นางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม)

    ตอนที่ 153 ที่อยู่ของรหัสลับ

    ตอนที่153 ที่อยู่ของรหัสลับ

     

    ซูเวยได้ยินคำร้องขอจากเขา เธอขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจพลางถามเขากลับคืนด้วยความสงสัยว่า“ถ้าพี่เฟิงไม่ทำงานให้พวกมันละ?”เธอถามเขาย้อนกลับ ถึงแม้จะรู้ว่าพวกมันอาจทำร้ายเขาจากชิปที่ถูกฝังไว้ในก้านสมองของเขาก็ตาม


    “พวกมันขู่ฆ่าครอบครัวพี่นี่สิพี่จะทำยังไงดี?”กุ้ยอี้เฟิงพูดเสียงเบาลงเมื่อเหลือบมองเห็นเพื่อนทยอยออกมากินข้าวเช่นกัน


    ซูเวยขมวดคิ้วด้วยความหนักใจเธอคิดหาทางช่วยกุ้ยอี้เฟิงอย่างเร่งด่วน ซึ่งเธอไม่สามารถโยนให้คนอื่นกลายเป็นแพะรับบาปแทนตนเองได้พลันนึกถึงสมาร์ตเอกซ์ที่น่าจะเป็นคนเหมาะสมที่สุดในการช่วยเหลือเธอ เพราะเขาเป็นหนึ่งในคนที่องค์กรชั่วร้ายต้องการตัวเช่นกัน


    “ฉันจะรีบหาทางช่วยพี่เฟิงนะคะ”ซูเวยไม่ได้ตอบรับทันทีเพราะเธอต้องสอบถามไปยังสมาร์ตเอกซ์ก่อน ว่าเขาพร้อมที่จะเล่นกับเธอหรือไม่เนื่องจากงานนี้เป็นการไล่ล่าตามหาต้นทางของอีเมลลับนี้ด้วย ดังนั้นจึงต้องวางแผนให้รัดกุมไว้ก่อน


    “ตกลง” กุ้ยอี้เฟิงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเขารู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง ถึงแม้ว่าซูเวยจะไม่ได้รับปากที่จะช่วยเขาอย่างจริงจังอย่างน้อยมีใครสักคนที่ร่วมรับรู้ความทุกข์ของเขา ย่อมทำให้เขามีกำลังใจมากขึ้น


    หลังจากนั้นแต่ละคนแยกย้ายไปกินข้าวอย่างรวดเร็วก่อนที่จะกลับไปทำงานที่ค้างคาอยู่ให้เสร็จสิ้นซูเวยปล่อยให้ทุกคนเข้าห้องไปก่อนตนเองเธอเลือกที่จะสื่อสารกับสมาร์ตเอกซ์ผ่านทางอีเมลจากสมาร์ตโฟนของตนเองมากกว่าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของค่าย


    ซูเวยส่งข้อความถึงเพื่อนออนไลน์หนึ่งเดียวที่มีอยู่ของตนเองว่า“กุ้ยอี้เฟิง ตัวแทนนักเรียนหนึ่งในห้าที่จะไปแข่งขันทักษะคอมพิวเตอร์ที่ประเทศเอ็มเขาถูกองค์กรชั่วร้ายควบคุมเพื่อตามหาแฮ็กเกอร์สองคน หนึ่งในนั้นคือคุณช่วยดึงความสนใจพวกมันจากเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นในประเทศได้ไหมคะ?”


    หลังจากซูเวยส่งข้อความไปแล้วเธอจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ตนเองอย่างใจจดจ่อ ปรากฏว่าไม่มีสัญญาณตอบกลับจากเขาเลยทำให้เธอลอบถอนหายใจด้วยความกังวลก่อนเดินเข้าห้องติวเข้มไปทำงานที่ค้างต่อทันที


    ……….


