ณ เรือนบัณฑิต
ซือหยีถูกเรียกให้ไปพบท่านอาจารย์หยางซู
“นี่คืออะไรหรือเ้าคะนายท่าน” ซือหยีสงสัย
“ใบเซียมซีไต้ซืออู่หลางได้มาขอให้ข้าเขียนใบเซียมซีให้เ้าจงนำไปไว้ในอารามที่วัดเสิ่นต้าเถิด” อาจารย์หยางซูยื่นห่อผ้าที่หุ้มใบเซียมซีเป็จำนวนมาก
“ท่านแต่งคำทำนายเองเลยหรือเ้าคะ” ซือหยีทึ่ง
“ท่านนักพรตได้เขียนคำทำนายให้คร่าวๆส่วนข้าได้รับมอบหมายให้แต่งเป็บทกลอนโดยใช้ถ้อยคำให้ดูสละสลวยมากยิ่งขึ้นเท่านั้นเ้าควรแอบไปจัดวางล่ะ อย่าให้ใครเห็น ไม่เช่นนั้นหากชาวบ้านรู้ พวกเขาอาจรู้สึกไม่เลื่อมใสก็เป็ได้”ท่านอาจารย์หยางซูกล่าว
“ข้าทราบแล้วเ้าค่ะ”ซือหยีรับห่อผ้ามา
“ต้องรบกวนเ้าแล้ว”แม้ท่านอาจารย์จะหายแล้ว แต่สภาพร่างกายยังไม่แข็งแรงดี
“ข้าจะรีบไปรีบมาเ้าค่ะ”ซือหยีทำท่าคารวะก่อนออกไป
“ระวังตัวด้วย” ท่านอาจารย์กล่าวจบก็เดินเข้าไปในห้องตำราเพื่ออ่านตำราต่อ
. ******************************
ซือหยีเดินทางมาถึงวัดั้แ่เช้าตรู่เพราะนางไม่้าให้ใครเห็นว่านางเป็คนนำคำทำนายไปวางไว้ตรงตำแหน่งอ่านคำทำนายและเนื่องจากเซียมซีมีทั้งหมด 31 หมายเลขต้องใช้เวลาพอสมควรในการจัดเรียงให้เป็ระเบียบ พอเรียงเสร็จ กำลังจะเดินกลับแต่ทว่านางได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเข้ามาเพื่อไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอารามแห่งนี้ซือหยีจำต้องหลบด้านหลังเ้าแม่กวนอิมเสียก่อน
“คุณหนูเผิงเหนียงเ้าคะชาวบ้านเล่าลือกันว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มากเลยนะเ้าคะ” สาวใช้กล่าว
“งั้นดีเลยเราจะได้ขอพรให้สมหวังในความรักเสียที” เผิงเหนียงกำลังจะคุกเข่าและพนมมือขอพรแต่ทว่าอยู่ดีๆก็มีชายชุดดำถือดาบมาจ่อที่คอหญิงสาว
สองสาวกำลังกรี๊ด แต่ชายคนนั้นรีบตะคอก “อย่าร้อง ไม่เช่นนั้น ข้าฆ่าพวกเ้าแน่ ส่งของมีค่ามาเดี๋ยวนี้”
เผิงเหนียงและสาวใช้จำต้องยอมถอดสร้อยมุกกำไลหยก แหวน และส่งห่ออัฐให้กับโจรผู้นั้น
ซือหยีที่เห็นเหตุการณ์กำลังจะลุกออกไปช่วยแต่ทว่าคนร้ายกลับะโหนีไปทันที นางเลยจำต้องหลบอยู่ที่เดิม
“คุณหนูเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”สาวใช้ช่วยประคองเ้านาย
“เ้ารีบไปแจ้งทางการข้าจะเอาเื่มันให้ถึงที่สุด ข้าเชื่อว่ามันหนีไปได้ไม่ไกลหรอก” เผิงเหนียงกล่าวด้วยความแค้น
