หลังจากเหตุการณ์ในห้องทำงานของใต้เท้าหลี่ ซูซินก็ใช้ชีวิตด้วยความสับสนและไม่สบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน อาการใจเต้นแรง ใบหน้าแดงก่ำ และลมหายใจถี่รัวที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่อยู่ใกล้ใต้เท้าหลี่ยังคงเป็ปริศนาที่นางไม่สามารถหาคำตอบได้ นางพยายามหาเหตุผลทางกายภาพมาอธิบาย แต่ก็ไม่พบสิ่งใดที่สมเหตุสมผล ความคิดที่ว่านางอาจจะแอบมีใจให้ใต้เท้าหลี่เริ่มกัดกินจิตใจของนางอย่างช้าๆ แม้จะพยายามปฏิเสธและรู้สึกผิดบาปต่อนายท่านเหวินเซี่ยน คู่หมั้นของนาง แต่นางก็ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นได้
ใน่หลายวันที่ผ่านมา ซูซินพบว่าตัวเองเริ่มมีอาการแปลกๆ เพิ่มขึ้น นอกจากอาการใจเต้นแรงและหน้าแดงแล้ว นางยังรู้สึกว่าร่างกายของตนเองเริ่มไวต่อการััมากขึ้น แม้แต่ลมเบาๆ ที่โชยผ่านิัก็ทำให้นางรู้สึกซู่ซ่าอย่างประหลาด นางเริ่มสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ดูเหมือนจะรัดรูปมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกที่เริ่มรู้สึกตึงและอ่อนไหว
ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ซูซินรู้สึกกังวลและอับอาย นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตนเอง และทำไมความรู้สึกเหล่านี้ถึงได้เกิดขึ้นเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้ใต้เท้าหลี่เท่านั้น นางพยายามหลีกเลี่ยงการคิดถึงเขา แต่กลับพบว่าภาพของใต้เท้าหลี่และกลิ่นหอมที่คุ้นเคยนั้นติดตรึงอยู่ในความทรงจำอย่างแแ่
วันหนึ่ง เมื่อฮูหยินหลี่ต้องออกไปทำธุระนอกจวนเป็เวลาหลายวัน เพื่อไปเยี่ยมญาติที่ป่วยหนักในเมืองใกล้เคียง ใต้เท้าหลี่ก็เริ่มแผนการของเขาอย่างแยบยล เขาเริ่มปรากฏตัวในห้องเรียนของคุณหนูหลี่เหมยบ่อยขึ้น โดยอ้างว่า้ามาดูความก้าวหน้าทางการศึกษาของบุตรสาว และสังเกตการณ์วิธีการสอนของอาจารย์ซูซิน
ครั้งแรกที่ใต้เท้าหลี่ปรากฏตัวในห้องเรียน ซูซินรู้สึกประหลาดใจและประหม่าเป็อย่างมาก นางพยายามควบคุมอาการของตนเองไม่ให้แสดงออกมา แต่เมื่อใต้เท้าหลี่เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยก็โชยมาแตะจมูกของนางอีกครั้ง ทำให้หัวใจของนางเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
คุณหนูหลี่เหมยที่กำลังฝึกเขียนพู่กันอยู่เงยหน้าขึ้นมองบิดาด้วยความยินดี "พ่อค่ะ วันนี้พ่อมาดูเหมยเรียนหนังสือหรือคะ"
"อาจารย์ซูซิน" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล โดยไม่ได้สนใจคำถามของลูกสาวมากนัก "ข้าได้ยินจากเหมยเอ๋อร์ว่าการสอนของอาจารย์นั้นยอดเยี่ยมมาก วันนี้ข้าจึงอยากจะมาสังเกตการณ์ด้วยตัวเอง"
