สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 119 มีลมพัดชายกระโปรงของสาวน้อย

            “ตาย!”

            สองมือของซุนเฟยกำอากาศที่ว่างเปล่าหลวมๆ ก่อนจะปรากฏขวานคู่ม่วงเขียวออกมาในมือพละกำลังที่น่าเกรงขามของคนเถื่อนเลเวล 21 ก็พลันระเบิดออกมาแม้ว่าจะไม่มีเปลวไฟคลื่นพลังที่สวยงามเหมือนคนอื่นๆแต่แค่พละกำลังที่มาจากร่างกายล้วนๆ ก็ยิ่งทำให้ทุกคนตกใจ ขวานคู่ม่วงเขียวถูกเหวี่ยงไปในอากาศอย่างรวดเร็วจนตัวขวานดูเลือนรางทิ้งไว้เพียงเงาขวานสองสาย ขวานโจมตีไปที่มีดโค้งสีเหลืองของนักฆ่าทั้งสองคนที่ลอบโจมตีเขา

            ติ้ง ติ้ง!

            ประกายไฟกระจายไปทั่วสารทิศ เหมือนพลุไฟที่สวยงาม

            ในแง่ของพละกำลังเพียงอย่างเดียวเห็นได้ชัดว่าพละกำลังของคนเถื่อนเลเวล 21 จัดว่าอยู่ในระดับเหนือกว่ายอดฝีมือในระดับเดียวกัน ซุนเฟยดีดมีดโค้งสีเหลืองกลับไป พละกำลังมหาศาลที่ระเบิดออกมาอย่างฉับพลัน ทำให้แววตาของสองนักฆ่าปรากฏความแปลกใจออกมานี่เป็นเรื่องที่พวกเขาต่างคาดไม่ถึง พวกเขาไม่รู้สึกถึงความผันผวนของคลื่นพลังใดๆจากตัวราชาน้อยคนนี้ แต่พละกำลังกลับมหาศาลนัก

            เมื่อซุนเฟยใช้ขวานคู่ผลักมีดโค้งออกไป เปิดใช้ทักษะ 'กระโดด' ของคนเถื่อน กระโดดออกไปในพริบตาลอยคว้างอยู่กลางอากาศไล่ตามแพรีส ฮิลตัน ตอนนี้ซุนเฟยไม่สนใจที่จะปกป้ององค์หญิงเพราะแองเจล่าคู่หมั้นของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย

            ความเร็วของนังหมูตัวเมียเร็วมากเพียงชั่วพริบตาก็ไปลอยอยู่บนอากาศด้านหน้าของแองเจล่า

            “ไสหัวไป!”

            เปลวไฟคลื่นพลังสองสี หนึ่งฟ้าหนึ่งแดงก็ประกายขึ้นมาแลมพาร์ดและพัศดีโอเลเกร์พยายามปกป้องแองเจล่าอย่างสุดกำลังแลมพาร์ดมีความแข็งแกร่งระดับสามดาว ด้วยการระเบิดพลังออกมาทั้งหมดเขาได้สร้างเปลวไฟธาตุน้ำสีฟ้าที่สวยงามออกมา ก่อนที่มันจะค่อยๆ ทะยานขึ้นสู่ฟ้า ปกคลุมแองเจล่าที่อยู่ด้านหลังและโอเลเกร์ที่อยู่ข้างๆจากนั้นเขาดึงดาบยักษ์สีดำที่อยู่ด้านหลังของเขาออกมาจนเกิดเสียงดังชิ้งท่ามกลางเสียงคลื่นน้ำกระทบกัน เปลวไฟคลื่นพลังสีฟ้าขนาดยักษ์ราวกับคลื่นที่กำลังถาโถมอย่างบ้าคลั่งในทะเล มันร้องคำรามขณะที่ถาโถมไปทางแพรีสที่ลอยอยู่กลางอากาศ

            ความแข็งแกร่งของพัศดีโอเลเกร์ค่อนข้างแย่มากเขาพยายามอดทนต่ออาการบาดเจ็บบนร่าง โอเลเกร์โยนดาบออกไป คลื่นพลังสีแดงค่อยๆ ก่อตัวเป็นแส้อยู่กลางอากาศก่อนจะฟาดออกไปที่แพรีส

            แพรีสที่ยังลอยอยู่บนอากาศยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา มือเรียวบางกดเบาๆ ที่กลางอากาศ

            ตูม ตูม!

