"ข้าต้องการรับเจ้าเป็นศิษย์ส่วนตัว! เจ้ายินดีหรือไม่?" หยางชิงเว่ยไม่สนใจท่าทางของเทียนฉิน กล่าวออกไปพร้อมกับรอยยิ้มอย่างเปิดเผย
เทียนฉินรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ยินว่าหยางชิงเว่ยอยากรับเขาไปเป็นศิษย์ แต่ไม่นานเขาก็กลับมาเป็นปกติ หลังจากคิดได้ว่าคงไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดีแน่ถ้าจู่ๆจะมาเปลี่ยนอาจารย์แบบนี้
"เอ่อ! อันที่จริงศิษย์มีอาจารย์อยู่แล้ว ความเมตตาของท่านประมุขศิษย์คนนี้คงไม่อาจทำตามได้"
เทียนฉินบอกปัดไปอย่างเกรงใจ เขาคิดว่าคนหนึ่งคนสามารถจะกราบไหว้อาจารย์ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ถ้าหากเขาตกปากรับคำท่านประมุขไป แล้วเขาจะไม่ได้ขึ้นชื่อว่าอกตัญญูหรืออย่างไร โดยเฉพาะกับเสิ้นจื่อและศิษย์พี่ทั้งสองของเขาคงมองหน้ากันไม่ติดอย่างแน่นอน
"เรื่องนั้นข้าได้คุยกับอาจารย์ของเจ้าแล้ว และอาจารย์ของเจ้าก็อนุญาตให้ข้ามาถามความเห็นของเจ้าโดยตรง!" หยางชิงเว่ยยังกล่าวออกมาอย่างใจเย็น ถึงแม้จะมีคนมากมายที่อยากเป็นศิษย์ของเขา แต่สำหรับเทียนฉินแล้วเขาคิดว่าเหมาะสมที่สุดที่จะได้รับการสืบทอดจากเขา
เทียนฉินหันมามองทางเสิ้นจื่อก็เห็นเขาพยักหน้ายืนยันกลับมา จึงเข้าใจได้ว่าทั้งสองคนคงได้ตกลงกันไปแล้ว แต่เทียนฉินก็ยังลังเลอยู่ว่าควรจะตัดสินใจอย่างไรดี
หยางชิงเว่ยเลิกคิ้วมองไปที่เทียนฉินที่ยังยืนนิ่งอยู่ ก็เกิดความไม่สบายใจเล็กน้อยขึ้นมา ก่อนเอ่ยคำมั่นออกมาอย่างไม่กระดากปาก
"เทียนฉินความสามารถของเจ้านั้นหาได้ยากยิ่งในนิกายของเรา เจ้าตกลงมาเป็นศิษย์ของข้าเถอะ ข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าอย่างดีไม่ให้เจ้าผิดหวังอย่างแน่นอน!"
"ศิษย์เทียนฉินเจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกว่าใครจะนินทาว่าเจ้าเป็นศิษย์อกตัญญู!"
"อาจารย์ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นเจ้ามีอนาคตที่ไร้ที่สิ้นสุดเช่นนี้!"เสิ้นจื่อช่วยพูดให้เทียนฉินได้ตัดสินใจง่ายขึ้น
"นั่นสิศิษย์น้องเทียน! ถึงแม้ว่าเจ้าจะไปเป็นศิษย์ของท่านประมุข แต่พวกเราสามคนก็ยังคงเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันอยู่ เจ้าไม่ต้องกังวลว่าพวกข้าจะโกรธหรอก!"เซียวปิงหยวนช่วยยืนยันขึ้นมาอีกครั้ง
หลงยู่หมิงจ้องมองเทียนฉินอย่างไม่วางตา เมื่อตอนที่เขาได้ส่งกระแสจิตเข้ามาตรวจสอบ เขาค้นพบพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ของเทียนฉินแล้ว ทำให้เขาต้องการรับเทียนฉินมาเป็นศิษย์ของตัวเองให้ได้
"หากข้าไม่อาจจะอยู่ที่นิกายนี้ตลอดไปได้ ท่านประมุขยังอยากรับข้าเป็นศิษย์อยู่อีกหรือไม่?"
เทียนฉินตัดสินใจบอกความต้องการของตนเองออกไปโดยไม่ปิดบัง ไม่ใช่แค่เขาต้องทำตามคำสัตย์ปฏิญาณที่ได้ให้ไว้กับจักรพรรดิฮงกวงเท่านั้น แต่เขายังอยากไปเจอพี่ร่วมสาบานทั้งสองของเขาอีก รวมถึงคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับตาเฒ่าหม่าที่ว่าจะออกไปผจญภัยในโลกอันกว้างใหญ่นี้ด้วยกัน
"ฮ่าๆ! เจ้ากังวลเรื่องแค่นี้เองหรอกรึ?"