“คุณหนูไปแจ้งท่านไต้ซือนะเ้าค่ะท่านจะได้ให้ลูกศิษย์ช่วยกันปิดล้อมคนร้ายไว้” สาวใช้แนะนำ
“ได้เ้ารีบไปแจ้งทางการเร็วเข้า” เผิงเหนียงกล่าว
เนื่องจากเผิงเหนียงเป็ถึงบุตรสาวท่านอำมาตย์ทำให้มือปราบมาถึงที่วัดอย่างรวดเร็ว
. ******************************
ชายวัยฉกรรจ์คนหนึ่งเขาไว้หนวดไว้เครา ผมเผ้าค่อนข้างยุ่งเหยิง ลักษณะเดินทางมาไกลเขามองเห็นชายชุดดำวิ่งผ่าน ด้วยความสงสัย เขาก็เลยวิ่งตามคนร้ายไปซึ่งเขากำลังจะจับชายชุดดำที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยได้ แต่กลับถูกมือปราบหลายคนกรูกันเข้ามาจับกุมเขาไว้
“จับข้าทำไมข้าทำอะไรผิด” ชายฉกรรจ์กล่าวเสียงดัง
“เ้าเป็คนร้ายของมีค่าอยู่ที่ไหน เอามาคืนเดี๋ยวนี้” เ้าหน้าที่เค้นถาม
“ข้าไม่ใช่คนร้ายข้าบังเอิญผ่านมาที่วัดแห่งนี้เท่านั้น” ชายฉกรรจ์พยายามแก้ตัว
“ชายคนนี้แหละเ้าค่ะที่ปล้นชิงสินทรัพย์ของข้า”เผิงเหนียงกล่าวอย่างมั่นใจ
“เ้าเห็นหน้าคนร้ายงั้นหรือ”ชายฉกรรจ์สงสัย
“ถึงเขาจะสวมชุดดำอำพรางตนแต่ชายคนนั้นก็มีโครงสร้างร่างกายเหมือนท่านนี่แหละ” เผิงเหนียงมั่นใจมาก
“เป็ความจริงขอรับข้าเห็นชายคนนี้เปลี่ยนชุดในป่าด้านโน้น” ชายสำอางถือพัดเดินออกมาเพื่อเป็พยานว่าเห็นคนร้าย
“พวกเราไม่ได้มีความแค้นต่อกันเหตุใดต้องปรักปรำข้าด้วย” ชายฉกรรจ์ไม่เข้าใจ
“ข้าเห็นจริงๆนะขอรับ”ชายสำอางยืนยันเสียงแข็ง
“ไป ไปสอบปากคำที่ศาล” มือปราบกล่าว
ซือหยีผู้เห็นเหตุการณ์ด้วยเหมือนกันนางจึงเดินตามมือปราบไปที่ศาล
. ******************************
ใต้เท้าผู้ตัดสินคดีสอบถาม“เ้านำสินทรัพย์ของเ้าทุกข์ไปไว้ที่ไหน บอกมาเดี๋ยวนี้”
“ข้าน้อยไม่ใช่คนร้ายข้าน้อยถูกปรักปรำขอรับ” ชายฉกรรจ์กล่าว
“เรียนใต้เท้าข้าจดจำชายคนร้ายได้ ต้องเป็เขาแน่ๆเ้าค่ะ” เผิงเหนียงยืนยัน
“แต่เ้าไม่ได้เห็นหน้าคนร้ายเสียหน่อย”ชายฉกรรจ์รู้ว่าคนร้ายปิดบังหน้าตา
“ใครๆก็มองออกว่าเ้าเป็คนร้าย”เผิงเหนียงตัดสินโดยดูจากรูปลักษณ์ภายนอก
“เ้าดูคนแต่เพียงภายนอก”ชายฉกรรจ์โมโห
“เลิกเถียงกันเดี๋ยวนี้เรายังไม่อนุญาตให้พูด ห้ามพูดแทรกเด็ดขาด” ใต้เท้าเตือน
“เ้าค่ะใต้เท้า” เผิงเหนียงยอมเงียบ
“เ้ายังไม่ยอมรับอีกอย่างนั้นหรืองั้นเบิกตัวพยาน” ใต้เท้ากล่าว