            คลื่นพลังสีฟ้าและแส้เพลิงก็พลันสลายในชั่วพริบตาแลมพาร์ดและโอเลเกร์ ทั้งสองคนเหมือนถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงเลือดพุ่งออกมาพร้อมๆ กับร่างที่กระเด็นออกไป ก่อนจะร่วงลงมาที่แท่นหินบูชา

            แม้ว่าทั้งสองคนจะร่วมมือกันแต่ก็ไม่สามารถรับมือนางได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว

            แม้แต่จะยื้อเวลาให้ซุนเฟยมาถึงที่นี่ก็ทำไม่ได้

            เงาร่างขาวกะพริบวูบหนึ่งก่อนแพรีสจะไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของแองเจล่า

            มือบอบบางอ่อนนุ่มเหมือนไม่มีกระดูกที่เด็ดดอกกุหลาบสีแดงก่อนหน้านี้ค่อยๆ ยื่นมากำรอบคอระหงส์ของแองเจล่า ขณะที่มืออีกข้างก็สะบัดโจมตีไปที่สาวน้อยผมทองเจ็มม่าที่วิ่งเข้ามาจนกระเด็นออกไป มุมปากของแพรีสยังคงแย้มยิ้มอยู่เหมือนเดิมดวงตาคู่สวยของนางจับจ้องไปที่ซุนเฟยที่กำลังทะยานเข้ามา ในดวงตาของนางไม่ปกปิดถึงความสนุกสนานสักนิดทำให้ในใจของซุนเฟยพลันรู้สึกหนักหน่วงเหมือนกับจะจมลงไปเรื่อยๆ

            ในระหว่างที่มาผู้หญิงคนนี้ก็กำชีวิตของแองเจล่าได้อย่างง่ายดาย

            “ปล่อยนางซะ!”

            ซุนเฟยจำใจต้องหยุดอยู่ห่างนางห้าเมตร ในใจระส่ำระส่าย ขวานคู่ม่วงเขียวในมือพลันสลายไปดวงตาของเขาแหลมคมยิ่งกว่าลูกศรเวทมนตร์ จับจ้องไปที่ร่างของแพรีสซุนเฟยแทบอยากจะสังหารนังโสโครกนี่ให้ตาย

            “คิก ฮ่าๆๆๆ ตื่นเต้นหรือ?”

            รอยยิ้มของแพรีสยังคงรื่นเริงใบหน้าขาวใสไร้ที่ติของนางทำให้ผู้คนรู้สึกทุกข์ทรมานไปกับเสน่ห์ นางไม่แม้แต่จะสนใจสายตาทิ่มแทงของซุนเฟย เพียงแค่กำคอของแองเจล่าเบาๆส่วนอีกมือก็สางผมสีดำยาวสลวยของแองเจล่าให้เข้าที่ด้วยท่าทางสนิทสนม เหมือนเป็นเพื่อนสาวคนสนิท

            “ราชาน้อย เจ้ายังจำคำพูดที่เพิ่งพูดเมื่อครู่ได้หรือไม่? ฮึๆ ผู้หญิงของเจ้าจะต้องถูกขอทานโสโครกรุมย่ำยีจากนั้นจะถูกขายเข้าไปในค่ายทหารไปเป็นโสเภณี...เป็นอย่างไรเล่า ตอนนี้กลัวหรือไม่? เจ็บปวดหรือเปล่า? ฮ่าๆๆๆ ราชาน้อย เข้ามาสิ คุกเข่าคลานเข้ามาเหมือนขอทานแล้วจูบที่เท้าของข้า ขอร้องข้า จากนั้นบางทีข้าก็อาจจะไว้ชีวิตเจ้า!”

