเรื่อยๆตลอดเสันทางที่ผ่านไปเขาได้พบเห็นศิษย์สายนอกอยู่หลายกลุ่มบางกลุ่มกำลังเก็บสมุนไพรบางกลุ่มไล่ล่าอสูรระดับต่ำ เขาปกปิดร่องรอยหลบเลี่ยงการพบเห็นจากพวกเขา เพียงมุ่งหน้าไปยังเขาลูกหนึ่งที่เขาเคยมองไปเห็นในตอนเก็บสมุนไพรกระทั่งมาได้หลายร้อยลี้ก็ไม่ได้พบใครอีก
ทิวทัศน์ของป่าบริเวณนี้พลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว คล้ายมีพลังไร้สภาพอันใดคอยสกัดกั้นมิให้ล่วงล้ำได้โดยง่าย
“เด็กน้อยใช่เจ้าพบอันใดหรือไม่” หลินซีพลันถามขึ้นมาจากห้วงจิตวิญญาณของเขา
“อืม เสมือนเป็นขอบเขตค่ายกลแห่งพลังปราณอันสูงส่งของใครสักคนที่คอยสกัดกั้นไม่ให้ใครล่วงล้ำเข้าไปได้”
พูดพลางแผ่พุ่งพลังปราณออกรอบๆกายฝ่าเข้าไปยังด้านหน้าจนบรรยากาศรอบๆตัวเขาพลันบิดเบี้ยวไป จนมีเสียงสวบๆๆ เกิดขึ้นเบาๆตลอดเวลาที่เขาก้าวผ่านไป จวบจนครู่ใหญ่ๆจึงรู้สึกว่าพลังนั้นได้จางหายไป
เมื่อผ่านเข้าไปได้อีกระยะหนึ่ง สัมผ้สแห่งมังกรของเขาก็จับได้ถึงคลื่นแห่งพลังปราณที่เข้มข้นจำนวนหนึ่งที่ปรากฏอยู่ห่างออกไปในระยะราวๆหนึ่งลี้ที่ด้านหน้า เขารีบมุ่งตรงไปอย่างเร็วทันที
ยังไม่ทันได้ไปถึงด้วยซ้ำพลันได้ยินเสียงต่อสู้อันดุเดือดเสียงระเบิดตูมๆที่เกิดจากการปะทะกันของพลังตามมาจนแผ่นดินสั่นสะเทือนไปหมด
เมื่อไปถึงท่ามกลางแรงกดดันอันหนักหน่วงของกระแสพลังที่กระจัดกระจัดกระจายออกรอบข้างหลังจากการปะทะกันของกำลังแต่ละฝ่ายนั้น เล้งปวยที่มองไปพลันเห็นการต่อสู้ของสุดยอดฝีมือขั้นเทพจุติขึ้นไปอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกกับตาจริงๆ เพราะคราวก่อนที่หลินซีสู้กับอมนุษย์สี่กรตนนั้นเป็นการต่อสู้ที่เกิดภายในห้วงจิตวิญญาณของเขาเอง
เงาร่างสีขาวสองสายที่ดูเหมือนกับบางเบาไร้น้ำหนักดุจปุยนุ่นเช่นนั้น แต่ทว่ากลับมีท่าร่างเคลื่อนไหวที่รวดเร็วดั่งวิหคสายฟ้า กระทั่งสายตาของคนระดับเล้งปวยนั้นยังแทบเห็นเป็นเพียงเงาร่างจางๆสองสายที่พุ่งร่างฉวัดเฉวียนไปมาราวเทพเจ้าสององค์กำลังต่อสู้กันเท่าน้ัน
…
/ขอค้างไว้ตรงนี้ก่อนต่อที่ตอนหน้าก็แล้วกันครับเวลาพักหมดลงก่อนแย้ว