ในเช้าของวันที่แสนจะสดใส เป็เวลาที่ใครหลายคนตื่นมาเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ แต่ด้วยความที่เมื่อคืนชายหนุ่มดูฟุตบอลคู่โปรดดึกไปหน่อย ร่างของเขา จึงยังคงซุกอุ่นอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงหนานุ่ม เสียงนาฬิกาปลุกยังคงดัง ครั้งแล้ว ครั้งเล่า แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากบนเตียง เ้านาฬิกาทำงานหนัก จนคิดว่าหากมันมีความรู้สึก มันคงอยากสิ้นชีวิตไปจากโลกนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด
เ้าไข่ตุ๋นสุนัขตัวโปรดเหมือนรู้หน้าที่ แอบย่องเข้ามาทางประตู อย่าคิดว่าประตูแค่นี้จะทำอะไรมันได้ เ้านี่มันฉลาดเกินสุนัขธรรมดา มันสามารถเขย่งบิดลูกบิดเปิดประตูเองได้ เมื่อเข้าไปภายในห้องนอนได้ เ้าไข่ตุ๋นะโขึ้นไปนั่งบนเตียงของชายหนุ่ม และทำเหมือนที่มันเคยทำทุกครั้งที่เห็นว่าเ้านายนอนตื่นสาย
มันย่อตัว ครางหงิงๆ ส่ายหางดุ๊กดิ๊กเตรียมพร้อม เมื่อได้จังหวะมันก็พุ่งกระโจนเข้าไปหาชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงราวกับเครื่องบินรบทำกามิกาเซ่ใส่ศัตรู
“โอ๊ย!!” เสียงชายหนุ่มร้องลั่นด้วยความใ
“ไอ้ไข่ตุ๋น เอาอีกแล้วนะแก!!” เขาตวาดสุนัขคู่ใจด้วยความเซ็งที่มันมากวนเวลานอน เขาลุกขึ้นอยู่ในลักษณะกึ่งนั่งกึ่งนอน แต่เมื่อหายงัวเงียจึงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็วันเปิดเรียนวันแรกในฐานะเฟรชชี่น้องใหม่ วันนี้รุ่นพี่นัดเจอน้องใหม่ ในคณะเสียด้วยสิ หากไปสายมีหวังโดนทำโทษแน่นอน ชายหนุ่มรีบผวาตัวจากที่นอน หยิบนาฬิกาขึ้นมาดู
“เวรกรรมแล้ว สายแน่” ชายหนุ่มสบถกับตัวเอง ก่อนรีบลุกขึ้นแปรงฟัน แล้วรีบจัดแจงแต่งตัวทันที โดยที่น้ำท่าก็ยังไม่ได้อาบ เสื้อก็ยับยู่ยี่ไม่ได้รีด แล้วรีบวิ่งออกจากบ้านไปขึ้นรถประจำทางเดินทางไปมหาวิทยาลัย
แต่ไม่ว่าจะรีบอย่างไร ในที่สุดหนุ่มธัญญ์ก็ไปสายจนได้ เมื่อไปถึงจึงลอบมองเข้าไปที่ใต้ตึกเรียนของคณะ แล้วก็พบว่าเพื่อนๆ น้องใหม่ กำลังโดนรุ่นพี่รับน้องอยู่ เขาเห็นท่าว่าจะแย่ จึงจัดการถอดเนกไทออก ซึ่งเนกไทเป็การบ่งบอกสถานะว่าเป็นักศึกษาใหม่ เขาพับแขนเสื้อขึ้นประมาณศอก เลียนแบบการแต่งตัวของรุ่นพี่ เพื่อทำตัวเนียนว่าไม่ใช่น้องใหม่ เขาเดินผ่านสายตาทุกคนไปแล้วย่องไปแอบในห้องน้ำ หลบอยู่ในนั้น ไม่ใช่สิต้องใช้คำว่าหลับอยู่ในนั้นมากกว่า
เมื่อเงียบเสียงการรับน้อง ธัญญ์ก็ตื่นพอดี จึงได้ย่องออกมาเงียบๆ แล้วรีบวิ่งขึ้นตึกเรียนไป เมื่อถึงที่หน้าห้องเรียนจึงหยุดพักยืนอยู่ริมระเบียงหน้าห้องเพราะเห็นว่าอาจารย์ยังไม่มา
