!!!วึงงงงงงงง
ราวกับเป็นเสียงของแผ่นเหล็กถูกตีให้สั่นระริก มันดังก้องกังวานและต่อเนื่องไม่หยุดทันทีที่นักบุญหญิงจื่อซิ่วนำคฑายาวของนาง ปักลงเบื้องล่าง
กำแพงแสงปรากฏพุ่งขึ้นจากเบื้องหน้านักบุญหญิง มันใหญ่โตราวกับเป็นกำแพงของคนยักษ์ ด้านบนกำแพงแสงคล้ายมีริ้วๆ แสงคล้ายปรากฏการณ์ออโรร่าหรือที่เรียกว่าแสงเหนือ มันโบกสะบัดไปมาไม่หยุด ระเรื่อด้วยแสงเจ็ดสีโดยมีแสงสีทองเด่นชัดที่สุด ทำให้มันดูงามวิจิตรราวเทพจิตกรแต่งแต้ม
ขบวนม้าสีขาวร่างโปร่งแสงส่องสว่าง พวกมันยกขากระโดดพุ่งตัวออกมาจากกำแพงแสงนั้น จากนั้นมันก็วิ่ง วิ่งเป็นริ้วแสง ทิศทางที่มันวิ่งไปนั้น เป็นไปตามบัญชาแห่งนักบุญหญิง ที่ตอนนี้คฑาสีทองของนางชี้ไปที่ด้านหน้า
นักรบกล้านายทหารแห่งแดนเหนือทุกคน มองภาพตระการตานี้อย่างตกตะลึง ราวกับว่าสิ่งนี้ไม่ควรเป็นสิ่งที่มนุษย์ทำได้
ทหารแนวหน้าที่อยู่ใกล้กำแพงแห่งแสงสว่างตกใจมากที่สุด บางคนถึงขนาดมือปล่อยโล่ยักษ์โดยไม่รู้ตัวเพราะความหวาดกลัวก่อนจะยกมือขึ้นกันแสงที่กำลังวิ่งมาหาตัวเองด้วยความตกใจ บางส่วนจับดาบหรือศาสตราของตัวเองขึ้นตั้ง ชี้ไปทางม้าแสงสีขาวเหล่านั้น ที่พุ่งตัวออกมาจากกำแพงแสงอย่างรววเร็ว
แต่ความตกใจกลัวนั้นก็เพียงครู่สั้นๆ ม้าสีขาวแห่งแสงสว่างวิ่งผ่านร่างของเหล่านักรบของอาณาจักรไปอย่างรวดเร็ว ผ่านคนแล้วคนเล่าโดยไม่ทำร้ายพวกเขา มันเพียงวิ่งทะลุผ่านร่างไปเฉยๆ
จากนั้นมันก็ควบกีบเท้าของมัน เกิดเป็นเสียงสั่น กุบกับ กุบกับ
ท้องฟ้าเวลาค่ำคืนกลายเป็นสว่างจ้าตลอดทาง ขบวนกองทัพม้าแห่งแสงสว่างนับร้อยวิ่งพาดผ่าน พวกมันวิ่งไปที่ป้อมปราการสีโลหิตที่เจิ่งนองไปด้วยเลือดของผู้วายชนม์
และเมื่อเหล่าม้าแสงสว่างวิ่งผ่านร่างเหล่า 'ความตายที่กลับมีชีวิต' ไม่ว่าพวกมันจะมีจำนวนเท่าใด ร่างแล้วร่างเล่าแผดเสียงร้องก่อนจะหมกไหม้ไปอย่างรวดเร็วในทันที
ขบวนม้าแห่งแสงสว่างย้อมดินแดนแห่งนี้ราวกับเป็นช่วงเวลาของรุ่งอรุณ ผู้คนนักรบกล้ามากมายมองมันอย่างใจหาย
"นี่คืออำนาจของผู้วิเศษที่แท้จริงงั้นรึ"
"เหตุใดพ่อมดขาวที่แท้จริงถึงทรงอำนาจขนาดนี้ อำนาจของนางใช่อำนาจของทวยเทพรึเปล่า"
นักรบทั้งหลายมองสนามรบที่พวกมันคิดว่า ต่อจากนี้ต้องเป็นศึกนองเลือดอันยากลำบากตลอดค่ำคืน แต่ศึกนี้กลับง่ายดายเพราะฝีมือของพ่อมดขาวหญิงนามจื่อซิ่วเพียงคนเดียว
