ฉินจุนได้ยืนมองซากศพมากมายที่ก่อนหน้านี้ซากศพพวกนี้เคยล้อมเขาและหมายจะสังหารเขาแลกกับของรางวัล แต่บัดนี้พวกมันทั้งหมดกลับต้องพบจุดจบที่พวกมันไม่คาดคิดมาก่อน
ฉินจุนได้เก็บของมีประโยชน์ของพวกมันทั้งหมดและจากนั้นก็ทำลายร่างของพวกมันทั้งหมด การกระทำนี้ดูเหมือนจะเป็นนิสัยของเขาไปแล้วกับการสังหารแล้วทำลายร่างทิ้งแบบนี้
เมื่อยังอดีตเขาเองก็สังหารคนไปมากมายแน่นอนว่าคนที่ถูกสังหารนั้นต่างก็ต้องมีพันธมิตรครอบครัวหรือเพื่อนฝูงที่แข็งแกร่ง เพื่อไม่ให้เป็นภัยมาถึงตัวในภายหลังเขาจึงทำลายหลักฐานโดยการทำลายซากศพทั้งหมดที่เขาสังหารและนี่เป็นเหตุผลให้เขาไม่ถูกตามล่านั่นเอง
ฉินจุนกำลังชั่งใจอยู่ว่าเขาจะกลับไปที่ตระกูลดีไหม หรือจะให้ตระกูลจัดการกับมดปลวกพวกนั้นเองเขาว่ามันก็ดีเหมือนกันตระกูลของเขาจะได้มีประสบการณ์ในการต่อสู้มากขึ้น เขาไม่ได้คิดว่าเขาจะจากไปไหนแต่ถ้าให้คนในตระกูลแข็งแกร่งขึ้นและมีประสบการณ์มากขึ้นมันก็คงดีกว่าไม่น้อย และอีกอย่างถ้ามีอันตรายเกิดขึ้นกับตระกูลจริงระบบก็น่าจะเตือนเขา นั่นเลยทำให้เขาอยากจะให้นี่เป็นการฝึกต่อสู้และประสบการณ์ของคนในตระกูลนั่นเอง
จากนั้นฉินจุนก็ค่อยๆเดินกลับไปที่เมืองด้วยความสบายใจและอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะสินสงครามครั้งนี้มันไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว(ต้องเดินไกลเลยนะเฮ้ย) เขาจำได้ว่าคนที่มาล้อมเขาบางคนนั้นไม่ใช่คนในทวีปหยุนเซียวแต่เป็นคนจากทวีปข้างเคียง การเดินทางระหว่างทวีปนั้นไม่ใช่เรื่องยากเพราะมันก็มีเรือเมฆาเดินทางระหว่างทวีปอยู่แล้วการค้าขายนั้นเป็นเรื่องธรรมดามากจากทวีปหนึ่งไปอีกทวีปหนึ่ง เพราะฉะนั้นการที่เขาเจอนักล่าค่าหัวที่มาจากทวีปอื่นนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติมากเพราะในอดีตตัวของเขาก็เคยไปหาประสบการณ์จากทวีปอื่นเช่นกันนั่นทำให้ชื่อของเขาโด่งดังไปในหลายทวีปรอบๆหยุนเซียวนั่นเอง
...