ระหว่างที่ยืนเอ้อระเหยลอยชายอยู่หน้าห้องเรียน หญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ริมประตูจึงเดินออกมาจากห้องเรียน เธอทำหน้างงระคนสงสัยและเอ่ยทักทาย
“เอ่อ...สวัสดีค่ะ...เอ่อ...พี่มาหาใครคะ”
“อ่ะ...หา....” ธัญญ์ใ ที่เพื่อนร่วมห้องเข้ามาทักเขาว่าพี่ เขายกมือขึ้นมาััที่ใบหน้าของตัวเอง เพื่อสำรวจหารอยย่นหรือริ้วรอยอะไรที่บ่งบอกว่าเขาหน้าแก่ขนาดนั้นเลยหรือ แล้วก็สังเกตเห็นว่าแขนเสื้อตัวเองพับอยู่ เนกไทก็ไม่ได้ใส่ มิน่าล่ะ สาวน้อยคนนี้จึงคิดว่าเขาเป็รุ่นพี่
“เราไม่ใช่รุ่นพี่ เราอยู่ปีหนึ่งเหมือนเธอนั่นแหล่ะ” ชายหนุ่มจัดแจงแต่งตัวเสียใหม่
“อ่ะ...อ้าว ก็เห็นว่าแต่งตัวเหมือนรุ่นพี่” หญิงสาวจ้องหน้าเขา “แล้วนายชื่ออะไรล่ะ ทำไมเมื่อเช้าไม่เห็นตอนแนะนำตัวรุ่นน้อง”
“เราชื่อธัญญ์ คือเมื่อเช้าเรามาสายน่ะ”
“เราชื่อแพรนะ”
“อืม...แพร...ตัวเล็กๆ หัวโตๆ อกเล็กๆ” ชายหนุ่มชื่อธัญญ์ พยายามสังเกตรายละเอียดเพื่อให้จำง่าย
“หา!! ไอ้บ้า ลามก จกเปรต ทุเรศ...” หญิงสาวด่าเป็ชุด จนหนุ่มธัญญ์ต้องยกมือห้าม
“พ..พ..พอแล้วๆ ขอโทษ โห เป็ชุดเลยนะเธอ”
“ก็มาว่าฉัน...ฉัน...” หญิงสาวก้มมองอวัยวะบางอย่างของตัวเอง “ก็มาว่าฉัน...เล็กทำไมเล่า!!”
“ก็จะได้จำง่ายยังไงล่ะ จะได้ไม่ลืม”
“จำอย่างอื่นก็ได้นี่...” หญิงสาวหน้าแดง โกรธก็โกรธ เขินก็เขิน ใครจะไปคิดว่าคนที่เพิ่งเคยพบหน้ากันครั้งแรกจะกล้าพูดขนาดนี้
ทั้งคู่เหลือบไปเห็นอาจารย์กำลังเดินมา จึงจบบทสนทนาแล้วพากันเข้าห้องเรียน
เวลาผ่านไปเนิ่นนานในที่สุดก็ถึงเวลาที่หนุ่มธัญญ์รอคอย เวลาเลิกเรียนไงล่ะ แหม..ก็เรียนน่าเบื่อขนาดนี้ เลิกได้มันก็น่าดีใจกันหน่อย ธัญญ์วิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า แต่ด้วยความที่ไม่ระวัง จึงชนเข้ากับหญิงสาวเพื่อนร่วมห้องอย่างจังจนล้มลง
“ขอโทษๆๆ เราไม่ได้ตั้งใจ เธอเป็อะไรไหม” ชายหนุ่มเลิกลักด้วยความใ กลัวว่าหญิงสาวจะเป็อะไรจากความซุ่มซ่ามของตัวเอง
“ไม่เป็อะไรจ๊ะ” หญิงสาวลุกขึ้นปัดกระโปรงที่เปื้อนฝุ่น ส่วนชายหนุ่มกุลีกุจอเก็บข้าวของที่หล่นเกลื่อนของหญิงสาว
“เราขอโทษนะ เอ่อ...เธอ...” เขาพลางยื่นของให้เธอ
“เราชื่อครีมจ๊ะ” หญิงสาวแนะนำตัวและรับของจากเขา
“เราชื่อธัญญ์นะ” ชายหนุ่มแนะนำตัวเอง พลางยื่นของที่เก็บขึ้นมา ให้หญิงสาว
“ขอบใจจ๊ะ เราไปนะ” หญิงสาวยิ้มให้ ก่อนเดินจากไปกับเพื่อนของเธอ
