“ออกไป จะหาเื่เดือดร้อนใส่ตัวหรืออย่างไร?”
“ก็อย่าโกรธกันสิคะ ฉันไม่เคยไปทำอะไรไม่ดีสักนิด ที่ไปก็เพราะแค่อยากรู้เื่บางเื่เท่านั้น”
แม่หญิงบ้ากอดคอท่านอ๋องเอาไว้ ปากก็พูดในสิ่งที่ตนอยากพูด ไม่ได้สนใจเลยว่าเสี่ยวเหยาคนนี้จะตายอยู่แล้ว ร่างกายนุ่มนิ่มของสตรีเพศนี่มันร้ายกาจเสียจริง
“อยากรู้เื่อะไร?”
“เมื่อไรฉันจะได้กลับบ้าน แล้วก็ต้องช่วยท่านอ๋องยังไง”
“เ้ากระตือรือร้นที่จะช่วยข้า เพียงเพราะอยากกลับบ้านแค่นั้นหรือ” สิ่งที่ท่านอ๋องถาม หนี่เฟิ่งจิวเองกลับตอบไม่ได้ซะงั้น จริงอยู่ที่เธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองกลับไป แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดทุกเื่ อย่างเื่ของท่านอ๋องเธอมีความตั้งใจจริง อยากช่วยเขาด้วยหัวใจของตน
“ไม่หรอกค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น”
“แล้วแบบไหนล่ะ”
“ฉันไม่อยากให้ท่านอ๋องต้องทรมาน จมอยู่กับมันไปทั้งชีวิต ในเมื่อตอนนี้ท่านอ๋องมีฉันแล้ว อย่างน้อยถ้าช่วยได้ ฉันก็จะช่วยโดยไม่อิดออดรีรอเลยค่ะ”
“แต่เ้าไม่จำเป็ต้องทำเช่นนั้น”
“ทำไมชอบปฏิเสธนักล่ะคะ ท่านอ๋องไม่อยากหายหรอ” หนี่เฟิ่งจิวนอนซบลงมาบนอกแกร่งของท่านอ๋อง เล่นเอาชายหนุ่มตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับเขยื้อน เกิดมาก็พึ่งจะเคยเจอสตรีที่ไม่เกรงกลัวบุรุษ แถมยังทำให้ชายชาตินักรบเสียท่าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“หัวใจท่านอ๋องเต้นแรงจัง”
“ล..ลุกออกไปได้แล้ว ข้าเป็บุรุษเพศนะมันไม่เหมาะ”
“ฮื่ออออ! ไม่เอาหรอก อยู่แบบนี้เหมือนได้กอดเหยาตง พระเอกหน้ามนขวัญใจหนี่เฟิ่งจิว” พลันมือที่ประคองเอวคอดของหญิงสาว ก็เผลอจับแรงขึ้นมาด้วยอารมณ์อะไรบางอย่าง แววตาเคลิบเคลิ้มเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็แววตานักล่า คนที่ซบอยู่ก็สะดุ้งเพราะรู้สึกเจ็บๆ
“ท่านอ๋อง ฉันเจ็บนะคะเนี่ย”
“ข้าไม่ใช่ตัวแทนใคร ไม่อนุญาตให้เ้าเฝ้าฝันถึงชายอื่น!”
“โอ้ยๆ ท่านอ๋องไม่ใช่ตัวแทนใครนะคะ เมื่อกี้ฉันพูดหยอกเล่น”
มือที่จับก็ค่อยคลายออกมาประคองแทน หนี่เฟิ่งจิวย่นจมูกใส่ท่านอ๋องที่เมื่อกี้ไม่อ่อนโยนกับเธอเลย เอวเธอคงเขียวช้ำแน่นอนดูท่าแล้ว
“หึงหรอคะ?”
