บทที่ 53 เธอเป็นแม่ของผม!
เมื่อหานชิงอวี่เลื่อนลงมา ก็เจอกับโพสต์ที่เพิ่งจะปรากฏอยู่ด้านล่างเป็นรูปภาพสองรูป
หนึ่งในนั้นเป็นภาพที่อวี๋ฟางแม่ของหานชิงอวี่เข้ามาในห้องทำงานของคณบดี และภาพที่สองเป็นภาพที่อวี๋ฟางถูกถ่ายตอนเปิดประตูบ้านในชุมชน
สิ่งที่สำคัญที่สุดในภาพที่สองคือ มีข้อมูลส่วนตัวของหานชิงอวี่ถูกเปิดเผยอย่างคลุมเครือ หากสิ่งนี้ถูกเผยแพร่เป็นสาธารณะบนอินเทอร์เน็ต เดิมทีก็ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาอะไร ถึงอย่างไรทั้งสองคนก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไปอยู่แล้ว ทุกคนก็คงขี้เกียจเกินกว่าจะไล่ตามขนาดนั้น
แต่ในเมื่อโพสต์นี้ถูกโพสต์ในเว็บบอร์ดของโรงพยาบาล และในโรงพยาบาลไม่เพียงแต่มีคนหลายคนที่รู้จักหานชิงอวี่ที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในตอนนี้เท่านั้น แต่ช่วงนี้หลายคนยังได้เห็นตัวแทนของบริษัททางการแพทย์ที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวในโรงพยาบาลอยู่บ่อย ๆ อีกด้วย
หากมีการจัดทำรายชื่อบุคคลที่เป็นที่นิยมในเว็บบอร์ดของโรงพยาบาล สองคนนี้จะต้องอยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการแน่นอน
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ ในตอนนี้เองโพสต์นี้ก็ได้พาให้ทั้งสองคนมาเกี่ยวข้องกันจริง ๆ ในทันทีที่ความร้อนแรงในเว็บบอร์ดปะทุขึ้น
เมื่อเห็นว่าหานชิงอวี่ไม่ได้พูดอะไร เจิ้งอวิ๋นก็ไม่ได้พูดอะไรมากเช่นกัน แต่ได้กระซิบโน้มน้าวจากด้านข้าง
“รีบไปที่ห้องทำงานของคณบดีแล้วอธิบายหน่อยเถอะ นายยังมีอนาคตที่สดใส อย่าให้ติดอยู่กับเรื่องวุ่นวายนี้เลย”
หานชิงอวี่ที่เพิ่งตื่นจากความฝัน เมื่อครู่ตนเกือบถูกทำให้โกรธจนเสียสติแล้ว ตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดของเจิ้งอวิ๋น จึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสงบสติอารมณ์ชั่วคราว
ตั้งแต่เด็กจนโตเขาก็อยากเป็นหมอที่ดีมาตลอด และในฐานะหมอที่ดี บุคลิกที่เงียบสงบก็เป็นปัจจัยที่จำเป็นอย่างหนึ่ง
เมื่อคิดคร่าว ๆ ในใจ ไม่ว่าจะมองอย่างไร เรื่องนี้มันต้องเป็นฝีมือของเฉินฟาแน่ ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันและทำงานในโรงพยาบาลเดียวกัน สถานที่ในรูปทั้งสองแห่งก็เป็นที่ที่เขาอาจจะปรากฏตัวได้
ดังนั้นเฉินฟาจึงน่าสงสัยอย่างมาก!
ขณะที่หานชิงอวี่กำลังวิเคราะห์เหตุการณ์นี้ในใจอย่างเงียบ ๆ แพทย์หนุ่มก็เดินไปถึงที่หน้าประตูห้องทำงานของคณบดีแล้ว
หลังจากสูดหายใจเข้าลึก ๆ ที่หน้าประตูห้องทำงาน ในที่สุดหานชิงอวี่ก็ตัดสินใจเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป
ในห้องทำงานที่มีกลิ่นชาและยาฆ่าเชื้อผสมผสานกัน จ้าวชิงซงกำลังดื่มชาและเปิดดูโทรศัพท์ ดูเหมือนกำลังอ่านอะไรบางอย่างอยู่
หานชิงอวี่ไม่กล้ารบกวนเขา เลยได้แต่นั่งเงียบบนเก้าอี้ใกล้ ๆ เหมือนกำลังรอให้จ้าวชิงซงอ่านจบ
แต่ใครจะคิดว่าจ้าวชิงซงจะกระแอมไอขึ้นมาเล็กน้อยในขณะนั้น และเงยหน้าขึ้นมองหานชิงอวี่ "ในที่สุดนายก็ยอมมาแล้วเหรอ?”