“อืม..ครีม...น่ารักแฮะ...” ชายหนุ่มรำพึงรำพันกับตัวเอง
เช้าวันต่อมาชายหนุ่มไม่ได้มาสายอีกแล้ว วันนี้มีเรียนตอนเช้า แถมตอนเย็นยังมีนัดหมายรับน้องจากพวกรุ่นพี่อีก ซึ่งเป็อะไรที่เขาเซ็งเป็อย่างมาก
ธัญญ์เดินขึ้นมาบนตึกเพื่อรอเรียน เขาพบครีมยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงหน้าห้อง หัวใจของชายหนุ่มเต้นตึกตัก เขารีบหลบข้างมุมตึกทันที ธัญญ์ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาหลบทำไม แต่เมื่อตั้งสติได้แล้วเขาก็เดินออกไปหาครีม
“ส..ส..สวัสดีจ๊ะ..ค...ครีม” เข้าติดอ่างจนแทบจะตบปากตัวเอง
“สวัสดีธัญญ์ นึกว่าจะมาเรียนสายเสียอีก” หญิงสาวหันมาเอ่ยทักทาย
“ครีมมายืนทำอะไรตรงนี้เหรอ”
“อาจารย์ยังไม่มาน่ะ ก็เลยมายืนรับลมเย็นๆ มายืนด้วยกันสิ”
หนุ่มธัญญ์ค่อยๆ กระเถิบเข้าไปหาสาวครีม
“อากาศดีเนอะครีม” ตายแล้ว! เป็ประโยคชวนคุยที่เชยเฉิ่มเบ๊อะที่สุด เท่าที่ชายหนุ่มจะคิดได้ เขาแทบจะบ้าตายที่ตัวเองคิดคำพูดได้แค่นี้
“ก็ดี แต่ร้อนไปนิด” หญิงสาวทำหน้างงๆ แต่ก็เออออตาม
“แล้วคุยกับเรา มองไปทางไหนเนี่ยธัญญ์”
“มองการณ์ไกล เราคิดว่าจะทำให้เราดูดีมีอนาคต เดี๋ยวว่าจะไปหาแว่นตามาใส่ จะได้ดูฉลาดขึ้น” ชายหนุ่มเล่นมุก ได้ผล สาวครีมหัวเราะคิก ชายหนุ่มมองหญิงสาว พลางคิดว่าหญิงสาวคนนี้ช่างเส้นตื้น เอ๊ย!! ช่างอารมณ์ดีเสียนี่กระไร เพราะขนาดมุกแป๊กๆ ของเขา ก็ยังสามารถทำให้หญิงสาวก็ยังขำได้
ทันใดนั้นสายลมเอื่อยก็พัดผ่านมา เส้นผมยาวสลวยของสาวครีมพลิ้วไหวตามสายลม กรุ่นกลิ่นหอมจางๆ จากน้ำหอมของเธอ ลอยฟุ้งมาสู่ััของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ ซึ่งตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในสู่ภวังค์ ภาพที่อยู่ตรงหน้าคือหญิงสาวที่น่ารัก หญิงสาวพูดอะไรบางอย่าง แต่ชายหนุ่มเหมือนไม่ได้ยินเสียงใดๆ ก่อนที่จิตใจของชายหนุ่มจะล่องลอยไปมากกว่านี้ สาวครีมก็สะกิด
“นี่ธัญญ์ อาจารย์มาแล้วนะ เป็อะไรน่ะ”
“ป..ป..เปล่า” ชายหนุ่มสั่นศีรษะ แล้วเดินตามหญิงสาวเดินเข้าห้องเรียนไป
ชายหนุ่มเดินไปนั่งอยู่ที่โต๊ะเลคเชอร์หลังห้อง เขามักจะนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหลังเสมอประมาณว่าเป็เด็กหลังห้อง เขาจดเลคเชอร์ไปตามประสา จดบ้าง วาดรูปเล่นบ้าง บางครั้งก็แอบเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งอยู่แถวหน้าสุด สายตาก็มอง มือก็จด
“แอบมอง แอบชอบ แอบหลง
แอบชม ว่าเธอ น่ารัก
อยากบอก ว่าอยาก รู้จัก
