่เย็นหลังพิธีต้อนรับพระเ้าศรีมหาราชองค์หญิงวิสาณีได้เสด็จกลับมายังพระตำหนักรับรอง ในขณะที่พระราชบิดาของพระนางเสด็จไปชมคลังสินค้าของเมืองปตานีพร้อมด้วยพระเ้าฤทธิเทวาก่อนจะทรงแยกกันพระนางได้กราบทูลเื่เ้าทิพถูกองค์ชายอัศวเมฆทำร้ายาเ็ ซึ่งพระเ้าเมืองนครฯมีพระราชวินิจฉัยว่า.. ในเมื่อเ้าทิพเข้าร่วมประลองขุนพลฉลูนักษัตร เท่ากับเป็การยืนยันความเป็คนในปกครองของราชสำนักปตานีการจะถูกทุบตีด้วยเ้านายในราชสำนักอีกทั้งกระทำในเมืองปตานีเราจะไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้.. พระราชดำรัสดังกล่าวยิ่งทำให้พระนางทรงหวั่นพระทัยถึงเื่ร้ายที่จะเกิดขึ้นในการประลองขุนพลฉลูนักษัตร
บัดนี้องค์หญิงวิสาณีประทับอยู่บนพระตำหนักทรงคอยสอดส่ายสายพระเนตรมายังด้านล่างด้วยพระอาการกระวนกระวายสักครู่จึงปรากฏร่างหญิงสาวสองคนเดินคล่องแคล่วว่องไวขึ้นพระตำหนักมา คนหนึ่งเป็ข้าหลวงของพระนางชื่อว่าราตรีส่วนอีกคนเป็บ่าวคนสนิทของนางสุชีราซึ่งมาคอยช่วยติดต่อประสานงานให้กับคณะของพระราชธิดา
“เป็อย่างไรบ้างพบตัวเ้าทิพหรือยัง” เสียงพระธิดาตรัสถามทันทีด้วยทรงกังวล
“ยังไม่พบตัวเลยเพคะ หม่อมฉันไปทั้งเรือนพักคณะทูตจากกรุงจีนทั้งเรือนรับรองที่เ้าทิพพักอยู่.. ลองถามตามร้านค้าต่างๆ ในตลาดก็ไม่มีใครพบเห็นว่าเ้าทิพไปแห่งไหน”นางข้าหลวงราตรีกราบทูลละล่ำละลักด้วยความเหนื่อยหอบที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับมา
“แล้ว นี่เขาไปไหนกันนะ”พระนางทรงรำพึงด้วยร้อนพระทัย
“หม่อมฉันถามที่บ้านท่านทูตจีนเห็นคนล่ามบอกว่าท่านทูตใหญ่ก็กำลังตามหาเ้าทิพอยู่เหมือนกันเห็นว่าใเื่เ้าทิพจะเข้าร่วมประลองอาวุธเพคะ” นางข้าหลวงยังคงเรียกคณะของเซียงจือกงว่าเป็ทูตตามความเข้าใจของนาง
“นี่เขาเจตนาจะหลบหน้าไปเฉยๆ หรือ..”ทรงเบือนพระพักตร์พร้อมรับสั่งถามไปทางบ่าวชาวเมืองปตานีบ้าง “แล้วเ้าล่ะพอจะรู้ไหมว่าปกติเ้าทิพมักไปอยู่แห่งใด”
บ่าวที่ดูคล่องแคล่วจนนางสุชีราไว้ใจส่งให้มารับใช้คณะของพระราชธิดากลับต้องอ้ำอึ้งในพระดำรัสถามถึงเ้าทิพ
“เื่นี้.. คือ.. เกล้ากระหม่อมฉันอาจต้องขอพระราชทานอภัยด้วยเพคะ..คือเ้าทิพไม่ค่อยได้มาอยู่ปตานี มาครั้งนึงก็เพียง ๗ วัน ๑๐ วันมักเก็บตัวไม่ค่อยไปไหนหรือสุงสิงกับใคร นอกจากไปพักกับท่านเซียงจือกงแล้วก็อยู่แต่ที่พักเพคะ”
องค์หญิงทรงสดับฟังแล้วยิ่งว้าวุ่นพระทัยพลันทรงทบทวนถึงวันที่เสด็จชมเมืองเก่าพร้อมเ้าทิพ แม้ชายคนรักจะสามารถบอกเล่าเื่ราวของสถานที่ได้บ้างแต่ทรงสังเกตได้ชัดว่าไม่มีความคุ้นเคยกับสถานที่ใดเลย เหมือนคนรู้เื่ของสถานที่จากคำบอกเล่าและเพิ่งจะได้เห็นเป็ครั้งแรกร้านรวงต่างๆ ในตลาดก็ไม่คุ้นเคย ทรงนึกไปถึงคำพูดคำจาของผู้คนในตลาดที่แสดงอาการรังเกียจชายหนุ่มทั้งที่ไม่ได้รู้จักตัวตนเพียงได้ยินนามเ้าทิพก็รู้สึกเป็อัปมงคลแล้ว
