ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 189 ยึดโลกมิติ

“พวกท่านทำได้ดีมากในการจัดการแข่งขันอันยิ่งใหญ่นี้แต่ตอนนี้ ขอเชิญท่านทุกคนโปรดหยุดการเคลื่อนไหวทันที”

ชายสวมหน้ากากกวาดสายตามองไปทั่วสนามอย่างช้าๆรอยยิ้มเล็กๆ ที่แฝงไปด้วยความเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา

“เรามาที่นี่เพื่อส่งข้อความสำคัญ พวกเรามีระเบิดพลังที่ติดตั้งอยู่ทั่วพื้นที่ของอัฒจันทร์

และถ้าใครคิดจะทำอะไรโง่ๆ หรือต่อต้านเราจะไม่ลังเลที่จะระเบิดผู้คนเหล่านี้ทันที” ขณะที่พูดเขาชี้ไปยังกลุ่มผู้ชมที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์

 

ดวงตาของผู้ชมทุกคนเบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัวสายตาหลายคู่จับจ้องไปยังผู้ก่อการร้ายที่ยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขาอย่างไม่เชื่อสายตาผู้ชมต่างหวาดหวั่นต่อคำขู่ของกลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะเมื่อได้ยินสิ่งที่พวกมันเอ่ยถึงการวางระเบิด

 

“ทุกคนได้ยินแล้วใช่ไหม? ไม่มีใครต้องการให้เรื่องนี้จบลงด้วยการเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์ดังนั้นขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบและฟังคำสั่งของเรา"  ชายสวมหน้ากากกล่าวต่อด้วยเสียงเข้มขึ้น

"ท่านรองเจ้าอาณานิคม และท่านผู้คุมการแข่งขันพวกท่านจะต้องยอมรับข้อเรียกร้องของเรา มิฉะนั้น...เราจะทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นนรกบนดิน"

บรรยากาศในสนามแข่งขันเต็มไปด้วยความเงียบงันและความตึงเครียดสุดขีดทุกสายตาจับจ้องไปที่กลุ่มผู้ก่อการร้าย

รองเจ้าอาณานิคมยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหลแต่ท่าทีของเขายังคงสงบนิ่งดวงตาคมคายและเต็มไปด้วยความมั่นคง เขาก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย ยืนอยู่เบื้องหน้าสายตาไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย

“ข้าคือรองเจ้าอาณานิคม ข้าขอให้พวกเจ้าถอยกลับไปอย่าได้ใช้ผู้คนผู้บริสุทธิ์มาเป็นเครื่องต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น”

เสียงของรองเจ้าอาณานิคมหนักแน่นและชัดเจน

หัวหน้ากลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ยืนอยู่ตรงกลางหัวเราะเบาๆ สะท้อนความเย็นชาและดูถูก

“ท่านช่างกล้าหาญแต่ท่านก็รู้ดีว่าตอนนี้พวกเรามีอำนาจเหนือท่าน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่เราจะปล่อยตัวพวกเขาไปโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยน”

เขากล่าวพร้อมกวาดสายตามองไปยังผู้ชมบนอัฒจันทร์ที่ต่างหวาดกลัวและหดหู่

ทันใดนั้น เสียงของรองเจ้าอาณานิคมก็กลับมาเข้มข้นและจริงจังมากขึ้น “พวกเจ้าต้องการอะไร อาชูร่า!”

หัวหน้ากลุ่มผู้ก่อการร้าย หัวเราะเบาๆ เอื้อมมือขึ้นมาค่อยๆถอดหน้ากากออกแสดงให้เห็นสีหน้าแสดงความเย็นชาและดูถูก

 

 ชายผู้มีร่างกายสูงใหญ่ แววตาเย็นชาและเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ราวกับสามารถควบคุมทุกสิ่งได้ยกมือชี้ขึ้นด้านบน เขากล่าวเสียงเย็นชา

“สิ่งที่เราต้องการคือโลกมิติการแข่งขันใบนี้พวกเจ้าให้มันแก่เรา แล้วทุกคนที่นี่จะปลอดภัย”

 