ภายในคฤหาสน์ตระกูลฉินในตอนนี้นั้นเหล่าผู้อาวุโสและผู้นำตระกูลต่างกำลังประชุมวางแผนเพราะว่าหลังจากที่ตัวฉินจุนออกไปแล้วนั้นก็ได้มีผู้คนมากมายกำลังล้อมรอบคฤหาสน์ของพวกเขาอยู่แน่นอนว่าพวกคนเหล่านี้คงไม่ได้อยากจะมาดื่มน้ำชากับพวกเขาเป็นแน่
"พวกมันมีกันอยู่เท่าไหร่?" ฉินเทียนถามขึ้น
"น่าจะราวๆ 200 มีระดับปราการสวรรค์อยู่ประมาณ 10 กว่าคน" ฉินฝูตอบคำถาม
"ไอ้พวกปลาเล็กปลาน้อยพวกนี้มันคงเห็นว่าท่านบรรพบุรุษไม่อยู่ มันจึงคิดอยากจะมาฆ่าพวกเราเพื่อเอาเงินรางวัลเป็นแน่" ฉินเจี้ยอี้พูดขึ้น
"พวกมันคงคิดว่าพวกเราอ่อนแอมากมั้งถึงได้มาร้อมพวกเราแบบนี้" ฉินเป่ากล่าวด้วยความอารมณ์เสีย
"แล้วพวกเราจะทำยังไงดี ถึงพวกเราไม่ออกไปพวกมันก็เข้ามาไม่ได้อยู่ดีค่ายกลป้องกันของตระกูลเรานั้นสามารถป้องกันการโจมตีของระดับนักบุญได้้เชียวนะ" ฉินกวางเอ่ยขึ้น
"ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ แต่ถ้าทำแบบนั้นพวกมันก็จะล้อมเราอยู่แบบนี้และมันแสดงถึงความขี้ขลาดของพวกเราข้าว่าท่านบรรพบุรุษต้องไม่พอใจเป็นแน่" ฉินกุ้ยพูดโต้
"จริงของผู้อาวุโสฉินกุ้ย ข้าว่าท่านบรรพบุรุษต้องกำลังมองเราอยู่แน่ว่าพวกเราจะตัดสินใจทำสิ่งใดพวกเราไม่สามารถพึ่งขั้นบรรพบุรุษได้เสียทุกอย่างหรอกนะ" ฉินเทียนพูดขึ้นด้วยแรงปรารถนา
"ข้าเห็นด้วย!" ฉินฉือผู้เป็นผู้อาวุโสสูงสุดและมีความสูงอายุเป็นรองเพียงแค่ฉินจุนเท่านั้นเอ่ยขึ้น
"งั้นพวกเราไป พวกเราออกไปฆ่ามันกันเถอะให้พวกมันได้รู้ว่าตระกูลฉินไม่ใช่สัตว์กินพืชอย่างที่พวกมันคิด" ฉินตันกล่าวออกมาด้วยความคึก
"ดี! งั้นพวกเราไปฆ่าพวกมันกัน!" ฉินเทียนเอ่ยขึ้น คำพูดของเขาใหญ่เป็นรองเพียงแค่ฉินจุนเท่านั้น
...
ภายนอกคฤหาสน์ก็กำลังมีผู้คนมากมายล้อมรอบที่แห่งนี้อยู่
"เห็นไหมข้าบอกเจ้าแล้วถึงราชาสยบฟ้าจะออกจากเมืองไปแล้วก็เถอะแต่ตระกูลนี้น่ะมันมีค่ายกลป้องกันอยู่แล้ว ไอ้ค่ายกลบ้านี่มันก็โคตรแข็งแกร่งเลยแล้วพวกเราจะทำยังไงถึงพวกเราจะล้อมอยู่แบบนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้อยู่ดี ดีไม่ดีถ้าหากราชาสยบฟ้ากลับมาและเห็นพวกเราแบบนี้มีหวังพวกเราทั้งหมดได้ตายไร้ที่ฝังแน่นอน" ชายคนนึงที่อยู่หน้าคฤหาสน์พูดขึ้น
"ฮ่าๆๆ นี่เจ้ายังคิดว่าราชาสยบฟ้าจะกลับมาอีกอย่างนั้นหรือ ข้าว่าป่านนี้เจ้านั่นคงถูกจับแยกชิ้นส่วนเอาไปขึ้นรางวัลกันหมดแล้วเป็นแน่" ชายอีกคนพูดขึ้น
ไม่ใช่เพียงแค่สองคนนี้เท่านั้นแต่คนอื่นก็กำลังพูดถึงสิ่งดีเช่นกันพวกเขาไม่รู้ว่าจะทำสิ่งใดเพื่อที่จะเข้าไปภายในคฤหาสน์เพราะคฤหาสน์แห่งนี้มีค่ายกลป้องกันสุดแข็งแกร่งล้อมรอบเอาไว้อยู่ แต่ในระหว่างที่พวกเขากำลังคิดหาหนทางนั้นเองผู้คนในคฤหาสน์ต่างก็กลัวกันออกมาและเริ่มต่อสู้กับพวกเขาทันที
"ไอ้พวกบัดซบ มาล้อมบ้านพวกข้าแบบนี้อยากตายนักใช่ไหม!" ฉินเป่ากล่าวเสียดังพร้อมกลับโคจรวิชาหมัดวัชระและโจมตีใส่เหล่าผู้คนที่ล้อมคฤหาสน์ทันที
บูม~! ตู้ม~!
