เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 148 ซุนหงอคง VS ลูซิเฟอร์

            เมื่อซุนหงอคงประกาศท้าทายลูซิเฟอร์ เสียงของเขาดังก้องไปทั่วสนามรบ


            ทุกสายตาของเหล่าเทพเจ้าและเทพปีศาจต่างจ้องมองเขาด้วยความตกตะลึง


            ไม่คิดว่าเจ้าวานรผู้บ้าคลั่งจะกล้าประกาศท้าสู้กับลูซิเฟอร์ ผู้เป็นหนึ่งในมหาเทพปีศาจที่ทรงพลังที่สุด มหาเทพปีศาจผู้ถือครองหอกศักดิ์สิทธิ์แห่งการทำลายล้าง "ลองกินุส" อันทรงอานุภาพเหนือสิ่งใด


            “ทะ..ท้าทายท่านลูซิเฟอร์เนี่ยนะ ไอ้ลิงบ้านี่มันสมองผิดปกติไปหรือเปล่า?”


            “เหอะ มันไม่เคยเห็นความแข็งแกร่งของท่านลูซิเฟอร์น่ะสิ ต่อให้มันจะผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าถล่มสวรรค์ก็ตาม..”


            ความเงียบครอบคลุมอยู่ชั่วขณะ


            ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกระซิบกระซาบของเหล่าปีศาจที่ตกตะลึง


            ลูซิเฟอร์เป็นมหาเทพปีศาจที่แกร่งกล้ากว่ามหาบาปทั้งเจ็ด และมีพลังเหนือกว่านิกซ์ รวมถึงเทพปีศาจอื่นๆ เขาครอบครองพลังที่มีเพียงไม่กี่คนในโลกอาณาจักรแห่งเทพจะทัดเทียมได้


            หอกลองกินุสในมือเขานั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง นอกจากจะมีพลังอันมหาศาล มันยังถูกประดับด้วยคุณลักษณะ "ปีศาจเจ็ดประการ" ที่สามารถปลดปล่อยพลังที่แตกต่างกันทั้งเจ็ดประการได้ ทำให้มันทรงอำนาจยิ่งขึ้นอย่างไร้เทียมทาน


            ลองกินุสไม่ใช่เพียงแค่หอกธรรมดา แต่เป็นศัสตราวุธที่สร้างขึ้นเพื่อสังหารแม้กระทั่งเหล่าทวยเทพ ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของหอกลองกินุส หากถูกโจมตีเพียงครั้งเดียว จะต้องระเหยและสูญสลายไปในทันที ไม่ว่าจะเป็นเทพ ปีศาจ หรือผู้ใดก็ตาม


            ที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้น หอกลองกินุสยังสามารถใช้คุณลักษณะ “จักรรัตนะ” ในการทำลายอาวุธของคู่ต่อสู้ให้สลายหายไปได้


            หรือใช้ “อิตถีรัตนะ” เพื่อปิดผนึกพลังของศัตรูเพศหญิงได้ชั่วคราว


            ใช้พลังของ “อัสสรัตนะ” เคลื่อนย้ายตำแหน่งเป้าหมายในพริบตา


            รวมถึงการบงการ “มณีรัตนะ” ที่ย้ายเป้าหมายการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้ทันที


            “หัตถีรัตนะ” ช่วยให้ผู้ใช้บินได้อย่างรวดเร็ว


            “คณบดีรัตนะ” สร้างกองทัพจำลองขึ้นมาเพื่อรุมโจมตีอย่างต่อเนื่อง


            และ “ปริณายกรัตนะ” ที่ให้พลังโจมตีอันมหาศาล


            ทุกผู้คนต่างหวาดกลัวและหลบสายตาให้กับพลังของลูซิเฟอร์ที่เกินกว่าเทพปีศาจใดจะทัดเทียมได้ แต่นั่นกลับทำให้ซุนหงอคงยิ่งตื่นเต้น


            เขาหัวเราะก้องขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความบ้าคลั่ง ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความกระหายการต่อสู้


            “ลูซิเฟอร์ ไม่ว่าเจ้าจะมีพลังใด”


            “ข้าก็จะทำลายเจ้าในวันนี้!”


