บทที่ 57 แผนรับมือ
เพราะมีประสบการณ์จากก่อนหน้านี้ นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งทั้งหมดไม่มีใครกล้านอนอีกต่อไป ซูหยวนที่ระวังมาตลอดทั้งคืน หลังจากที่ตรวจสอบพื้นที่รอบๆแล้วพบว่าสัตว์และพืชกลายพันธุ์รอบๆนี้ไม่ได้มีเข้ามา เธอก็ผ่อนคลายลง ในขณะที่ทุกคนกำลังมีสติเต็มที่ ซูหยวนกลับเลือกที่จะปูผ้าผืนเล็กของตนเองแล้วล้มตัวลงนอน
หากเป็นก่อนหน้านี้ ในขณะที่ทุกคนกำลังเฝ้าระวังอย่างเคร่งเครียดแล้วมาเห็นซูหยวนนอนหลับอย่างสบายใจ พวกเขาจะต้องตั้งป้อมเล่นงานซูหยวนแน่ ทว่า...หลังจากที่ผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมา เวลานี้ไม่มีใครกล้าท้วงติงซูหยวนแล้ว ต่อให้พวกเขาไม่สบายใจและอยากให้ซูหยวนตื่นอยู่เสมอ กระนั้นพวกเขาก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะบอกให้หญิงสาวทำเช่นนั้น
ตราบเท่าที่ล่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์ด้วยตัวคนเดียว 3 ตัวรวด คนเช่นนั้นถ้าอยากจะนอนก็นอนไป อยากจะกินก็กินเสียเถอะ ใครจะกล้าไปห้ามได้ล่ะ
โชคดีที่ผลของผงยาไล่พวกกลายพันธุ์ได้ผลดี ดังนั้นตลอดเวลา 8 ชั่วโมงนี้ พวกนักเรียนก็สามารถพักฟื้นพลังและร่างกายของตนเองกลับมาได้ แน่นอนว่าซูหยวนก็ไม่ได้นอนกินบ้านกินเมือง เธอตื่นขึ้นมาหลังจากหลับสนิทไป 5 ชั่วโมง มีเวลาสามชั่วโมงก่อนที่ผลของยาจะหายไป จึงได้เข้าร่วมประชุมกับพวกเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆด้วย
“หลังจากนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันดี ผงยาไล่พวกกลายพันธุ์มีไม่มากนัก คิดว่าน่าจะปกป้องพื้นที่พักได้อีก 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งฉันตั้งใจว่าจะใช้พวกมันในเวลากลางคืนเพื่อให้พวกเราได้พักผ่อน ส่วนตอนเช้าพวกเราก็ต้องออกไปล่าหาแกนพลังงานกันอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นใช่ไหม”
“อย่าลืมนะ ถ้าไม่ใช้ผงยาไล่พวกกลายพันธุ์ตอนเช้า พื้นที่พักที่ถากถางเอาไว้ก็อาจจะถูกพวกมันยึดครองเอาก็ได้ อีกอย่าง...สัมภาระของพวกเราล่ะจะว่าอย่างไร”
“นั่นน่ะสิ ถ้าต้องต่อสู้ไปด้วย ดูแลสัมภาระไปด้วย พวกเราคงไม่สามารถเอาชนะพวกกลายพันธุ์ได้แน่ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะเอาแกนพลังงานของพวกมันเลย”
“ใช่ ในกรณีฉุกเฉิน แทนที่จะวิ่งหนีได้ทัน กลับจะถูกพวกมันฆ่าตายเพราะความช้าเสียมากกว่า” นักเรียนทุกคนแสดงความคิดเห็นกันออกมา เนื่องจากพวกเขาเป็นมือใหม่ อีกทั้งยังชะล่าใจมาก่อนจึงไม่ได้เตรียมผงยาไล่พวกกลายพันธุ์มามากนัก ดังนั้นจะใช้อย่างสิ้นเปลืองก็ไม่ได้
