หุ่นเชิด... มันคือหนึ่งในจำพวกของวิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะต้นกำเนิดของมันมาจากการใช้ศพของสิ่งมีชีวิตมาหลอมกลั่นสร้างเป็หุ่นเชิดที่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายและทำตามคำสั่งได้เป็ศาสตร์มืดที่น่าขยะแขยง
เพียงแต่ว่าสิ่งนี้ไม่ค่อยถูกยอมรับมากนักในโลกของผู้ฝึกตน
เนื่องจากโดยส่วนใหญ่ พวกเขาจะมองว่าผู้ที่ใช้หุ่นเชิดนั้นเป็คนต่ำช้าต่อให้ผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมใช้หุ่นเชิดก็ตาม มันก็ไม่อาจถูกมองในแง่ดีเต็ม 10 ส่วน
ใน 10 ส่วน มักจะมีสัก 1-2ส่วนที่ปรากฏความรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ ผสมปะปนกับความระแวดระวังขึ้นมา
ทว่า...
หุ่นเชิดอย่างไรก็นับว่าเป็หนึ่งในเส้นทางวิชาทั้งมากมายนับไม่ถ้วนของโลกบ่มเพาะดังนั้นการถูกยอมรับหรือไม่ก็อาจจะดูไม่สำคัญเพราะความแข็งแกร่งคือที่สุดของโลกใบนี้ เป็กฎระเบียบที่ไม่มีผู้ใดกังขา
หุ่นเชิดแบ่งออกเป็3 ประเภท
หุ่นเชิดมนุษย์ หุ่นเชิดอสูร และหุ่นเชิดกล
หุ่นเชิดมนุษย์ก็ตรงชื่อของมันมันหลอมสร้างมาจากศพของมนุษย์ ยิ่งเป็ศพของผู้ฝึกตนที่ทรงพลังมากเท่าไรการขัดเกลาก็จะยิ่งยากเย็นและเสี่ยงมากเท่านั้นเพราะอาจจะโดนิญญาอาฆาตจากศพเล่นงานสวนกลับ เป็สาเหตุให้ธาตุไฟเข้าแทรกเกิดจิตมารจนทุกข์ทรมาน
ร้ายสุดขนาดขั้นเข้ารีตมารถูกจิตมารควบคุมร่าง ไม่ใช่ผีไม่ใช่คน...
หุ่นเชิดประเภทนี้จึงใกล้เคียงกับวิชามารเป็ศาสตร์มืดที่ไม่มีผู้ใดบนเส้นทางหลักเส้นทางธรรมยอมรับ
สำหรับ...
หุ่นเชิดอสูร ใช้ศพของสัตว์อสูร
หุ่นเชิดกล ใช้แร่วิเศษหรือวัสดุ
ทั้ง 2 ประเภทนี้ ผู้คนกลับให้การยอมรับมากกว่าและถือเป็หุ่นเชิดที่ควรค่า
เพราะสัตว์อสูรและแร่วิเศษล้วนมิใช่มนุษย์
“...” อี้ชิงพอคิดถึงศพของผู้ฝึกตนระดับยอดยุทธ์และหุ่นเชิด
เขาก็พลันลังเลเล็กน้อย เนื่องจากชื่อเสียงของหุ่นเชิดมนุษย์ย่ำแย่เป็อย่างมากเขาไม่สามารถใช้ศพของผู้อื่นมาทำแบบนั้นได้ ไม่ใช่เื่ผิดสำนึกปกติเท่านั้นแต่เป็เื่ของหน้าตาและชื่อเสียงในอนาคตด้วย
“ไป๋หลงเฮยหลง... ข้าอยากถามพวกเ้าสักหน่อย ศพของระดับยอดยุทธ์สามารถเอามาหลอมเป็หุ่นเชิดได้ไหม?”
“ได้ขอรับ”
ความสามารถ ภูมิความรู้และทักษะความเชี่ยวชาญที่ลึกลับเกินคาดหยั่งของทั้งสองมิทำให้อี้ชิงผิดหวังเลยสักครั้ง...ก็อย่างว่านั่นแหล่ะ ขนาดนาวาบินยังสร้างได้แค่สร้างหุ่นเชิดมนุษย์จะเป็อันใดได้?
เขายังสอบถามต่อไป “ข้าอยากได้หุ่นเชิดที่คิดเป็ต่อสู้เป็ฟังคำสั่งได้หลากหลายราวกับมนุษย์คนหนึ่ง…”
“แต่ภาพลักษณ์ของหุ่นเชิดมนุษย์ไม่ค่อยดีพวกเ้ามีวิธีปกปิดหรือเปลี่ยนแปลงมันไหม? เอาแบบที่แม้แต่ผู้ฝึกวิชาหุ่นเชิดมาเองก็ยังไม่อาจมองเห็นหรือตรวจสอบอะไรได้ง่ายๆ แล้วให้คงความเป็หุ่นเชิดเอาไว้สัก1-2 ส่วน”
“การคัดลอกและเสกจากระบบง่ายก็จริงแต่ก็อาจเป็ข้อบกพร่องร้ายแรง... พวกเ้ามีวิธีทำให้รูปลักษณ์ ขนาดส่วนสูง เพศกลิ่นอายปราณิญญา หรืออายุกระดูกต่างกันไหม? ไม่ให้เหมือนเป็คนๆเดียวกัน”
“มีขอรับ”คราวนี้เป็เฮยหลงที่พูดขึ้นเขายังอธิบายด้วยน้ำเสียงเ็าราบเรียบอีกว่า “แต่นั่นจะต้องใช้เืเนื้อของสิ่งมีชีวิตและิญญาที่สดใหม่เพื่อหลอมเป็กายเทียมและิญญาเทียม กระบวนการซับซ้อนและยุ่งยากเล็กน้อย”
“แต่ข้ามั่นใจว่าสามารถทำตามข้อกำหนดของท่านได้ขอรับ”
“อืม...”ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างชั่งใจ
ในความเป็จริงแล้ว เขาสามารถปัดตกหุ่นเชิดมนุษย์แล้วไปหลอมสร้างเป็หุ่นเชิดอสูรหรือหุ่นเชิดกลได้
หากทว่า...
แม้ในสายตาของบรรดาผู้ฝึกตนจะเกลียดชิงชังหุ่นเชิดมนุษย์ก็ตามแต่นั่นก็มิได้มีผลเสียเสมอไปไม่ เพราะการใช้หุ่นเชิดประเภทนี้สามารถทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวและหวาดเกรงได้ในทางหนึ่ง!
หุ่นเชิดระดับยอดยุทธ์?
ถ้ามีแค่ตัวเดียวพวกเขาอาจจะแค่ขบขำหัวเราะเยาะใส่
แต่ถ้า... หุ่นเชิดระดับยอดยุทธ์นับ 100 นับ 1000 ตัวเล่า?พวกเขาจะยังขำออกอีกไหม? เมื่ออยู่ต่อหน้ากองทัพมากมายนี้?
เพราะอย่าว่าแต่ระดับนักพรตเลยแม้แต่ระดับยอดพรตยังหวาดระแวง พวกเขาจะขบคิดในใจว่า “หุ่นเชิดระดับยอดยุทธ์จำนวนมากเพียงนี้ย่อมต้องมีหุ่นเชิดระดับนักพรตหรือกระทั่งระดับยอดพรตอยู่ด้วยแน่ๆ!”
คนที่กลายเป็ผู้ฝึกตนได้จะต้องมีสติปัญญาและพลังที่แข็งแกร่ง
พวกเขาสามารถคิดอ่านสถานการณ์และคาดเดาไปถึงบางสิ่งที่ตนอาจจะพบเจอในอนาคตอันใกล้และด้วยเหตุนี้เอง... ด้วยที่พวกเขาชอบคิดมากคิดไปไกลมันย่อมกลายเป็ดาบสองคมได้ด้วยเช่นเดียวกัน
‘หึหึหึ...’
‘หุ่นเชิดมนุษย์ระดับยอดยุทธ์นับหมื่น... ข้าไม่เชื่อหรอกว่าใต้หล้านี้จะไม่สั่นะเื! อาศัยดาบในมือที่ใช้ข่มขู่ข่มขวัญอาศัยความมั่งคั่งที่ข้าสามารถมอบให้แก่ผู้คนมากมายที่สมัครใจติดตามข้า...’
‘ข้าสามารถกุมคว้าทวีปนี้ไว้ในมือข้างเดียวได้!’
แต่เื่หุ่นเชิดนับหมื่นนั้นเอาไว้ก่อนเนื่องจากมันเกินขอบเขตไปนัก
แค่สัก 10 สัก 20 ตัวก็หรูหราและน่าสะพรึงขวัญเพียงพอกวาดล้างขุมพลังที่อยู่ระดับต่ำกว่าระดับ 3 ได้อย่างง่ายดายเพียงพลิกฝ่ามือแล้ว!?
......
......
อี้ชิงกลับขึ้นมาและเปิดอ่านจดหมายจากพี่สาวน้องสาวของเขาเนื้อหาในจดหมายแสดงถึงความคิดถึงและเป็ห่วงเป็ใย สอบถามถึงสถานการณ์ของเขาและแม่ว่าการเป็อยู่อย่างไร? สุขสบายดีไหม?
นอกเหนือจากเื่ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ
ชายหนุ่มยังรับทราบถึงสถานการณ์ระหองระแหงระหว่างขุมพลังจากในจดหมายด้วย
เมื่อไม่นานมานี้พวกเขาได้ค้นพบเส้นเืปราณิญญาใหม่ในเทือกเขาฟ้าครามหลายขุมพลังเลยอยากจะ
และพอมีโอกาสวาสนาใหญ่ที่สามารถเพิ่มพูนพลังอำนาจของขุมพลังเยี่ยงนี้
มีหรือที่ขุมพลังต่างๆโดยรอบจะไม่โลภมาก?
ความขัดแย้งและข้อพิพาทอุบัติขึ้นทันทีทันใดทั้งมิใช่เพียงแค่ผู้ฝึกตนที่เข้าร่วม แต่ยังรวมไปถึงพวกสัตว์อสูรในเทือกเขาฟ้าครามด้วยเช่นกัน
“เทือกเขาฟ้าคราม...”
ข้อมูลของเทือกเขาฟ้าครามหลั่งไหลเข้าสู่หัวสมองของชายหนุ่มในฐานะที่คนคือศิษย์นอกของสำนักฟ้าครามเขาย่อมต้องเคยอ่านข้อมูลของมันจากในหนังสือตำราของสำนักเข้าใจข้อมูลของมันในระดับหนึ่ง
ตัวของเทือกเขาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของทวีปชิงมีขนาดใหญ่มากกว่า 800 ลี้ เต็มไปด้วยทรัพยากรปราณิญญาและสัตว์อสูรร้าย และเป็แหล่งทรัพยากรขนาดกลางที่ค่อนข้างใหญ่
โดยใช้เกณฑ์วัดทั่วไป
มันเป็แหล่งทรัพยากรระดับ2 ที่เทียบเท่ากับขุมพลังระดับ 2 มีสัตว์อสูรที่ทรงพลังสูงถึงระดับปรมาจารย์อาศัยอยู่
ตรงกลางเทือกเขา มีมิติลับระดับมนุษย์ขั้นกลางที่แห้งเหือดไปนานแล้วแต่ยังเหลือปราณิญญา ทำให้สามารถใช้บ่มเพาะบำเพ็ญได้ดังนั้นขุมพลังรอบๆจึงมักตกลงกันเปิดเส้นทางให้เหล่าลูกศิษย์ที่มีพร์สูงสุดของตนไปฝึกฝนที่นั่น
เกี่ยวกับขุมพลัง... มีขุมพลังทั้งหมด4 ขุม
เรียงลำดับจากที่แข็งแกร่งที่สุดไปอ่อนแอที่สุดเริ่มจากสำนักหัตถ์ฟ้าคำราม สำนักหอกวายุ สำนักฟ้าคราม และสุดท้ายคือหอโอสถูเาคราม
หอโอสถูเาครามเป็ขุมพลังระดับ 1แม้จะอ่อนแอที่สุด แต่ก็ไม่มีใครกล้าล่วงเกินง่ายๆเพราะพวกเขาคือสาขาหนึ่งของสมาคมนักปรุงยา มีอิทธิพลมากในพื้นที่บริเวณนี้ทั้งพวกเขายังไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างขุมพลังใด
ฉะนั้นจึงมีแค่ 3ขุมพลังที่ต้องห้ำหั่น
แต่ก็เป็เื่ที่น่าเศร้าสลดที่สำนักของอี้ชิงนั้นกลับเป็ฝ่ายเสียเปรียบเต็มประดา
เพราะสำนักหัตถ์ฟ้าคำรามและสำนักหอกวายุเป็พันธมิตรกันพวกเขาทั้งสองพยายามกดขี่และกลืนกินสำนักฟ้าครามที่กำลังเสื่อมถอย อย่างปรารถนาและละโมบโลภมากในมรดกของบรรพชนสำนักฟ้าครามที่ทิ้งเอาไว้เื้ั
ประวัติของสำนักฟ้าครามนั้นมีมาอย่างยาวนานนับพันปี
ก่อตั้งเมื่อประมาน 1200 ปีก่อนเคยให้กำเนิดระดับยอดยุทธ์ขึ้นมา 1 คน เมื่อ 600 ปีที่แล้วเคยเจริญรุ่งเรืองและเป็สำนักระดับ 3 ที่ครองครองพื้นที่ 200 ลี้ มีศิษย์สาวกมากกว่าหมื่นมีอำนาจบารมียิ่งใหญ่ หนึ่งฝ่ามือเรียกเมฆาเรียกลมฝน
แต่ก็ตกต่ำลงเรื่อยมา เพราะขาดศิษย์รุ่นใหม่มากพร์มาสืบทอดต่อ
“สำนักหัตถ์ฟ้าคำรามกับสำนักหอกวายุสินะ? พวกเ้าจะเป็ศัตรูที่คู่ควรให้ข้าลงมือเองจริงๆหรือเปล่านะ?น่าสนใจจริงๆ” ชายหนุ่มลูบคางอย่างสนใจจากเนื้อความ ดูเหมือนสถานการณ์จะยังไม่ถึงขั้นร้ายแรงมากนัก
ทั้ง 3ขุมพลังยังสามารถพูดคุยเจรจากันได้ ไม่ถึงขั้นบาดหมางจนต้องแตกหัก
เพราะอย่างไรก็ยังมีศัตรูที่หมาย่ชิงแบ่งปันเนื้อจากพวกเขาอย่างผู้ฝึกตนมารผู้ฝึกตนอิสระและสัตว์อสูรอยู่ดังนั้นการร่วมมือเพื่อปกป้องผลประโยชน์จึงเป็สิ่งที่ผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลมกระทำ
ก็อกๆ
“เข้ามา”
แอ็ด...
เรือนร่างมีเสน่ห์และเย้ายวนในชุดอาภรณ์สีแดงชมพูของป้าเฉียงย่างเท้าก้าวเข้ามาในห้องเรือนใบหน้าที่งดงามของนางปรากฏความขัดเขินเมื่อต้องอยู่กับนายน้อยผู้หล่อเหลาและมากล้นด้วยกําหนัดเพียงลำพังหี?
และโดยไม่พูดพร่ำใดๆ อี้ชิงคว้าเอวบางของนางไว้ทันที
สองมือไวว่องดุจสายลมคว้าขยำเข้าที่เต้านมอวบอิ่มสองเต้าใหญ่ๆล้นๆมือคู่นั้นของนางอย่างสนุกสนานซุกซนราวกับหลงลืมคำพูดของมารดาไปแล้วว่าเคยสั่งเคยกำชับกับเขาไว้อย่างไรเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
“อ๊ะ อ๊า~♥นายน้อย... เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ...♥”
“อื้ออห์ๆ~♥อืมม...♥”
“จ๊วฟ... จ๊วฟว์ๆๆ...♥”
ริมฝีปากอวบอิ่มดุจดอกไม้ของนางถูกริมฝีปากของชายหนุ่มปิดผนึกลิ้นสากร้อนใหญ่เข้าพัวพันกับลิ้นเรียวหอมของนางทั้งสองโอบกอดและบดจูบแลกลิ้นกันไปมาอย่างดูดดื่มเร่าร้อนจนเสื้อผ้าหลุดร่วงไปเกือบหมดทั้งกายอย่างไม่รู้ตัว
เรือนกายขาวเนียนดุจหยกเนื้อดีที่ผ่านการใช้โอสถวิเศษและของล้ำค่ามากมายเพื่อชำระล้างขัดเกลาขึ้นใหม่นั้นช่างสวยงามและมีเสน่ห์ยิ่งไม่ว่าจะปทุมถันคู่สวยหรือเนินโหนกกลีบหีที่ดูชมพูแน่นชิดมากขึ้น
จากเดิมที่มีสีหม่นสีคล้ำบัดนี้กลายเป็หวานชมพูระเรื่อ
ถึงแม้จะยังมีร่องรอยเก่าๆอยู่บ้างแต่โดยรวมแล้ว ร่างกายของนางได้ถูกพัฒนาย้อนคืนวัยกลายจากมนุษย์ปุถุชนธรรมดาผู้แสนอ่อนแอเป็ผู้ฝึกตนที่สามารถบ่มเพาะปราณิญญาได้แล้ว
พลังกายก็เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วยทำงานหนักๆไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด
“โถ่ นายน้อย... ท่านนี่ช่างใจร้อนนักปล่อยให้ข้าพูดธุระก่อนสิเ้าค่ะ...♥” หงเฉียงถอนหายใจยาวก้มมองดูร่างของนางที่ไม่เหลือแม้แต่อาภรณ์สักชิ้นมาปิดนมปิดหีปิดตูดคนงามก็อดเย็นๆหนาวๆไม่ได้
“ท่านเปลี่ยนแปลงไปมากเป็ธรรมดาที่ข้าอยากจะดูและตรวจสอบให้ถี่ถ้วน ข้าเกรงว่าท่านป้าคนสวยของข้าจะเกิดข้อผิดพลาดบนเส้นทางบ่มเพาะข้าเป็ห่วงท่านนะ หึหึหึ” อี้ชิงหัวเราะทั้งมองทั้งจับทั้งลูบคลำเนื้อตัวของนางอย่างชั่วร้าย
“ว่าแต่...ท่านมาหาข้าเพราะเื่ใด?”
“อะ... อู๊ยยยส์...♥ มะ... มีคนมาหาท่านเ้าค่ะ พวกเขาอ้างว่าเป็ศิษย์สำนักฟ้าครามเช่นเดียวกับท่าน” นางกล่าวอย่างรวดเร็วพลางถ่างขาออกน้อยๆเมื่อนิ้วมือหนาใหญ่ของชายหนุ่มล้วงแหย่เข้ามาน้ำหีเริ่มเปียกแฉะจนหยดย้อยลงพื้น
“โห? พวกเขาว่ายังไง?”
แจ๊ะๆ แจ๊ะๆ...!
“ซี๊ดดดส์!!ๆ~♥ พวกเขา... บอกว่าจะรอท่านอยู่ที่โรงเตี๊ยมของเรายามเซินเ้าค่ะ”
“เช่นนั้น...ก็แสดงว่ายังมีเวลาอีกเยอะสินะ?” อี้ชิงยกยิ้มกว้างจ้องมองสาวใช้วัยกลางคนอย่างหื่นกระหายและเริ่มจู่โจม “เย็ด” นางทันที
(ยามเซิน 15.00 – 17.00 น.)