เมื่อขบวนกองทัพม้าแห่งแสง เหยียบย่ำซากของเหล่าความตายที่กลับมีชีวิตไปทุกที่
แต่สายตาของพ่อมดขาวจื่อซิ่วยังเห็นบางสิ่ง ที่คนอื่นมองไม่เห็น
ใช่แล้วเหล่า 'ความตายที่กลับมีชีวิต' แท้จริงมันคือ 'ศพต้องสาป'
และตัวจริงของ 'ศพต้องสาป' ที่ทำให้พวกมันเป็นอมตะ 'คือร่างที่เป็นดวงวิญญาณ' หากจะทำลายศพต้องสาปอย่างแท้จริง ต้องทำลายดวงวิญญาณซึ่งเป็นแก่นแท้ของคำสาป
นักบุญหญิงจื่อซิ่ว นางมองเห็นซึ่งแก่นแท้นั้น ดวงวิญญาณนับหมื่นยังลอยวนเวียนเหนือซากสงคราม
นางทำมือวนและส่งจิต
เหล่าม้าแห่งแสงสว่างวิ่งควบลอยตัวขึ้น
ภาพที่ไม่มีใครมองเห็น และเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน ม้าแห่งแสงสว่างวิ่งผ่านร่างดวงวิญญาณนับหมื่น พวกมันได้รับการปลดปล่อย ช่วงสั้นๆ นักบุญหญิงจื่อซิ่ว มองเห็นเหล่าดวงวิญญาณมากมายยิ้มให้นาง ก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นอณูแสงสว่างแตกตัวจากลาโลกนี้ไปนิจนิรันดร์
มือของจื่อซิ่วสั่นเครือเบาๆ นางดูชรา แต่... นางไม่ได้มากประสบการณ์
เมื่อม้าแสงสีขาววิ่งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมโลกให้ขาวโพลนและหายไป
ครู่หนึ่งทั้งสนามรบเงียบงัน ไม่มีใครรู้ว่าควรทำอะไรต่อจากนี้ดี
ในกระโจมด้านหลัง มีเสียงของเด็กชาย เสียงเสียงนี้ดูเด็กและไร้เดียงสาอย่างยิ่ง เสียงนี้ดังออกมาอย่างเอาแต่ใจจากในกระโจมบนหลังของหมียักษ์ที่ตอนนี้นักบุญหญิงยืนอยู่ด้านหน้า
"พวกเจ้ายังต้องเรียกรู้อีกเยอะ... งำงำงำ ขนมแข็งของที่นี่กินยากเกินไป แต่นมอุ่นของที่นี่อร่อยและมีรสชาติพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เหลือเกิน ข้าต้องเรียกรู้และเก็บมันไว้" เด็กชายผมขาวใบหน้าสดใสที่สวมเครื่องแต่งกายราคาแพง จุดเด่นเป็นพิเศษของเขาเลยคือ ผ้าสีน้ำตาลที่ปิดตาเขาอยู่ ด้านหน้าผ้าคาดปิดตาสีน้ำตาลนั้น มีรูปวาดรูปดวงตาสีทอง เด็กชายเขายื่นมือไปด้านหน้าและแบมือออก วงแหวนเวทมนตร์สีทองก็ปรากฏขึ้น วงเวทนี้ดูลึกลับอย่างมาก จากนั้นมีหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูมีมูลค่า หน้าปกตัวอักษรทั้งหมดพวกมันมีลวดลายสวยงามที่ทำด้วยทองล้อไปตามขอบมุม นอกจากนั้นยังตบแต่งไปด้วยรูปวาดศิลป์และอัญมณี มีอักขระรูนลึกลับซ้อนทับไปมาทั่วไปหมดทั้งหนังสือ