หากมองดูพวกเขาตอนนี้ก็คงจะคิดว่ามันช่างลำบากจริงๆ แต่ย้อนกลับไปตอนที่พวกรุ่นพี่มาที่นี่ บางปีมีเด็กๆที่ไม่ได้มีผงยาไล่พวกกลายพันธุ์เลยด้วยซ้ำ ไม่น่าแปลกใจเลยที่สถิติการไล่ออกจากสถาบันของพวกเขามีมากที่สุดแล้ว นั่นเพราะไม่สามารถทนความกดดันไหว จนต้องยอมแพ้ หนีออกมาจากพื้นที่ล่านั่นเอง
“นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะทำอย่างไรกันดีล่ะ”
“นักเรียนทุนอัน เธอมีความคิดหรือเปล่า เพราะเธอเป็นคนที่ล่าพวกกลายพันธุ์ได้มากที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะตัดสินใจยังไง พวกเราก็เห็นด้วยทั้งนั้น” ในขณะที่อันซูหยวนกำลังฟังพวกเขาพูดคุยอยู่นั้น เสียงของคนที่ดูจะเป็นหัวหน้ากลุ่มก่อนหน้านี้กลับพูดถึงเธอขึ้นมา
ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้คิดว่าเธอจะได้รับเกียรติในการตัดสินใจแบบนี้ ทว่า...ถือเป็นเรื่องดีที่พวกเขาให้เธอได้พูด ซูหยวนมีแผนการของตนเองอยู่แล้ว เดิมทีไม่ได้สนใจว่าพวกนักเรียนจะเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเธอจะดำเนินการตามแผนของตนเอง ต่อให้ต้องล่าเพียงลำพัง เธอก็มั่นใจว่าการล่าสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากนั้นไม่เป็นปัญหา อีกอย่าง...เธอก็ไม่ได้คิดจะล่าพวกมันทั้งหมดเพียงคนเดียวด้วย
ก่อนหน้านี้พวกเขาล่าได้ 16 แกนพลังงานแล้ว ยังเหลืออีก 56 แกนพลังงานจาก 72 แกนเท่านั้น เธอมีเวลาที่นี่อีก 4 วันที่จะล่า หาเธอล่าแค่พวกโคเขาแหลมกลายพันธุ์วันละ 10 ตัว รวมแล้วก็ได้ 40 ตัวแล้ว อีก 16 ตัว นักเรียนพวกนี้จะทำผลงานออกมาไม่ได้เชียวหรือ? เธอไม่เชื่อแบบนั้นหรอก!
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อพวกเขาถามเธอและต้องการที่จะทำงานกันเป็นทีม ซูหยวนก็คิดว่ามันดีกว่ามาก แม้ว่าการเป็นพนักงานดีเด่นของบริษัทจะหมายถึงการเป็นบุคลากรที่สร้างผลงานโดดเด่น ทว่า...เธอรู้ว่าตัวเองจะยังโดดเด่นได้ในขณะที่คนอื่นก็ทำได้ดี แถมไม่เหนื่อยกว่าเดิมด้วย
ซูหยวนคิดเล็กน้อยก่อนจะอธิบายให้พวกเขาเข้าใจ
“ในความคิดของฉัน ที่ผงไล่พวกกลายพันธุ์หมดเร็วภายใน 2 วันเป็นเพราะต้องใช้กับพื้นที่กว้างใช่ไหม ถ้าแบบนั้นเราก็แค่ต้องทำให้พื้นที่แคบลงมา ลองคำนวณว่าจะได้พื้นที่ขนาดไหนหากพวกเราต้องการอยู่ให้ครบอีก 4-5 วันที่เหลือ”
“หืม? แต่ถ้าทำแบบนั้นก็จะมีบางคนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยไม่ใช่หรอ? หรือว่าแผนของเธอก็คือการทิ้งคนบางกลุ่ม...”
“ไม่ใช่แบบนั้น” ซูหยวนโบกมือหลังจากเห็นสีหน้าเคลือบแคลงของเพื่อนร่วมชั้น
เนื่องจากทัศนคติที่มีต่อพวกนักเรียนทุน ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะยังระแวงการตัดสินใจของเธอ อีกอย่าง...นักเรียนที่พูดขึ้นมา ก็เป็นนักเรียนที่อ่อนแอที่สุดในบรรดานักเรียนชั้นปีที่หนึ่งทั้งหมด ดังนั้นเธอคงกลัวว่าจะถูกคัดออกเพราะเป็นคนอ่อนแอ ซึ่งหลังจากที่นักเรียนคนนั้นได้ยินการปฏิเสธอย่างจริงจัง สีหน้าของเธอก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย
“รอให้นักเรียนอันอธิบายทั้งหมดก่อน” คนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มกล่าวขึ้นมา พวกเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วย
“อย่างที่บอกไป จะได้พื้นที่เท่าไรก็เท่านั้น ประเด็นสำคัญที่ฉันต้องการทำแบบนี้ก็แค่เพื่อเก็บสัมภาระเท่านั้น ส่วนถ้ามีพื้นที่เหลือพอที่จะให้นักเรียนจำนวนหนึ่งได้พักก็ถือว่าเป็นกำไรแล้ว โดยพวกเราจะแบ่งกันเข้าไปพัก จะแบ่งให้พักกันคนละ 4 ชั่วโมงก็ได้ โดยระหว่างนั้นคนที่พักก็คือคนที่ต้องดูแลสัมภาระของคนอื่นๆด้วย”
“ส่วนคนที่ไม่ได้พักก็ต้องออกไปล่าสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์เพื่อเอาพลังงาน หรือถ้าเหนื่อยมากก็ไปพักผ่อนกันข้างนอก หาตำแหน่งที่ปลอดภัยอยู่ แต่เน้นให้สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัวเอาไว้ก่อน” ซูหยวนอธิบายความคิดของตนเอง เธอไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนต้องเห็นด้วย เพราะต่อให้พวกเขาจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ไม่ได้กระทบกับเธออยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม เธอเองก็ไม่ได้คาดคิดว่านักเรียนทุกคนที่นี่จะพยักหน้ารับทันทีที่ได้ยินแผนนี้
“แผนนี้ค่อนข้างดี ถ้าพวกเราสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ก็น่าจะทำให้พวกเราล่าได้มากขึ้น”
“ใช่ พวกเราพักกันคนละ 4 ชั่วโมงก็ถือว่าไม่ได้แย่แล้ว ฉันลองคำนวณดู ใน 1 วันน่าจะมีคนได้พักครบทุกคนนะ”
“อืม พวกเรานอนบนสัมภาระบ้างก็ได้ อย่างไรสัมภาระของพวกเราก็เป็นแค่พวกกระโจมและของใช้สำหรับการออกพื้นที่ล่าอยู่แล้ว ไม่ใช่สัมภาระที่มีค่าอะไรมากมาย”
“อย่างนั้นก็โล่งใจหน่อย แต่ว่า...นี่ยังต้องหมายความว่า พวกเราต้องเว้นที่ว่างเอาไว้สำหรับคนเจ็บด้วยนะ ยกตัวอย่างเช่น หลังจากออกไปยังพื้นที่ล่าโดยไม่มีผลไล่พวกกลายพันธุ์ อาจจะมีใครได้รับบาดเจ็บ พวกเขาจำเป็นต้องกลับมานอนพักที่พื้นที่ปลอดภัย ถึงตอนนั้น...พวกเราก็ควรมีพื้นที่ให้พัก”
“ถูกต้อง อย่างนั้นพวกเราก็มาจัดการกันเถอะ”
ทุกคนต่างก็โล่งใจหลังจากคิดตามแผนของซูหยวน เดิมทีไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ได้คิดถึงแผนการนี้ และไม่ใช่เพราะซูหยวนฉลาดกว่าใคร แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความใจเย็นของเธอต่างหาก ในขณะที่คนอื่นกำลังกังวลและจินตนาการถึงแง่ร้าย ซูหยวนพูดมันออกมาอย่างใจเย็นจึงดึงสติพวกเขากลับคืนมาได้
