“ที่แท้เป็นแม่นางมู่คราวนี้ไม่เรียกข้าว่าคุณหนูแล้วหรือ?”
มู่เหลียนฮวายังคงมีรอยยิ้มบางๆ“ตอนนี้เราต่างก็เป็นผู้ฝึกตนยศศักดิ์ก็ทิ้งไว้ที่บ้านเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วนี่เจ้าคะ”
ช่างเข้าใจพูดคราวที่แล้วยังเรียกนางว่าคุณหนูด่านางว่าไร้มารยาทอยู่เลยแท้ๆ
“ถูกต้องๆอย่างที่เจ้าว่ายศศักดิ์ก็ควรจะทิ้งไว้ที่บ้านจริงๆ” ซูเจินพยักหน้าเหมือนเห็นด้วยปรายตามองกลุ่มของมู่เหลียนฮวาแล้วยกยิ้มน้อยๆ
ปากก็บอกว่าทิ้งยศศักดิ์ไปเหลือฐานะเท่ากันแต่กลับวางท่าเป็นคุณหนูอยู่ในกลุ่มของตนเอง จะไม่ให้นางขำอย่างไรไหว
มู่เหลียนฮวารอยยิ้มเลือนหายเล็กน้อยเมื่อถูกประชดประชันแต่ยังคงวางตนเป็นผู้สูงศักดิ์เอาไว้อยู่
“พอดีข้ากำลังละเล่นกับคุณชายโม่ที่อยู่ทางด้านนู้นเลยอยากจะชวนเจ้าเล่นด้วยกันเสียเลย มีคนเล่นด้วยเยอะๆสนุกกว่าเจ้าไม่คิดว่าอย่างนั้นหรือ?”
ซูเจินกวาดตามองกลุ่มของมู่เหลียนฮวาจำนวนคนไม่เยอะมาก มีสตรีอยู่ในกลุ่มถึงสี่คน เป็นบุรุษอีกสองคนคนที่อยู่ในหลุมส่วนใหญ่คงเป็นคนของนางเป็นแน่แท้
สตรีทั้งสามคนนอกจากมู่เหลียนฮวาก็ดูเหมือนจะเป็นคุณหนูสูงศักดิ์เช่นเดียวกันดูได้จากการแต่งกายหรูหราลวดลายบนผ้าประณีตและยังสะอาดสะอ้าน
ซูเจินมองพวกนางทั้งสี่คนอย่างพิจารณาไม่รู้ว่าในสี่คนนี้คนไหนที่เป็นนางจิ้งจอกหลอกใช้คุณชายโม่ผู้นั้นหรือไม่ก็เป็นจิ้งจอกด้วยกันทั้งกลุ่ม
แววตาของซูเจินเย็นชาขึ้นเล็กน้อยสตรีเช่นมู่เหลียนฮวาช่างชวนให้นึกถึงอดีต
“เล่น? เล่นอะไรหรือแม่นางเฉินดูจะชื่นชอบการละเล่นนี้ไม่เบาเลย”สตรีชุดเขียวที่อยู่ด้านข้างมู่เหลียนฮวาพูดขึ้น จีบปากจีบคอจนนึกหมั่นไส้ตอนนี้อยู่ในป่านางคิดจะเล่นงิ้วให้ใครดูกัน
“คุณชายโม่อยากเล่นการปล้นแต่เขาช่างเล่นบทโจรไม่ได้เรื่องเลยจริงๆไหนๆข้าก็ร่วมเล่นแล้วจึงคิดว่าสลับบทบาทกันดูน่าจะดีกว่าแต่ใครจะคิดว่านอกจากเขาจะเล่นบทโจรแย่แล้วยังเล่นบทเหยื่อแย่อีก ขัดขืนได้เพียงครู่เดียวก็พ่ายแพ้เสียแล้วข้ายังไม่ทันได้สนุกเลย พอดีเห็นว่ากลุ่มของแม่นางมู่อยู่ใกล้ๆข้าเลยมาชวนพวกเจ้าเล่นด้วย” ซูเจินแสร้งทำเป็นระอาใจในตอนแรกแล้วก็ยิ้มแย้มในตอนท้าย
“ฟ้าดินก็ช่างเป็นใจเหลือเกินในเมื่อฟ้ายังไม่สาง เราก็มาเล่นด้วยกันจนกว่าฟ้าจะสางเถอะ”ที่จริงตอนนี้น่าจะเช้าแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ยังไม่สว่าง อากาศมืดครึ้มกว่าปกติมีเมฆมากคล้ายฝนจะตก
มู่เหลียนฮวายิ้มค้าง นางตั้งใจมาหาเรื่องเห็นๆทำมาพูดเฉไฉเลื่อนเปื้อนหรือนางจะรู้ว่าพวกนางเป็นคนยุยงให้คุณชายโม่ไปหาเรื่องพวกนางกัน คุณชายโม่เป็นคนบอกเรื่องนี้กับพวกนาง?