"หน้าว่าง" เด็กชายเพียงพูด หน้าหนังสือล้ำค่าพลิกหน้ากระดาษเร็วดัง พับพับพับ เมื่อหนังสือพลิกไปถึงหน้าว่าง เด็กชายปิดตายิ้ม ก่อนเอาแก้วนมอุ่นๆ ของตัวเอง จุ่มลงหายลงไปในหนังสือ
เมื่อเขาเอามือออก หน้าหนังสือปรากฏรูปวาดที่ดูโบราณ เป็นรูปแก้วนมของเขา
จากนั้นเขาก็เคี้ยวขนมแข็งต่อพร้อมบ่นไปด้วย โดยไม่ต้องหันหน้า เขาเอามือชี้ไปที่หญิงสาวรูปงาม ใบหน้าเธอสดใส มีลักษณะกลมและโดยรวมดูไร้เดียงสา ชุดนักบุญของเธอเข้ารูปมาก แต่มันช่างดูมีเอกลักษณ์ นั่นเพราะเธอมีหน้าอกที่ใหญ่โต ทำให้เวลามองไปที่เธอ เราอาจจะมองข้ามใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาของเธอไป และเอาแต่จ้องมองหน้าอกที่ใหญ่โตของเธอแทนได้
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของหญิงสาวคนนี้ คือ ผ้าปิดตาสีขาวที่ปิดตาเธออยู่
เด็กชายบ่นหญิงสาวไร้เดียงสาที่แสนจะนมโต "นางเด็กน้อย 'ตงเสีย' ข้าเคยสอนเจ้าแล้วใช่หรือไม่ เวลาพยากรณ์สิ่งใด เจ้าจงอย่าไว้ใจคำพยากรณ์เสียทั้งหมด ครั้งนี้พวกเจ้าสองคนถูกหลอกเข้าเต็มเปา นี่แหละข้าถึงได้ต้องพาพวกเจ้าออกมายังอาณาจักรที่ห่างไกลบ้าง เช่นนี้พวกเจ้าจึงจะได้รับประสบการที่แท้จริง"
ซุนตงเสียหญิงสาวนมโตที่ใบหน้าไร้เดียงสา นางสะอื้นไห้ "จะ... จะ... เจ้าคะท่านอาจารย์ ทั้งหมดเป็นความผิดของ 'ตงเสีย' เอง ตงเสียจะชดใช้ความผิดพลาด ตงเสียจะถวายตัวและเป็นเจ้าสาวของท่านอาจารย์เอง เจ้าคะ"
!!!พรวด เด็กชายผู้มีผ้าปิดตาสำลัก ก่อนจะไอและเอามือทุบหน้าอกตัวเองต่อเนื่อง
"!แคร่ะ!แคร่ะ!แคร่ะ เป็นครั้งที่หนึ่งร้อยสิบสองแล้วที่เจ้าเล่นมุกนี้ และทำให้อาจารย์ของเจ้าเกือบตาย! แคร่ะ!แคร่ะ"
"ตงเสีย ตงเสียพูดจริงๆ นะเจ้าคะ"
!!!พรวด
"!แคร่ะ!แคร่ะ!แคร่ะ" เด็กชายไออีกครั้ง
และนั้นก็พอดีกับที่นักบุญหญิงหลิวจื่อซิ่วเดินเข้ามา "ท่านอาจารย์ ท่านก็รู้อยู่แล้วว่า ครั้งนี้พี่หญิงตงเสียพยากรณ์ผิดพลาด เพราะมีผู้พยายามบิดเบือนคำพยากรณ์ของนาง แต่เหตุใดท่านจึงยังให้พวกเรามาที่นี่เจ้าคะ"
เด็กชายมือข้างหนึ่งแตะหนังสือหรูหราของตัวเอง มืออีกข้างอยู่ก็ปรากฏแก้วน้ำแสนหรูหรา สายน้ำวงเรียวเล็กหมุนวนเหนือแก้วก่อนจะไหลไปรวมในแก้วน้ำ