ชายสำอางที่ถือพัดราวกับคุณชายเดินเข้ามาในศาลพร้อมกับคุกเข่าให้ “ข้าน้อย ฉีเผิง คำนับใต้เท้า”
“เ้าเห็นคนร้ายเปลี่ยนชุดที่ป่าด้านหลังวัดคนที่เ้าเห็นใช่ชายคนนี้หรือไม่” ใต้เท้าสอบถาม
“ใช่แล้วขอรับชายผู้นี้วิ่งออกมาจากอาราม จากนั้นก็หลบหนีไปที่หลังวัดข้าเห็นเขาเปลี่ยนเป็ชุดชาวบ้านดังที่เขาสวมใส่อยู่ในขณะนี้ผ่านไปไม่นานแม่นางผู้เสียหายก็รีบนำทางให้มือปราบมาจับชายคนนี้ขอรับ” ฉีเผิงเล่า
“เ้ามีอะไรจะพูดอีกมั้ย”ใต้เท้าหันไปถามชายฉกรรจ์
“ข้าน้อยไม่ใช่คนร้ายขอรับผู้ต้องสงสัยเป็ฉีเผิงต่างหาก ข้าเห็นชายชุดดำวิ่งผ่านหน้าไป ข้ากำลังจะตามไปสักพักก็เห็นชายคนนี้ปรากฏตัว หากท่านไม่เชื่อ ท่านลองค้นตัวเขาดูสิ บางทีอาจเจอของกลางก็เป็ได้”ชายฉกรรจ์แนะนำ
“ข้าน้อยเป็ผู้บริสุทธิ์ขอรับเขาแค้นที่ข้ายอมมาเป็พยาน ก็เลยใส่ร้ายข้ากลับ”ฉีเผิงกล่าว
“เพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัยค้นตัวทั้งคู่ก็แล้วกัน” ใต้เท้าสั่งทหาร
แต่ทว่าไม่ว่าจะเป็ตัวชายน่ากลัวหรือชายสำอางก็ไม่พบทรัพย์สินอันมีค่าในตัวพวกเขาเลยสักนิด
“เอาล่ะเ้าคงนำสินทรัพย์ไปซ่อนที่ไหนสักแห่ง ข้าจะส่งทหารไปหาที่ป่าหลังวัดก็แล้วกันในตอนนี้มีพยานสองปากต่างยืนยันว่าเ้าเป็คนร้าย ดังนั้นข้าขอตัดสิน…” สักพักใต้เท้าก็ชะงัก
“ช้าก่อนเ้าค่ะ ใต้เท้า”ซือหยีแสดงตัวและรีบคุกเข่า
“เ้าเป็ใคร” ใต้เท้าสอบถาม
“ข้าน้อยชื่อซือหยีเป็สาวใช้ของท่านหยางซู ณ เรือนบัณฑิต ข้าไปจัดเรียงเซียมซีที่อารามวัดแห่งนั้นพอมีคนเข้ามากราบไหว้ ข้าก็เลยหลบอยู่หลังเ้าแม่กวนอิมเ้าค่ะดังนั้นในตอนที่ชายชุดดำเข้ามาปล้นหญิงผู้นี้ ข้าก็เห็นเหตุการณ์ด้วยเ้าค่ะ”ซือหยีเล่า
“แล้วเ้าเห็นอะไร” ใต้เท้าสอบถาม
“ข้าเห็นชายชุดดำคนนั้นชิงทรัพย์สินมีค่าจากแม่นางท่านนี้ซึ่งชายคนนั้นมีรูปร่างใกล้เคียงกับฉีเผิงเ้าค่ะ” ซือหยีกล่าว
“เ้าเป็พวกเดียวกันล่ะสิเลยรวมหัวกันมาใส่ร้ายข้าเช่นนี้” ฉีเผิงกล่าว
“ข้าไม่รู้จักชายหนวดยาวคนนี้เลยด้วยซ้ำข้าบอกตามสิ่งที่ข้าเห็นต่างหาก ไม่เพียงเท่านั้นนะเ้าคะชายคนร้ายยังมีพัดเหน็บไว้ที่เอวด้วย ซึ่งพัดก็เหมือนที่ฉีเผิงถืออยู่ ข้าเห็นกับตานะเ้าคะ”ซือหยีกล่าว
“เ้าได้ส่วนแบ่งด้วยล่ะสิถึงรวมหัวมาปรักปรำข้า หากเ้าอยู่ในเหตุการณ์ด้วยจริงๆ เหตุใดถึงไม่ปรากฏตัวล่ะ” ฉีเผิงเกล่าว