ซูซินก้มหน้าลงเล็กน้อย พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อ "ใต้เท้าหลี่กล่าวเกินไปแล้วเ้าค่ะ ข้าเพียงแต่ทำหน้าที่ของข้าเท่านั้น"
ใต้เท้าหลี่ยิ้ม สายตาของเขาเลื่อนไปมองใบหน้าที่แดงก่ำของซูซินอย่างพอใจ "ไม่เลยอาจารย์ซูซิน ความสามารถของอาจารย์นั้นเป็ที่ประจักษ์แก่สายตาของข้า และข้าก็เชื่อว่าเหมยเอ๋อร์จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการสอนของอาจารย์"
ตลอดระยะเวลาที่ใต้เท้าหลี่อยู่ในห้องเรียน เขาจะนั่งอยู่ไม่ไกลจากซูซินนัก และจะเอ่ยชมนางบ่อยๆ ทั้งเื่วิธีการสอนที่เข้าใจง่าย การดูแลเอาใจใส่คุณหนูหลี่เหมย และความรู้ความสามารถที่หลากหลายของนาง คำชมเหล่านี้ทำให้ซูซินรู้สึกเขินอาย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด
"อาจารย์ซูสอนเื่ประวัติศาสตร์ได้น่าสนใจมาก" ใต้เท้าหลี่กล่าวขณะที่ซูซินกำลังเล่าเื่ราวของจักรพรรดิในอดีต "วิธีการเล่าของอาจารย์ทำให้เื่ราวที่แห้งแล้งกลายเป็เื่ที่มีชีวิตชีวา เหมยเอ๋อร์คงจะจดจำได้ดีแน่นอน"
คุณหนูหลี่เหมยพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น "ใช่ค่ะพ่อ อาจารย์ซูเล่าให้ฟังแล้วเหมยจินตนาการตามได้เลย เหมือนกับได้เห็นเหตุการณ์จริงๆ"
ซูซินรู้สึกภาคภูมิใจกับคำชมของใต้เท้าหลี่ แต่ก็รู้สึกประหม่าที่ถูกจับจ้องมองอย่างใกล้ชิด นางสังเกตเห็นว่าสายตาของเขามักจะเลื่อนไปมองที่ใบหน้า ริมฝีปาก และบางครั้งก็ลงไปที่คอและหน้าอกของนางอย่างรวดเร็ว ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจแต่ก็ไม่กล้าแสดงออก
ใต้เท้าหลี่ระมัดระวังเป็อย่างมากที่จะไม่ให้คุณหนูหลี่เหมยได้รับกลิ่นหอมที่เขาใช้ เขาจึงใช้กลิ่นที่อ่อนจางลงกว่าเดิมมาก และทาบริเวณที่จะใกล้ชิดกับนางเอกแทน เช่น บริเวณข้อมือ หรือชายแขนเสื้อ ซึ่งเป็จุดที่กลิ่นจะกระจายตัวได้ดีเมื่อมีการเคลื่อนไหว แต่จะไม่รุนแรงจนเกินไปจนทำให้คุณหนูหลี่เหมยสังเกตเห็นความผิดปกติ
เขายังคำนวณระยะทางและทิศทางลมในห้องด้วย เพื่อให้แน่ใจว่ากลิ่นหอมจะไปถึงซูซินเท่านั้น โดยไม่กระทบต่อลูกสาวของเขา การวางแผนที่ละเอียดและรอบคอบนี้แสดงให้เห็นถึงความชั่วร้ายและความแยบยลของใต้เท้าหลี่อย่างชัดเจน
ซูซินสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่ใต้เท้าหลี่เข้ามาในห้องเรียน อาการใจเต้นแรง หน้าแดง และหายใจถี่รัวของนางก็จะกลับมาอีกครั้ง นางพยายามบอกตัวเองว่ามันเป็เพียงปฏิกิริยาทางกายที่เกิดจากความประหม่าแต่ลึกๆ แล้ว นางก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่ามันเป็เช่นนั้นจริงหรือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงและแปลกประหลาดเกินกว่าจะเป็เพียงความประหม่าธรรมดา