ก็เธอ น่ารัก กว่าใคร”
ชายหนุ่มก้มลงมองที่สมุดตนเอง แล้วพบว่ากลอนที่เขียนขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาปิดสมุดลง และมองเหม่อออกไปที่นอกหน้าต่าง
ตอนนี้ ชายหนุ่มรู้แล้วว่าเข้ามีความรู้สึกที่พิเศษกับสาวครีมแม้ว่า เพิ่งจะเจอกัน เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แล้วชายหนุ่มควรทำอย่างไร กับความรู้สึกแปลกๆ ในใจของตัวเอง
ระหว่างที่ธัญญ์และกลุ่มเพื่อนหลังห้องรับประทานอาหารกลางวันที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัย ด้วยความอัดอั้นตันใจ ชายหนุ่มก็เอื้อนเอ่ยขอคำปรึกษา ด้วยความหวังว่าจะได้รับคำแนะนำดีๆ จากเพื่อนของเขา
หนุ่มแบงก์ เพลย์บอยหนุ่ม ชายผู้ที่มีสาวๆ มารุมล้อมตลอดเวลา คนเนี้ย! คาสโนว่าตัวจริง
หนุ่มปอง คนนี้ก็ใช่ย่อย หล่อเข้าขั้น แต่ติดที่ดันมีแฟนแล้ว เลยไม่มีโอกาสมองสาวอื่น ทั้งที่ก็อยาก
หนุ่มหนุ่ย หนุ่มหุ่นนายแบบ สูงยาว เข่าดี ใช้ได้เื่หน้าตา แต่แย่เื่จีบผู้หญิง
หนุ่มเดช คนนี้คบกับหนุ่มธัญญ์มาั้แ่สมัยมัธยม เื่ความหล่อไม่ต้องพูดถึง สมัยเรียนมัธยม มีสาวๆ มาสมัครเป็แฟนเพียบ
อ้าว..สรุปแล้ว มีหนุ่มธัญญ์คนเดียวสิที่หน้าตาพื้นๆ ที่สุด ไม่อยากจะใช้คำว่าหน้าตาแย่ มันดูจะทำร้ายจิตใจหนุ่มธัญญ์เกินไป เรียกว่าพื้นๆ ดีกว่า เอาน่า...ไปวัดไปวาได้พระไม่ใ หมาไม่หอนก็แล้วกัน
“นี่พวกมึง กูมีเื่จะถามว่ะ” ธัญญ์เริ่มบทสนทนา เพื่อนๆ มองหน้า
“เื่อะไร” แบงก์ เพื่อนเพลย์บอยถามก่อน
“เอ่อ....” ธัญญ์ไม่กล้าพูด
“เอ้ออ้าอะไรของมึง มีอะไรก็ว่ามาดิ” เดช เพื่อนอีกคนถามซ้ำ
“เออ! เลยบอกมาเลยมึง” แบงก์รีบสนับสนุน ส่วนหนุ่ยพยักหน้าเห็นด้วย
“คือว่า...คือ...กู...คือ....” ชายหนุ่มมิกล้าเอื้อนเอ่ย
“เอ้ออ้าอยู่ได้...หรือว่ามึง...มึงเป็เกย์ ไอ้ธัญญ์!!” ปองโพล่งขึ้นมา
“OH NO!!” อีกสามคนอุทานเป็ฝรั่ง ทำจมูกโด่ง
“ไอ้บ้า ไม่ใช่เว้ย” ธัญญ์รีบปฏิเสธเมื่อเห็นโต๊ะข้างๆ มองมา “คืองี้...กูว่า กูชอบผู้หญิงคนนึงว่ะ แต่ไม่กล้าจีบ”
“ก็เลยมาขอให้พวกเราช่วย ว่างั้น” แบงก์ถามเหมือนรู้ไต๋
“แล้วใครวะ” ปองเสริม
“................” หนุ่ยนั่งนิ่ง ไม่เอ่ยคำใดๆ
“บอกไม่ได้ว่ะ กูอาย”
“อายอะไรวะ เออ... แล้วแล้วจะให้ช่วยยังไง”
“เอางี้ๆ กูมีวิธีจีบแบบในละครเลย” แบงก์บอก ธัญญ์ตาเปล่งประกายเริ่มมีความหวัง
“ยังไงแบงก์” ปองถาม
“.................” หนุ่ยเงียบ
“มึงไปพิมพ์ใบแนะนำตัวมาเลยนะ แบบ พวก ส.ส.หาเสียงน่ะ บรรยายสรรพคุณไปเลย เช่น ไม่หล่อแต่ อยากจน...”