“ข้าประเมินตัวเองแล้วข้าเป็เพียงหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งไม่มีวรยุทธ์ ถึงข้าออกมาช่วยข้าก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี” ซือหยีอธิบาย
“เรียนใต้เท้าข้าเป็ผู้เสียหาย ข้าเชื่อว่าชายคนร้ายเป็ชายหนวดยาวต่างหากและหญิงผู้นี้อาจเป็พวกเดียวกับเขาเ้าค่ะ” เผิงเหนียงเชื่อความคิดของตน
“ท่านมัวแต่หลับตากรีดร้องเสียงดังเพราะกลัวคนร้ายมาก ไม่ได้มองเลยว่าชายชุดดำนั้นมีลักษณะท่าทางเช่นไรหากเ้าไม่เห็นจริง เ้าก็ควรบอกใต้เท้าตามตรงไม่ใช่พยายามปรักปรำผู้อื่นโดยดูจากลักษณะภายนอกเช่นนี้”ซือหยีเตือน
“บังอาจเ้ากล้าสั่งสอนข้างั้นหรือ” เผิงเหนียงไม่พอใจ
“ข้ามิกล้าหรอกคุณหนูแต่คนเราควรกล่าวความจริง ในเมื่อท่านไม่เห็นก็คือไม่เห็นสิ” ซือหยีกล่าว
“ใต้เท้าเ้าคะข้าว่านางอาจเป็เมียจอมโจรคนนั้นก็เป็ได้ ถึงว่า นางถึงพยายามปกป้องสามี”เผิงเหนียงดูิ่
“เ้ากำลังิ่ประมาทข้าอยู่นะชายคนนี้ไม่ใช่สามีของข้า” ซือหยีโมโห
“เอาล่ะเลิกทะเลาะกันได้แล้ว ไว้รอให้ทหารหาพยานและหลักฐานมาเพิ่มก็แล้วกัน” ใต้เท้ากล่าว
“มีอะไรกันอย่างนั้นหรือ”องค์รัชทายาทตรัส
“องค์รัชทายาท! ถวายบังคมพะย่ะค่ะ” ใต้เท้าแสดงความเคารพ
“ต้องขออภัยที่เข้ามาขัดจังหวะท่านสอบสวนคดีแต่เรามารับสหายกลับตำหนัก” องค์รัชทายาทตรัสธุระ
“สหายของพระองค์อยู่ที่นี่หรือพะย่ะค่ะ”ใต้เท้าแปลกใจ
“ใช่แล้ว” องค์รัชทายาททรงพยักพระพักตร์
“เขาเป็ใครหรือเพคะ”เผิงเหนียงอยากรู้
“เ้าก็อยู่นี่อย่างนั้นหรือเผิงเหนียง ชายคนนั้นก็คือคนรักของเ้าไง เ้าจำไม่ได้อย่างนั้นหรือเรามาตามท่านแม่ทัพลั่วหยางกลับตำหนักของเรา” องค์รัชทายาททรงหันไปหาชายฉกรรจ์หนวดเครายาว
“แม่ทัพลั่วหยางหรือเพคะ”เผิงเหนียงใเพราะตนเคยแอบอ้างว่าท่านแม่ทัพเป็คนรักของตน
“กระหม่อมคือแม่ทัพลั่วหยางพะย่ะค่ะ”ชายฉกรรจ์กล่าว
“เราจำท่านได้ท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะท่านแม่ทัพ” องค์รัชทายาทตรัสยิ้มๆเมื่อเห็นสหายกลายเป็โจรผู้ร้าย
“ท่านคือแม่ทัพลั่วหยางหรือเ้าคะ”เผิงเหนียงถามย้ำ
“ดูเ้าไม่รู้จักแม่ทัพลั่วหยางเลยสินะแสดงว่าวันประลอง เ้าก็กุเื่ขึ้นมาเพื่อหลอกองค์ชายรองสินะ เผิงเหนียง”องค์รัชทายาททรงคาดการณ์
