เมื่อซุนหงอคงประกาศท้าทายลูซิเฟอร์ เสียงของเขาดังก้องไปทั่วสนามรบ
ทุกสายตาของเหล่าเทพเจ้าและเทพปีศาจต่างจ้องมองเขาด้วยความตกตะลึง
ไม่คิดว่าเจ้าวานรผู้บ้าคลั่งจะกล้าประกาศท้าสู้กับลูซิเฟอร์ ผู้เป็นหนึ่งในมหาเทพปีศาจที่ทรงพลังที่สุด มหาเทพปีศาจผู้ถือครองหอกศักดิ์สิทธิ์แห่งการทำลายล้าง "ลองกินุส" อันทรงอานุภาพเหนือสิ่งใด
“ทะ..ท้าทายท่านลูซิเฟอร์เนี่ยนะ ไอ้ลิงบ้านี่มันสมองผิดปกติไปหรือเปล่า?”
“เหอะ มันไม่เคยเห็นความแข็งแกร่งของท่านลูซิเฟอร์น่ะสิ ต่อให้มันจะผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าถล่มสวรรค์ก็ตาม..”
ความเงียบครอบคลุมอยู่ชั่วขณะ
ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกระซิบกระซาบของเหล่าปีศาจที่ตกตะลึง
ลูซิเฟอร์เป็นมหาเทพปีศาจที่แกร่งกล้ากว่ามหาบาปทั้งเจ็ด และมีพลังเหนือกว่านิกซ์ รวมถึงเทพปีศาจอื่นๆ เขาครอบครองพลังที่มีเพียงไม่กี่คนในโลกอาณาจักรแห่งเทพจะทัดเทียมได้
หอกลองกินุสในมือเขานั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง นอกจากจะมีพลังอันมหาศาล มันยังถูกประดับด้วยคุณลักษณะ "ปีศาจเจ็ดประการ" ที่สามารถปลดปล่อยพลังที่แตกต่างกันทั้งเจ็ดประการได้ ทำให้มันทรงอำนาจยิ่งขึ้นอย่างไร้เทียมทาน
ลองกินุสไม่ใช่เพียงแค่หอกธรรมดา แต่เป็นศัสตราวุธที่สร้างขึ้นเพื่อสังหารแม้กระทั่งเหล่าทวยเทพ ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของหอกลองกินุส หากถูกโจมตีเพียงครั้งเดียว จะต้องระเหยและสูญสลายไปในทันที ไม่ว่าจะเป็นเทพ ปีศาจ หรือผู้ใดก็ตาม
ที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้น หอกลองกินุสยังสามารถใช้คุณลักษณะ “จักรรัตนะ” ในการทำลายอาวุธของคู่ต่อสู้ให้สลายหายไปได้
หรือใช้ “อิตถีรัตนะ” เพื่อปิดผนึกพลังของศัตรูเพศหญิงได้ชั่วคราว
ใช้พลังของ “อัสสรัตนะ” เคลื่อนย้ายตำแหน่งเป้าหมายในพริบตา
รวมถึงการบงการ “มณีรัตนะ” ที่ย้ายเป้าหมายการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้ทันที
“หัตถีรัตนะ” ช่วยให้ผู้ใช้บินได้อย่างรวดเร็ว
“คณบดีรัตนะ” สร้างกองทัพจำลองขึ้นมาเพื่อรุมโจมตีอย่างต่อเนื่อง
และ “ปริณายกรัตนะ” ที่ให้พลังโจมตีอันมหาศาล
ทุกผู้คนต่างหวาดกลัวและหลบสายตาให้กับพลังของลูซิเฟอร์ที่เกินกว่าเทพปีศาจใดจะทัดเทียมได้ แต่นั่นกลับทำให้ซุนหงอคงยิ่งตื่นเต้น
เขาหัวเราะก้องขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความบ้าคลั่ง ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความกระหายการต่อสู้
“ลูซิเฟอร์ ไม่ว่าเจ้าจะมีพลังใด”
“ข้าก็จะทำลายเจ้าในวันนี้!”