เสียงอื้ออึงจากผู้ชมเริ่มดังขึ้นอีกครั้งความกลัวและความไม่แน่นอนแพร่กระจายไปทั่วผู้คนเริ่มซุบซิบกันถึงความเป็นไปได้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากโลกมิติการแข่งขันตกไปอยู่ในมือของกลุ่มผู้ก่อการร้าย

รองเจ้าอาณานิคมยังคงยืนหยัดอยู่ในที่ของตนเขามองไปที่อาชูร่าและกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง

“โลกมิติการแข่งขันนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบและการแข่งขันที่ยุติธรรมเราจะไม่ยอมให้มันตกไปอยู่ในมือของคนที่มีเจตนาไม่ดี”

“ท่านอ๋องถ้าเช่นนั้น ท่านก็เตรียมรับผลที่จะตามมาได้เลย!” อาชูร่าตอบกลับด้วยแววตาเย็นชา ก่อนที่จะหันไปส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขาเตรียมตัวสำหรับการกระทำบางอย่าง

ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ทุกคนรู้ดีว่านี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญและเต็มไปด้วยความเสี่ยง

 

รองเจ้าอาณานิคมที่สีหน้าตึงเครียดเป็นอย่างมากหันมาเอ่ยกับคนใกล้ชิด 

“ทำไม ลอร์ดสเตรชเชอร์ ยังไม่ปรากฏตัว!”

ที่ปรึกษาใกล้ชิดรีบเอ่ย “ทันทีที่มีเหตุการณ์เราได้ส่งสัญญาณฉุกเฉินออกไปหมดแล้ว แต่ก็แปลกที่ท่านมหาปราชญ์ยังไม่ปรากฎตัวขอรับ!”

รองเจ้าอาณานิคมหลงเป่า ครุ่นคิดถึงบางอย่างหันกลับไปมองกลุ่มผู้ก่อการร้ายเบื้องล่าง

“พวกมันคงวางแผนมาอย่างดีสินะ!”

 

ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงคำขู่จากอาชูร่าแววตาของอ๋องหลงเป่า ยังคงเปี่ยมด้วยความมั่นคงและหนักแน่น ค่อยๆหันไปทางกลุ่มคนของตน

“ทุกคน ฟังให้ดี!” น้ำเสียงของเขาดังกังวานและแน่วแน่

“เราต้องปกป้องผู้คนทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ผู้ใช้พลังพิเศษทั้งหมด จงแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ของตนพลังที่พวกเจ้าได้รับมานั้นมีไว้เพื่อช่วยเหลือมวลมนุษย์ด้วยกัน

จงช่วยเหลือและปกป้องผู้คนให้มากที่สุดอย่าให้ใครได้รับอันตรายจากการกระทำของคนพวกนี้”

 

น้ำเสียงของเขาทำให้ผู้ใช้พลังพิเศษที่ยืนอยู่ทั่วทุกมุมของอัฒจันทร์รับรู้ถึงความสำคัญของหน้าที่ของตนพวกเขาต่างหันมาสบตากัน รีบเคลื่อนย้ายตัวปฏิบัติตามคำสั่งนั้นด้วยใจเต็มร้อย

เหล่าผู้ใช้พลังพิเศษของกลุ่มตระกูลและสมาคมใหญ่ต่างพยักหน้ารับคำสั่ง

รองผู้อำนวยการสถานศึกษาเวสเทิรน์ที่ตอนนี้มาปรากฏตัวอยู่ที่อัฒจันทร์ของกลุ่มนักศึกษา

ชายสูงอายุที่รูปร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ด้วยท่าทางมั่นคงและนิ่งสงบแม้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายรอบตัว

"นักศึกษาทุกคน จงฟังให้ดี!"เสียงของรองผู้อำนวยการดังขึ้นอย่างชัดเจน

เขามองไปที่นักศึกษาผู้ใช้พลังพิเศษทั้งหลายด้วยสายตาที่เฉียบคมแต่แฝงไปด้วยความห่วงใย

“ในเวลานี้ พวกเจ้าแต่ละคนมีหน้าที่สำคัญหน้าที่ในการช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ในความวุ่นวายนี้ จงใช้พลังของเจ้าให้เต็มที่เพื่อช่วยเหลือและปกป้องคนบริสุทธิ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"