“เอ่อ คือหม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่อยากแต่งงานจริงๆเพคะ เลยกล่าวแอบอ้างไปเช่นนั้น” เผิงเหนียงยอมรับสารภาพ
“บังอาจ! เ้ากำลังหลอกลวงเบื้องสูงอยู่นะ เ้าอ้างว่าท่านแม่ทัพลั่วหยางเป็คนรักของเ้าไม่เพียงเท่านั้น เ้ายังปรักปรำท่านแม่ทัพว่าเป็โจรผู้ร้ายอีก” องค์รัชทายาทตรัส
“ข้ามีตาหามีแววไม่ต้องขออภัยด้วยเ้าค่ะ ท่านแม่ทัพลั่วหยาง” เผิงเหนียงยอมขอโทษ
“แสดงว่าท่านไม่ใช่คนร้ายสินะ”ใต้เท้าปะติดปะต่อเื่ราว
“เรียนใต้เท้าเื่ที่ข้าพูดล้วนเป็เื่จริงทั้งสิ้นต้องขอบคุณแม่นางซือหยีที่ยอมเป็พยานให้กับข้า” แม่ทัพลั่วหยางกล่าว
“ข้าทำเพื่อความถูกต้องเท่านั้นท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก” ซือหยีกล่าวโดยไม่สบตา
“ฉีเผิงเ้าเป็คนร้ายปล้นชิงแม่นางเผิงเหนียงใช่หรือไม่”ใต้เท้าไต่สวนชายสำอาง
“ไม่ใช่ขอรับ ข้าถูกปรักปรำขอรับใต้เท้า”ฉีเผิงยังคงปฏิเสธ
“เรียนใต้เท้าพบของกลางเป็ทองแท่งขอรับ” ทหารรายงาน
“ไม่จริง! ข้าไม่ได้ขโมยทอง มันเป็สร้อย กำไล แหวน และอัฐต่างหาก” ฉีเผิงรีบปิดปากตัวเองที่เผลอหลงกลพูดไปอย่างนั้น
“555 เ้ายอมรับเองนะฉีเผิง หากเ้าไม่ใช่คนร้ายตัวจริงคงไม่รู้หรอกว่าของกลางหรือของที่ขโมยมานั้นคืออะไร ทหารนำตัวฉีเผิงไปขังไว้ก่อนรอลงอาญา” ใต้เท้ากล่าว
“ขอรับใต้เท้า” ทหารรับคำ
“เลิกศาล”
ซือหยีเห็นว่าตนหมดหน้าที่แล้วเลยรีบกลับเรือนบัณฑิตทันที
ส่วนท่านแม่ทัพลั่วหยางนั้นก็ตามองค์รัชทายาทกลับไปที่ตำหนักของพระองค์
สักพักเผิงเหนียงก็วิ่งมาดักหน้าขบวนเสด็จขององค์รัชทายาท
“เ้ามีอะไรอีกหรือเผิงเหนียง” องค์รัชทายาทตรัสถาม
“หม่อมฉันขออภัยที่หลอกลวงพระองค์เื่คนรักเพคะความจริงหม่อมฉันยังไม่มีคนรักเพียงแต่ไม่อยากอภิเษกกับองค์ชายรองเลยกล่าววาจาไปเช่นนั้นเพคะ” เผิงเหนียงอธิบาย
“เ้าก็ควรบอกตามตรงหาใช่หลอกลวงเช่นนี้การที่เ้าไม่พูดความจริงมันทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเพราะเ้ารู้มั้ยดูตัวอย่างที่เ้ากล่าวเท็จที่ว่าเห็นคนร้ายสิทั้งๆที่เ้าไม่ได้มองคนร้ายเลยด้วยซ้ำแล้วใช้ความรู้สึกเมื่อเห็นท่านแม่ทัพมีลักษณะภายนอกคล้ายโจรผู้ร้ายเ้าก็เลยไปกล่าวหาเขา ดังนั้นเ้าจงถือว่านี่เป็บทเรียนต่อไปอย่ากล่าวเท็จเช่นนั้นอีก” องค์รัชทายาทเตือน