            ในใจของซุนเฟยยิ่งหนักหน่วงกว่าเดิม

            ผู้หญิงคนนี้เป็นคนบ้า

            คำพูดเมื่อครู่ของนาง ทุกคำทุกประโยคซุนเฟยจำได้ดี

            เห็นได้ชัดว่า สาเหตุที่แพรีสลงมือกับแองเจล่า สาวน้อยที่อ่อนแอไร้ซึ่งพลังใดๆเป็นเพราะคำพูดของซุนเฟยประโยคนั้นประโยคเดียว...ผู้หญิงคนนี้ สวยเหมือนดอกไม้ สง่าสมบูรณ์แบบ มีเสน่ห์น่ารักใคร่ชุดสีขาวที่ปลิวไปกับสายลม ทำให้นางดูไม่ต่างอะไรจากเทพธิดาแต่กลับมีจิตใจเหมือนปีศาจ จิตใจที่วิปริตดื้อรั้นเหนือความเข้าใจและจิตนาการของทุกคนดวงตาของนางเหมือนพลอยตาแมวที่กำลังส่องประกายเหี้ยมโหดประหนึ่งกำลังเล่นเกมแมวล่าหนูนางออกแรงกำรอบคอของแองเจล่าขึ้นทีละนิด ทำให้ลมหายใจของสาวน้อยคนนี้เริ่มหอบถี่จากนั้นก็ยิ้มระรื่นหันไปชมท่าทางกระวนกระวายของซุนเฟย

            ตอนนี้ ทั่วทั้งยอดเขากลายเป็นสนามรบ

            นักฆ่าใช้ดาบฟันไปทางองค์หญิงด้วยพลังอำนาจที่เหลือล้นแต่ก็ถูกขวางไว้ด้วยเปลวไฟสีม่วงของสาวน้อยที่อยู่ข้างกายองค์หญิงดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะมีความแข็งแกร่งเท่าเทียมกัน ทันใดนั้นเปลวไฟสีม่วงก็พุ่งตรงมาที่นักฆ่าคนนั้นไม่มีใครมองเห็นร่างเงาของทั้งสองคนนั้นได้ยินแต่เสียงดาบปะทะกันเคร้งบนอากาศ เสียดแทงเข้ามาที่หูการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายต่างกลมกลืนเข้าหากันจนแยกไม่ออก

            อีกด้านหนึ่ง นักฆ่าที่สวมถุงมือกรงเล็บสีขาวกำลังโรมรันกับหัวหน้าอัศวินโรมันปัฟลูย์เชนโค ร่างของนักฆ่าในชุดขาวเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วกรงเล็บที่เหมือนจะฉีกขาดอากาศได้ มักจะซุ่มโจมตีด้วยรูปแบบที่คาดไม่ถึงอัศวินหน้าหล่อที่มีรอยยิ้มอยู่บนหน้าเสมอตอนนี้กำดาบอัศวินยักษ์แน่นทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เขาจะเคลื่อนไหวด้วยท่าทางการโจมตีพื้นฐานอย่างแทง ฟัน เหวี่ยง ถึงแม้จะเป็นเพียงท่าธรรมดาๆแต่ก็สามารถขวางการเคลื่อนไหวของนักฆ่าชุดขาวได้ทุกครั้งบีบให้นักฆ่าถอยห่างไปสามก้าว ไม่สามารถเข้าใกล้องค์หญิงได้

            ส่วนนักฆ่ามีดโค้งสีเหลือง หลังจากที่ซุนเฟยจากไปพวกเขาก็ไม่ได้ไล่ตามแต่อย่างใด พวกเขาเปลี่ยนเป้าหมายมาที่สังหารองค์หญิงแทน

            ข้างกายขององค์หญิงตอนนี้ไม่มียอดฝีมือคอยคุ้มกันเหล่าอัศวินทหารม้าของราชอาณาจักรเซนิทสองร้อยกว่าคนตอนนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความองอาจหนักแน่นของทหารราชอาณาจักร พวกเขาเผชิญหน้ากับความตายอย่างไม่หวาดกลัวพวกเขาต่างตะโกนเสียงดังและพากันวิ่งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังองค์หญิงเพื่อขวางนักฆ่า ล้อมรอบองค์หญิงของพวกเขา สร้างกำแพงเหล็กด้วยเลือดเนื้อของพวกเขาต่อให้พวกเขาถูกฆ่าตาย ศพของพวกเขาก็ยังจะขวางหน้าองค์หญิงไว้นับว่าเป็นฉากโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้า