ซุนหงอคงชี้พลองทองสมปรารถนาไปยังลูซิเฟอร์ การท้าทายของเขาช่างไร้ความหวาดหวั่นอย่างแท้จริง สายตาไร้ความกลัว ท้าทายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้า
ลูซิเฟอร์หรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีของซุนหงอคง ดวงตาแฝงไปด้วยความเย็นชาและแววตาที่สะท้อนถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่
เขาไม่พูดอะไร เพียงควงหอกลองกินุสในมือหนึ่งรอบ หอกนั้นส่งเสียงหวีดหวิวแหวกอากาศด้วยแรงกดดันมหาศาล ราวกับจะบอกให้รู้ว่ามันพร้อมแล้วที่จะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“ข้ารับคำท้า!”
ลูซิเฟอร์เอ่ยเสียงเรียบเย็น
จากนั้นก็พุ่งตัวออกมา เขาก้าวเดินบนอากาศ ราวกับไม่มีอะไรสามารถยับยั้งเขาได้
ในพริบตานั้น ร่างของลูซิเฟอร์และซุนหงอคงก็หายวับไปจากสายตาของผู้ที่จับจ้องอยู่ เหล่าทวยเทพและเทพปีศาจต่างอ้าปากค้าง พวกเขาจ้องมองอากาศที่ไร้การเคลื่อนไหวรอบตัว
“เปรี๊ยง!”
ทันใดนั้นเอง กลางห้วงอากาศก็บังเกิดแรงปะทะอันรุนแรง พลังของมหาเทพและมหาเทพปีศาจที่เข้าปะทะกันจนเกิดแสงสว่างจ้า
แผ่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง คลื่นพลังที่ระเบิดขึ้นทำให้สนามรบสั่นสะเทือน จนเหล่าเทพและปีศาจต้องถอยหนีไปคนละทิศละทาง
ทั้งสองร่างโผล่กลับมาสู่สายตาอีกครั้ง ลูซิเฟอร์และซุนหงอคงต่างยืนอยู่เบื้องหน้ากัน
พลังที่ปะทะกันทำให้พื้นที่โดยรอบถูกกดดันและบิดเบี้ยว ราวกับความจริงนั้นถูกทำลาย
ลูซิเฟอร์มองไปยังซุนหงอคงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ดวงตาของเขาเยือกเย็นและน่าหวาดหวั่น
เขาเงื้อหอกลองกินุสขึ้นสูง
และทันใดนั้น พลังของจักรรัตนะที่ซ่อนอยู่ในหอกก็แผ่กระจายออกมา หอกลองกินุสเริ่มเปล่งแสงดำมืดที่ดูดกลืนแสงสว่างรอบข้าง จักรรัตนะอันแรกทำงาน สลายพลองทองในมือของซุนหงอคงให้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
“พลองทองของข้า?!!”
ซุนหงอคงนิ่งไปเล็กน้อย เขาหัวเราะออกมาอีกครั้ง แม้พลองทองจะถูกทำลาย แต่ความบ้าคลั่งของเขายิ่งทวีคูณ
“แล้วยังไงวะ!”