“อธิบายมาสิ ว่าคนในรูปคือใคร?”
อันที่จริงแล้วก็ไม่สามารถตำหนิจ้าวชิงซงที่เป็นคนช่างพูดได้ ในยุคปัจจุบันนี้ไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็สามารถกลายเป็นที่นิยมได้ทั้งสิ้น
หากคนที่โพสต์บนเว็บบอร์ดส่งรูปถ่ายตรงหน้าไปยังสื่อที่ชอบปล่อยข่าวโจมตีเหล่านั้น ประกอบกับการเขียนคำอธิบายที่สะดุดตา ไม่แน่ว่าเรื่องราวอาจจะน่ากลัวยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็ได้
เมื่อถึงเวลานั้นเกรงว่าจะไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของหานชิงอวี่ เพราะแม้แต่ชื่อเสียงของโรงพยาบาลก็คงจะได้รับผลกระทบด้วย
หากสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนก่อนที่สถานการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้น ทั้งหานชิงอวี่และโรงพยาบาลก็ยังคงอยู่ในความสงบ
เดิมทีจ้าวชิงซงคาดหวังให้แพทย์หนุ่มตรงหน้าชี้แจงทันทีว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
เขายังสามารถพูดกับตนได้ว่า นี่เป็นภาพของเพื่อนชาวเน็ตน่าเบื่อหน่ายหรือเป็นภาพที่ถูกตัดต่อออกมาโดยการใช้โฟโต้ช็อป
แต่หานชิงอวี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าตนในตอนนี้ ท่าทางดูเหมือนไม่มีอะไรจะพูด
“เอ่อ… ท่านคณบดีครับ คนที่อยู่ในรูปกับผมไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบที่บอกไว้ในโพสต์เลยนะครับ”
ตอนนี้หานชิงอวี่รู้สึกแย่มากจริง ๆ อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากจะเปิดเผยเรื่องครอบครัวของตนเองเลย หลังจากที่ฐานะทางบ้านของตนถูกทุกคนล่วงรู้เข้าแล้ว ก็คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์ดวงดาวล้อมรอบดวงจันทร์*[1]
หลังจากเห็นสภาพอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ของหานชิงอวี่แล้ว จ้าวชิงซงก็พึมพำอยู่ในใจเช่นกัน
ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบนั้น แล้วเป็นความสัมพันธ์แบบไหนล่ะ? เมื่อมองหานชิงอวี่คนตรงหน้าที่มักจะพูดจาฉะฉาน แต่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนเป็นพูดจาคลุมเครือแบบนี้
ความสงสัยทำให้หัวใจของจ้าวชิงซงค่อย ๆ เย็นเฉียบ
ถึงอย่างไรหานชิงอวี่ที่อยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นสำเนียงการพูดหรือเนื้อหาการพูด ฟังดูเหมือนกับกำลังใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการเถียงข้าง ๆ คู ๆ
นัยน์ตาจ้าวชิงซงเปลี่ยนเป็นคมกริบในชั่วขณะนั้น เมื่อเป็นถึงคณบดีของโรงพยาบาล ในที่สุดเขาก็แสดงให้เห็นถึงอำนาจในฐานะคณบดีต่อหน้าหานชิงอวี่
“เสี่ยวหาน นายบอกว่าคนในโพสต์กับนายไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้น แต่เรื่องนี้ควรต้องมีคำอธิบายหน่อยไม่ใช่เหรอ? เป็นรูปที่ถูกตัดต่อ หรือเป็นเพื่อนที่รู้จักธรรมดาทั่วไป? ถ้านายมีเรื่องกังวลอะไรก็คุยกับฉันตรง ๆ ได้เลย ฉันเป็นถึงคณบดีของโรงพยาบาลเรา ฉันช่วยนายหาทางออกได้แน่นอน…”