นอกจากการปรากฏตัวในห้องเรียนแล้ว ใต้เท้าหลี่ยังเริ่มทำเป็บังเอิญเจอกันในสถานที่ต่างๆ ที่ซูซินมักจะไป เช่น ในสวนยามเช้าที่นางมักจะไปเดินเล่นเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ ตามทางเดินในจวน หรือแม้แต่ในห้องหนังสือที่นางมักจะชอบไปนั่งอ่านตำราและบทกวี
ในวันแรกที่ฮูหยินหลี่เดินทางไป ใต้เท้าหลี่ก็เริ่มแผนการ "บังเอิญพบกัน" ครั้งแรก เขาคำนวณเวลาและเดินไปยังสวนใน่ที่ซูซินมักจะไปเดินเล่น เมื่อเห็นนางเดินมาจากระยะไกล เขาก็แสร้งทำเป็กำลังดูแลต้นไม้อยู่
"อาจารย์ซูซิน" เขาเรียกด้วยน้ำเสียงที่ดูประหลาดใจ "ไม่คิดว่าจะเจออาจารย์ที่นี่ในเวลาเช้าขนาดนี้"
ซูซินหยุดเดิน หัวใจของนางเริ่มเต้นแรงทันทีที่เห็นใต้เท้าหลี่ "ใต้เท้าหลี่" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ฟังดูปกติ "ข้ามาเดินเล่นรับอากาศเช้าค่ะ"
"บังเอิญจริงๆ ข้าก็กำลังมาดูแลสวนเช่นกัน" ใต้เท้าหลี่ยิ้ม เขาเดินเข้ามาใกล้ซูซินมากขึ้น "อากาศเช้าวันนี้สดชื่นดีนะ เหมาะสำหรับการเดินเล่น"
เมื่อเขาเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมที่คุ้นเคยก็โชยมาแตะจมูกของซูซินอีกครั้ง ครั้งนี้กลิ่นนั้นดูเหมือนจะอ่อนกว่าเดิม แต่ก็ยังคงทำให้ร่างกายของนางมีปฏิกิริยาเช่นเดิม ใบหน้าของนางเริ่มแดงระเรื่อ และลมหายใจเริ่มไม่สม่ำเสมอ
"อาจารย์ซูชอบดอกไม้ชนิดไหนบ้าง" ใต้เท้าหลี่ถามขณะชี้ไปที่แปลงดอกไม้ใกล้ๆ "ข้าคิดว่าอาจจะปลูกดอกไม้เพิ่มเติมในสวนนี้"
ซูซินพยายามมองไปที่ดอกไม้ที่เขาชี้ แต่กลับพบว่าสายตาของตนเองไม่อาจจดจ่อได้ ความใกล้ชิดกับใต้เท้าหลี่ทำให้นางรู้สึกมึนงงและไม่สามารถคิดอะไรได้อย่างชัดเจน "ข้า...ข้าชอบดอกบัวค่ะ" นางตอบด้วยเสียงที่แ่เบา
"ดอกบัวงั้นหรือ" ใต้เท้าหลี่ยิ้มกว้างขึ้น "ดอกไม้ที่บริสุทธิ์และสวยงาม เหมาะกับอาจารย์ซูมาก"
คำชมนี้ทำให้ซูซินรู้สึกเขินอายมากขึ้น นางไม่รู้ว่าทำไมคำพูดของใต้เท้าหลี่ถึงทำให้นางรู้สึกแปลกๆ เช่นนี้ มันแตกต่างจากคำชมที่บัณฑิตเหวินเซี่ยนเคยให้ คำชมของใต้เท้าหลี่มีอะไรบางอย่างที่ทำให้นางรู้สึกร้อนผ่าวและไม่สบายใจ
หลังจากการพบกันครั้งนั้น ใต้เท้าหลี่ก็เริ่มปรากฏตัวในสถานที่ต่างๆ ที่ซูซินไปบ่อยขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งเขาจะอยู่ในห้องหนังสือก่อนที่นางจะมาถึง บางครั้งเขาจะเดินผ่านมาขณะที่นางกำลังนั่งริมบ่อบัว และทุกครั้งเขาจะมีเหตุผลที่ฟังดูสมเหตุสมผลในการอยู่ที่นั่น
ครั้งหนึ่ง ซูซินกำลังนั่งอ่านตำราอยู่ในห้องหนังสืออย่างเพลิดเพลิน จู่ๆ ประตูห้องก็เปิดออก และใต้เท้าหลี่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับหนังสือในมือ
"อาจารย์ซูซิน" ใต้เท้าหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูประหลาดใจ "ไม่คิดว่าจะเจออาจารย์ที่นี่"
ซูซินเงยหน้าขึ้นมองเขา หัวใจของนางเริ่มเต้นแรงอีกครั้งเมื่อกลิ่นหอมที่คุ้นเคยโชยมาแตะจมูก แต่ครั้งนี้ กลิ่นนั้นดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ทำให้ร่างกายของนางมีปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่าเดิม
"ใต้เท้าหลี่" ซูซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย "ข้า...ข้ามาหาหนังสืออ่านเ้าค่ะ"
ใต้เท้าหลี่ยิ้ม "บังเอิญจริงๆ ข้าก็กำลังจะมาหาหนังสืออ่านเช่นกัน" เขาเดินเข้ามาใกล้ซูซิน และหยุดยืนอยู่ข้างๆ โต๊ะที่นางนั่งอยู่ กลิ่นหอมที่เข้มข้นขึ้นทำให้ซูซินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแล่นไปทั่วทั้งร่าง ใบหน้าของนางแดงก่ำ และลมหายใจของนางเริ่มหายใจแรงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
"อาจารย์ซูซิน ดูเหมือนว่าอาจารย์จะชอบอ่านตำราเกี่ยวกับบทกวีและปรัชญา" ใต้เท้าหลี่กล่าวพลางชี้ไปที่หนังสือที่ซูซินกำลังอ่าน "ข้าเองก็ชื่นชอบเื่เหล่านี้เช่นกัน บางทีเราอาจจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้"
เขาเอื้อมมือไปหยิบหนังสือที่อยู่บนชั้นใกล้ๆ โดยจงใจให้แขนของเขาแทบจะัักับไหล่ของซูซิน การเคลื่อนไหวนี้ทำให้กลิ่นหอมจากร่างกายของเขาแรงขึ้น และซูซินก็รู้สึกเหมือนจะเป็ลม
ซูซินรู้สึกสับสนอย่างมาก นางไม่เข้าใจว่าทำไมใต้เท้าหลี่ถึงได้ปรากฏตัวในทุกที่ที่นางไป และทำไมอาการของนางถึงได้รุนแรงขึ้นทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา นางพยายามบอกตัวเองว่ามันเป็เพียงความบังเอิญ แต่ความบังเอิญที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเช่นนี้ทำให้นางเริ่มไม่แน่ใจ
ใต้เท้าหลี่สังเกตเห็นความสับสนในแววตาของซูซิน เขายิ้มในใจอย่างเ้าเล่ห์ แผนการของเขากำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น เขาไม่ได้เร่งรัดหรือหุนหันพลันแล่น แต่กลับค่อยๆ ลดช่องว่างระหว่างเขากับซูซินอย่างแเี ทำให้ซูซินไม่ทันได้ระวังตัว
เขาเริ่มใช้เวลาพูดคุยกับซูซินนานขึ้นในแต่ละครั้งที่ "บังเอิญ" พบกัน เขาจะชวนนางคุยเื่ต่างๆ ั้แ่เื่การศึกษาของคุณหนูหลี่เหมย ไปจนถึงเื่บทกวี ปรัชญา และเื่ราวในชีวิตประจำวัน ซูซินเองก็รู้สึกสบายใจที่จะได้พูดคุยกับเขา เพราะใต้เท้าหลี่เป็คนที่มีความรู้และประสบการณ์มากมาย ทำให้การสนทนาไม่น่าเบื่อ
ในการสนทนาครั้งหนึ่ง ใต้เท้าหลี่ได้ถามซูซินเกี่ยวกับความฝันและความปรารถนาในชีวิต "อาจารย์ซูมีความฝันอะไรบ้างในชีวิต นอกจากการเป็ครูแล้ว"
ซูซินคิดสักครู่ก่อนตอบ "ข้าอยากจะเป็ภรรยาที่ดีและแม่ที่ดีค่ะ อยากจะช่วยเหลือสังคมด้วยความรู้ที่ข้ามี และอยากจะมีชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีความสุข"
"แล้วเื่ความรักล่ะ" ใต้เท้าหลี่ถามต่อด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล "อาจารย์คิดว่าความรักที่แท้จริงควรเป็อย่างไร"