            ซุนหงอคงชี้พลองทองสมปรารถนาไปยังลูซิเฟอร์ การท้าทายของเขาช่างไร้ความหวาดหวั่นอย่างแท้จริง สายตาไร้ความกลัว ท้าทายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้า


            ลูซิเฟอร์หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีของซุนหงอคง ดวงตาแฝงไปด้วยความเย็นชาและแววตาที่สะท้อนถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่


            เขาไม่พูดอะไร เพียงควงหอกลองกินุสในมือหนึ่งรอบ หอกนั้นส่งเสียงหวีดหวิวแหวกอากาศด้วยแรงกดดันมหาศาล ราวกับจะบอกให้รู้ว่ามันพร้อมแล้วที่จะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า


            “ข้ารับคำท้า!”


            ลูซิเฟอร์เอ่ยเสียงเรียบเย็น


            จากนั้นก็พุ่งตัวออกมา เขาก้าวเดินบนอากาศ ราวกับไม่มีอะไรสามารถยับยั้งเขาได้


            ในพริบตานั้น ร่างของลูซิเฟอร์และซุนหงอคงก็หายวับไปจากสายตาของผู้ที่จับจ้องอยู่ เหล่าทวยเทพและเทพปีศาจต่างอ้าปากค้าง พวกเขาจ้องมองอากาศที่ไร้การเคลื่อนไหวรอบตัว


            “เปรี๊ยง!”


            ทันใดนั้นเอง กลางห้วงอากาศก็บังเกิดแรงปะทะอันรุนแรง พลังของมหาเทพและมหาเทพปีศาจที่เข้าปะทะกันจนเกิดแสงสว่างจ้า


            แผ่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง คลื่นพลังที่ระเบิดขึ้นทำให้สนามรบสั่นสะเทือน จนเหล่าเทพและปีศาจต้องถอยหนีไปคนละทิศละทาง


            ทั้งสองร่างโผล่กลับมาสู่สายตาอีกครั้ง ลูซิเฟอร์และซุนหงอคงต่างยืนอยู่เบื้องหน้ากัน


            พลังที่ปะทะกันทำให้พื้นที่โดยรอบถูกกดดันและบิดเบี้ยว ราวกับความจริงนั้นถูกทำลาย


            ลูซิเฟอร์มองไปยังซุนหงอคงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ดวงตาของเขาเยือกเย็นและน่าหวาดหวั่น


            เขาเงื้อหอกลองกินุสขึ้นสูง


            และทันใดนั้น พลังของจักรรัตนะที่ซ่อนอยู่ในหอกก็แผ่กระจายออกมา หอกลองกินุสเริ่มเปล่งแสงดำมืดที่ดูดกลืนแสงสว่างรอบข้าง จักรรัตนะอันแรกทำงาน สลายพลองทองในมือของซุนหงอคงให้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา


            “พลองทองของข้า?!!”


            ซุนหงอคงนิ่งไปเล็กน้อย เขาหัวเราะออกมาอีกครั้ง แม้พลองทองจะถูกทำลาย แต่ความบ้าคลั่งของเขายิ่งทวีคูณ


            “แล้วยังไงวะ!”


            เขากระโจนเข้าใส่ลูซิเฟอร์ด้วยหมัดและเข่า ปะทะกันอย่างรวดเร็ว


            ลูซิเฟอร์ใช้หอกลองกินุสปัดป้องและโจมตีสวนกลับ หมัดของซุนหงอคงปะทะกับหอกของลูซิเฟอร์อย่างรุนแรง


            เสียงปะทะดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า ความเร็วของการปะทะนั้นมากจนเหล่าเทพและปีศาจรอบข้างไม่สามารถตามสายตาทัน


            ลูซิเฟอร์แสยะยิ้มเย็นขณะใช้คุณลักษณะอันถัดมา “หัตถีรัตนะ” หอกลองกินุสพุ่งไปยังซุนหงอคงด้วยความเร็วสูงเกินหยั่ง ปล่อยหอกไปกลางอากาศ และหอกนั้นเปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วพุ่งเข้าใส่ซุนหงอคงจากมุมต่างๆราวกับเป็นหอกที่มีชีวิต