"อ้ากๆๆๆๆ!!!!"
"ไอ้บ้านั่นมันเป็นใครวะ! ทำไมการโจมตีของมันถึงรุนแรงเช่นนี้!"
เหล่าผู้คนมากมายต่างร้องโอดครวญ พวกเขาไม่คิดเลยว่าตระกูลฉินจะออกมาสู้กับพวกเขาตรงๆแบบนี้ ถึงระดับการบ่มเพาะของพวกเขาจะไม่ได้สูงอะไรมากนักแต่เมื่อพวกเขารวมกันก็ถือได้ว่าเป็นพวกที่น่ากลัวเหมือนกัน แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับเห็นตระกูลฉินเหมือนคนบ้าวิ่งออกมาจากคฤหาสน์ไล่ฆ่าพวกเขาอย่างกับหมูหมา จะให้พวกเขารู้สึกเช่นไร
"ฮ่าๆๆ ไอ้พวกกระจอกมีดีแค่นี้เองรึเอานี่ไปอีก!" ฉินกวางกล่าวเสียงดับและปลดปล่อยหมัดนับสิบเข้าใส่ศัตรูทันที
ตู้ม~!
อัก!! อ้าก!!
มีเสียงกรีดร้องและเสียงโอดครวญมากมาย แต่ไม่มีเสียงไหนเลยที่จะเป็นคนของตระกูลฉิน และที่เป็นแบบนี้ก็คงต้องยกความดีความชอบให้กับวิชาระดับราชาที่ฉินจุนเอามันมาให้เหล่าผู้อาวุโสและผู้นำตระกูลฝึกปลือกัน วิชาระดับราชานั้นน่ากลัวเสมอและนี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามันน่ากลัวขนาดไหนถึงระดับการบ่มเพาะจะอยู่ในระดับเดียวกันแต่ถ้าวิชาแข็งแกร่งกว่าพวกเขาก็จะได้เปรียบคู่ต่อสู้มากกว่านั่นเอง
"ทำไมไอ้พวกตระกูลฉินถึงได้มีวิชาที่น่ากลัวเช่นนี้ ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย!" ชายคนนึงพูดขึ้น
"ตายซะไอ้พวกสารเลวบัดซบ!" ฉินเทียนกล่าวเสียงดังและระเบิดพลังของวิชาหมัดวัชระออกมา
เมื่อการต่อสู้กำลังเต็มไปด้วยความดุเดือด ก็ได้มีออร่าของระดับนักบุญระเบิดขึ้นมา
ฟึ้ม!!!