“คืออะไร”
“ท่านอ๋องไม่รู้จักคำว่า หึง หรอคะ แบบว่าหวง ไม่อยากให้ไปกับใคร หรือพูดถึงใครที่ไม่ใช่ตัวเอง”
“งั้นข้าก็ หึง ล่ะมั้ง”
“ฮื่ออออ! ท่านอ๋องบ้า บ้าที่สุดเลย แบบนี้ฉันหวั่นไหวนะคะ อย่าเล่นกับไฟเพราะฉันเอาจริง”
“อันนี้ก็เป็ละครรึ?”
“คะ??”
น..นี่ท่านอ๋องซื่อหรือไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอสื่อ หรือที่ผ่านมาเธออ้างละครมากจนท่านอ๋องเข้าใจว่าทุกอย่างคือการแสดง ใครบ้าจะไปแสดงได้ทุกวี่ทุกวัน
“ข้าจะไปอาบน้ำแล้ว ร้อนไปหมดทั้งตัว”
“เพราะฉันสวยต่างหาก”
“ห๊ะ!?????”
“ก็เขาว่ากันว่า อยู่ใกล้คนสวย จะร้อนรุ่มเหมือนดังไฟเผา” หญิงสาวแสยะยิ้มใส่เสี่ยวเหยาที่กำลังขมวดคิ้ว คือเขาก็ยอมรับว่าหนี่เฟิ่งจิวนั้นสวยสะดุดตา แต่ไม่ได้ร้อนรุ่มอะไรอย่างที่เธอคิด
ร้อนที่แปลว่า เหนียวตัวจากการเดินตลาด อากาศร้อน และเขาก็แค่อยากอาบน้ำ
โอเคเลยหนี่เฟิ่งจิว กลับบ้านจะไปอัพอกไข่ดาวให้บึ้ม ท่านอ๋องส่งสายตากลับมาที่แปลว่า เธอไม่มีผลอะไรต่อฉันสักนิด ฉันอยากอาบน้ำเต็มแก่แล้ว
สุดท้ายก็ต้องยอมลงจากตักเพื่อให้ท่านอ๋องไปอาบน้ำอาบท่า เกิดเป็หญิงนั้นเปิดก่อนได้เปรียบ หญิงสาวยังคงยิ้มกว้างเป็บ้าเป็หลังอยู่คนเดียว
ท่านอ๋องกล้ามแน่นมาก หน้าตาก็หล่อเหลาเหมือนเหยาตง กลิ่นกายก็หอมสดชื่นไปหมด
เอ่อ...แต่ท่านอ๋องทำไมต้องไม่ชอบให้เธอพูดถึงเหยาตงด้วยล่ะ ในเมื่อเขาเป็ดาราหนุ่มที่เธอปลาบปลื้มมาเป็เวลาหลายปี ท่านอ๋องหึงที่เธอชอบเหยาตงมากว่าล่ะสิ
ที่องค์รัชทายาทเงียบไปนั้นไม่ใช่เพราะว่าเขายอมแพ้ ใจยังคงร้องหาแต่หนี่เฟิ่งจิวอยู่เช่นเดิม ในเมื่อนางไม่มีใจให้คนเช่นเขา ก็ไม่จำเป็ต้องเสียเวลาไปเกี้ยวพาราสีให้ยุ่งยาก
ความคิดชั่วร้ายมักผุดมาในตอนที่เราสิ้นหวัง สุนัขจิ้งจอกที่ไหนจะไม่เ้าเล่ห์บ้างล่ะ อวี้ซินเหอเห็นองค์ชายเสี่ยวตงที่นั่งตาลอย เดี๋ยวก็ยิ้มเหมือนพวกชั่วร้าย อีกเดี๋ยวก็ทำหน้าบึ้งตึง
“ทรงเป็อะไรไปเพคะ?”
“เปล่า....”
“หากยังทรงโหยหาสาวใช้ของท่านอ๋อง หม่อมฉันเองก็จนใจจะห้ามปราม”
“เ้าว่าอย่างไรนะ!”