ความสงสัยของเขาในที่สุดก็ถูกถามออกมาเป็นชุด อย่างไรเสียสิ่งที่น่ากลัวในข่าวลือก็ยังจริงครึ่งไม่จริงครึ่ง เขารู้จักคนที่อยู่ในภาพจริง ๆ เธอก็คือตัวแทนของบริษัททางการแพทย์ที่เข้ามาหารือในเรื่องธุรกิจที่โรงพยาบาลเมื่อสองวันก่อน แถมยังเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอีกด้วย
ดูแล้วอายุน่าจะสามสิบขึ้นไป ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้งเธอยังสาวและสวยด้วย แล้วหานชิงอวี่ฐานะชายหนุ่ม หากมีอะไรเกิดขึ้นจริงก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องผิดพลาดอะไร เพียงแต่หลังจากที่รูปภาพหลุดไปพร้อมกับพาดหัวข่าวที่เป็นประเด็น มันจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของชายหนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จ้าวชิงซงอยากเป็นผู้แถลงการณ์ให้กับหานชิงอวี่ และจัดการเรื่องซุบซิบเหล่านี้ให้เขา
แต่เสี่ยวหานคนนี้ เขาไม่ให้ความร่วมมือเนี่ยสิ!
เมื่อจ้าวชิงซงที่กังวลเกี่ยวกับสถานะของหานชิงอวี่อยู่ หานชิงอวี่ที่เห็นใบหน้าอมทุกข์ของแพทย์ชราก็เริ่มอธิบายอย่างช่วยไม่ได้ “ผู้อำนวยการจ้าว เธอกับผมไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบในโพสต์นั้นจริง ๆ”
“นั่นก็เพราะว่า เธอเป็นแม่ของผมครับ!”
จ้าวชิงซงรู้สึกเหมือนมีเสียงวิ้งอยู่ในหัวของเขา ได้นั่งเก้าอี้คณบดีตั้งหลายปี กลายเป็นผู้บริหารมือหนึ่งของโรงพยาบาล แน่นอนว่าจ้าวชิงซงอาศัยมากกว่าประสบการณ์ทางการแพทย์ของเขา รวมถึงต้องสามารถมองทะลุเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์อีกด้วย
จากการเข้าร่วมสัมมนามานับไม่ถ้วน จ้าวชิงซงสามารถพูดปราศรัยและเคลื่อนไหวท่ามกลางผู้เชี่ยวชาญและผู้นำต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้ถูกหานชิงอวี่ที่อยู่ตรงหน้าทำให้ตกใจจนช็อก เขารู้สึกได้ว่าสมองของตัวเองเหมือนจะมีปัญหาเล็กน้อย
“นายหมายความว่า เธอคนนั้นเป็น…แม่เหรอ?” จ้าวชิงซงพูดประโยคตรงหน้าออกมาด้วยความยากลำบาก
ที่ตนพูดออกมาแบบนี้เพราะมันมีเหตุผล หานชิงอวี่ดูอย่างไรก็เหมือนคนอายุยี่สิบปีขึ้นไป แต่ผู้หญิงบนรูปถ่ายกลับดูเหมือนคนที่อายุประมาณสามสิบเท่านั้น ตอนทำงาน จ้าวชิงซงก็ยังปฏิบัติกับเธอเหมือนกับเธอเป็นหญิงสาวที่อายุสามสิบกว่า ๆ อยู่เลย
จู่ ๆ หานชิงอวี่ก็พูดออกมาว่านี่คือแม่ของเขา ซึ่งมันยากที่จะทำใจยอมรับได้
เมื่อเห็นท่าทางของจ้าวชิงซงแล้ว หานชิงอวี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจ เลื่อนหารูปภาพตอนยังเด็กของตนเองก่อนไปวางไว้ตรงหน้าของแพทย์อาวุโส
เมื่อได้เห็นแล้ว แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จากโรงพยาบาลอย่างจ้าวชิงซง ก็อดไม่ได้ที่จะมึนงงตัวแข็งอยู่กับที่
[1]ดวงดาวล้อมรอบดวงจันทร์ หมายถึง ผู้คนที่ล้อมรอบบุคคลอันทรงเกียรติ