            นักฆ่ามีดโค้งสีเหลืองทั้งสองคนต่างระเบิดพลังอย่างต่อเนื่องแม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะเหนือกว่าพวกอัศวินทหารอยู่หลายขุม ประกายคมมีดวูบวาบก่อนจะพุ่งเข้าไปตัดหัวของพวกอัศวินทหาร จนตายคาที่...แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าทหารที่ไม่กลัวตายกลุ่มนี้ในเวลาสั้นๆพวกเขาก็ยังไม่สามารถฝ่าเข้าไปใกล้ร่างองค์หญิงได้เลย...

            แท่นหินบูชาสีขาวขนาดยักษ์เริ่มสั่นสะเทือนขึ้นโดยการเจาะทำลายด้วยยอดฝีมือธาตุดินตอนนี้แท่นหินบูชาเหมือนบ้านไม้ที่ผุผังกำลังยุบตัวลง ก้อนหินขนาดใหญ่ต่างปลิวว่อนบนพื้นก็เกิดรอยปริแตกเหมือนใยแมงมุมขึ้นมา ฝุ่นคลุ้งลอยขึ้นมาเห็นได้ชัดว่าแท่นหินบูชากำลังจะล้มมีทหารจำนวนไม่น้อยที่พากันร้องโหยหวนเมื่อร่วงลงไปในรอยแตกแล้วถูกบดทับด้วยก้อนหินยักษ์

            ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!

            บางครั้งก็มีเสียงยิงธนูขึ้นมาอย่างเงียบๆลูกธนูค่อยๆ ลอยเข้ามาเหมือนงูพิษ ทะลวงเข้าที่หัว เบ้าตา ลำคอและหัวใจของพวกทหาร...นั่นเป็นฝีมือของยอดธนูที่หลบซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนธนูทุกดอกคร่าชีวิตผู้คนล้มตายไปอย่างง่ายดาย

            ใต้แท่นหินบูชาก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น

            เมื่อเหล่าองค์ชายที่มาจากทุกอาณาจักรตอนนี้เริ่มเข้าห้ำหั่นกัน

            หลังจากที่องค์ชายต้าเหลยแห่งอาณาจักรเซินฮัวองค์ชายพั่วหย่งแห่งอาณาจักรหลู่เหนิง และเหล่าองค์ชายอีกหลายอาณาจักรพูดคำว่า “ฆ่า” ออกมา แล้วพากันลุกขึ้นยืนและทำในสิ่งเดียวกัน นั่นก็คือผูกเชือกสีแดงไว้ตรงแขนของตัวเองจากนั้นก็ชักดาบออกมาไล่สังหารคนที่ไม่มีเชือกสีแดงผูกไว้ตรงแขน

            “หากสังหารองค์หญิงได้ท่านโดมิงเกวซจะตบรางวัลให้อย่างงาม!”

            “บัดซบ...หลีกให้บิดาออกไปนะ...”

            “การสังหารนาตาชา จะปล่อยให้พยานเหลือรอดไปไม่ได้อย่าปล่อยให้คนในคณะทูตรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!”

            “ฮ่าๆๆๆ ก่อนอื่นสังหารพวกทหารองครักษ์และพวกทูตให้หมด!”

            ท่ามกลางฝุ่นที่คลุ้งกระจายแสงพระอาทิตย์สีทองส่องลงมาท่ามกลางฝุ่นวับแวม ตอนนี้บนยอดเขากำลังกลายเป็นขุมนรกแสงสะท้อนคมดาบคมมีดวูบวาบพร้อมกับเลือดและเศษเนื้อที่ปลิวว่อนเหมือนกับฝนได้ตกลงมาเป็นเลือดก็ไม่ปานทุกที่ต่างเต็มไปด้วยเสียร้องโหยหวน...