เด็กชายดื่มน้ำและทุบอกอีกหลายครั้ง
"ฮาาาาาาาาา สดชื่น" เด็กชายพูดก่อนทำหน้าเบาสบาย มือชี้ไปทางซุนตงเสีย "นางศิษย์ไม่รักดี เจ้าช่างเหมือนแม่เจ้า ยัยเติงเหมยนัก ชอบทำให้ข้าหัวใจจะวาย แม่ลูกไม่ต่างกันจริงๆ ข้าไม่น่ารับเจ้าเป็นศิษย์"
"งั้นท่านอาจารย์ก็รับข้าเป็นภรรยาสิเจ้าคะ" ตงเสียพูดโดยที่นางเอาอกภูเขาไฟของนางวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเอาผ้าไปเช็ดปากเด็กชายผู้มีผ้าปิดตา
เด็กชายไม่สนใจนาง ราวกับว่านี่เป็นเรื่องปกติ เด็กชายหันไปมองที่ จื่อซิ่วหญิงผู้มีร่างกายขาวซีดและใบหน้าชรา
"ที่ข้าไม่ขัดขวางหรือชี้นำใดๆ ต่อพวกเจ้า หนึ่ง.เพราะข้าอยากให้พวกเจ้ามีประสบการณ์และไม่เชื่อในอำนาจวิเศษของตัวเองมากไป ตงเสียทุกครั้งที่เจ้าจะทำการพยากรณ์ จงอย่าเชื่อคำพยากรณ์หรือภาพนิมิตที่มองเห็นไปเสียทั้งหมด มันอาจจะถูกจัดฉากและปนเปื้อนได้ เช่นในครั้งนี้ ส่วนเจ้าจื่อซิ่วอำนาจจิตอ่านใจที่เป็นมรดกของมหาผู้วิเศษมารดาของเจ้านั้น บางครั้งมันก็คือจุดอ่อน ยิ่งกับคนที่รู้ว่าเจ้ามีความสามารถด้านการอ่านใจ พวกเขาย่อมลวงความคิดเจ้าได้ แสร้งแสดงความคิดเห็นในใจเพื่อทำให้เจ้าเชื่อ ดังนั้นเชื่อข้าเถอะก่อนที่เจ้าจะมาอยู่กับข้า เจ้าเคยถูกไอ้พวกสวะนั้นหลอกมาหลายครั้งแล้ว..."
พูดจบเด็กชายถอนหายใจเสียงดัง
หลิวจื่อซิ่วนักบุญหญิงผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่ถูกขนานนามว่าจะเป็น 'ปราชญ์' ในอนาคตตอนนี้อยู่ต่อหน้าเด็กชาย เธอดูเรียบร้อยยิ่งกว่านักเรียน
"จื่อซิ่วจะจำไว้เจ้าคะท่านอาจารย์"
"อืม" เด็กชายพูดพลางพยักหน้า
ก่อนที่ซุนตงเสียหญิงสาวไร้เดียงสาอกโตจะพูดต่อ เธอเก็บผ้าเช็ดปากของเด็กชายแนบกายและแก้มแดงเล็กน้อย
"ท่านอาจารย์ หากการมาครั้งนี้ของเราไร้ประโยชน์ และไม่ได้รับเบาะแสที่แท้จริงเกี่ยวกับพวก 'ศพต้องสาป' เช่นนั้น พวกเรามาที่นี่ทำไมกันละเจ้าคะ คิกคิก" พูดจบตงเสียก็ลูบไล้ผ้าเช็ดหน้าของเธออย่างพอใจ
เด็กชายยิ้ม
"ข้าให้พวกเจ้ามาที่นี่ก็เพราะ... ข้ามองเห็นเส้นทางแห่งโชคชะตาที่สำคัญนะสิ คิกคิก" เด็กชายพูดขึ้นพร้อมหัวเราะเบาๆ ก่อนใต้ผ้าปิดตาของเขาจะเปล่งแสงเรืองรองสีทองประหลาด
หลิวจื่อซิ่วและซุนตงเสียต่างขมวดคิ้ว