"อัก!! อะ..อะไรกันนักบุญหรือทำไมยังมีนักบุญอยู่อีกไม่ใช่ว่าไอ้พวกนี้มันตามท่านบรรพบุรุษไปแล้วหรอกรึ! ฉินฉือกล่าวขึ้นด้วยความยากลำบาก
และไม่ใช่แค่ฉินฉือเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงสมาชิกทุกคนในตระกูลฉินอีกด้วยรวมถึงพวกนักล่าค่าหัวเองก็เช่นกันพวกนั้นก็มีสภาพไม่ต่างจากคนของตระกูลฉินสักเท่าไหร่นัก
"ฮ่าๆๆ ข้าคิดถูกจริงๆด้วยที่ไม่ได้ตามเจ้าฉินจุน ถึงอยู่นี่จะได้น้อยหน่อยแต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปเสี่ยงแล้วว้า" ชายที่ปลดปล่อยแรงกดดันออกมาเอ่ยขึ้น
"จริงของเจ้าถึงยังไงไอ้เจ้าฉินจุนก็เป็นตัวอันตราย ทำไมจะต้องไปเสี่ยงอันตรายด้วยในเมื่อสามารถได้รางวัลจากสิ่งที่ง่ายกว่าและปลอดภัยกว่าถึงรางวัลจะน้อยกว่าก็เถอะ" ชายอีกคนเอ่ยขึ้น
"ตอนนี้ที่นี่คงมีพวกเรา 3 คนเท่านั้นที่เป็นนักบุญ ข้าว่ารีบจัดการให้เสร็จๆแล้วไปกันดีกว่า" ชายคนสุดท้ายพูดขึ้น
"ระ..รีบกลับเข้าคฤหาสน์ไปเร็วมีพวกนักบุญอยู่ที่นี่ด้วย" ฉินเทียนกล่าวด้วยความยากลำบาก
เหล่าสมาชิกในตระกูลที่ได้ยินเสียงของฉินเทียนนั้น ก็ตามพยายามแบกล่างที่หมดแรงและขาสั่นกลับเข้าไปในคฤหาสน์อย่างยากลำบาก แต่มีหรือที่นักบุญทั้งสามจะยอมให้เป็นเช่นนั้น
"อะไรกันเมื่อกี้พวกเจ้ายังเก่งอยู่เลยไม่ใช่หรือแล้วทีนี้จะหนีไปไหนเล่า" ชายคนแรกพูดขึ้นและเริ่มสะบัดฝ่ามือทันที
ฝ่ามือของระดับนักบุญได้พุ่งมาที่ผู้คนเบื้องล่าง ฉินเทียนเห็นแบบนั้นจึงได้นำยันต์บางอย่างออกมาเพื่อป้องกันฝ่ามือของนักบุญผู้นั้น
บูม~! ตู้ม~!
"อัก!! อ้าก!!"
ถึงจะสามารถป้องกันได้แต่ก็มีหลายคนกระอักเลือดและบาดเจ็บออกมาไม่น้อยเพราะฝ่ามือของนักบุญนั้นมันสามารถสังหารคนที่อยู่ในระดับต่ำกว่านักบุญได้อย่างกับการบี้แมงวันเลยทีเดียว
"โอ้ พวกเจ้านี้ก็อึดใช้ได้นะยังรอดกันอยู่อีกแถมยังไม่มีคนตายเลยแม้แต่คนเดียวฆ่าแล้วทึ่งจริงๆ" ชายที่ซัดฝ่ามือพูดออกมา
ฉินเทียนไม่ได้ฟังอะไรแล้ว เพราะว่าตอนนี้เขากำลังหูอื้ออยู่นั่นเองการโจมตีมันช่างรุนแรงเหลือเกินถึงจะมียันต์ป้องกันที่สามารถป้องกันการโจมตีของนักบุญได้แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บทั้งภายในและภายนอก
"งั้นเดี๋ยวข้าขอลองบ้างแล้วกัน" ชายคนที่สองเห็นคนแรกทำไม่สำเร็จจึงคิดลองบ้าง
ฉินเทียนที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะโจมตีอีกรอบหน้าก็ซีดเผือกทันทีเพราะถ้าโจมตีอีกรอบในครั้งนี้พวกเขาทั้งหมดจะต้องตายอย่างแน่นอน
แต่ในระหว่างที่กำลังสิ้นหวังอยู่นั่นเองก็ได้มีเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังขึ้นภายในตระกูลฉิน
"โฮกกกก!!!"
เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธและความเดือดดานนั้นได้ทำให้ผู้คนในที่แห่งนั้นรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาจับใจ