โอสถที่นางมอบให้แก่คนทั้งสามไปนั้นมีชื่อว่า โอสถทะลวงปราณ เป็โอสถพื้นฐานที่ใช้ในการชำระร่างกายเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกก่อนเริ่มต้นฝึกฝน
อย่างที่นางได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ ร่างกายของพวกเขาเหมาะสมสำหรับการฝึกวรยุทธ์มาก แต่เพราะชีวิตที่ผ่านมาของพวกเขาถูกดูแลไม่ต่างกับสัตว์ อาหารที่ได้รับเองก็อาจจะมีพิษเจือปนอยู่ไม่มากก็น้อย ทำให้ไม่สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่ นางต้องทำให้พิษเ่าั้หายไปให้หมดเสียก่อน จึงจะเริ่มขั้นตอนถัดไป
หลังจากที่ทั้งสามคนแยกย้ายกลับไปที่ห้องของตนเอง ก่อนที่จะกลืนโอสถทะลวงปราณเข้าไปและเริ่มทำตามขั้นตอนที่เนี่ยลู่ซือได้บอกเอาไว้
เสียงร้องด้วยความเ็ปดังระงม ของเหลวสีดำที่เกิดจากสิ่งสกปรกเริ่มไหลออกจากร่างกาย ความเ็ปที่ยิ่งกว่าถูกเข็มนับพันนับหมื่นทิ่งแทงนี้ แทบจะทำให้คนทั้งสามสามารถสิ้นใจได้ตลอดเวลา
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วยาม ในที่สุดเสียงร้องของคนทั้งสามก็เงียบลง
เนี่ยลู่ซือที่นั่งดูดซับพลังปราณอยู่ที่เรือนของตนรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ในทันที นางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ การที่พวกเขาทั้งสามยังมีชีวิตอยู่ นั่นก็หมายความว่าพวกเขาสามารถทำมันได้สำเร็จ
ในเช้าวันต่อมาเนี่ยลู่ซือที่กำลังเตรียมตัวเดินทางไปที่เหลาอาหารก็ได้พบเข้ากับบุรุษทั้งสามคนที่เวลานี้ควรจะหลับไหลอยู่ภายในห้อง
"คารวะนายหญิง"
ทั้งสามคนโค้งคำนับนางอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่จะเอ่ยขอบคุณนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"หากพวกเ้าอยากจะตอบแทนจ้าจริง ก็จงตั้งใจฝึกฝนแลัมาเป็กำลังให้ข้า เข้าใจหรือไม่"
"พวกเข้าเข้าใจแล้วขอรับ!!"
เนี่ยลู่ซือพยักหน้าตอบกลับไป ก่อนที่จะยื่นของบางสิ่งให้แก่คนทั้งสาม
"นี่เป็แก่นพลังของสัตว์อสูรระดับหก หลังจากที่ทานอาหารที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้เสร็จก็ตั้งสมาธิและดูดซับพลังนี้เสีย แต่จงจำเอาไว้ อย่าฝืนร่างกายจนเกินไป ไม่เช่นนั้นพวกเ้าอาจจะตายเอาได้"
เมื่อส่งมอบเเก่นพลังเสร็จ เนี่ยลู่ซือก็ได้ใช้วิชาตัวเบาเดินทางมายังเหลาอาหารของตน เหลาลูกค้าที่มาทานอาหาร ต่างเอ่ยทักทายนางด้วยรอยยิ้ม บ้างก็ชื่นชมในรสชาติอาหารของร้านนางอย่างไม่หยุดปาก
"เถ้าแก่เนี้ยมาแล้วหรือเ้าคะ "
ลู่จิววิ่งออกมาต้อนรับนางด้วยรอยยิ้มดั่งเช่นทุกวัน อาจจะเป็เพราะชื่อที่คล้ายกับอดีตศิษย์เอกของนางกระมัง จึงทำให้นางรู้สึกเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้ามากเป็พิเศษ อีกทั้งนิสัยที่มักจะวิ่งมาต้อนรับนางเสมอนี้ก็ยังเหมือนกันไม่มีผิด