“มิน่า เขาถึงไม่เคยออกไปไหนเลย” พระองค์หญิงทรงรำพึงอยู่ในพระทัยรู้สึกเจ็บแปลบพระทรวงขึ้นมาทันที ภาพของชายคนรักถูกองค์ชายอัศวเมฆทรงทำร้ายที่วัดกลางเมืองเก่าผุดขึ้นมาพร้อมทรงหวนรำลึกได้ว่า.. ทุกครั้งที่เ้าทิพเดินทางมาปตานี พอกลับไปจะต้องมีาแตามแขนขาหรือลำตัวแทบทุกครั้งโดยบอกว่าเป็อุบัติเหตุ
“นี่เขาโดนทำร้ายทุกครั้งที่กลับเมืองมาหรือ..”พระทัยของพระนางแทบจะสลายเมื่อทรงนึกถึงความขมขื่นที่ชายคนรักได้รับ “แล้วเขายังจะกลับมาปตานีเพื่ออะไร..”
ในห้วงคำนึง พลันทรงระลึกได้...
“สถูปพระสนมจันทรา” ทรงอุทานขึ้นในบัดดล“เ้าทิพกลับมาปตานี เพราะมาทำบุญให้พระมารดา..ใช่แล้วถ้าไม่อยู่ที่พักเขาต้องอยู่ที่สถูปของพระนาง”
ทันทีที่พระราชธิดาทรงชายพระเนตรเป็เชิงขอความเห็นบ่าวชาวเมืองปตานีรีบกราบทูลขึ้นว่า
“เห็นจะเป็ไปได้เพคะเคยได้ยินมาว่าเ้าทิพมักจะแวะเวียนไปทำความสะอาดตกแต่งสถูปของพระมารดา บางครั้งก็มาเบิกเครื่องมือจากกองช่างหลวงไปนอกจากที่นี่คงไม่มีที่อื่นแล้วเพคะ.. จากที่นี่ไปแม้ระยะทางเพียงม้าวิ่งครึ่งชั่วยามแต่ต้องหาเรือข้ามฝากไปยังฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปตานี..ถ้าอย่างไรเกล้ากระหม่อมฉันจะจัดให้คนเดินทางไปที่สถูปของพระสนมจันทรา กว่าจะไปถึงคงจะใกล้ค่ำหรือบางทีอาจจะพบเจอเ้าทิพระหว่างที่เดินทางกลับมาก็เป็ได้ เพคะ”
“ขอบใจเ้าที่เป็ธุระ ไม่ว่าจะมืดค่ำอย่างไรเราต้องเจอตัวเขาให้ได้”
พระองค์หญิงรับสั่งเด็ดเดี่ยวด้วยทรงมุ่งมั่นจะยับยั้งมิให้เ้าทิพเข้าประลองอาวุธในวันพรุ่งนี้...
--------------------------------------------------
แม่น้ำปตานีไหลจากทิศใต้ขึ้นทิศเหนือสู่อ่าวปตานี
ริมขอบฝั่งปกคลุมด้วยแมกไม้ยืนต้นเป็เงาครึ้มไปตลอดลำน้ำสายลมยามเย็นโชยเอื่อยขึ้นฝั่งกระทบใบไม้แกว่งไกว มิได้มีแรงโยกสั่นถึงกิ่งก้าน
ใต้ไทรต้นใหญ่บนเนินริมฝั่งปรากฏร่างของชายหนุ่มนั่งอยู่บนขอนไม้สีหน้าเหม่อลอยไปยังท้องน้ำ ด้านซ้ายมีสถูปทรงสี่เหลี่ยมขนาดสูงสองวาครึ่งปลูกตั้งอยู่เสียดปลายแหลมขึ้นไปถึงระดับยอดหมู่ไม้ ตัวสถูปเพิ่งผ่านการเช็ดถูทำความสะอาด หญ้าและวัชพืชโดยรอบถูกถางเก็บกวาดจนเป็พื้นลานโล่งเครื่องมือขุดถางและเศษผ้ายังวางอยู่ข้างตัวชายหนุ่ม
เ้าทิพลุกจากขอนไม้ หยิบดอกไม้ ธูปเทียนและชุดไฟที่เตรียมมาไปยังด้านหน้าของสถูปซึ่งหันสู่ลำน้ำเมื่อจุดธูปเทียนพร้อมวางดอกไม้ถวายแล้วจึงพนมมือภาวนาคำบูชาคุณพระพุทธเ้าและคุณพระมารดาจากนั้นเอื้อนวาจาบอกกล่าวต่อดวงพระิญญาของพระสนมจันทรา..