    ความจริงแล้วสมาร์ตเอกซ์หรือหยางหยางรับรู้ข้อความจากซูเวยแล้วทว่าเขาไม่สะดวกที่จะส่งข้อความตอบกลับในเวลานี้ เนื่องจากเขากำลังลอบเข้ามาในฐานลับแห่งหนึ่งเขาคาดว่าเป็นหนึ่งในสามของฐานลับองค์กรเคเอ เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เขาจับตามองมานานแล้วตั้งแต่มาเรียนที่ประเทศเอ็มทว่าเพิ่งจะมีโอกาสในวันนี้ที่เขาจะได้เข้าไปตรวจสอบอะไรบางอย่างในสถานที่ที่ถูกปิดล้อมอย่างมิดชิดเป็นเหมือนค่ายกักกันที่มีรั้วสูงห้าเมตร ด้านบนรั้วมีเสาเหล็กที่ปล่อยกระแสไฟฟ้าไว้โดยรอบ


    “ดูเหมือนที่นี่มีความลับมากกว่าที่ฉันคิดเอาไว้แฮะ”หยางหยางยืนอยู่กลางอากาศพลางลูบคางพร้องกับจ้องมองพื้นที่ด้านล่างด้วยความสนใจเขาเป็นเอสเปอร์ที่สืบทอดของตระกูล หากแต่เขามีทักษะดั่งตำนาน เพราะรวมความพิเศษเหนือมนุษย์ไว้ที่เขาคนเดียวโดยที่ลูกพี่ลูกน้องหญิงอีกคนหนึ่งไม่มีทักษะใดๆเลย


    หยางหยางนับได้ว่าเป็นเอสเปอร์ทศทักษ์เพราะเขามีทั้งหมดสิบทักษะ โดยทักษะที่สิบเพิ่งจะรับรู้เมื่อมาเรียนอยู่ที่ประเทศเอ็มสิบทักษะของเขาประกอบด้วย หนึ่งหยุดเวลา สองย้อนเวลา สามไนต์แมร์(ฝันร้าย)สี่เคลื่อนย้ายพลัง ห้ามือกล หกเปลวเพลิง เจ็ดล่องหน แปดสะกดจิต เก้าบินและสิบมนุษย์ไฟฟ้า


    หยางหยางเลือกที่จะล่องหนผ่านเข้าประตูไปพร้อมกับรถบรรทุกปิดทึบคันหนึ่งที่มาจอดหน้าประตูพอดีเขานั่งบนตู้คอนเทนเนอร์เข้าไปอย่างง่ายดายโดยเครื่องสแกนหน้าประตูไม่สามารถตรวจจับเขาได้เลยแม้แต่น้อย


    เมื่อรถบรรทุกเคลื่อนตัวเข้าไปพื้นที่ด้านในรถเลี้ยวซ้ายก่อนถึงหน้าประตูใหญ่อีกบาน เส้นทางที่รถบรรทุกเลี้ยวไปเป็นส่วนพื้นที่ของเสบียงและคลังพัสดุทั้งหลายพอรถบรรทุกจอดเรียบร้อยซึ่งแสดงว่าไม่เคลื่อนตัวต่ออีก จากนั้นเขากระโดดลงจากรถบรรทุกเพื่อตรงเข้าไปยังประตูหลักด้านหน้าเขาเดินเข้าไปพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่ที่ถืออาวุธครบมือห้าคน


    ไม่มีคนหรืออุปกรณ์ใดสามารถตรวจจับหยางหยางได้เลยทำให้เขาเดินดูภายในอาคารสูงสามชั้นแต่ละห้องด้วยความสนใจ เขาพบว่าภายในอาคารที่เป็นเหมือนอาคารสำนักงานมีแผนกต่างๆเหมือนบริษัททั่วไป ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจเป็นพิเศษ


    ……….


    ทันใดนั้นหยางหยางเหลือบมองเห็นกลุ่มคนนับสิบคนเดินคุ้มกันชายชราคนหนึ่งที่ถือกล่องโลหะพวกเขากำลังเดินเข้าไปในอาคารทรงโดมที่อยู่หลังอาคารสำนักงานนี้ เขารีบวิ่งตามกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างรวดเร็วเพราะดูเหมือนทุกคนเฝ้าระวังกล่องโลหะเป็นพิเศษจนกระตุ้นความสนใจจากเขา


    มีเสียงพูดตามหลังขณะที่เขาวิ่งออกไปจากอาคารสำนักงานซึ่งมาจากผู้คนทั้งหลายว่า


    “อ๊ะ! นายรู้สึกเหมือนฉันไหมมีลมพัดแรงตรงนี้ได้ยังไง?”


    “จริงด้วยแอร์ที่เปิดก็มีลมสม่ำเสมอดีนี่นา แล้วลมพัดวูบเมื่อตะกี้คืออะไร?”


    “ฉันนึกว่ารู้สึกอยู่แค่คนเดียวพวกนายก็เป็นเหมือนกันหรือ?”


