"ฟางถง อย่าได้ล้ำเส้นข้าจนเกินไป!!" เสียงที่เต็มไปด้วยความดุดันของชายหนุ่มดังขึ้นมา เขาคนนี้คือจักรพรรดิเพลิงฟ้า ผู้ปกครองจักรวาลเพลิงฟ้าแห่งนี้
"คาราวะจักรพรรดิเพลิงฟ้า" เหล่าผู้นำและผู้อาวุโสตระกูลเฟิ่งทำความเคารพพร้อมกัน ทว่าจักรพรรดิเพลิงฟ้ากลับมิได้หันมองพวกมัน และจับจ้องไปที่ฟางถงอย่างไม่วางตา
"เหอะๆ หากข้าล้ำเส้นแล้วมันจะทำไม คนของเจ้านับวันยิ่งคล้ายกับพวกมารเข้าไปใหญ่ แม้แต่เลือดเนื้อเชื้อไขก็ยังทรมานจนเจ็บหนักขนาดนี้" ฟางถงยกกระบี่ชี้ไปทางจักรพรรดิเพลิงฟ้า กิริยาที่แสดงออกมาราวกับว่าไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด ซึ่งมันทำให้จักรพรรดิเพลิงฟ้ารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากตัวของฟางถงเป็นเพียงจ้าวจักรวาลขั้นห้าเท่านั้นแต่กลับไม่มีความหวั่นเกรงตัวเขาที่เป็นระดับจ้าวจักรวาลโบราณขั้นที่หนึ่งเลยสักนิด นี่มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกเกินไป
"นี่เป็นเรื่องภายในจักรวาลของข้า เจ้าเป็นคนนอกไม่จำเป็นต้องเข้ามาสอด"
"หึ! ข้าเองก็ไม่อยากจะยุ่งนักหรอก แค่เพียงพาลูกสะใภ้ของข้ามารับตัวท่านแม่ของเธอเท่านั้น ในเมื่อเจ้ามาแล้วก็อบรมสุนัขของเจ้าให้ดีก็แล้วกัน ข้าขอตัว" ว่าแล้วเฟิ่งเจียอินก็หันกายลอยไปยังยานอวกาศที่อยู่เบื้องหน้า
ทว่าดูเหมือนจักรพรรดิเพลิงจะไม่ยินยอมให้พวกเธอจากไปโดยง่าย
เปลวเพลิงสีฟ้าลุกโชนขึ้นมาแล้วห้อมล้อมพวกไป๋ฉีเอาไว้ "เจ้าไปได้ แต่คนของจักรวาลข้าย่อมต้องรั้งอยู่ที่นี่"
"หืม เจ้าถือสิทธิ์อะไรถึงคิดจะรั้งลูกสะใภ้ของข้าเอาไว้ ข้าจำได้ว่ากฏหมายของสหพันธ์ให้สิทธิ์กับทุกคนอย่างเท่าเทียม"ฟางถงหันไปตอบกลับ
จักรพรรดิเพลิงฟ้าก็ยิ้มอย่างเย้ยหยัน "กฏของสหพันธ์แล้วอย่างไร ที่นี่คือจักรวาลเพลิงฟ้าของข้า ดังนั้นตัวข้าจะสามารถทำอะไรก็ได้"
"ครื่น!!"
ทันทีที่น้ำเสียงอันเต็มไปด้วยความอหังการสิ้นสุดลงไป จักรวาลเพลิงฟ้าก็เกิดเรื่องสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ ใบหน้าของจักรพรรดิเพลิงฟ้าที่เดิมเต็มไปด้วยความอารมณ์ดีกลับกลายเป็นตึงเครียดขึ้นมา
"ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่เห็นกฏเกณฑ์ของสหพันธ์ในสายตาเลยสินะ" เสียงอันราบเรียบของชายหนุ่มดังออกมาจากยานอวกาศระดับจ้าวจักรวาล ทันใดนั้นเปลวเพลิงสีฟ้าครามที่ห้อมล้อมพวกไป๋ฉีเอาไว้ก็ดับลงจนหมดสิ้น
"ถึงกับดับเปลวเพลิงของข้าได้!! คนปริศนาเปิดเผยตัวออกมาซะไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!"
ด้านหลังของจักรพรรดิเพลิงฟ้าปรากฏจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่มีลักษณะคล้ายกับดวงอาทิตย์ปรากฏขนาดย่อม สายตาของมันจับจ้องไปที่ยานอวกาศโดยไม่กระพริบตา ทว่าในเวลาต่อมาดวงตาของมันก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ
เหนือยานอวกาศระดับจ้าวจักรวาลที่ในตอนแรกเป็นเพียงพื้นที่อันว่างเปล่า อยู่ดีๆก็ปรากฏดวงตาขนาดใหญ่สามดวงจับจ้องมองมาที่ตัวมัน
"ดะ ดวงเนตรจุติจักรวาล!"
ได้เห็นภาพนี้ จักรพรรดิเพลิงฟ้าอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น ความหยิ่งผยองในใจเองก็หายไปจนหมดสิ้น
"บูม!"
ประตูยานอวกาศเปิดออกพร้อมกับร่างเงาของไป๋เฉินที่ปรากฏตัวขึ้นแล้วบินมายืนข้างๆฟางถงในเสี้ยววินาทีนั้น จักรพรรดิเพลิงฟ้ามองเห็นชายหนุ่มใบหน้าก็ซีดเซียวโดยฉับพลัน ตัวมันรีบทำความเคารพโดยฉับไว
"คาราวะผู้อาวุโสไป๋"
ได้ยินถ้อยคำนี้จากปากของจักรพรรดิเพลิงฟ้า ผู้นำและเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเฟิ่งอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา มิน่าจ้าวจักรวาลฟางถงถึงกล้าหาเรื่องตระกูลเฟิ่งโดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจจักรพรรดิเพลิงฟ้า ที่แท้เธอก็มีผู้ยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลัง
"จักรพรรดิเพลิงฟ้าเห็นแก่ที่เจ้าเคยสร้างความดีความชอบในอดีต คำพูดเมื่อครู่นี้ข้าจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน"
"ขอบคุณผู้อาวุโสที่เมตตา"
ทันทีที่ไป๋เฉินกล่าวออกมาเช่นนั้น จักรพรรดิเพลิงฟ้ารีบตอบกลับอย่างฉับไว เพราะตัวมันรู้ดีว่าไม่สมควรจะมีปัญหากับชายหนุ่มเบื้องหน้า
ไป๋เฉินยิ้มจากนั้นหันไปมองยังผู้นำของตระกูลเฟิ่งด้วยสายตาเย็นชา "นับจากนี้ข้าขอประกาศว่าทั้งเฟิ่งเจียอินและเฟิ่งนู่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเฟิ่งอีกต่อไป หากพวกเจ้าคิดสร้างปัญหาให้พวกเธออีกล่ะก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน"
ได้ยินคำประกาศิตนี้ผู้นำและเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเฟิ่งก็พากันก้มหน้าก้มตาและตัวสั่น แม้แต่จักรพรรดิเพลิงฟ้ายังไม่กล้าต่อกรกับชายคนนี้แล้วพวกเขาจะกล้ามีปัญหาอย่างนั้นหรือ แน่นอนว่าไม่มีทาง
"ในเมื่อเข้าใจแล้วก็ดี "
ว่าแล้วไป๋เฉินและฟางถงก็พาพวกไป๋ฉีกลับขึ้นไปในยานอวกาศ จากนั้นก็สั่งการให้มันบินออกจากเขตแดนของตระกูลเฟิ่งไป ทิ้งไว้เพียงจักรพรรดิเพลิงฟ้าและเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเฟิ่งที่ตอนนี้ยังคงตัวสั่นเทาไม่หายเพราะความหวาดกลัว
"บัดซบ! ใครใช้ให้พวกเจ้าไปมีปัญหากันท่านผู้นั้นกัน!"จักรพรรดิเพลิงฟ้าหันไปตวาดลั่น
ผู้นำและเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเฟิ่งทิ้งตัวคุกเข่ากลางอากาศในทันที "นายท่าน พวกข้าไม่รู้จริงๆว่าจ้าวจักรวาลฟางถงจะมีเบื้องหลังที่น่ากลัวขนาดนี้ ไม่เช่นนั้นพวกข้าไม่มีทางมีปัญหากับเธออย่างแน่นอนขอรับ"
จักรพรรดิเพลิงฟ้าถึงกับกุมขมับ "ข้าไม่คิดเลยว่าจะต้องเผชิญหน้ากับตระกูลไป๋สายหลัก เพราะเหตุผลงี่เง่าแบบนี้"
"ยังดีที่ท่านผู้นั้นยังมีเมตตาไม่ติดใจเอาความ ไม่เช่นนั้นเกรงว่าจักรวาลเพลิงฟ้าของข้าคงจะถูกเขาทำลายจนพินาศสิ้น"
"นายท่าน การที่ท่านพูดเช่นนี้แสดงว่าผู้อาวุโสท่านนั้นแข็งแกร่งกว่าท่านมากเลยงั้นหรือขอรับ"ผู้นำตระกูลเฟิ่งเอ่ยปากถาม
จักรพรรดิเพลิงฟ้ายิ้มเย้ยหยัน "เจ้าไม่ควรเอาข้าไปเปรียบเทียบกับท่านผู้นั้น ถ้าหากเขากับข้าต้องสู้กัน เกรงว่าข้าคงตายตั้งแต่ยังไม่ออกกระบวนท่า"
ได้ฟังเช่นนั้นแล้วผู้นำและเหล่าผู้อาวุโสก็หน้าซีดเผือดขึ้นมา พวกเขารู้ดีว่าจักรพรรดิเพลิงฟ้าไม่มีทางที่จะโกหกพวกเขาในเรื่องแบบนี้
"สะ แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี"เหล่าผู้อาวุโสปรึกษากันด้วยความร้อนรนใจ
"เหอะๆยังจะทำอะไรได้อีก นอกจากทำตามที่ท่านผู้นั้นสั่ง นับจากนี้อย่าได้คิดสร้างปัญหาให้กับแม่ลูกสองคนนั้นเป็นอันขาดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม"
"ขอบรับนายท่าน" ผู้นำตระกูลเฟิ่งรวมไปถึงผู้อาวุโสตอบกลับพร้อมกัน ในใจพวกมันตอนนี้เต็มไปด้วยความเสียใจและเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ในอดีตพวกมันทอดทิ้งสองแม่ลูกเฟิ่งนู่และเฟิ่งเจียอินให้มีชีวิตที่ยากลำบาก ทว่านอกจากความเสียใจแล้วในเวลานี้พวกมันก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้อีกต่อไป