“ข้าแต่ท่านแม่ ลูกเกิดมาใต้ฤกษ์ยามอัปมงคลจนทำให้ชีวิตของท่านแม่พลอยสิ้นไปด้วย.. พรุ่งนี้คือวันประลองอาวุธคัดเลือกขุนพลนักษัตรของเมืองเราลูกเพียงหวังได้มีโอกาสทำคุณให้แผ่นดิน ลบล้างความผิดที่ติดตัวมาแต่กำเนิด หากแม้ต้องาเ็หรือตายไปลูกก็ยินดี.. ที่จะได้พบเจอท่านแม่ในสัมปรายภพ” กล่าวพลางมีน้ำไหลคลอออกจากดวงตา เพียงมินานก็ถูกหลังมือปาดแห้งไปกัดฟันก้มหน้านิ่ง..
เ้าทิพนั่งเฝ้าอยู่หน้าสถูปจนใกล้ค่ำแสงสว่างรำไรใกล้หมดสิ้น ได้ยินเสียงเรียกของคนพายเรือร้องดังมาแต่ไกลจึงไหว้ลาสถูปของพระมารดา เก็บข้าวของเครื่องมือแล้วเดินลงจากเนินลานสถูปซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำสักสอง่ตัวคนมายังริมขอบตลิ่งด้านล่างที่เรือมาเทียบรออยู่
“เป็อย่างไรบ้างละพ่อเรียบร้อยดีไหม”
เสียงลุงทาถามขึ้นทันทีที่เ้าทิพก้าวขึ้นมาบนเรือของแกลุงทาเป็ชาวบ้านซึ่งทำไร่และเรือกสวนอยู่ริมแม่น้ำด้านทิศตะวันออก ฝั่งตรงข้ามที่ตั้งสถูปความที่เป็คนบ้านนอกไม่ได้สุงสิงกับใครจิตใจจึงไม่ใคร่เหมือนคนในตัวเมืองความชังในตัวเ้าทิพแทบไม่เคยปรากฏออกมาเลย ชายหนุ่มให้เงินลุงทาเป็ค่าใช้สอยดูแลรักษาความเรียบร้อยขององค์สถูปและบริเวณโดยรอบทั้งคอยจัดหาดอกไม้มาไหว้องค์สถูปทุกวันขึ้น ๑ ค่ำของทุกเดือน ซึ่งเป็วันสิ้นพระชนม์ของพระสนมจันทรา
เงินที่เ้าทิพมอบให้ลุงทามาจากเงินเบี้ยหลวงประจำปีถ้าถือตามศักดิ์เ้าทิพควรได้เงินในอัตราลูกหลวง แต่เพราะพระเ้าปตานีไม่โปรดจึงได้รับเสมอเพียงหลานหลวงเป็จำนวนไม่มากไว้เลี้ยงตัวเงินนี้แม้เป็ชายเติบใหญ่ขึ้น มีศักดินากินบ้านกินแขวงหรือมีรายได้จากรับราชการหรือเมื่ออายุพ้น ๒๐ ปีจึงโปรดให้งด ถ้าเป็หญิงแม้ออกเรือนหรือมีผู้เลี้ยงดูจึงให้งดเมื่อเปรียบกับองค์ชายอัศวเมฆที่บัดนี้ได้บรรดาศักดิ์ใหญ่โตโปรดให้รับจังกอบอากร (ภาษี)ของสินค้าผ่านด่านไทรบุรีทั้งหมดนับว่าเปรียบเมล็ดข้าวบนฝ่ามือกับเมล็ดข้าวในยุ้งฉางเลยทีเดียว
“ลุงให้หญ้าให้น้ำม้ากินแล้วหรือยัง”เ้าทิพไม่ตอบคำ แต่ถามกลับเื่ม้าของตนที่ฝากไว้กับลุงทา
“โอ้ย ลุงทั้งอาบน้ำแปรงขนและเอาหญ้าเอาน้ำให้กินจนอิ่มไปแล้ว”ลุงแกตอบด้วยอารมณ์ดี ไม่ได้ถือสาที่เ้าทิพไม่ได้ตอบคำถามแก ด้วยรู้นิสัยชายหนุ่มที่ชอบเก็บตัวหลบผู้คน
--------------------------------------------------