คำถามนี้ทำให้ซูซินรู้สึกประหม่า นางไม่เคยคิดเื่นี้อย่างลึกซึ้งมาก่อน "ข้าคิดว่าความรักที่แท้จริงควรเป็ความรู้สึกที่มั่นคง เคารพซึ่งกันและกัน และพร้อมที่จะดูแลกันตลอดไป"
"แล้วถ้าความรักนั้นมาอย่างกะทันหัน และรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ล่ะ" ใต้เท้าหลี่ถามต่อ สายตาของเขาจ้องมองซูซินอย่างไม่วางตา "อาจารย์คิดว่านั่นคือความรักที่แท้จริงหรือไม่"
คำถามนี้ทำให้ซูซินรู้สึกไม่สบายใจ เพราะมันเหมือนกับที่นางกำลังััอยู่ในขณะนี้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ใต้เท้าหลี่นั้นรุนแรงและควบคุมไม่ได้จริงๆ แต่นางไม่แน่ใจว่ามันคือความรักหรือไม่
"ข้า...ข้าไม่แน่ใจค่ะ" ซูซินตอบด้วยเสียงที่แ่เบา "ข้าคิดว่าความรักที่แท้จริงควรเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็ค่อยไป ไม่ใช่อย่างกะทันหัน"
ใต้เท้าหลี่ยิ้มเล็กน้อย "แต่บางครั้งหัวใจก็ไม่เชื่อฟังเหตุผล ความรู้สึกที่แท้จริงมักจะมาอย่างไม่คาดคิด และรุนแรงจนต้านทานไม่ได้"
คำพูดเหล่านี้ทำให้ซูซินรู้สึกเหมือนใต้เท้าหลี่กำลังพูดถึงสิ่งที่นางกำลังประสบอยู่ นางรู้สึกเขินอายและสับสนมากขึ้น ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร
แต่ทุกครั้งที่พูดคุยกัน ซูซินก็ต้องเผชิญกับอาการผิดปกติของร่างกายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นางเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากจะอธิบาย นางไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้คืออะไรกันแน่ และทำไมนางถึงไม่สามารถควบคุมมันได้
ในการพบกันครั้งหนึ่งริมบ่อบัว ใต้เท้าหลี่ได้นั่งลงข้างๆ ซูซินอย่างใกล้ชิดมากกว่าเดิม เขาอ้างว่า้าดูงานเขียนพู่กันของนาง แต่ความจริงแล้วเขา้าให้กลิ่นหอมจากร่างกายของเขาส่งผลต่อซูซินให้มากขึ้น
"งานเขียนของอาจารย์ซูสวยงามมาก" เขากล่าวขณะเอนตัวเข้ามาใกล้เพื่อดูตัวอักษรบนกระดาษ "ลายมือนี้แสดงถึงจิตใจที่บริสุทธิ์และงดงาม"
ความใกล้ชิดนี้ทำให้ซูซินรู้สึกเหมือนจะหยุดหายใจ กลิ่นหอมจากร่างกายของใต้เท้าหลี่แรงมาก ทำให้นางรู้สึกมึนงงและร่างกายอ่อนปวกเปียก นางพยายามเลื่อนตัวออกห่างเล็กน้อย แต่ใต้เท้าหลี่กลับเลื่อนตามมา
"อาจารย์ซู" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา "ข้าสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่เราอยู่ใกล้กัน อาจารย์มักจะมีอาการเหมือนไม่สบาย... หรือว่าข้าทำให้อาจารย์รู้สึกไม่สบายใจ"
คำถามนี้ทำให้ซูซินใอย่างมาก นางไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เพราะความจริงแล้วนางไม่รู้สึกไม่สบายใจ แต่กลับรู้สึกแปลกๆ ที่อธิบายไม่ได้
"ไม่...ไม่ใช่เช่นนั้นค่ะใต้เท้าหลี่" ซูซินตอบด้วยเสียงสั่น "ข้าเพียงแต่..."