“ทราบแล้วเพคะ” แล้วเผิงเหนียงก็หันไปหาท่านแม่ทัพ “ข้าขออภัยด้วยท่านแม่ทัพลั่วหยาง”
“ไม่เป็ไรแต่ข้ารบกวนให้ท่านช่วยแก้ข่าวให้ด้วย พวกเราไม่ใช่คู่รักกันท่านกล่าววาจาเช่นนั้นมันทำให้ข้าเสียหาย” แม่ทัพกล่าว
“ทราบแล้วเ้าค่ะ” เผิงเหนียงกล่าว
“นี่ไงท่านแม่ทัพลั่วหยางเ้าถูกใจเขาหรือไม่” องค์รัชทายาทตรัสถาม
“มะ ไม่เพคะหม่อมฉันขออภัยจริงๆ หม่อมฉันจะรีบไปแก้ข่าวเสียใหม่เพคะ” เผิงเหนียงรู้สึกกลัวท่านแม่ทัพผู้มีร่างกายบึกบึน
“ไม่มีอะไรแล้วเราขอตัวนะ” องค์รัชทายาทตรัส
“น้อมส่งเสด็จเพคะ”เผิงเหนียงรู้สึกอายที่ตนกลายเป็คนโกหกเชื่อถือไม่ได้แบบนี้
. ******************************
เมื่อท่านแม่ทัพลั่วหยางมาถึงห้องทรงงานขององค์รัชทายาทท่านแม่ทัพก็รีบรายงาน
“ทูลองค์รัชทายาทกระหม่อมสืบทราบมาว่าองค์ชายรองทรงแอบซ่องสุมกำลังพลเตรียมพร้อมก่อการฏพะย่ะค่ะ”ท่านแม่ทัพกล่าว
“เป็เื่จริงงั้นหรือ”องค์รัชทายาททรงตกพระทัย
“กระหม่อมเห็นมากับตาพะย่ะค่ะ”ท่านแม่ทัพยืนยัน
“เห็นทีคราวนี้คงได้แตกหักกันไปข้างแล้วสิ”องค์รัชทายาททรงดำริว่าคงไม่อาจเลี่ยงาภายในแคว้นฉีได้
“กระหม่อมจะปกป้องพระองค์สุดกำลังทรงสั่งการมาได้เลยพะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพนั้นภักดีต่อองค์รัชทายาท
“่นี้ฝ่าาทรงประชวรเราไม่อยากให้ฝ่าาทรงเห็นพี่น้องต้องเข่นฆ่ากันเองเลยจริงๆ เอาล่ะเ้าพักอยู่ที่นี่ก่อน ขอเราคิดแผนการให้รอบคอบไม่เช่นนั้นอาจเกิดความสูญเสียอันใหญ่หลวงได้” องค์รัชทายาททรง้าไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน
“พะย่ะค่ะ” แม่ทัพลั่วหยางเข้าใจ
“นั่นท่านจะไปไหนน่ะท่านเหลียงอ้าย” องค์รัชทายาททรงหันไปเห็นเข้าพอดี
“กระหม่อมจะไปเยี่ยมท่านอาจารย์ที่เรือนบัณฑิตพะย่ะค่ะ”เหลียงอ้ายรายงาน
“ท่านไปเรือนบัณฑิตงั้นหรือข้าขอไปด้วยได้หรือไม่” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ท่านคือ…” เหลียงอ้ายยังไม่รู้จักชายตรงหน้า
“อ้อข้าคือแม่ทัพลั่วหยาง ข้าอยากไปพบแม่นางซือหยีเพื่อขอบคุณนางที่นางช่วยเป็พยานให้ข้าในคดีปล้นชิงทรัพย์”แม่ทัพกล่าว
“ได้สิ งั้นไปกันเถอะท่าน”เหลียงอ้ายกล่าว
ท่านแม่ทัพร่างใหญ่เดินตามบัณฑิตร่างเล็กไปที่เรือนบัณฑิต
องค์รัชทายาททรงสังเกตได้ เลยดำริว่า “เวลาที่เ้าเดินไปพร้อมกับท่านแม่ทัพลั่วหยางเ้าดูเหมือนผู้หญิงมากเลยนะเหลียงอ้าย”
