“ลอยไปทางใดก็ไม่ไป กลับลอยมาทางเกาะของเราเสียได้นี่” หญิงชราผู้หนึ่งเอ่ยด้วยความหวาดหวั่น
ชาวบ้านบนเกาะจิงเหมินเห็นแล้วว่าเกาะลอยค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาทีละนิด พวกเขายังคิดว่าอีกไม่นานเกาะประหลาดแห่งนี้ก็จะเคลื่อนตัวห่างออกไปเอง ไม่คิดว่ามันจะลอยค้างอยู่ที่เดิมนานนับเดือน เป็เหตุให้สองพี่น้องสร้างแพออกมาจากเกาะจนสำเร็จ
“ความลับบนเกาะหลายร้อยปีที่ผ่านมา เราอาจได้รู้จากปากเด็กสองคนนั้นก็เป็ได้ อย่างไรก็แสดงความเป็มิตรกับพวกเขาสักหน่อย เด็กสองคนอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนั้นได้ เราจะรอดูกันว่าพวกเขาจะกลับไปอีกครั้งได้หรือไม่”
กลุ่มบุรุษที่ถืออาวุธเอาไว้พากันวางอาวุธลงบนพื้น มีชายหนุ่มสี่คนเดินแย้มยิ้มไปช่วยกันลากแพของสองพี่น้องกลับมาขึ้นฝั่งส่งเสียงพูดคุยถามคำถามออกมาด้วยความเป็มิตรมากกว่าเดิม
“พวกเ้าอย่าหาว่าเราเสียมารยาทเลย เราไม่เคยพบคนที่อาศัยอยู่บนเกาะนั้นเลยสักครั้ง มาพวกเราจะเล่าให้เ้าฟังว่าเหตุใดมันจึงได้ชื่อว่าเกาะลอย และข้าก็มีคำถามอยากรู้จากพวกเ้ามากมายนัก” เกาโหลวเชิญชวนให้สองพี่น้องเข้าไปในหมู่บ้านอย่างใจกว้าง
“ท่านอาโปรดอภัยเราสองพี่น้องเช่นกันขอรับ เรามีกันเพียงสองพี่น้องสถานที่ที่เราสองคนมั่นใจก็มีเพียงเกาะลอยแห่งนั้น ข้าเพียง้าติดต่อกับผู้อื่นบ้างก็เท่านั้นดูว่าเราจะสามารถขอความช่วยเหลือทางใดได้บ้าง”
สี่เสินแสดงความรู้สึกออกมาจากใจจริง เขาไม่กล้าออกห่างจากแพลำเล็กไปไกล ไม่อาจวางใจกลุ่มคนที่ดูเหมือนจะเป็คนดีได้เพียงแค่คำเชื้อเชิญไม่กี่ประโยค
เหยาจีเสียอีกที่ลดการป้องกันตัวลงได้อย่างสนิทใจโดยสมบูรณ์ สายตาซุกซนของนางมองสำรวจไปทั่วไม่ว่าจะเป็กลุ่มมนุษย์วัยแตกต่างกัน มีทั้งบุรุษสตรีเฉกเช่นเดียวกับทวยเทพบนแดน์ เพียงแต่เครื่องแต่งกายของพวกเขาไม่ได้งดงามและยังมีสีสันและรูปแบบเดียวกันเกือบจะทั้งหมด
เกาะขนาดใหญ่แห่งนี้ดูเหมือนว่าจะใหญ่กว่าเกาะลอยที่ตนอาศัยอยู่ถึงสามเท่า แต่มันไม่ได้มีูเาสูงอยู่บนเกาะ มีเพียงแนวต้นไม้และกลุ่มบ้านเรือนผู้คนมากมายกับเรือจำนวนมากที่จอดอยู่บนชายฝั่งและ้าตามแนวต้นไม้
“พับผ่าเถอะ!! เ้าวางใจเกาะประหลาดนั่นมากกว่าหมู่บ้านของเราอีกหรือ? สมควรแล้วที่เ้าสองพี่น้องอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนั้นได้ พวกเ้าก็ประหลาดเช่นกัน” ชายฉกรรจ์อีกคนสบถออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหู
“อย่าทำให้พวกเขาใเลย เขาสองคนประสบภัยเรือแตกมาก็ขวัญเสียมากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็ต้องรีบเร่งคาดคั้นเอาความอะไรกันมากมายหรอก แล้วพวกเ้าคิดจะให้พวกเราช่วยเหลืออะไรได้บ้างเล่า?”