“พระชายาทรงตรัสเอาไว้ว่า บัลลังก์ของฮ่องเต้นั้น มีไว้เพื่อท่านอ๋องไม่ใช่กับพระองค์” เสมือนอวี้ซินเหอเอาน้ำมันราดลงกลางกองเพลิง ไม่มีทางเสียหรอกที่เสด็จพ่อจะสุขสมหวัง
“สาวใช้นางนั้นสนับสนุนท่านอ๋องสุดกำลัง ดูเหมือนท่านอ๋องเองก็คงมีใจด้วยเช่นกัน”
“เ้าเองก็เคยอยากสมรสกับเสี่ยวเหยานี่ ไม่ใช่รึอย่างไรเล่า!”
“แต่หม่อมฉันก็รู้ตัวดีนะเพคะ เวลานี้หม่อมฉันคือพระชายาเอกของรัชทายาท”
“ห้ามใจตนให้ดีเถอะอวี้ซินเหอ”
“อย่าทรงตรัสสิ่งใดที่มันเข้าหาพระองค์ คนอย่างหม่อมฉันไม่ชูหางมั่วทั่วหรอกเพคะ” สิ่งที่ได้รับจากการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์นั้นย่ำแย่สิ้นดี หางองค์ชายเสี่ยวตงได้สักครึ่งของท่านอ๋องบ้าง เธอคงไม่ต้องมานั่งอมความทุกข์มากมายแบบนี้
อ๋องเสี่ยวเหยาแค่ยังไม่รู้หัวใจของตนเอง เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้ใจเต้นรัวเหมือนกลองศึกนั้นคืออะไร แต่ยามที่นึกถึงกายนิ่มกอดซบเขา หัวใจก็พลันเหมือนจะะเิอยู่ทุกเวลา
ค่ำคืนนี้ชายหนุ่มไม่ได้นอนอีกเช่นเคย คืนวันจันทร์เต็มดวงวนกลับมาอีกหน และคราวนี้มันก็พาคนที่พร้อมจะแก้คำสาปมาให้ด้วย เพียงแค่ยังไม่ใช่เวลานี้ก็เท่านั้น
“ท่านอ๋อง ! ห้ามหลับนะคะคืนนี้”
“บอกตัวเองเถอะ”
“มันวูบหลับไปนิดเดียวเองค่ะ ไม่เห็นต้องมาอำกันเลย”
“เอาอะไรมากิน”
“เม็ดบัวค่ะ อันนี้คุณหนูเหมามาแล้วก็กินไม่หมด”
ของที่ตั้งใจยกมาไม่เคยลงท้องท่านอ๋องสักครั้ง ก็เข้าปากลงกระเพาะคนยกมานั่นแหล่ะ หนี่เฟิ่งจิวกินได้ทุกอย่างและทุกเวลา สิ่งที่โปรดปรานสุดก็คงเป็ขนมหวาน
“พอกินอิ่ม เ้าก็อ้างหนังตาหนัก”
“ไม่หลับแล้วค่ะ”
“เชื่อเ้าเลย นี่เจียงเหวินไปไหน??”
“เห็นคุณหนูเรียกไปใช้งานเมื่อครู่ เดี๋ยวก็คงมามั้งคะ” ท่านอ๋องพยักหน้าเป็อันเข้าใจ ก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน ความเงียบวนกลับเข้ามาในห้อง ยิ่งเงียบก็ยิ่งชวนให้ง่วงนอน
“บอกหน่อยสิคะ ว่าฉันจะช่วยท่านอ๋องได้ยังไง”
“เ้าไม่อยากทำมันหรอก”
“ฉันจะทำค่ะ ทำทุกอย่างเพื่อท่านอ๋อง”
“พูดเล่นอยู่เรื่อย...” เสียงกระแอมออกมาจากลำคอ ทำเอาคนที่กำลังเคลิ้มจะหลับสะดุ้งกลับมานั่งหลังตรง เมื่อกี้มันเหมือนว่าเธอกำลังฝันหวาน ท่านอ๋องนี่ชอบทำให้หลงใหลอยู่เรื่อย
“ฉันจะเป็ปลาไหลอยู่แล้วนะคะ”
“ทำไม?”
“หลงใหลไปกับท่านอ๋อง”
“เ้าเป็อะไรไป กำลังฝึกละครเื่ใหม่อยู่รึ??” หนี่เฟิ่งจิวถึงกับทอดถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำไมนะทำไมพระเ้าต้องโหดร้าย ให้ความหล่อแต่ไม่ยอมให้ความรู้สึกมาด้วย ท่านอ๋องในตอนนี้ซื่อจนบื้อเลยก็ว่าได้ คิดว่าทุกอย่างอยู่หน้ากล้องหรือไง คิดว่าตัวเองเป็ดาราดังล่ะมั้ง
“คิดว่าตอนนี้องค์รัชทายาท กำลังทำอะไรอยู่คะ”
ปึงงงง!
“วางหนังสือแรงจัง ใหมดเลยนะคะ”
“ทำไม!???”
“ฉันแค่เป็ห่วงท่านอ๋อง กลัวว่าองค์รัชทายาทจะกลับมาก่อกวนอีกนี่” อะไรจะอารมณ์เสียได้ทุกเวลาขนาดนั้น ท่านอ๋องถอนหายใจจะหยิบหนังสือมาอ่านต่อ
เวลาผ่านไปนั้นสักสองชั่วโมงเห็นจะได้ หนังตาของหนี่เฟิ่งจิวก็เริ่มตกลงมาเรื่อย ร่างกายของเธอเบาหวิวเพราะกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา ในความฝันนั้นเธอเห็นตัวเองยืนอยู่ที่จวนอ๋องแห่งนี้ ผู้คนมากมายกำลังชื่นชมเหยาตง ชายหนุ่มที่กำลังส่งรอยยิ้มหวาน
“เหยาตง!!!! ฉันอยู่นี่ค่ะ...”
“หนี่เฟิ่งจิว ยังตามหาจันทร์อีกเสี้ยวไม่เจอหรือครับ?”
“เอ๋!...หมายถึงอะไรคะ”
“ผมไม่ใช่จันทร์เสี้ยวนั้น สักวันฝากคุณดูแลเขาด้วยนะครับ” ก่อนที่ภาพฝันจะเลือนหายไป รอยยิ้มของเหยาตงยังคงสวยงาม แต่สิ่งที่เขาพูดมานั้นเธอไม่เข้าใจเลยสักนิด
สะดุ้งตื่นอีกทีก็เห็นท่านอ๋องยังอ่านหนังสืออยู่ โดยมีเจียงเหวินสัปหงกอยู่ตรงมุมห้อง ความโดดเดี่ยวสอนให้ท่านอ๋องแข็งแกร่ง แต่ภายในใจนั้นเล่าจะเหงาและอ้างว้างขนาดไหน
“ท่านอ๋อง...”
“หืม?”
“นอนกับฉันไหมคะ?”
“พูดอะไรออกมา เ้านี่...เลอะเลือนอีกแล้ว !!!”
“ฉันคือคนที่มีปานจันทร์เสี้ยว เป็คนที่ท่านอ๋อง้ามาตลอด” หนี่เฟิ่งจิวอยากพิสูจน์ว่าหากท่านอ๋องลองนอนหลับไปพร้อมเธอ จะช่วยบรรเทาสิ่งที่เจออยู่ได้ไหม
“ข้าเคยบอกเ้าว่าอย่างไร? อย่าพูดเื่ปานบนตัวของเ้า” สิ่งที่ตอบแทนท่านอ๋องกลับมา คือหนี่เฟิ่งจิวกระชากแขนเสื้อของตัวเอง ไหล่ขาวเนียนก็เผยสู่สายตาพร้อมกับปานพระจันทร์เสี้ยว
“หนี่เฟิ่งจิว!!!”