******************************
ณ เรือนบัณฑิต
เหลียงอ้ายไปเยี่ยมอาจารย์เสร็จเขาก็เลยไปพบซือหยี
“ท่านแม่ทัพลั่วหยางจะมาขอบคุณเ้าตอนนี้เขารออยู่ที่ห้องรับรองแล้ว” เหลียงอ้ายกล่าว
“ข้าไม่ว่างเ้าค่ะข้าต้องทำอาหาร” ซือหยีกล่าว
“ไปพบเพียงไม่นานเอง”เหลียงอ้ายคิดว่าเดี๋ยวค่อยกลับมาทำอาหารก็ได้
“ข้ารับคำขอบคุณแล้ว ให้ท่านแม่ทัพกลับไปเถิดข้ามีงานต้องทำจริงๆ” ซือหยีปฏิเสธการพบเจอ
“ก็ได้ งั้นข้าขอตัว”เหลียงอ้ายไม่อาจบังคับหญิงสาวได้
******************************
ณห้องรับรองในเรือนบัณฑิต
“ต้องขออภัยจริงๆแม่นางซือหยีต้องทำอาหาร นางไม่ว่างมาพบท่าน” เหลียงอ้ายกล่าว
“นางยังไม่หายโกรธข้าอีกงั้นหรือ”ท่านแม่ทัพกังวล
“พวกท่านรู้จักกันอย่างนั้นหรือ”เหลียงอ้ายนึกไม่ถึง
“ซือหยีเป็คนรักของข้า”ท่านแม่ทัพกล่าวโดยไม่ปกปิด
“อะไรนะ! พวกท่านเจอกันตอนไหน ข้าเห็นท่านอยู่ที่ชายแดนมาโดยตลอดไม่ใช่หรือ”เหลียงอ้ายสงสัย
“พวกเรารู้จักกันั้แ่เด็กแล้วและคบกันั้แ่นางอายุได้ 15 ปี พอถึงวัย 20 ปี ในตอนแรกข้าจะสู่ขอนางแต่งงานแต่ข้าโดนย้ายให้ไปประจำการอยู่ที่ชายแดน” ท่านแม่ทัพลั่วหยางนึกเสียดายเวลา
“อย่างนี้นี่เองนางคงโกรธท่านจริงๆนั่นแหละ” เหลียงอ้ายมองออก
“นางโกรธข้าด้วยเื่อะไรงั้นหรือ” ท่านแม่ทัพไม่เข้าใจ
“ก็มีข่าวลือเื่ที่ท่านเป็คนรักของแม่นางเผิงเหนียงนั่นไง”เหลียงอ้ายกล่าว
“แต่มันไม่ใช่เื่จริงในศาล ซือหยีก็ได้ยินแล้วว่าเผิงเหนียงกุเื่ขึ้นมาเอง” ท่านแม่ทัพเล่า
“งั้นท่านไปที่ห้องครัวเถิดลองพูดปรับความเข้าใจกับนางก็แล้วกัน” เหลียงอ้ายใจอ่อน
“ขอบคุณท่านมากท่านเหลียงอ้าย” ท่านแม่ทัพดีใจ
******************************
ณ ห้องครัว
ซือหยีหันหลังทำอาหารอย่างขะมักเขม้นนางรู้ตัวว่ามีคนเข้ามาในห้องครัว ก็เลยว่า “เขาไปแล้วใช่หรือไม่ท่านเหลียงอ้าย”
“จะให้ข้าไปไหนล่ะ”ท่านแม่ทัพกล่าว
ซือหยีหันไปก็ใ “ลั่วหยาง ท่านเข้ามาทำไม”
“เ้าเองก็ได้ยินแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นกุเื่ขึ้นมาเองทั้งสิ้นและเ้าก็เห็นว่านางไม่ได้รู้จักข้าเลยด้วยซ้ำ ข้ากับนางจะเป็คนรักกันได้ยังไง”ท่านแม่ทัพกล่าว