    หยางหยางไม่ได้สนใจความรู้สึกของผู้คนที่พูดอยู่เบื้องหลังตนเองเขารีบวิ่งไปให้ทันกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้น เนื่องจากเขาเหลือบมองเห็นตัวสแกนม่านตาที่หน้าประตูซึ่งเขาสามารถคลายล็อกประตูแบบนี้ได้ ทว่าเขาไม่ต้องการเสียเวลาโดยใช่เหตุฉะนั้นจึงเลือกที่จะลอบติดตามกลุ่มคนน่าสงสัยเหล่านี้เข้าไปดีกว่า


    โชคดีที่หยางหยางวิ่งรวมกลุ่มกับพวกเขาได้ทันทำให้เขาเดินตามกลุ่มคนไปอย่างกระชั้นชิดพลางสอดส่ายสายตามองซ้ายขวาในอาคารทรงโดมอย่างสนใจเขาพบว่าอาคารทรงโดมเป็นห้องปฏิบัติการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์มีเครื่องมือทันสมัยล้ำหน้ากว่ามหาวิทยาลัยที่เขากำลังเรียนรู้ด้วยซ้ำไปบางทีอาจทันสมัยมากกว่ารัฐบาลหลายประเทศ


    ชายชราเดินตรงเข้าไปในลิฟต์พร้อมผู้คุ้มกันอีกสามคนมีช่องว่างเหลือพออีกสองสามคน ทำให้เขารีบแทรกตัวเข้าไปพร้อมลอยตัวอยู่เหนือหัวของแต่ละคนถึงแม้ว่าเขาจะสามารถสังหารทุกคนได้อย่างง่าย ทว่าเขาต้องการรู้ความลับของพื้นที่ใต้ดินที่กลุ่มชายชรากำลังเคลื่อนตัวลงไปรวมทั้งกล่องโลหะขนาดย่อมที่ชายชรากอดแนบอกไว้เหมือนสมบัติที่มีค่ายิ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเรียกความสนใจจากเขาเป็นอย่างมาก


    ในที่สุดลิฟต์หยุดที่ชั้นห้าจีแสดงว่าพวกเขาลงมาใต้ดินในชั้นที่ห้า พอลิฟต์เปิดออกผู้คนทั้งสี่คนรวมชายชราต่างพากันรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆมีลมพัดวูบขึ้นมาทันทีทันใด


    “อีริก ทำไมในลิฟต์มีลมแบบนี้? ระบบตรวจสอบความปลอดภัยใช้การได้ดีอยู่ไหม?” ชายชราเนลสันถามหัวหน้าผู้คุ้มกันด้วยความสงสัย


    เขาสังหรณ์ใจว่าจะมีใครบางคนลอบติดตามมาเนื่องจากบางจังหวะเขาตรวจพบว่ารอบตัวมีลมหายใจหนึ่งที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ทำให้เขาเกิดความหวาดระแวงเนื่องจากสมบัติที่เขานำมาจากสุสานโบราณในประเทศพีเป็นสิ่งของสำคัญที่อาจมีประโยชน์กับองค์กรเคเอได้เขาจึงเป็นกังวลกลัวว่าจะมีใครเล็ดลอดเข้ามา


    อีริก ชายฉกรรจ์วัยกลางคนร่างกำยำขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจกับคำถามของเนลสันเขาส่ายหน้าพลางตอบกลับตามจริงว่า “ตรวจสอบไม่พบความผิดปกติอะไรนะครับระบบทุกอย่างยังทำงานได้ดีอยู่ พวกเราทดสอบทุกเช้าเย็นก่อนเริ่มงาน”


    เนลสันพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเขาเหลียวมองซ้ายขวารอบตัวอย่างฉงนใจก่อนเดินตรงไปที่ห้องปฏิบัติการใหญ่เป็นห้องที่มีเครื่องมือทันสมัยในการสร้างยานรบชนิดพิเศษ เป็นยานที่มีความเร็วเหนือแสงโดยตอนนี้บรรดานักวิทยาศาสตร์กำลังทดสอบสภาวะล่องหนของยานดังกล่าวซึ่งปัจจุบันคืบหน้าไปมากถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว


    ระหว่างทางที่เดินผ่านแต่ละห้องหยางหยางตื่นตะลึงด้วยความคาดไม่ถึงว่าตนเองจะสามารถค้นพบฐานลับที่สำคัญขององค์กรเคเอเช่นนี้เนื่องจากมีทั้งห้องสร้างอาวุธปืนเลเซอร์อันทันสมัย สร้างเกราะป้องกันปืนและขีปนาวุธรวมทั้งห้องใหญ่ที่สุดที่มีนักวิทยาศาสตร์และเหล่าวิศวกรกำลังก่อสร้างยานรบหลายลำหลายรูปแบบสร้างความตื่นตกใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก


    หยางหยางคิดในใจด้วยความกังวลว่า“ที่นี่เป็นฐานลับที่น่ากลัวมาก พวกมันมีเงินทุนมากเสียจริงที่สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้”


    เขาคิดว่าก่อนที่จะออกไปจะต้องระเบิดฐานลับนี้ทิ้งเสียเพื่อลดทอนกำลังการผลิตของพวกองค์กรชั่วร้ายรวมทั้งต้องหาร่องรอยฐานลับแห่งอื่นด้วยว่าตั้งอยู่ในพิกัดใด แม้แต่บรรดาสาขาขององค์กรที่กระจายอยู่ในประเทศต่างๆอย่างน้อยกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรที่ร่วมกันต่อต้านองค์กรเคเอจะได้ช่วยกันทำลายสาขาและฐานลับทิ้งให้มากที่สุดก่อนที่พวกมันจะก่อความเดือดร้อนให้กับผู้คนบนโลกนี้


    ……….


    จนกระทั่งหยางหยางพบว่ากลุ่มชายชราหยุดยืนอยู่หน้าห้องหนึ่งเขาเหลือบมองเห็นผู้คนเข้าห้องเล็กด้านหน้าเพื่อเปลี่ยนชุดพอเห็นชุดที่ผู้คนทั้งสี่คนสวมใส่ ทำให้เขาเกิดความหนักใจเนื่องจากเขารับรู้แล้วว่ากลุ่มชายชรากำลังเข้าไปในห้องเย็นทว่าความเย็นกลับเป็นอริกับเขา ทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนตัวตามเข้าไปได้ หากเขาฝืนเข้าไปทั้งรูปแบบปกติหรือล่องหนล้วนทำให้เขาแข็งตายในเวลาอันรวดเร็ว เขาจึงเลือกที่จะใช้ทักษะพื้นฐานตนเองที่พอจะทำได้เพื่อรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุด


    นั่นคือการดักฟังด้วยชุดอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่เขามีในตอนนี้โชคดีที่เขานำติดตัวมาด้วย ทว่าเขาไม่แน่ใจว่าจะสามารถดักฟังได้มากน้อยแค่ไหน


    “บัดซบ!ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะเข้าไปในห้องเย็นแบบนี้ ทำให้ฉันหมดโอกาสตรวจสอบภายในห้องนั้นไปเลย”หยางหยางสบถให้กับจุดอ่อนของตัวเองที่ทำให้เขาพลาดโอกาสสำคัญในช่วงสุดท้ายไปได้เขาได้แต่หวังว่าตัวดักฟังที่ส่งเข้าไปพร้อมกับชายคนสุดท้ายจะสามารถดักฟังเสียงภายในห้องเย็นได้บ้าง


    หยางหยางหามุมลับเพื่อซ่อนตัวเองเนื่องจากเขาจำเป็นต้องยกเลิกทักษะล่องหนก่อนเพื่อให้ประสิทธิภาพการรับฟังสูงสุดหากฟังในระหว่างใช้ทักษะใดๆอยู่จะทำให้การรับฟังอันละเอียดอ่อนจากทักษะพื้นฐานของเอสเปอร์ผิดพลาดไปได้

    ในตอนนี้เขาได้ยินเสียงชัดบ้างซ่าบ้างสลับกันไปทว่าเขาสามารถจับใจความสำคัญส่วนใหญ่ได้ มีการพูดคุยของชายชรากับชายอีกสองสามคนเป็นเหมือนการปรึกษาระหว่างกันมากกว่าการรายงานระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง


    “เนลสันขอบคุณที่คุณนำสิ่งของมาให้พวกเราหัวหน้าให้พวกเราช่วยกันวิเคราะห์ให้เสร็จโดยเร็ว”


    “ผมเข้าใจ ผมเพิ่งค้นพบเหมือนกันว่าอักขระที่จารึกไว้บนแท่งหินจะแสดงออกมาก็ต่อเมื่ออยู่ในความเย็นแต่แปลกตรงที่มันไม่แสดงตลอดเวลานะ มันจะแสดงขึ้นมาแค่สิบวินาทีแล้วก็จางหายไปพวกเราต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงถึงจะตรวจสอบได้อีกครั้ง”


    “โอ้! นี่มันยิ่งกว่าเวทมนตร์อันน่าพิศวงเสียอีกมีเวลาให้พวกเราดูแค่สิบวินาทีงั้นหรือ?”


    “ช่วงที่อักขระแสดงขึ้นมาพวกเราก็รีบถ่ายรูปเก็บไว้สิ”


    “ต้องรีบบันทึกเร็วๆนะไม่งั้นไอเย็นจะทำให้ภาพขุ่นมัวจนอ่านไม่ออก”


    “ไม่รู้ว่าป่านนี้หัวหน้าจะหาคนมาถอดรหัสพวกนี้ได้หรือยัง?”


    “คงยากนะเพราะหัวหน้ามีอักขระแค่ไม่กี่ตัวเองแต่คราวนี้พวกเราต้องช่วยคัดลอกอักขระทั้งหมดออกมาให้ได้ก่อน”


    “ตกลงงั้นลงมือกันเถอะ”


    หลังจากนั้นหยางหยางได้ยินแค่เสียงปลดล็อกกล่องโลหะพร้อมกับการขยับบางสิ่งไปมาและเสียงฝีเท้าเดินไปมาภายในห้อง เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกนานทว่าเขายังไม่ถอดใจเพราะต้องการรับรู้ก่อนไป ว่าพวกที่อยู่ในห้องเย็นได้บันทึกรหัสลับที่ดูเหมือนมีความสำคัญสำหรับพวกมันมากนั้นเก็บไว้ที่ใดหากเขาสามารถขโมยออกไปได้ เขาจะทำทันที ดังนั้นตอนนี้หยางหยางจึงต้องอดทนรออย่างใจเย็นต่อไป


    ..........


    ในตอนนี้ซูเวยนั่งจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องพักเป็นเวลานานเธอสงสัยที่สมาร์ตเอกซ์หายตัวไปและไม่ตอบกลับตนเองกลับมาเธอได้แต่จ้องมองหน้าจอด้วยความแปลกใจ


    ครั้นเห็นว่าสมาร์ตเอกซ์จะไม่ตอบตนเองอย่างแท้จริงทำให้เธอเริ่มทำงานกวาดล้างกลุ่มวันเดอร์ต่อส่วนงานที่อาจารย์เย่มอบหมายให้กับเธอทำนั้น ซูเวยทำเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วจึงกลับมาที่ห้องพักของตนเอง


    ซูเวยมองเห็นคะแนนของแต่ละคนที่ส่งเข้ามาในลิงก์ที่เธอทำแจกทุกคนเธอไม่จำเป็นต้องสร้างตัวนับแต่อย่างใด ทว่าเธออาศัยความซื่อสัตย์จากแต่ละคนเองที่จะรายงานเข้ามาเนื่องจากเธอต้องการปลูกฝังความซื่อสัตย์ให้กับพวกเขา มากกว่าการที่คิดจะโกงเพื่อได้รับรางวัลคนเดียวเพราะในอนาคตจะต้องอาศัยความซื่อสัตย์เท่านั้นในการช่วยให้รอดชีวิตได้


    “โอ้โฮ! พี่ชายอี้เฟิงกับพี่ชายอี้ไม่ธรรมดาจริงๆ”ซูเวยพยักหน้าพลางกล่าวชื่นชมสององครักษ์ที่มีคะแนนไล่เลี่ยกันโดยที่หลงลู่เพ่ยมีคะแนนนำมาอย่างกระชั้นชิด ไม่ทิ้งห่างกันมากนักซึ่งสามองครักษ์และเวยเวยหนึ่งมีคะแนนดังนี้


    เวยเวยหนึ่งมีคะแนน126 หัวอี้เฟิง 122 ไต้อี้ 121 หลงลู่เพ่ย 119 สาเหตุที่เวยเวยหนึ่งได้คะแนนมากเป็นเพราะเธอสามารถสังหารกลุ่มคนองค์กรเคเอได้ในฐานวิจัยลับนั่นเองเพราะกลุ่มคนที่เธอปล่อยให้เวยเวยหนึ่งสังหารนั้น ล้วนตรงตามเงื่อนไขทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรอยสักรูปดาว สารพิเศษของพวกผีดิบ ฉะนั้นตอนนี้เวยเวยหนึ่งจึงมีคะแนนนำโด่งอยู่


    คล้ายกับเรื่องนางร้ายสายลุย (มีeBook 6 เล่ม+ตอนพิเศษในเล่ม) ที่คุณอ่าน