ชายาเกศาสั้น

    40. ซึมซับมาอย่างไม่รู้ตัว

    “งั้นเราก็ออกไปกันเลยมั้ย” อันดาถาม


    “รอก่อนเถอะ” เพราะอยากกอดเธอไว้อย่างนี้ แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้


    “มีอะไรเหรอ” อันดาถาม


    "ข้าต้องส่งสาส์นไปถามท่านอาจารย์ว่าทำไมถึงมีคนอยากให้ข้ากลับไปอาจมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น


    “ถ้าวงเวทย์ข้าใช้ข้างนอกได้ก็ดีสิท่านจะได้ไปถามอาจารย์ท่านเดี๋ยวนี้เลย” อันดาตอบ


    “วงเวทย์อย่างนั้นหรือ เจ้ารู้วิธีเขียนด้วยรึ” แม่ทัพหยางถามด้วยความตื่นเต้น


    “ก็ท่านดูพื้นที่ตรงนั้นสิข้าดัดแปลงให้เป็นห้องแล้วเขียนวงเวทย์กำกับ เดิมเป็นของที่อาจารย์ข้าสร้างเอาไว้ให้ แต่ข้าเข้าไปเปลี่ยนเงื่อนไขนิดหน่อย เลยทำให้สามารถสร้างของที่เหมือนกันขึ้นมาได้เป็นเท่าทวีคูณ” อันดาตอบ


    “แล้วอย่างอื่นละ” แม่ทัพหยางถาม


    “ก็นี่ไง” อันดาวาดวงเวทย์ขึ้นกลางอากาศ


    “ตามข้ามา” อันดาจูงมือแม่ทัพหยางเดินผ่านวงเวทย์นั้นแล้วมาโผล่ที่ชั้นใต้ดินที่เก็บรถฮัมวี่ไว้


    “แล้วทำไมเจ้าไม่ทำตั้งแต่แรกล่ะ” แม่ทัพหยาง


    “กล้วท่านตกใจ ครั้งแรกที่อาจารย์วาดแล้วให้ข้าเดินผ่านข้าตกใจแทบเป็นลมเลย ท่านไม่ตกใจเหรอ” ทำไมเรื่องน่ากลัวอย่างนี้ไม่ตกใจตอนแรกที่นั่งบนรถยังแอบจิกเบาะเลย วงเวทย์นี่น่ากลัวกว่าเยอะ


    “ข้าเคยรู้มาว่ามันเป็นวิชาของเซียนเท่านั้นแต่ทำไมเจ้าจึงทำได้ล่ะ” แม่ทัพหยาง


    “จำไม่ได้หรือไงว่าข้าเคยบอกท่านแล้วว่าอาจารย์ข้าเป็นเซียน” อันดา


    “จำได้สิ แต่ข้าไม่คิดว่ามนุษย์ธรรมดาจะทำได้” แม่ทัพหยาง


    “อาจารย์บอกข้าว่าข้าน่ะเป็นตัวป่วน เป็นสิ่งแปลกปลอมของโลกที่ข้าอยู่ดังนั้นการผ่านเข้าผ่านออกโลกทั้งสองใบจึงมีพลังงานที่คลุมตัวข้าแล้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย แล้วนั้นเป็นพลังงานรูปแบบเดียวกับพลังของเซียนน่ะเลยทำได้” อันดาอธิบายตามที่อาจารย์ของเธอเคยบอกเอาไว้


    “แล้วมันไม่เป็นอันตรายต่อตััวเจ้าหรือ” แม่ทัพหยางเริ่มเป็นห่วง


    “พลังที่หุ้มข้าอยู่ก็คือพลังที่คุ้มครองข้าดังนั้นเมื่อข้าได้จากอาจารย์ทุกอย่างเลยไม่อันตราย แต่สำหรับคนอื่นข้าไม่รู้ อาจารย์บอกว่าคนที่จะเขียนวงเวทย์ได้ต้องมีสติบริสุทธิ์ ตอนเขียนห้ามมีเจตนาดีและเจตนาร้าย ใจเป็นกลางไม่วอกแวก ข้าเลยทำได้น่ะ” อันดาตอบหน้าตาเฉยเหมือนสิ่งที่เธอทำได้เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทำได้