"เพียงแต่อะไร" ใต้เท้าหลี่ถามต่อ สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าแดงก่ำของซูซินอย่างไม่วางตา
ซูซินไม่สามารถตอบได้ นางรู้สึกเหมือนคำพูดติดอยู่ในลำคอ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในร่างกายทำให้นางไม่สามารถคิดอะไรได้อย่างชัดเจน
ความสับสนและความสงสัยเริ่มกัดกินจิตใจของซูซิน นางเริ่มตั้งคำถามกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อบัณฑิตเหวินเซี่ยน หรือว่าความรักที่นางมีให้เขาเป็เพียงความผูกพันที่เติบโตมาด้วยกันเท่านั้น? แล้วความรู้สึกร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ใต้เท้าหลี่คืออะไรกันแน่? มันคือความปรารถนาที่ไม่รู้จักที่มา หรือมันคือความรักอีกรูปแบบหนึ่งที่นางไม่เคยรู้จัก?
ยิ่งคิด นางก็ยิ่งแปลกใจ และเริ่มค้นหาคำตอบให้กับความรู้สึกเหล่านี้ นางเริ่มอ่านตำราเกี่ยวกับความรักและความปรารถนา พยายามทำความเข้าใจกับอารมณ์ที่ซับซ้อนที่เกิดขึ้นในใจของนาง
ในหนังสือเก่าแก่เล่มหนึ่งที่นางพบในห้องหนังสือ มีเขียนถึงความรู้สึกของสตรีที่ตกหลุมรักอย่างลึกซึ้ง บรรยายถึงอาการใจเต้นแรง หน้าแดง หายใจถี่รัว และความรู้สึกร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นในร่างกาย อาการเหล่านี้เหมือนกับสิ่งที่นางกำลังประสบอยู่อย่างน่าใ
การอ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้ซูซินตระหนักได้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับนางอาจจะเป็ความรัก แต่มันเป็ความรักที่ผิด เพราะนางมีคู่หมั้นแล้ว และใต้เท้าหลี่ก็มีภรรยาแล้ว ความรู้สึกนี้เป็สิ่งที่ไม่ควรมี และนางต้องหาทางกำจัดมันให้ได้
ในคืนนั้น ซูซินกลับมายังห้องพักของตน นางทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาอาบไล้ร่างบางให้ดูนวลผ่อง แต่ในใจของนางกลับว้าวุ่นราวกับพายุโหมกระหน่ำ
ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านลงไปเบื้องล่าง ร่องรักของนางเริ่มมีน้ำใสไหลซึมออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน ความรู้สึกเปียกชื้นและรัญจวนทำให้ใบหน้าของนางแดงก่ำด้วยความเขินอาย นางไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ความรู้สึกนี้มันทั้งน่าอับอายและน่าหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
ซูซินกำมือแน่น นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง นางไม่้าให้ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้น แต่นางก็ไม่สามารถควบคุมมันได้เลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกผิดบาปต่อนายท่านเหวินเซี่ยน คู่หมั้นของนางท่วมท้นในใจ แต่มันก็ไม่อาจหยุดยั้งปฏิกิริยาทางกายที่เกิดขึ้นได้
นางพลิกตัวไปมาบนเตียงด้วยความกระสับกระส่าย ความปรารถนาที่ไม่รู้จักที่มาเริ่มกัดกินจิตใจของนางอย่างช้าๆ นางไม่รู้ว่าอนาคตของนางจะเป็อย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ๆ คือ ชีวิตของนางจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว