ตอนที่สามสิบห้า หาญท้าชะตาฟ้า 9
ตามตำนานของกันเจี้ยง ม่อเสียดาบในตำนานของแดนจงหยวนและดาบที่ชิโร่แห่งจักรวาลเฟทชอบใช้
ว่าตอนเริ่มแรกมันเริ่มมากจากการตีดาบไม่สำเร็จ
และค่อยๆเริ่มใส่เส้นผม เลือด ลงไปจนเริ่มจะสำเร็จ
จนกระทั่งภริยากระโดดลงไปในเตาไฟ
ดาบวิเศษนั้นจึงจะสำเร็จขึ้นมาได้
Artifact demand sacrificed
ของวิเศษต้องการของบูชายัญ
เอกธำมรงค์ของเซารอนถึงได้ใส่วิญญาณและพลังของตนเองส่วนหนึ่งเอาไว้ในแหวน
ผมเองก็เช่นกัน
สิ่งที่ผมสละไปคืออายุขัยยี่สิบปี
แลกมากับ
กระบี่อรุณ
Dawn Sword
กระบี่ที่อยู่ข้างเอวของผมสั่นเล็กน้อยราวกับไม่พอใจกับชื่อที่ผมตั้งให้
มันมีชื่อที่แท้จริงของมันตามที่มันถือกำเนิดขึ้นมา
Blood drinker
ดื่มโลหิต
วิธีการที่ผมปลุกกระบี่ให้ตื่นขึ้นมาและสิ่งที่กระบี่นั้นเป็น
แต่ผมชักเหมือนคนเสียสติที่พูดกับกระบี่ของตนเอง
“ชื่อคือสิ่งที่เราอยากเป็นไม่ใช่สิ่งที่เราเป็น หากเราเป็นแค่สิ่งที่เราเป็น เราก็จะมีขีดจำกัดอยู่แค่นั้นข้าหวังจากเจ้ามากกว่านั้น”
ผมกล่าวพร้อมกับปรับพลังลมปราณผ่านกระบี่อรุณ
ทั้งคนทั้งกระบี่พึ่งพากันในจุดนี้
แบบเดียวกับที่แหวนเซารอนหรือไดอารี่ของทอมริดเดิ้ลจะทำให้คนที่เป็นเจ้าของทรงพลังกว่าเดิม
ดังนั้นผมก็คงต้องพกกระบี่นี้ไว้ข้างกายตลอดเวลานั่นล่ะ
เพื่อลดผลร้ายจากการสละพลังชีวิต
ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่มีการสูญเสีย
อายุขัยยี่สิบปีไม่ใช่เรื่องล้อเล่นในยุคที่คนมีอายุโดยเฉลี่ยต่ำกว่าเช่นยุคนี้
แต่หากผมไม่ยอมทำก็เท่ากับจะตายทันที
อย่างที่ท่านโกวเล้งว่าเอาไว้
การจำพรากแม้ว่าจะเจ็บปวดเพียงใดขอเพียงเป็นการทำเพื่ออยู่ร่วมทั้งหมดก็ทนทานได้
ราวกับผลน้ำเต้าที่กลวงเปล่าหลังจากสละพลังชีวิตผมเดินลมปราณที่เหลือขับของเสียออกจากร่างกายและปรับลมปราณอีกครั้ง