เขากระโจนเข้าใส่ลูซิเฟอร์ด้วยหมัดและเข่า ปะทะกันอย่างรวดเร็ว
ลูซิเฟอร์ใช้หอกลองกินุสปัดป้องและโจมตีสวนกลับ หมัดของซุนหงอคงปะทะกับหอกของลูซิเฟอร์อย่างรุนแรง
เสียงปะทะดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า ความเร็วของการปะทะนั้นมากจนเหล่าเทพและปีศาจรอบข้างไม่สามารถตามสายตาทัน
ลูซิเฟอร์แสยะยิ้มเย็นขณะใช้คุณลักษณะอันถัดมา “หัตถีรัตนะ” หอกลองกินุสพุ่งไปยังซุนหงอคงด้วยความเร็วสูงเกินหยั่ง ปล่อยหอกไปกลางอากาศ และหอกนั้นเปลี่ยนทิศทางด้วยความเร็วพุ่งเข้าใส่ซุนหงอคงจากมุมต่างๆราวกับเป็นหอกที่มีชีวิต
ซุนหงอคงหัวเราะบ้าคลั่ง
พลิกตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว และอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าโจมตีลูซิเฟอร์ในระยะประชิด
ทั้งสองร่างเคลื่อนไหวดุจปีศาจบ้าคลั่งและทวยเทพสงคราม พวกเขาปะทะกันครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับการต่อสู้นี้ไม่มีวันสิ้นสุด
เสียงปะทะดังกึกก้องสะท้อนทั่วสนามรบ ราวกับการต่อสู้ของเทพและปีศาจระดับสูงสุดที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
เหล่าทวยเทพและปีศาจต่างยืนมองการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยความหวาดกลัวและทึ่ง
“ก๊ะ!ก๊ะ!ก๊ะ! สู้แบบมือเปล่ายังไงก็ไม่คุ้นชินกับรูปแบบเดิม”
ในตอนนั้น เมื่อพลองทองสมปรารถนาของซุนหงอคงที่ควรจะสลายไปกลับปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
ดวงตาของเหล่าเทพและปีศาจที่กำลังเฝ้ามองการต่อสู้ต่างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ลูซิเฟอร์เองก็จ้องมองพลองนั้นด้วยสายตาที่มีแต่ความสงสัย ทว่าไม่ทันได้คิดหาคำตอบ ซุนหงอคงก็พุ่งเข้าโจมตีด้วยความเร็วเหนือชั้น
ร่างกายที่ปราศจากพลองเมื่อครู่ บัดนี้กลับมีพลองทองเปล่งประกายราวกับดวงตะวันแผดเผาที่สะท้อนประกายเปลวเพลิง ขณะที่พลองทองของเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งเนตรอัคคีทองคำสุวรรณ ความร้อนแรงและพลังนั้นเพิ่มขึ้นจนทำให้แม้แต่อากาศรอบตัวลุกเป็นไฟ
“รับมือ!”
ซุนหงอคงคำราม ขณะที่เหวี่ยงพลองทองออกไปอย่างเต็มแรง พลังมหาศาลกระแทกเข้าใส่ลูซิเฟอร์จนร่างของเขาปลิวกระเด็นลงไปกระแทกกับพื้นดินราซารัส เสียงปะทะดังสนั่น แผ่นดินแยกออกเป็นเส้นสายราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
ผู้คนรอบข้างต่างรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงนั้น และยังไม่ทันที่ฝุ่นควันจะจางหายไป เสียงหัวเราะของซุนหงอคงก็ดังก้องขึ้นอีกครั้ง
“จะพยายามทำลายพลองทองของข้าให้ได้อย่างนั้นหรือ ลูซิเฟอร์?”
ซุนหงอคงกล่าวด้วยน้ำเสียงอวดดี รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าของเขา
“ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิต พลองของข้าก็จะยังคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์!”
โอดินเองก็พยักหน้ารับ เขาซึ่งเฝ้าดูอยู่ห่างๆได้อธิบายถึงพลังอันมหัศจรรย์ของพลองทองสมปรารถนาแก่เหล่าผู้ที่มองดูอย่างตกใจ
“อาวุธคู่กายเหล่านี้ไม่อาจถูกทำลายได้โดยง่าย มันคือส่วนหนึ่งของดวงจิตเทพเจ้าและเทพปีศาจ เป็นดังเงาของผู้ครอบครอง..”
“ตราบใดที่จิตวิญญาณของเทพนั้นยังคงอยู่ อาวุธเหล่านี้ก็จะคงอยู่ต่อไป”
“เหมือนดั่งหอกกุงเนียร์ของข้า”
“ดาบศักดิ์สิทธิ์และโล่อีจิสของอาเธน่า”
“และค้อนสายฟ้าโยเนียร์ของธอร์ มันคือสิ่งที่สื่อถึงอำนาจแห่งเทพของพวกเรา”
โอดินกล่าวอย่างมั่นใจ สายตาของเขาจ้องมองไปยังซุนหงอคงและลูซิเฟอร์ที่ยังคงไม่ยอมถอยห่างกันแม้แต่นิด