หยางชิงเว่ยหัวเราะออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะอธิบายเทียนฉินให้ได้เข้าใจ
"การเป็นศิษย์ของข้าเจ้าจะไปที่ไหนอย่างไรก็ได้ เพียงแต่ว่าถ้าหากนิกายเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมา เจ้าจะต้องไม่ลืมว่าเจ้ายังเป็นคนของนิกายเพลิงอัคคีอยู่ และต้องรีบกลับมาช่วยกันปกป้องนิกายไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม!"
หยางชิงเว่ยเริ่มมีมั่นใจมากขึ้นหลังจากได้รู้สิ่งที่เทียนฉินต้องการ เขาไม่เพียงแต่ไม่เข้มงวดอะไร มิหนำซ้ำยังจะช่วยให้เทียนฉินได้มีความสามารถเพิ่มขึ้นอีกด้วย
"ตอนนี้เจ้าจะรับข้าเป็นอาจารย์ได้หรือยัง?"หยางชิงเว่ยถามออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม
เทียนฉินครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆที่เขาจะทำต่อไปนี้อีกครั้ง ถ้าหากเขาได้เป็นศิษย์ของประมุขนิกายความสามารถของเขาคงเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และคงมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้เขาไว้ใช้ป้องกันตัวยามเมื่อออกไปด้านนอกอย่างแน่นอน
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นเขาจึงคุกเข่าลงทำความเคารพหยางชิงเว่ยอย่างไม่ลังเลอีก
"ศิษย์เทียนฉินคำนับท่านอาจารย์!"
"ดีๆ! ลุกขึ้นเถิด!"
"นับต่อแต่นี้ไปเจ้าเทียนฉินจะเป็นลูกศิษย์ส่วนตัวของข้าหยางชิงเว่ยประมุขนิกายเพลิงอัคคี!"
หยางชิงเว่ยเดินไปประคองให้เทียนฉินลุกขึ้นยืน ก่อนจะประกาศให้ผู้อาวุโสทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้รับรู้อีกครั้ง
"อาวุโสกุ่ย! อีกสองวันข้าขอฝากให้ท่านช่วยประกาศอย่างเป็นทางการให้รับรู้กันทั่วนิกายด้วย!"หยางชิงเว่ยหันไปบอกกับอาวุโสกุ่ย
"ท่านประมุขไม่ต้องกังวลข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย!"อาวุโสกุ่ยรับคำอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ
หยางชิงเว่ยพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะพาเทียนฉินเหาะไปยังตำหนักเขาโดยไม่ให้เทียนฉินได้ร่ำลากับใครเลย
ผู้อาวุโสที่อยู่ตรงนี้ได้แต่ยืนมองพวกเขาจากไป จากนั้นจึงพากันแยกย้ายกลับที่พักของตนเองทันที
"ท่านอาจารย์ไม่เป็นไรนะขอรับ!"เซียวปิงหยวนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
"เฮ้อ! เป็นอาจารย์หนึ่งวันเท่ากับเป็นศิษย์อาจารย์กันชั่วชีวิต!"
เสิ้นจื่อแหงนหน้ามองทางที่เทียนฉินจากไปก่อนพึมพำออกมาเบาๆโดยไม่ได้สนใจกับคำถามของเซียวปิงหยวนเลยสักนิด พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาได้พบเจอกับเทียนฉินครั้งแรก
เทียนฉินที่ถูกหิ้วตัวไปอย่างกระทันหันก็ได้แต่เหลียวหลังกลับมามอง แต่ลังเลว่าจะเอ่ยอะไรออกมาดีหรือไม่
"เจ้าไม่ต้องวิตกกังวลไป อาจารย์เพียงแต่พาเจ้ามาให้ได้รู้จักที่พักเสียก่อน จากนั้นอีกสองวันเจ้าค่อยมาหาข้าอีกครั้งหนึ่ง!"หยางชิงเว่ยเห็นท่าทางของเทียนฉินก็อดยิ้มไม่ได้
"อ่อ! ศิษย์ทำขายหน้าต่อหน้าอาจารย์แล้ว!"เทียนฉินยกมือลูบผมก่อนตอบ
อย่างอายๆ
เมื่อมาถึงบนภูเขาด้านหลังหอคอยปฐมอัคคี ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นตำหนักหลังใหญ่หลังหนึ่ง กลิ่นอายที่แผ่ออกมาดูเก่าแก่โบราณยิ่งนัก
"ที่นี่คือตำหนักเพลิงอัคคี ถูกสร้างขึ้นมาโดยประมุขผู้ก่อตั้งนิกาย ซึ่งถูกสืบทอดต่อๆกันมาหลายรุ่นแล้ว"
หยางชิงเว่ยเอ่ยบอกถึงความเป็นมาของตำหนักหลังนี้ จากนั้นจึงพาเทียนฉินไปดูจุดที่จะให้เทียนฉินได้พัก
"ตำหนักหลังเล็กนี้แหละคือที่พักของเจ้า เจ้าลองเข้าไปดูข้างในก่อนสิ!"
เทียนฉินก้มศรีษะลงเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไปสำรวจด้านใน ภายในถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม แถมกว้างขวางกว่าบ้านพักหลังเก่าของเขาอยู่มาก มิหนำซ้ำกระแสจิตวิญญาณธรรมชาติที่นี่แน่นหนากว่าด้านร่างเป็นเท่าตัว
หลังจากสำรวจดูทั่วทั้งตำหนักแล้ว เทียนฉินจึงเดินออกมาด้านนอกเพื่อพบกับหยางชิงเว่ยอีกครั้ง ทั้งสองคุยกันอีกไม่นาน เทียนฉินก็ขอตัวกลับไปที่บ้านพักหลังเก่าของเขา
ก่อนจากกันหยางชิงเว่ยบอกกันเขาว่าอาจจะไม่ได้อยู่ดูแลเทียนฉินนัก เพราะตอนนี้เขากำลังจะบรรลุระดับหลุดพ้นแล้ว จึงต้องเก็บตัวเพื่อก้าวผ่านมันไปให้ได้ ส่วนเรื่องต่างๆเขาได้เตรียมคนคอยดูแลจัดการให้เทียนฉินไว้เรียบร้อยแล้ว
"อาวุโสหม่าข้ามีเรื่องจะคุยกับท่านหน่อย!"
ทันทีที่เทียนฉินกลับเข้ามาก็เห็นตาเฒ่าหม่านั่งเล่นอยู่ที่สวนหลังบ้าน จึงเดินเข้าไปทักทายพร้อมกับบอกเรื่องของเขาที่ผ่านมาให้ฟัง ทั้งเรื่องที่เขาสาบานไว้กับจักพรรดิฮงกวงรวมถึงเรื่องที่ประมุขนิกายรับเขาไว้เป็นศิษย์
"แล้วนี่เจ้าจะย้ายไปอยู่ที่ตำหนักนั้นเมื่อไรกัน?"ตาเฒ่าหม่าถามออกมาอย่างตื่นเต้น
"คงอีกสองวัน! รอให้อาวุโสกุ่ยประกาศให้ทางนิกายได้รู้กันก่อนแล้วพวกเราค่อยย้ายไปอยู่ที่นั่นด้วยกัน!"เทียนฉินเอ่ยบอกความคิดของเขาออกไป
"ก็ดี! ข้าจะได้เก็บข้าวของได้ทันเวลา"ตาเฒ่าหม่ากล่าวออกมาอย่างโล่งใจ ตอนเแรกเขาคิดว่าเทียนฉินอยากจะย้ายไปในวันนี้เสียอีก ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องวุ่นเทียวไปเทียวมาจนเหนื่อยแน่
"ว่าแต่ตอนนี้พลังท่านบรรลุถึงระดับไหนแล้ว!"เทียนฉินเปลี่ยนเรื่องมาคุยอีกเรื่องหนึ่งทันที
"มีอะไรอย่างนั้นรึ?"ตาเฒ่าหม่าเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะอยู่ดีๆเทียนฉินก็มาถามเรื่องการฝึกฝนของตน ทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย
"ไม่มีอะไรหรอก! เพียงแต่ว่าใกล้ถึงเวลาที่พวกเราจะออกจากนิกายกันแล้ว!"เทียนฉินบอกจุดประสงค์ให้ตาเฒ่าหม่าได้เข้าใจ
"อืม! ตอนนี้ข้าบรรลุถึงระดับหลอมรวมขั้นสูงสุดแล้ว และคงอีกไม่นานคงได้บรรลุถึงขั้นผันแปรแน่นอน!"
ตาเฒ่าหม่าเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ เพราะว่าระดับหลอมรวมขั้นสูงสุดนั้น เขาได้บรรลุมานานพอสมควรแล้ว ยิ่งมีเม็ดยาเพิ่มปราณให้ใช้ไม่ขาดมืออย่างนี้ จึงกล้าพูดออกมาด้วยความมั่นใจ
"อย่างนั้นก็ดี! ถ้าท่านบรรลุถึงระดับผันแปรเมื่อไรเราจะออกไปผจญภัยข้างนอกกัน!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยแววตามุ่งมั่นหนักแน่น
"ฮ่าๆ! ข้าก็เบื่อที่จะอยู่แต่ในนิกายนี้แล้วเหมือนกัน"ตาเฒ่าหม่าหัวเราะออกมาอย่างดีใจเมื่อรู้ว่าเทียนฉินไม่ได้ผิดคำสัญญาที่ให้ไว้
"ถ้าอย่างนั้นท่านเตรียมตัวเก็บข้าวของเถอะ! ข้าจะไปกล่าวลาอาจารย์กับศิษย์พี่ทั้งสองหน่อย"
เทียนฉินเอ่ยบอกตาเฒ่าหม่าก่อนจะเดินออกไปทางบ้านพักของเสิ้นจื่อที่อยู่ด้านในทันที
จบตอนที่ 86