สี่เสินเงียบไปอึดใจ อันที่จริงตนก็ไม่รู้จะขอความช่วยเหลืออะไรจากคนกลุ่มนี้เช่นกัน พวกเขาสามารถนอนในถ้ำได้อย่างปลอดภัย มีผลไม้และสัตว์ให้จับกิน น้ำดื่มสะอาดก็มีเพียงพออยู่แล้ว
“ข้าอยากได้เสื้อผ้าให้น้องสาวได้ผลัดเปลี่ยนสักชุดหนึ่งขอรับ บนเกาะมีน้ำตก มีธารน้ำให้เราใช้อาบและดื่มกินได้ แต่เราใส่เสื้อผ้าชุดเดียวมานานนับเดือนแล้ว ข้าสงสารนาง” เด็กหนุ่มชี้มือไปที่น้องสาวหน้าตาน่าเอ็นดูด้วยแววตาอบอุ่นอ่อนโยน
เกาโหลวมองดูเสื้อผ้าบนร่างของสองพี่น้องที่สกปรกมอมแมมจนแทบมองไม่เห็นสีเดิมของมัน แต่เห็นได้ชัดว่าเสื้อผ้าของเด็กทั้งสองล้วนถูกตัดเย็บมาจากผ้าชั้นดีรูปแบบงดงามไม่เหมือนชาวประมงอย่างพวกตน
“เดาว่าพวกเ้าทั้งสองคงมาจากครอบครัวที่มีฐานะไม่ธรรมดา อาศัยอยู่บนนั้นลำบากเกินไปหรือไม่ กินอยู่หลับนอนกันอย่างไร”
“เราสองคนชินแล้วขอรับ บนเกาะมีผลไม้มากมาย มีปลาในลำธารที่ใสสะอาด รอบเกาะยังมีกุ้งหอยปูปลาให้จับกินได้จำนวนมาก ข้าสามารถจับพวกมันด้วยมือเปล่าเลยด้วยซ้ำ”
ชาวบ้านพากันตาโตด้วยความสนอกสนใจ พวกเขาเห็นอยู่แล้วว่าบนเกาะมีต้นไม้เขียวขจี แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีแม้กระทั่งน้ำตกและลำธาร ส่วนสัตว์ทะเลที่มีมากจนจับได้ง่ายถึงเพียงนั้นก็แน่ล่ะ พวกมันไม่เคยถูกรุกรานจากใครมาก่อนนี่ เผลอๆ พวกมันอาจจะคิดว่าเด็กทั้งสองเป็เพื่อนเล่น เสนอตัวมาให้พวกเขาจับกินได้ง่ายๆ เองเสียอีก
“เสื้อผ้าของหลานชายหลานสาวข้าก็พอแบ่งปันให้ได้อยู่ แต่พวกมันก็ไม่ได้ใหม่นะ เ้าจะรังเกียจหรือไม่เล่า?” หญิงชราคนหนึ่งเสนอความช่วยเหลือ
“ไม่รังเกียจเลยเ้าค่ะ ข้าอยากใส่เสื้อผ้าเหมือนกับพวกท่านเหลือเกินแล้ว ชุดของพวกเราสองคนน่าเกลียดจะตายไป” เหยาจีรีบเอ่ยปากรับคำโดยไว
“แต่ว่า..เราสองคนไม่มีเงินนะเ้าคะ” เด็กหญิงจำได้แม่นยำ พี่สี่เสินบอกว่ามนุษย์หาซื้ออาหาร เสื้อผ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ด้วยเงิน แต่นางกับสี่เสินย่อมไม่มีอยู่แล้ว
“ไม่เป็ไร หลานข้าโตกันแล้วเสื้อผ้าพวกนั้นเก็บเอาไว้ก็ไม่ได้ใช้ ข้าจะรีบกลับไปเอามาให้ เ้าสองคนรออยู่ก่อนก็แล้วกัน” หญิงชรามองใบหน้าแดงก่ำจากการตากแดดมานานของเด็กหญิงตัวน้อยแล้วก็สงสาร
ดูแล้วสองพี่น้องเป็เด็กหน้าตาผิวพรรณดีไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงแต่การอาศัยอยู่บนเกาะร้างเพียงลำพังต้องทำงานทุกอย่างโดยไร้ที่อยู่อาศัยจึงทำให้พวกเขาสกปรกมอมแมม ผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด
สตรีชาวบ้านหลายคนต่างก็เห็นข้อเท็จจริงนี้เช่นกัน พวกนางพากันอุ้มลูกหลานวัยเยาว์ของตนกลับไปที่หมู่บ้าน เพื่อไปดูว่ามีสิ่งใดเหลือใช้สามารถจะนำมามอบให้สองพี่น้องได้บ้าง
“พวกเ้ามาจากเมืองใด สกุลใดกัน ไม่คิดจะกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนตนกันหรือ?” เกาโหลวแปลกใจที่สองพี่น้องคิดจะอาศัยบนเกาะลอยโดยไม่ขอความช่วยเหลือในการส่งตัวกลับไปหาญาติพี่น้อง
“เราไม่มีญาติพี่น้องอีกแล้วขอรับ การเดินทางครั้งนี้พวกเราตั้งใจจะย้ายที่อยู่อาศัยกันทั้งครอบครัว” เด็กหนุ่มก้มหน้านิ่ง นึกถึงพี่น้องผีเสื้อทูต์ของตน
ใบหน้าและแววตาเศร้าหมองที่แสดงออกมานั้น ทำให้กลุ่มชาวบ้านพานคิดไปว่าเขาไม่อยากกล่าวถึงเื่ราวร้ายแรงที่เพิ่งผ่านมาได้อย่างแเี
“เราสองพี่น้องแซ่มู่ ข้ามู่สี่เสิน น้องสาวข้ามู่เหยาจีขอรับ จากนี้ไปบ้านของเราสองพี่น้องก็คือที่เกาะลอยแห่งนั้น พวกท่านคิดว่าจะมีผู้ใดตำหนิเอาผิดเราได้หรือไม่”
“ไม่มีๆๆๆ ไม่มีใครหาญกล้าคิดเป็เ้าของเกาะลอยแห่งนั้นหรอก หากพวกเ้าอาศัยอยู่ได้กันจริงๆ ที่นั่นย่อมเป็ของเ้าไม่มีผู้ใดไปทวงถามหรอกอยู่ไปเถิด”
สี่เสินหันมาจับมือน้องสาวเอาไว้แน่น การใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์ของพวกตนดูเหมือนจะเริ่มต้นได้ดีไม่น้อย มีผืนแผ่นดินที่ปลอดภัย มีอาหารและเพื่อนมนุษย์ให้ไปมาหาสู่
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน เราจะไม่ขอเสื้อผ้าจากท่านไปเปล่าๆ ขอรับ ข้ามีผลไม้กับปลาที่จับได้ติดตัวมาด้วย หากใช้ของเหล่านี้แลกเปลี่ยนกับเสื้อผ้าจะเป็การเสียมารยาทหรือไม่ขอรับ”
เหยาจีได้ยินพี่ชายกล่าวเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจ การรับเอาของจากผู้อื่นไปเปล่าๆ โดยไม่ได้ตอบแทนเป็สิ่งไม่ดี พี่ชายสอนเอาไว้นางจำได้ นางเปิดห่อผ้าที่คล้องไว้กับบ่า ด้านในมีทั้งกล้วย มะกอก ทับทิม องุ่น ส้มและมะม่วง อย่างละนิดละหน่อย แต่ก็น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับหมู่บ้านชาวประมงที่เพาะปลูกต้นไม้ได้ไม่ดีนักบนเกาะจิงเหมิน
“มีอะไรไม่เหมาะสมกันเล่า? พวกนางก็บอกอยู่เมื่อครู่ ว่าเสื้อผ้าที่จะนำมาให้เ้านางไม่ได้ใช้ ว่าแต่บนเกาะลอยมีผลไม้มากมายถึงเพียงนี้เลยเชียวหรือ? ข้าว่าพวกมันดูดีเกินกว่าสิ่งของที่พวกเ้ารับไปด้วยซ้ำนะ”
กลุ่มชาวบ้านล้อมวงกันมาดูผลไม้ในห่อผ้า ปลาที่สี่เสิ่นจับมาก็ตัวใหญ่กว่าที่พวกเขาหาได้ด้วยซ้ำ เมื่อครู่มู่สี่เสินว่าอะไรนะ? เขาจับมันมาด้วยมือเปล่าใช่หรือไม่?
เด็กชายคนหนึ่งคนเอื้อมมือมาคว้าเอาผลไม้จากห่อผ้าไปถือไว้ แต่เป็มารดาของเขาที่หน้าซีดเป็ไก่ต้ม รีบแย่งผลไม้จากมือบุตรชายส่งกลับคืนไปในห่อผ้าดังเดิม
“พวกมันกินได้จริงๆ เ้าค่ะ ข้ากับพี่ชายก็อาศัยผลไม้เหล่านี้กินอยู่ทุกวัน บนเกาะมีมากมายเลย หากเอามากองรวมกันก็คงจะได้สักเท่านี้กระมัง” เหยาจีวาดมือออกไปวงกว้าง แสดงขนาดจำนวนของผลไม้กองเท่าูเาลูกย่อมๆ