"จิวเออร์ พี่ชายเฉิงอยู่ไหนหรือ"
นางเอ่ยถามพรางลูบศรีษะคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู
"พี่ชายเฉิงกำลังทานอาหารอยู่เ้าค่ะ เถ้าแก่เนี้ยจะทานตอนนี้เลยหรือไม่ ลู่จิวจะได้บอกให้ท่านแม่จัดเตรียมอาหารตอนนี้เลย"
"ข้าทานมาแล้ว จิวเออร์ไปทำงานเถิด ข้าขอตรวจดูความเรียบร้อยของร้านอีกหน่อย"
แม้จะเปิดร้านได้เพียงสามวันแต่ยอดขายของร้านพฤกษา์ก็ถือว่าสูงมาก และเพราะราคาอาหารที่เริ่มต้นเพียงสิบอีแปะ จึงทำให้ลูกค้าที่มีงบน้อยก็ยังสามารถมาลิ้มลองอาหารของนางได้
"เถ้าแก่เนี้ยไม่คิดจะขยายร้านบ้างหรือ กล่าวตามตรงข้านั้นอยากมาทานอาหารที่เหลาอาหารของท่านทุกวัน แต่เพราะจองไม่ทันเสียทีจึงเพิ่งได้มาทานวันนี้เป็วันแรก "
"พี่ชายท่านนี้ ข้าขอกล่าวอย่างไม่ปิดบัง หากท่านเคยเดินทางผ่านพื้นที่ร้างริมลำธารที่ทางตะวันออก ท่านคงจะเห็นว่ามีการก็สร้างขนาดใหญ่กันอยู่ ที่แห่งนั้นคือเหลาอาหารแห่งใหม่ของข้าเ้าค่ะ
เป็เพราะระยะเวลาก็สร้างที่เนิ่นนานหลายสิบวันข้าน้อยจึงได้มาเปิดร้านที่นี่ แต่เมื่อการก่อสร้างสำเร็จ ข้าจะทำการเปิดร้าน ณ ที่แห่งนั้นอีกครั้ง หวังว่าพี่ชายและพี่สาวทั้งหลายจะยังคงอุดหนุนข้าเช่นเดิมนะเ้าคะ"
เสียงของนางไม่ได้ดังมากนัก แต่สามารถทำให้ลูกค้าทุกคนในร้านได้ยินอย่างชัดเจน สีหน้าของพวกเขาแสดงออกถึงความดีใจอย่างปิดไม่มิดและหลังจากที่นางเดินจากไป บทสนทนาของแต่ละโต๊ะก็เปลี่ยนเป็การพูดถึงร้านใหม่ของนางที่กำลังจะเปิดในอีกไม่กี่สิบวันนี้
"คุณหนูมาแล้วหรือเ้าคะ นมเตรียมชาเสร็จพอดี คุณหนูรับสักหน่อยดีหรือไม่เ้าคะ"
แม่นมหลี่ที่เดินออกมาจากครัวพร้อมกับชุดน้ำชาเอ่ยถามขึ้น กลิ่นหอมที่ทำให้จิตใจสงบนี้ นางชื่นชอมมากจริง ๆ
"ดีเ้าค่ะแม่นำ ท่านช่างรู้ใจข้าเสียจริง"
กลิ่นหอมของใบชาคุณภาพสูงอบอวลไปทั่วทั้งห้อง กลิ่นที่แสนคุ้นเคยนี้ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะยกมาดื่มสักจอก
"คุณหนูเหนื่อยหรือไม่เ้าคะ พอมีสิ่งใดที่นมจะสามารถ่คุณหนูได้บ้างหรือไม่ "
หญิงชราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ตัวนางนั้นเลี้ยงดูคุณหนูของตนั้แ่แบเบาะ ไม่เคยต้องเห็นผู้เป็นายต้องเหน็ดเหนื่อยเลยสักครั้ง แต่ั้แ่ที่นายท่านกับนายหญิงจากไป เื่มากมายก็ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน แม้ว่าภายนอกคุณหนูจะดูเหมือนไม่รู้สึกอันใดแต่นางก็ยังอดที่จะเป็ห่วงไม่ได้
"แม่นมช่วยเท่าที่ไหวก็พอเ้าค่ะ อีกไม่นานข้าคิดจะซื้อตัวทาสเพิ่มเพื่อเตรียมสำหรับเปิดร้านใหม่อยู่แล้ว เมื่อถึงเวลานั้นงานที่หนักอึ้งในตอนนี้ คงเบาลงไปไม่น้อย "
"นมได้ยินเช่นนี้ก็เบาใจ แต่หากคุณหนูอยากให้นมช่วย หรือมีเื่หนักใจอะไร ให้บอกกับนมในทันทีเลยนะเ้าคะ นมไม่อยากทนเห็นคุณหนูของนมต้องแบกรับทุกอย่างเอาไว้คนเดียว..."