เจียงเหวินเองสะดุ้งตื่นเพราะเสียงของท่านอ๋อง เห็นเสื้อผ้าของหนี่เฟิ่งจิวขาดก็ใ เอามืออุดปากไม่ให้ตัวเองส่งเสียง นี่สองคนนั้นกำลังทำสิ่งใดกันอยู่
“ฉันต้องพูดค่ะ ท่านอ๋องปิดปากฉันไม่ได้”
“กำลังท้าทาย?”
“ก็เห็นอยู่ว่ามันเกี่ยวข้องกัน ท่านอ๋องไม่เห็นจะฟังกันบ้างเลย” หญิงสาวหน้ายู่ด้วยความเซ็ง เธอลงทุนเปิดปานให้ดูขนาดนี้ ยังนั่งตัวแข็ง ลิ้นแข็ง ปากก็แข็งอยู่ได้ สาวเฉิงตูโคตรจะเซ็งเลย
“งั้นก็ไป เข้าห้องเลยไหม? หากข้าไม่ตื่นขึ้นมาเ้าคงพอใจ”
“เอ๊ะ! คิดว่าฉันหวังร้ายหรอคะ”
“เลิกวุ่นได้แล้วหนี่เฟิ่งจิว!! เ้าอายเจียงเหวินบ้างไหม?” แวบหนึ่งที่หนี่เฟิ่งจิวเห็นความรำคาญจากสายตาของท่านอ๋อง หญิงสาวคิดว่ามันคงไม่มีความหมาย หากเราพยายามกับคนที่เขาไม่้า
“ก็ได้ค่ะ ตามที่ท่านอ๋อง้าเลย”
“จะไปไหน? หนี่เฟิ่งจิว !!” หญิงสาววิ่งออกไปจากห้องของท่านอ๋อง ทั้งที่เสื้อผ้าขาดแบบนั้น น้ำตาที่เอ่อจนมองไม่เห็นเบื้องหน้า ก็ไหลออกมาเป็สายดังเขื่อนที่กำลังระบายน้ำ เธอพยายามกลั้นเอาไว้แล้วแต่มันไม่ฟังเลย
“ฮึกกก!....ฮืออออ อึก....”
คุณหนูหลี่เหมยที่กำลังจะล้มตัวลงนอน แต่ได้ยินเสียงประหลาดก็อดแปลกใจไม่ได้ หอบหน้าขาว คิ้วบางออกมาส่องดู ก็พบหนี่เฟิ่งจิวกำลังนั่งร้องไห้สะอื้นตัวโยน
“เ้า!!! ร้องไห้ทำไม???”
“ฮึกกก! เปล่าค่ะ ไม่ต้องสนใจฉันหรอก”
“ข้าจะนอน แล้วเ้ามาสะอื้นอยู่ข้างหูแบบนี้ ใครจะไปนอนลง!” คุณหนูหลี่เหมยบ่นเสียงดัง หนี่เฟิ่งจิวยังคงนั่งสะอื้นอยู่แบบนั้น ก่อนจะเดินหายไปในความมืด
“จะไปไหนนั่น??? เฟิ่งจิวเ้าไม่รู้หรือว่ามันมืด มันอันตรายนะนังบ้า !!”
เสียงะโของหลี่เหมยดังไปถึงห้องท่านอ๋อง ชายหนุ่มที่นั่งสติหลุดถึงได้คิดออกว่าควรทำสิ่งใดต่อ สั่งเจียงเหวินให้อยู่รอหนี่เฟิ่งจิวกลับมา ตัวเขาจะออกไปตามหาเธอเอง
ยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกว่ามันน่ากลัว แถมรอบข้างก็มีแต่ป่าเต็มไปหมด หนี่เฟิ่งจิวเลิกร้องไห้ฟูมฟายในทันที หลงทางไม่ว่าแต่อยู่ที่ไหนล่ะตอนนี้
ท่านอ๋องนะท่านอ๋อง! เพราะคุณคนเดียวเลยที่ทำให้หนี่เฟิ่งจิว สาวสวย แซ่บซ่า ตัวจี๊ดเฉิงตูต้องมาหลงป่าแบบนี้....