เนื่องจากทุกคนถูกเตรียมพร้อมเพื่อให้มาเป็นนักล่าอยู่แล้ว พวกเขาไม่ได้กลัวที่จะต้องต่อสู้กับพวกกลายพันธุ์ แต่กลัวที่ต้องรับมือกับพวกมันโดยไม่ได้มีความพร้อม เมื่อเห็นว่ากลุ่มของพวกเขามีทางออกที่ดีแล้ว ทุกคนก็ฮึดสู้กันอีกครั้ง
“ก็แค่อยู่ให้ครบ 5 คืน 6 วันเองไม่ใช่หรอ นี่มันง่ายดายจะตาย” พวกเขาพูดติดตลก ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
การที่ไม่ได้พักขาเลยตลอดทั้ง 6 วันไม่ใช่เรื่องง่าย วันแรกพวกเขาได้รับการดูแลโดยอาจารย์ก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อนพักผ่อน นอกจากนี้พวกเขาก็เพิ่งมาถึง เรี่ยวแรงยังคงเหลือ ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะไม่ยอมหลับยอมนอนกันง่ายๆ กลับใช้เวลาไปกับการพูดคุยเล่นสนุก
ดังนั้นเวลานี้จึงคล้ายกับว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ ต่อให้จะได้ใช้ผงยาไล่พวกกลายพันธุ์ไปก่อนหน้านี้ พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะข่มตาหลับได้เลย ใครจะเหมือนกับซูหยวนที่วางใจได้ขนาดนั้นกันล่ะ
หลังคำนวณพื้นที่ที่จะใช้ผงยาไล่พวกกลายพันธุ์แล้ว คนที่เหลือก็จับกลุ่มกันเพื่อที่จะออกไปพื้นที่ล่า แม้ว่าจะน่าหงุดหงิดใจ แต่นักเรียนทุนหญิง 3 คนที่ถูกจับมัดก่อนหน้านี้ก็ถูกปล่อยตัวออกไปเพื่อไม่ให้ลดจำนวนนักเรียนคนอื่นที่จะได้พักผ่อน แน่นอนว่าบทลงโทษสำหรับทั้ง 3 คนก็ยังมีอยู่ พวกเขาไม่ยอมให้นักเรียนทั้งสามคนเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัย ทั้งยังไม่ยอมให้ร่วมกลุ่มด้วย
ฝูหนี่ย์ ฟางหนิว และจี้เหลียน ทั้งสามคนไม่ใช่คนที่มีความสามารถในการต่อสู้มากอยู่แล้ว ดังนั้นจึงทำได้แค่วนเวียนอยู่รอบๆพื้นที่ปลอดภัยเท่านั้น หากทั้งสามคนพยายามจะเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัย พวกเขาจะจับทั้งสามคนมัดแล้วโยนออกไปให้พวกกลายพันธุ์จัดการทันที ด้วยคำขู่นี้...ทั้งสามย่อมไม่กล้าที่จะเข้าใกล้
ยังดีที่ในพื้นที่ล่านี้เป็นพื้นที่ที่ทั้งสามคุ้นเคยอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้ทั้งสามคนเป็นผู้เก็บขยะ ย่อมต้องเคยติดตามครอบครัวมาเก็บขยะบ้าง ดังนั้นพื้นที่ที่สามารถซ่อนตัวจากพวกกลายพันธุ์ได้ก็ยังรู้อยู่บ้าง สำหรับเรื่องของพวกเธอทั้งสาม...ไม่มีนักเรียนคนไหนสนใจอยากจะรู้
“พวกเรามาแบ่งกลุ่มกัน สำหรับการล่าครั้งนี้ ฉันคิดว่าควรจะกระจายนักล่าที่มีพลังป้องกัน พลังโจมตี และคนที่โจมตีระยะไกลออกเท่าๆกัน พวกเราแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มน่าจะดี หากเชี่ยวชาญกว่านี้ก็ค่อยแบ่งกลุ่มย่อยอีก” จางเฟยเสนอความคิดของตนเองขึ้นมา ซึ่งคนอื่นๆก็เห็นด้วย
ซูหยวนคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดความคิดของตนเอง
“ฉันคิดว่าจะแยกตัวออกไป...” เพียงแค่ประโยคเดียวของเธอ ซูหยวนก็ทำให้นักเรียนทุกคนอึ้งไปกันหมดแล้ว เธอมองหน้าพวกเขาก่อนจะอธิบายต่อไป
“ฉันมีความสามารถในการล่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์มากที่สุด ดังนั้นฉันจะไม่เสียเวลากับพวกกลายพันธุ์ตัวอื่นๆ ฉันรู้แหล่งของโคเขาแหลมกลายพันธุ์อยู่บ้าง หากสามารถล่าพวกมันได้มาก ฉันก็จะลดภาระของทุกคนได้ด้วย” เมื่อได้ยินแบบนั้น นักเรียนทุกคนก็รู้สึกเหมือนกัน