“ยากจน!!” ทุกคนพูดพร้อมกันเป็ตลกคาเฟ่เล่นมุก ตึ่ง โป๊ะ!!
“เออๆ ไม่หล่อ แต่ยากจน หรือ ฐานะไม่มา หน้าตาไม่ดี ไรงี้!! แล้วเอาไปติดทั่วมหาวิทยาลัยเลยนะ ต่อจากนั้น มึงก็ไปที่ห้องกระจายเสียง เปิดเพลงรักโดนๆ แล้วบอกรักเขาเลย สุดยอดเลยนะ มึงกล้าไหมล่ะ”
“แล้วมึงกล้าไหมล่ะไอ้แบงก์” หนุ่มธัญญ์ถามกลับแบบเซ็งๆ
“กูก็ไม่กล้าว่ะ” แบงก์พูดพลางยักไหล่
“งั้นเอาอย่างนี้” ปองพูด
“มึงก็ เปิดเผยตัวเองไปเลย ถ้าเข้าชอบก็ดี ถ้าไม่ก็อด ง่ายๆ ใช่ไหมหนุ่ย” ปองฟันธงเสร็จ ทุกคนหันไปหาหนุ่ย
“......................” หนุ่ยยังเงียบเหมือนนั่งอยู่ท่ามกลางมนุษย์ต่างดาว
สรุปแล้วหนุ่มธัญญ์ ก็ต้องกลับไปคิดเอาเอง ว่าจะหาทางพิชิตใจสาวครีมอย่างไร วันแล้ววันเล่า ที่เขาเฝ้ามองสาวครีมอยู่ห่างๆ แต่ด้วยความไม่กล้า ทำให้หนุ่มธัญญ์ต้องเก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ จนกระทั่ง
“ไอ้ธัญญ์ ไอ้บ้า นี่ผ่านมาตั้งเทอมนึงแล้วนะ แกยังไม่เริ่มจีบครีมอีกเหรอ” แบงก์กระซิบถามขณะที่นั่งเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ธัญญ์แทบตกเก้าอี้ เพราะใที่แบงก์รู้ว่าเขาชอบครีม ธัญญ์รีบหันไปหาปอง เดชและหนุ่ย
“พวกเรารู้...” ทั้งสามคน ลากเสียงยาวแทบจะพร้อมกัน
“ตั้งนานแล้ว” แบงก์ย้ำ หนุ่มธัญญ์กุมขมับด้วยความอาย
“ระวังนะ ชักช้า เดี๋ยวมีคนมาแย่งจีบนะเว้ย” หนุ่ยเตือน เป็ครั้งแรก ที่หนุ่มธัญญ์ได้ยินหนุ่ยแนะนำเื่ดีๆ
ใช่แล้ว อย่างที่หนุ่ยเตือน ถ้ามัวแต่ชักช้า อาจจะมีใครเข้ามาเป็คู่แข่ง ใครจะบอกได้ล่ะว่าคนน่ารักอย่างครีมจะไม่มีใครมาชอบ หนุ่มธัญญ์คิดได้ทันทีว่าเข้าไม่ควรช้า
แต่...ชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยจีบผู้หญิงมาก่อนเลยในชีวิต เขาควรต้องทำอย่างไรดี