            เหล่าคณะทูตทุกอาณาจักรนับสองร้อยกว่าคนต่างแบ่งออกเป็นสองฝ่าย

            เห็นได้ชัดว่าพวกที่ผูกเชือกสีแดงต่างรู้มานานแล้วว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในพิธีราชาภิเษกพวกเขาได้เตรียมการไว้นานแล้ว ดังนั้นจึงมีการตอบสนองที่รวดเร็วรวมกลุ่มกันอย่างเนืองแน่นแล้วโจมตีอย่างรุนแรง โหมบุกสังหารตามอำเภอใจ

            ในขณะที่อีกฝ่ายเป็นคณะทูตที่เป็นพันธมิตรและมาร่วมยินดีในการขึ้นครองราชย์ของซุนเฟยด้วยความจริงใจเมื่อพวกเขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จึงป้องกันตัวไม่ทันพวกเขาได้รับบาดเจ็บหนักและในเวลาสั้นๆ ก็พากันล้มตายไปกว่าครึ่งพวกเขาต่างพากันต่อสู้ด้วยความรู้สึกสิ้นหวังเมื่อต้องเผชิญหน้ากับข้าศึกที่แข็งแกร่ง มันก็เหมือนเรือน้อยๆ ที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำและพร้อมจะแตกดับได้ทุกเมื่อ

            ซุนเฟยกวาดตามอง ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจทุกอย่างแล้ว

            พิธีราชาภิเษกบนยอดเขาตะวันออกได้กลายเป็นสมรภูมิรบระหว่างสองขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่ก่อนหน้านี้เขาแค่รู้สึกลางๆ ว่าอาจจะมีภัยอันตรายและแผนการชั่วร้ายบางอย่างความรู้สึกไม่สบายใจในตอนนั้นได้ปรากฏให้เห็นได้ชัดแล้วว่ามาจากเรื่องนี้ นี่สินะที่เรียกกันว่า ช้างชนช้าง หญ้าแพรกก็แหลก1 การต่อสู้ในครั้งนี้เดิมทีก็ไม่ได้เกี่ยวข้องเมืองแซมบอร์ดแต่กลับถูกเลือกให้กลายเป็นเจ้าบ้านที่โชคร้ายดูเหมือนว่าเมืองแซมบอร์ดจะถูกกำหนดให้ล่มสลายตั้งแต่แรก

            “องค์ราชาน้อย เจ้ายังลังเลอะไรอีก?”

            แพรีสหันไปยิ้มแย้มแจ่มใสกับซุนเฟย ชุดสีขาวค่อยๆ พลิ้วไหวไปตามแรงลมราวกับว่าเสียงร้องโหยหวนและเหตุการณ์นองเลือดทั้งหมดที่เกิดรอบๆ ตัวไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาง “รีบคุกเข่าอ้อนวอนข้าสิ คลานเข้ามา...แทบเท้าข้านี่ ฮ่าๆๆบางทีข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้า”

            ซุนเฟยมองไปที่แองเจล่า

            ท่ามกลางฝุ่นที่หนาแน่นบนท้องฟ้าสาวงามคนนี้ดูเหมือนดอกลิลี่ที่ชูช่ออยู่โดดเดี่ยว ใบหน้าของนางซีดขาวเล็กน้อยแต่ในดวงตาคู่สวยของนางกลับสะท้อนถึงความเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความหวาดกลัวชุดกระโปรงสีฟ้าครามของนางก็ค่อยๆ มีเลือดหยดลงมาเปรอะเปื้อนเหมือนดอกบ๊วย ชุดสีฟ้าครามของนางเปื้อนไปด้วยฝุ่นสีเทา

            ชุดนี้เป็นชุดที่ซุนเฟยออกแบบให้แองเจล่าด้วยตัวเองให้ดูสวยสดใส มีหนึ่งเดียวไม่มีสองเพื่อขับความโดดเด่นและสวยงามของนางให้ผู้คนต้องใจสั่น

            ซุนเฟยกำหมัด

            ตอนนี้เอง ทันใดนั้น ก็มีลมพัดชายกระโปรงของสาวน้อยขึ้นมาเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนด้านใน พาให้คนที่มองเคลิ้บเคลิ้มหลงใหล         

            -----------------------