พวกเขารู้ดีว่าซูหยวนแข็งแกร่ง อีกทั้งคำพูดของเธอก็ไม่ผิดเลย แต่...ถึงเธอจะแข็งแกร่งขนาดไหน การออกไปล่าคนเดียวก็ยังอันตรายอยู่ดี
ลึกๆแล้วพวกเขาอยากขอให้ซูหยวนทำตามความต้องการของตนเองไปเลย การที่ซูหยวนสามารถล่าได้มากขึ้น ก็เท่ากับภาระงานของพวกเขาลดลงจริงๆ แน่นอนว่าความคิดเห็นแก่ตัวแบบนั้นก็คือความคิดที่เห็นแก่ตัวจริงๆ ทว่า...ในเมื่อนักเรียนอันซูหยวนเป็นนักเรียนที่ดี และตอนนี้ก็เป็นเหมือนพวกพ้องของตน นักเรียนทั้งหมดก็ไม่กล้าที่จะยอมรับการตัดสินใจนั้น
“นักเรียนทุนอัน แม้ว่าเธอจะแข็งแกร่งมาก และฉันก็เชื่อว่าเธอจะล่าพวกโคเขาแหลมกลายพันธุ์ได้จริง แต่การแยกตัวออกไปจะเพิ่มอันตรายให้เธอมากขึ้นนะ อย่าลืมว่าพวกเราตกลงที่จะแบ่งกลุ่มออกไปล่าทั้งกลางวันและกลางคืน อาจจะมีบางเวลาที่เธออ่อนเพลียก็ได้”
“ใช่แล้ว เธอช่วยพวกเราล่าก็ได้ ไม่ว่าจะล่าคนเดียวหรือล่าเป็นกลุ่ม ศักยภาพของเธอก็ยอดเยี่ยมอยู่ดี เอาไว้ค่อยแยกตัวออกไปเมื่อถึงกำหนดการแล้วแต่จำนวนแกนพลังงานยังไม่ครบดีไหม”
“นั่นน่ะสิ ตอนนี้ยังเหลืออีกหลายวันก่อนจะได้ออกไปนอกพื้นที่เลยนะ ถ้าไม่เก็บแรงเอาไว้ก็อาจจะแย่ตอนท้ายได้” พวกเพื่อนนักเรียนพยายามโน้มน้าวซูหยวนด้วยความเป็นห่วง
ซูหยวนเข้าใจความคิดของทุกคน แต่ถ้าเธออยู่กับพวกเขา อย่างนั้นเธอก็ไม่สามารถกินของอร่อยในฟาร์มได้ เข้าไปจัดการทรัพยากรด้านในก็ไม่ได้ แถมยังต้องเก็บงำฝีมือของตนเองเอาไว้อีก นับว่าเป็นปัญหาสำหรับเธอมากกว่า
ในขณะที่ทุกคนเป็นห่วงว่าเธอจะไม่ได้พักผ่อน ซูหยวนกลับคิดว่าการที่อยู่กับพวกเขาต่างหากที่เรียกว่าไม่ได้พักผ่อน เธอมีฟาร์มที่ปลอดภัยอยู่แล้ว ยังจะกลัวไม่ได้นอนอีกหรือ?
“ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะลองพยายามดูก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ หลังจากที่ได้เวลาพัก ฉันจะกลับไปรวมกับทุกคนอีกที” เมื่อเห็นซูหยวนยืนยันแบบนั้น นักเรียนคนอื่นๆก็ทำได้แค่พยักหน้ารับ
ท้ายที่สุดแล้วการแบ่งกลุ่มก็เป็นไปตามความเหมาะสม เด็กๆตระกูลจางทั้งสามต้องแยกกันไปคนละกลุ่มเพื่อให้เกิดความสมดุลในเรื่องพลังการต่อสู้
ตอนนี้นักเรียนทั้งหมดแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม คือกลุ่มของนักเรียนที่จะได้พักและดูแลสัมภาระ 5 คน ตัดพวกนักเรียนทุนหญิงทั้ง 3 คน ซูหยวน 1 คน พวกเขาจะเหลือกันกลุ่มละ 9 คนพอดี
หลังจากที่ตกลงกันได้ ซูหยวนก็แยกตัวออกมา เธอใช้พลั่วเป็นอาวุธแทนที่จะเป็นธนู เพราะเป้าหมายในการล่าครั้งนี้ก็คือโคเขาแหลมกลายพันธุ์เท่านั้น
นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งมองดูการเสียสละของซูหยวนด้วยสายตาซาบซึ้ง การออกไปล่าคนเดียวนั้นจะต้องเสี่ยงเจอกับพวกกลายพันธุ์มากมาย อาจจะถูกรุมล้อมโจมตีจนตกตายก็ได้ ทว่า...พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่า สำหรับพื้นที่เขต A แล้ว ซูหยวนก็แค่เหมือนเดินเที่ยวสวนหลังบ้านเท่านั้น
เธอจะเจอกับสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากได้อย่างไร สุดท้ายก็แค่ดูแผนที่แล้วก็เลี่ยงไปไม่ใช่หรือ? เป็นพวกเขาต่างหากที่ไม่มีซูหยวนแล้วจะถูกรุมโจมตีเอาได้น่ะ....
……………………………….