            ซุนหงอคงหัวเราะบ้าคลั่ง


            พลิกตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว และอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าโจมตีลูซิเฟอร์ในระยะประชิด


            ทั้งสองร่างเคลื่อนไหวดุจปีศาจบ้าคลั่งและทวยเทพสงคราม พวกเขาปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับการต่อสู้นี้ไม่มีวันสิ้นสุด


            เสียงปะทะดังกึกก้องสะท้อนทั่วสนามรบ ราวกับการต่อสู้ของเทพและปีศาจระดับสูงสุดที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้


            เหล่าทวยเทพและปีศาจต่างยืนมองการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยความหวาดกลัวและทึ่ง


            “ก๊ะ!ก๊ะ!ก๊ะ! สู้แบบมือเปล่ายังไงก็ไม่คุ้นชินกับรูปแบบเดิม”


            ในตอนนั้น เมื่อพลองทองสมปรารถนาของซุนหงอคงที่ควรจะสลายไปกลับปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง


            ดวงตาของเหล่าเทพและปีศาจที่กำลังเฝ้ามองการต่อสู้ต่างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง


            ลูซิเฟอร์เองก็จ้องมองพลองนั้นด้วยสายตาที่มีแต่ความสงสัย ทว่าไม่ทันได้คิดหาคำตอบ ซุนหงอคงก็พุ่งเข้าโจมตีด้วยความเร็วเหนือชั้น


            ร่างกายที่ปราศจากพลองเมื่อครู่ บัดนี้กลับมีพลองทองเปล่งประกายราวกับดวงตะวันแผดเผาที่สะท้อนประกายเปลวเพลิง ขณะที่พลองทองของเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งเนตรอัคคีทองคำสุวรรณ ความร้อนแรงและพลังนั้นเพิ่มขึ้นจนทำให้แม้แต่อากาศรอบตัวลุกเป็นไฟ


            “รับมือ!”


            ซุนหงอคงคำราม ขณะที่เหวี่ยงพลองทองออกไปอย่างเต็มแรง พลังมหาศาลกระแทกเข้าใส่ลูซิเฟอร์จนร่างของเขาปลิวกระเด็นลงไปกระแทกกับพื้นดินราซารัส เสียงปะทะดังสนั่น แผ่นดินแยกออกเป็นเส้นสายราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่


            ผู้คนรอบข้างต่างรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงนั้น และยังไม่ทันที่ฝุ่นควันจะจางหายไป เสียงหัวเราะของซุนหงอคงก็ดังก้องขึ้นอีกครั้ง


            “จะพยายามทำลายพลองทองของข้าให้ได้อย่างนั้นหรือ ลูซิเฟอร์?”


            ซุนหงอคงกล่าวด้วยน้ำเสียงอวดดี รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าของเขา


            “ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิต พลองของข้าก็จะยังคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์!”


            โอดินเองก็พยักหน้ารับ เขาซึ่งเฝ้าดูอยู่ห่างๆได้อธิบายถึงพลังอันมหัศจรรย์ของพลองทองสมปรารถนาแก่เหล่าผู้ที่มองดูอย่างตกใจ


            “อาวุธคู่กายเหล่านี้ไม่อาจถูกทำลายได้โดยง่าย มันคือส่วนหนึ่งของดวงจิตเทพเจ้าและเทพปีศาจ เป็นดังเงาของผู้ครอบครอง..”


            “ตราบใดที่จิตวิญญาณของเทพนั้นยังคงอยู่ อาวุธเหล่านี้ก็จะคงอยู่ต่อไป”


            “เหมือนดั่งหอกกุงเนียร์ของข้า”


            “ดาบศักดิ์สิทธิ์และโล่อีจิสของอาเธน่า”


            “และค้อนสายฟ้าโยเนียร์ของธอร์ มันคือสิ่งที่สื่อถึงอำนาจแห่งเทพของพวกเรา”


            โอดินกล่าวอย่างมั่นใจ สายตาของเขาจ้องมองไปยังซุนหงอคงและลูซิเฟอร์ที่ยังคงไม่ยอมถอยห่างกันแม้แต่นิด


    คล้ายกับเรื่องเกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า ที่คุณอ่าน