แม่นมหลี่เอ่ยอีกเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะขอตัวออกจากห้องไป
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปอีกครั้ง กิจวัตรประจำวันของลู่ซือยังคงเป็การเปิดเหลาอาหารอยู่เช่นเดิม เพียงแต่วันนี้จะเป็วันหยุดพักวันแรกของพวกนาง
"อีกสองวันพี่จะกลับมา อาอี อาเอ้อร์ อาซาน ข้่ฝากดูแลทุกคนด้วย"
"ขอรับนายหญิง"
เมื่อล่ำลากันเสร็จแล้ว นางก็ออกเดินทางในทันที จากระยะการเดินทางมาถึงเมืองของเหล่าสัตว์อสูร นางคาดการณ์เอาไว้ว่าพวกมันคงอยู่บริเวณป่าชั้นกลาง ซึ่งหากออกไปจากกำแพงเมืองเหลียนกว่าร้อยลี้
และสำหรับพลังที่นางมีในตอนนี้ แม้จะใช้วิชาตัวเบาเดินทางอย่างต่อเนื่อง ก็ยังคงต้องใช้เวลาหลายชั่วยามกว่าจะเดินทางถึงบริเวณป่าชั้นกลางได้
เพราะเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด เนี่ยลู่ซือได้ทำการเร่งฝีเท้าของตนให้เร็วขึ้น แต่กระนั้นก็ยังใช้เวลาไปเกือบสามชั่วยาม
เมื่อมาถึงเขตป่าชั้นกลาง นางก็เริ่มสำรวจโดยรอบในทันที รอยเท้าของสัตว์อสูรน้อยใหญ่ที่ซ้อนทับกัน อีกทั้งความเงียบที่ดูผิดแปลกไป ช่างชวนให้รู้สึกสงสัย
หลังจากที่เดินสำรวจมานับชั่วยาม เนี่ยลู่ซือจึงได้ทำการหยุดพัก ให้ระหว่างที่กำลังทานอาหารอยู่นั้น ในหัวของนางได้นึกสงสัยหลายต่อหลายอย่าง
เพราะตลอดหนึ่งชั่วยามที่นางสำรวจป่าชั้นกลาง นอกจากสัตว์อสูรระดับต่ำั้แ่ขั้นที่หนึ่งถึงขั้นที่สาม นางไม่พบสัตว์อสูรที่อยู่สูงกว่านั้นเลย ทั้งที่จากรอยเท้าที่นางได้เห็นในครั้งแรก มีรอยเท้าของสัตว์อสูรระดับกลางอยู่หลายสิบตัว
เมื่อใกล้สู่เวลาพลบค่ำ บรรยากาศโดยรอบก็เริ่มแปลเปลี่ยนไป
ความหนาวเย็นเริ่มแทรกซึม เสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรดังไปทั่วทั้งป่า ซึ่งต่างจากตอนที่นางสำรวจโดยสิ้นเชิง
เนี่ยลู่ซือใช้วิชาตัวเบาะโข้ามกิ่งของไม้ต้นแล้วต้นเล่า ไปในทิศทางของเสียงคำรามที่นางได้ยิน ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะทำให้นางหยุดชะงักในทันที
ร่างใหญ่โตพร้อมกับเกล็ดสีดำทมิฬ ลำตัวที่มียาวนับลี้ อีกทั้งพิษที่รุนแรงเสียจนคร่าชีวิตผู้คนนับร้อยด้วยการพ่นพิษออกไปเพียงหยดเดียว แต่เวลานี้ เ้าตัวที่แสนจะอันตรายกลับกำลังถูกฝูงหมาป่าสลาตันหลายสิบตัวโจมตี
เพราะความรวดเร็วของหมาป่าสลาตันพวกมันจึงสามารถเข้าโจมตีและหลบการโจมตีได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน
และแม้ว่าอสรพิษทมิฬจะมีพิษที่รุนแรงเพียงใด แต่หากมันไม่สามารถโจมตีโดนคู่ต่อสู้ได้ ย่อมต้องตกเป็รอง
" ข้าจะฆ่าพวกเ้าให้หมด ให้สมกับความชั่วที่พวกเ้าได้กระทำ !!!"
เสียงร้องคำรามพร้อมกับคำพูดที่เอ่ยออกมาด้วยความโกรธแค้น หางขนาดใหญ่ที่โจมตีด้วยความเร็ว จนทำให้หมาป่าสลาตันหลายสิบตัวสิ้นใจไปในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปด้วยความดุเดือด หมาป่าสลาตันผู้เป็จ่าฝูงเริ่มทำการปิดล้อมก่อนที่จะพุ่งโจมตีใส่อสรพิษทมิฬอีกครั้ง อีกทั้งครั้งนี้พวกมันทำสำเร็จ
อสรพิษทมิฬถูกโจมตีอย่างหนัก ร่างกายที่ใหญ่โตเต็มไปด้วยาแสาหัสในหลาย ๆ จุด อีกทั้งร่างกายของมันยังดูอ่อนแอมากอีกด้วย ทั้งที่ปรกติาแเพียงเท่านี้ไม่สามารถทำอันตรายต่อชีวิตของเ้างูตัวใหญ่นี้ได้ด้วยซ้ำ คงไม่ใช่ว่า....
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เนี่ยลู่ซือก็มองไปยังท้องของเ้าอสรพิษทมิฬในทันที ในที่สุดนางก็รู้แล้วว่าเหตุใดสัตว์อสูรชั้นสูงอย่างอสรพิษทมิฬจึงมาอยู่ที่นี่ อีกทั้งยังอ่อนแอลงจากเดิมหลายส่วนเช่นนี้
และนางยังพอจะคาดเดาได้แล้วว่าเหตุใดหมาป่าสลาตันที่เป็เพียงสัตว์อสูรชั้นกลาง จึงกล้าที่จะโจมตัวตัวตนที่เหนือกว่า
การต่อสู้ยังคงดำเนินไปอยู่เรื่อย ๆ ต่างฝ่ายต่างทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อโจมตี ผลัดกันรุกผลัดกันรับ จนสุดท้ายก็คล้ายกับจะได้ผู้ชนะเสียที
ร่างของหมาป่าสลาตันที่นอนแน่นิ่งด้วยพิษที่รุนแรง ทำให้เ้าอสรพิษทมิฬเป็ฝ่ายที่ชนะไปได้ แต่กระนั้นาแที่มันได้รับก็ดูจะมากเกินไป หากทิ้งไว้เช่นนี้อีกชั่วยาม มันคงจะสิ้นใจตามกันไป รวมถึงเ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้องนั่นด้วย
เพราะมั่นใจแล้วว่าจัดการอันตรายตรงหน้าไปสิ้น มันจึงได้ลดการระวังตัวลงไป
แต่มันคิดผิด หมาป่าผู้ที่เป็จ่าฝูงยังคงมีชีวิตอยู่ แต่กว่าจะรู้ก็คือในตอนที่เ้าหมาป่าตนใช้พลังชีวิตทั้งหมด และทำการโจมตีในครั้งสุดท้าย
ด้วยพลังที่เหลืออยู่น้อยนิดทำให้มันไม่สามารถป้องกันหรือตอบโต้สิ่งใดได้อีก มันจึงทำการขดตัวเพื่อหวังว่าอย่างน้อย ลูกของมันจะรอดและมีชีวิตอยู่ต่อไป
เนี่ยลู่ซือที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ตลอด ใช้พลังระดับแม่ทัพของตนปลิดชีพเ้าหมาป่าสลาตัลตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย
แต่เมื่อนางหันกลับมามองที่เ้างูสีดำตัวใหญ่ด้านหลังนอนแน่นิ่งไป และเมื่อตรวจสอบชีพจรก็พบว่ามันเพียงสลบไปเพราะอาการาเ็และเหน็ดเหนื่อยเพียงเท่านั้น
" แค่ยังมีชีวิตอยู่ก็ดีมากแล้ว"
******