    “แล้วทำไมตอนนั้นอาจารย์เจ้าถึงห้ามไม่ให้เจ้าทำนอกมิติล่ะ” แม่ทัพหยางถาม


    "ตอนนั้นอาจารย์บอกว่าเพราะการมีอยู่ของข้าในโลกนั้นทำให้กระแสคลื่นของโลกนั้นปั่นป่วนมากพออยู่แล้ว ท่านจึงให้ข้าฝึกแต่ในมิติจะได้ไม่ไปทำให้โลกนั้นยุ่งเหยิงเข้าไปอีก ที่จริงอาจารย์บอกว่าข้าอยู่บนโลกนั้นได้นานถึงแปดปีถือเป็นเรื่องอัศจรรย์เพราะโลกเมื่อตรวจเจอสิ่งแปลกปลอมจะเหวี่ยงสิ่งนั้นออกจากตัวเอง


    “อย่าพูดถึงตัวเองเช่นนั้น เจ้าไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมเสียหน่อย” แม่ทัพหยางใช้นิ้วเกลี่ยผมที่ตกลงมาปรกดวงตาสีมรกตของเธอ


    “ท่านอยากให้ข้าลองเขียนวงเวทย์นอกมิติหรือไม่” อันดาถาม


    “รอให้อาจารย์เจ้ามาก่อนดีกว่า ข้าไม่รีบแต่เจ้าสามารถเอาปืนเหล่านั้นออกมาให้ทหารฝึกอย่างละร้อยกระบอกก่อนได้หรือไม่” แม่ทัพหยางถาม ตอนนี้เขาสังหรณ์ว่ามีคนต้องการโจมตีค่ายทหารของเขาเป็นแน่



    ทางนั้นเดิมพันสูงมาก การที่เรียกเขาเข้าไป ถ้าสำเร็จคือพวกมันจะตีเมืองต้าหลางที่เป็นเมืองหลวงได้สำเร็จแต่ถ้าไม่คือองค์หญิงและคณะทูตก็คงไม่รอด ยอมสละลูกสาวเลยอย่างนั้นหรือ


    “เอาไปอย่างละสามร้อยเลย ส่วนปลอกมือเนี่ยมันเลื่อนล็อคได้ ข้าจะใส่ในมือท่านเป็นตัวอย่าง” อันดาพาแม่ทัพหยางทะลุมาที่ห้องปืน


    “ใส่อย่างนี้นี่เอง ได้ ต่อจากนี้เราคงต้องฝึกหนักอีก” แม่ทัพหยางและอันดาช่วยกันนับและแยกปืนใส่ลังไม้แล้วพากันออกมาพร้อมอาวุธ


    “ใครอยู่ข้างนอก เข้ามาหน่อย” เสียงแม่ทัพหยางเรียกออกมา


    หยวนอิง สิบสี่และเก้าที่ยืนแอบฟังและรอคอยเสียงบางอย่างอยู่ด้านนอกก็รีบเข้าไป แต่ก็ต้องตกตะลึง


    “เอ่อ พวกข้ามาแล้วขอรับ” หยวนอิงได้สติก่อนใคร แม่ทัพหยางและอันดาต่างตัวเปียกเหงื่อและเต็มไปด้วยคราบฝุ่นเหมือนไปผจญภัยที่ไหนกันมา ห้องของอันดาถึงแม้ไม่กว้างมาก แต่ก็ไม่ได้มีเครื่องเรือนมากมายกลับแน่นขนัดไปด้วยลังไม้ลังใหญ่ห้าใบ


    มีสามลังที่ใส่อาวุธหน้าตาแปลกประหลาด หนึ่งลังใส่เสื้อเกราะและกล่องเล็กๆ ที่หนักเอาการ แต่มีหนึ่งลังที่อัดซองอาหารผงไว้เต็มลัง


    "สิบสี่ไปตามทีมมา เก้าไปเรียกตัวสิบห้าให้กลับมาได้แล้วให้นางมาดูแลอันดา หยวนอิงให้พลทหารมายกลังเหล่านี้ออกไปที่คลังอาวุธ ยกเว้นลังอาหารให้ไปที่โรงครัว