“นางอาจจำท่านไม่ได้ก็เป็ได้แต่ก่อนท่านดูสำอางไร้ซึ่งหนวดเครา แต่ดูตอนนี้สิท่านไม่ดูแลตัวเองปล่อยให้หนวดเครารกรุงรังแบบนี้ ใครจะอยากรู้จักท่าน” ซือหยีพูดตรงๆ
“แต่เ้าก็ยังจำข้าได้ไม่เช่นนั้นเ้าคงไม่ปกป้องข้าแบบนั้น” ท่านแม่ทัพกล่าวยิ้มๆ
“ข้าทำไปเพราะมโนธรรมต่างหากข้าไม่ได้มีเจตนาช่วยท่าน” ซือหยีแก้ตัว
ลั่วหยางไม่อยากพูดมากอีกแล้วเขารีบเดินเข้าไปกอดคนรักเสียดื้อๆ
“ท่านจะทำอะไรน่ะปล่อยข้านะ ไม่เช่นนั้นข้าร้องจริงๆด้วย” ซือหยีขู่
“ลองร้องสิ” ท่านแม่ทัพท้า
ซือหยีไม่ทันได้เปิดปากร้องขอความช่วยเหลือฝ่ายชายก็บุกประกบจูบกับหญิงสาว
“อื้ออื้อ” ซือหยีพยายามตีไปที่ร่างบึกบึนของฝ่ายชาย
พอฝ่ายชายยอมปล่อยก็เลยว่า “คราวนี้ ฟังข้านะซือหยี ข้าจะสู่ขอเ้ากับท่านอาจารย์หยางซูให้เร็วที่สุดพวกเราคงอยู่ที่เมืองหลวงกันสักพัก ค่อยย้ายกลับไปที่ชายแดนด้วยกันนะ” แม่ทัพกล่าวแผน
“ท่านมาทำอะไรที่เมืองหลวงงั้นหรือ”ซือหยีสงสัย
“มีงานด่วนน่ะ ว่าแต่เ้าเลิกงอนข้าแล้วใช่มั้ย” ท่านแม่ทัพยิ้มเพราะรู้ว่าซือหยีหายโกรธ
“ท่านไม่รู้จักเผิงเหนียงจริงๆนะ” ซือหยีถามย้ำ
“ให้ข้าสาบานก็ได้”ท่านแม่ทัพกำลังจะยกมือขึ้นมาสาบานแต่หญิงสาวจับมือเขาลงและส่ายหน้าในเชิงว่าไม่ต้องสาบาน
“ข้าเกลียดชายมากรักท่านเองก็รู้ หากวันใดท่านนอกใจข้า ข้าจะไปจากท่านทันที” ซือหยีตั้งใจไว้เช่นนั้น
“ข้ารู้ว่าเ้าพูดจริงทำจริงดังนั้นข้าไม่กล้ามีคนอื่นหรอกซือหยี” ท่านแม่ทัพกล่าว
ซือหยีกอดฝ่ายชายให้หายคิดถึง“ขอบคุณ์ที่เ้าปลอดภัยกลับมา”
“ข้าเฝ้ารอที่จะได้พบเ้านะซือหยี” ท่านแม่ทัพกอดตอบ
“อะ แฮ่มขออภัยที่ขัดจังหวะ ข้าขอตัวกลับตำหนักองค์รัชทายาทก่อนนะ เชิญตามสบาย” เหลียงอ้ายกล่าว
“แล้วข้าจะตามไปทีหลังนะ”ท่านแม่ทัพะโตามหลังเหลียงอ้าย
******************************
เหลียงอ้ายแอบยิ้มที่คนทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้เสียทีจากนั้นเขาก็แอบไปที่ฐานลับเพื่อไปดูอาการของท่านป้า
ตอนนี้ท่านป้ากำลังนอนหลับ
“หมอฉู่หลินไปไหนนะ”เหลียงอ้ายบ่นเบาๆ
เหลียงอ้ายนั่งข้างๆผู้ป่วยด้วยความสงสาร
ผ่านไปไม่นานท่านป้าก็เพ้อ“หม่อมฉันถูกปรักปรำเพคะ หม่อมฉันไม่ได้คิดก่อการฏเลยสักครั้ง ได้โปรดให้หม่อมฉันเห็นหน้าหยางต้วนกับเซียงเซียงสักครั้งนะเพคะ ฝ่าา”
“ท่านคือ อดีตฮองเฮานี่ หรือว่า…” เหลียงอ้ายเริ่มเข้าใจ