ไม่น่าใช่ ถึงคุณชายโม่จะถูกเรียกว่าคุณชายเสเพลแต่เขาไม่มีทางทำเรื่องโยนความผิดให้ผู้อื่นโดยเฉพาะกับพวกนางมู่เหลียนฮวาเลื่อนสายตาไปยังสตรีอีกคน
ท่าทางของมู่เหลียนฮวาไม่รอดพ้นสายตาของซูเจินไปได้นางมองยังสตรีชุดชมพูอ่อนแล้วมองอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าอ่อนหวานนุ่มนวลมีส่วนคล้ายคลึงมู่เหลียนฮวาอยู่ถึงสี่ส่วน ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไรแต่ที่แน่ๆนางพอจะเดาได้แล้วว่าสตรีที่โม่ฉินผู้นั้นปักใจคือผู้ใด
ที่แท้เป็นจิ้งจอกน้อยสีชมพูตัวนี้นี่เองเก็บซ่อนหางได้มิดชิดดีจริงๆ หากมู่เหลียนฮวาไม่เลื่อนสายตาไปมองนางซูเจินก็คงไม่สังเกตนางจริงจังเพราะนางเอาแต่เงียบแล้วยืนหลบอยู่หลังสตรีชุดเขียวตลอดเวลา
...คุณชายโม่ชื่นชอบสตรีที่ดูเรียบร้อยอ่อนหวานหรอกหรือนี่
“แม่นางเฉินหมายถึงจะปล้นพวกข้าหรือ”มู่เหลียนฮวาพูดเสียงเย็น
“จุ๊ๆๆ อย่าเรียกว่าปล้นเลย เรียกว่าซื้อต่อเถอะแต่เป็นการซื้อที่ไม่จ่ายเงินก็เท่านั้นเอง” ซูเจินเอียงคอแล้วยิ้มส่งสัญญาณให้เหล่าคนของตนไปล้อมปิดทางเอาไว้ให้หมดบีบให้พวกนางขยับมาใกล้กันมากขึ้น
“อย่างนั้นเขาเรียกว่าปล้นนะซูซู”เหลียงจือเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ไปล้อมด้วย เขาไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกอย่างเขาจะไปสู้ใครเขาได้กัน
ซูเจินหันไปถลึงตาใส่เหลียงจือที่อยู่ด้านหลัง“ข้าบอกว่าไม่ได้ปล้นก็ไม่ได้ปล้นสิ!”
เหลียงจือหุบปากตัวเองฉับไม่กล้าเถียงนางต่อได้แต่ถอยหลังไปอีกสองก้าวให้พ้นตาของนางก็อย่างนั้นแหละที่เขาเรียกว่าปล้น นางยังจะมาเฉไฉอีก!
“ทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”มู่เหลียนฮวาถามขึ้น
“ก็ไม่อย่างไร” ซูเจินตอบกลับไปอย่างยียวน
“แม่นางเฉิน!”มู่เหลียนฮวากัดฟันอย่างขัดใจ
“กลัวข้าจะลืมชื่อตนเองหรืออย่างไรเรียกอยู่ได้เอาล่ะ เรามาเริ่มเล่นกันเถอะแม่นางมู่ หากไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายก็ส่งของทั้งหมดที่เจ้ามีออกมาซะ” ซูเจินไม่อยากจะเสียเวลาอีกฟ้าเริ่มเปิดแล้วอีกไม่นานก็คงสว่างจะให้นางมาถ่วงเวลาเช่นนี้ไม่ได้
มู่เหลียนฮวาเม้นปากเมื่อแผนถ่วงเวลาไม่ได้ผลคนของนางมีจำนวนน้อยกว่า ส่วนมากก็เป็นสตรีพลังก็ด้อยกว่าคนของอีกฝ่ายท่าจะไม่ดีแล้ว
มู่เหลียนฮวาเงยหน้ามองฟ้าเห็นเมฆเริ่มเคลื่อนตัวแสงเริ่มส่องมาแล้วก็เกิดประกายในแววตาขึ้น
ดีจริง ฟ้าสางแล้วขอเพียงพวกนางไปที่ลานได้ก็น่าจะไม่เป็นแล้ว
มู่เหลียนฮวารู้ดีว่านางไม่มีทางสู้เฉินซูซูได้ตอนแรกที่เจอกันนางนึกว่านางเป็นผู้ปรุงโอสถ หรือไม่ก็สายเวทเสียอีกแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ แล้วอย่างนั้นตอนนั้นนางไปที่เมืองหลวงแคว้นโจวทำไม?
เหลือบเห็นบุรุษที่มีพรสวรรค์เสียยิ่งกว่านางตอนทดสอบคุณสมบัติแล้วก็เข้าใจไปเองว่าคงเป็นเพราะเขากระมังในตอนนั้นนางอาจจะไปพบเขาแล้วเขาเป็นผู้รักษาก็ได้
นึกแล้วก็เจ็บใจนักไม่รู้ว่าผู้ใดทำการรักษาฮ่องเต้แคว้นโจวได้สำเร็จเมื่อนางไปถึงก็มีประกาศว่าฮ่องเต้ทรงหายจากอาการประชวรแล้ว ทำเอานางไปเสียเที่ยว
มู่เหลียนฮวาเริ่มขยับตัวนางอาศัยจังหวะที่ไม่มีใครระวังหมายจะวิ่งฝ่าช่องว่างระหว่างซิ่นทงกับซิ่งจง เพราะเห็นเด็กน้อยตัวเล็กแต่ซูเจินหรือจะให้นางทำได้ ซูเจินขยับเข้าไปขวางเอาไว้ทันที
มู่เหลียนฮวาชะงักก่อนจะถอยออกมา
ขวับ
ซูเจินหลบคมกระบี่ของบุรุษคนหนึ่งในกลุ่มเขามาขวางระหว่างนางกับมู่เหลียนฮวาดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งคู่จะเป็นคนคุ้มกันของนางที่มาเข้าร่วมสอบด้วย
ซูเจินตาวาวโรจน์ขึ้นพวกเขาตั้งใจจะแทงนางจริงๆนะเมื่อกี้
“คุณหนู!”หนิงจูเข้ามารับมือกับชายอีกคนไม่ให้เข้าถึงตัวของนายหญิงของตนนางชักกระบี่ของตนเองออกมาฟาดฟัน
ซูเจินหันมองมู่เหลียนฮวาเห็นรอยยิ้มเหยียดของนางก็หรี่ตาลงนางวิ่งอ้อมไปหมายจะผ่านไปให้ได้ สตรีคนอื่นๆก็กระจายตัวออกไปได้เนื่องจากก่อนหน้าพวกเขาเผลอตัวตอนที่เห็นซูเจินจะถูกฟันเมื่อครู่สตรีชุดชมพูหายไปจากสายตาแล้ว สตรีชุดเขียวกับสตรีอีกคนกำลังวิ่งไปยังทิศต่างๆ
คิดจะหนีหรือ อย่าหวัง!
ซูเจินวิ่งไปดักหน้ามู่เหลียนฮวาไว้ส่วนชายคนที่หมายจะแทงนางนั้นเป็นจือเหลียงสกัดเอาไว้ให้ซูเจินยกเท้าถีบที่ท้องของมู่เหลียนฮวาจนนางถอยหลังกลับไปด้วยพลังของผู้ปรุงโอสถอย่างนางคิดจะต่อกรอย่างนั้นหรือ?