    “ขอรับ/ขอรับ/ขอรับ” ทั้งสามรับคำสั่งและจากไปทั้งยังตื่นเต้นที่เห็นอาวุธมากมายขนาดนี้ หากรู้ว่าอีกไม่กี่วันจะมาอีกเป็นหมื่นเป็นแสนกระบอกคงดีใจกันไม่น้อย


    “ท่านว่าเป่ยซานขอเจรจาสงบศึกหนี่งเดือนใช่หรือไม่” อันดาถาม


    “ถ้าคำนวณวันนั้นนี่เข้ามาวันที่สิบเก้าแล้วหากท่านใช้เวลาเดินทางไปถึงเมืองหลวงสิบวันทางนั้นก็จะลงมือทันทีแน่ เพราะใช้ข้ออ้างว่าขอเจรจาสงบศึกครบสามสิบวัน แล้วถ้าคาดไม่ผิด ทางนั้นอาจจะกำลังเตรียมตัวเดินทางกลับ สวนกับท่านเข้าไปพอดี” อันดารู้สึกชื่นชมความบ้าบิ่นของคนคิดแผนการนี้มาก เพราะช่องโหว่เต็มไปหมด แต่ก็ยอมเสี่ยงดวง


    “เชื่อเถอะ อีกไม่กี่วันจะต้องมีตัวแทนพระองค์มาแจ้งเรื่องการเรียกข้าเข้าวังแน่นอน ทีนี้เราจะได้รู้ว่าคนที่เป็นสายให้เป่ยซานคืองูหรือหมาป่า” แม่ทัพหยาง


    “หรืออาจจะเป็นผีที่อยู่ในเงามือทำตัวเป็นวิญญาณล่องลอยดูเหมือนไร้ตัวตนก็ได้” อันดาตอบ


    เธอเข้ามาที่นี่ได้ไม่นานยังไม่รู้จักครบทุกคนแต่เพราะชอบอ่านนิยายสืบสวน ส่วนใหญ่ฆาตกรมักจะเป็นคนที่นึกไม่ถึงเสมอนั่นแหละ


    “จริงอย่างเจ้าว่า คงต้องทบทวนคนที่ข้านึกไม่ถึงมาก่อนด้วยใช่หรือ” แม่ทัพหยางถาม


    “ใช่อย่างเช่นคนที่ทำตัวโง่แต่ไม่ได้โง่จริง คนที่ทำตัวอ่อนแอแต่ไม่อ่อนแอจริง คนที่ดูไม่สนอำนาจแต่แอบอยากได้” อันดาอธิบาย


    “คนประเภทนั้นก็มีอยู่นะ แต่เขาไม่มีอำนาจเลยจริงๆ นี่สิ” แม่ทัพหยาง


    “เพราะที่ตัวไม่มีเลยต้องหาพันธมิตรอย่างไรเล่า” อันดายืนกอดอก คิ้วขมวดครุ่นคิดความน่าจะเป็นอื่นอีก


    “เจ้าว่าทหารจะฝึกยิงปืนได้เร็วหรือไม่” แม่ทัพหยาง


    “ท่านต้องคัดประเภทคนออก ทั้งร่างกายและลักษณะนิสัย ใจร้อนใช้ปืนไรเฟิลธรรมดา ใจเย็นใช้แบบซุ่มยิง สติแข็งให้ใช้แอบอัตโนมัติิ ส่วนแมกนั่มต้องเป็นคนตัวใหญ่มีกำลังหน่อย


    บาเร๊ตตาให้คนที่ตัวเล็กแต่ว่องไวเข้าประชิดตัวเก่ง ส่วนปืนกลมือ ให้พวกที่คล่องแคล่วและไว เพราะมีทั้งกระสุนเม็ดและลูกดอก ไม่สามารถทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ แต่ชะลอและสร้างความเสียหายได้” อันดาสรุปกลุ่มคนที่เหมาะสมกับประเภทของปืนคร่าวๆ เพราะเธอรู้จักปืนเหล่านี้ดี


    การช่วยลุงชางทำความสะอาดปืนและฟังเขาอธิบาย เธอจึงซึมซับความรู้มาอย่างไม่รู้ตัว