ความโกรธแค้นของชูร่า

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 42 ความผกผัน (2)

            หญิงสาวยื่นริมฝีปากของเธอเข้าไปใกล้ก่อนกระซิบคำพูดอันอ่อนโยนและอบอุ่นข้างหูของเขาเฉกเช่นคนรัก ยามที่เธอกระซิบมือที่นิ่มนวลสีเนื้อทั้งสองข้างของเธอก็คว้ามือแต่ละข้างของเขาขึ้นมาบีบจับหน้าอกของเธอช้าๆอย่างไรก็ตามลึกลงไปข้างในดวงตาอันทรงเสน่ห์ไร้ที่สิ้นสุดของเธอ แสงเย็นส่องวาบขึ้นมาตอนที่เธอฉีกกระชากเสื้อผ้าชั้นสุดท้ายออกนั้นเธอก็รู้สึกว่าจิตใจของเขาว่างเปล่าไปชั่วขณะ ตราบใดที่เธอให้เขาสัมผัสผิวกายของเธอจิตใจของเขาจะต้องแตกสลายไปจนหมดสิ้น!

            “เจ้า~” มือทั้งสองข้างถูกคว้าไปโดยมือขาวเนียนคู่หนึ่งและค่อยๆเคลื่อนเข้าไปใกล้หน้าอกใหญ่อันไร้ที่ติคู่นั้นของเธอซึ่งดูเหมือนไม่ได้เป็นของดินแดนมนุษย์หลิงเฉินแทบจะได้ยินเสียงจิตวิญญาณของเขาพังทลาย

            รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของหญิงสาวดูคลุมเครือมากยิ่งขึ้นทันใดนั้นมือของชายหนุ่มที่เธอจับไว้ก็เป็นอิสระและพุ่งไปจับหน้าอกของเธอด้วยตัวเอง ในขณะที่เธอไม่ได้เตรียมตัวหน้าอกใหญ่ยักษ์ทั้งคู่ก็โดนมือของหลิงเฉินจับและบีบนวดอย่างรุนแรงเนื่องจากพละกำลังอันล้นเหลือของเขาหน้าอกอันเต่งตึงและคับแน่นก็ทะลักออกมาจากทางด้านข้างของนิ้วมือที่กางอยู่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะจับหน้าอกด้วยมือเพียงข้างเดียวมือทั้งสองข้างของเขากำลังเพลิดเพลินไปกับความหื่นกระหายนี้ ไม่ว่านิ้วมือทั้ง 10นิ้วของเขาจะบีบจับและเคล้าคลึงไปที่ใด เขาก็ได้สัมผัสหน้าอกอันนุ่มนิ่มเต็มมือไม่ว่าเขาจะจับพวกมันอย่างไรเขาก็รู้สึกถึงรูปร่างอันน่าอัศจรรย์ของหน้าอกคู่นี้ที่ทำให้ผู้คนทึ่งได้เสมอ

            หน้าอกอันเย้ายวนใจของหญิงสาวนั้นไวต่อความรู้สึกเป็นอย่างยิ่งอีกทั้งร่างกายของเธอยังอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างอ่อนแอ จากการกระทำอันบ้าคลั่งของเขาเรี่ยวแรงทั้งหมดในร่างกายของเธอก็หายไปในทันที เธอกัดฟันแน่นต่อต้านความรู้สึกมึนงงและเจ็บปวดเล็กน้อยจากหน้าอกของเธอริมฝีปากของเธอเผยอออกอย่างห้ามไม่ได้ พร้อมกับส่งเสียงร้องครวญครางออกมาเบาๆเมื่อเธอรู้สึกตัวเธอก็รีบปิดปากเธออย่างรวดเร็วเพื่อหยุดยั้งเสียงร้องครวญครางที่กำลังจะออกมาจากปากของเธอ

            การที่มีผู้ชายมาสัมผัสหน้าอกของเรามันเป็นความรู้สึกเช่นนี้เองมันแตกต่างจากตอนที่เราสัมผัสด้วยตัวเองอย่างสิ้นเชิง...

            เธอไม่ได้เอามือของหลิงเฉินออกไปแต่เธอกลับกัดฟันเบาๆ และอดทนไว้พร้อมกับรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ที่ยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าของเธอ: “คิกๆหนุ่มน้อย หน้าอกของพี่สาวงดงามไหม!”

            เสียงพูดของเธอหยุดไปในขณะที่เสียงร้องด้วยความประหลาดใจดังขึ้นเธอชูคอเพรียวบางซึ่งเป็นริ้วอย่างสวยงามขึ้น ทั่วทั้งร่างของเธอสั่นสะท้านอาการสยิวแล่นไปที่เรียวขาอันงดงามของเธออย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นเพราะมือของหลิงเฉินที่จู่ๆก็ออกแรงบีบขย้ำความแรงในการบีบขย้ำของเขาที่ปกติก็เร็วอยู่แล้วนั้นกลับเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันเขาจับหน้าอกของเธออย่างไร้ปราณีเหมือนกับคีบเหล็กสองอันนิ้วมือที่ประสานกันของเขายังหนีบอัญมณีสีชมพูสองเม็ดนั้นไว้ระหว่างซอกนิ้วของเขา

            “มันเจ็บนะเบาๆ หน่อยมันเจ็บนะ อ๊า!” ร่างกายอันทรงเสน่ห์ของหญิงสาวไวต่อความรู้สึกเป็นอย่างมากความสับสนมึนงงและความเจ็บปวดมหาศาลซึ่งเข้ามาพร้อมกันนี้ทำให้เธอส่งเสียงร้องครวญครางและสั่นเทาอย่างรุนแรงลักยิ้มสีแดงเรื่อของเธอนั้นเหมือนว่าเธอดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมากขนตาหนาโค้งงอนของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรงเรียวขาทั้งสองข้างบดเบียดกันคล้ายว่ากำลังชักกระตุกมือทั้งสองของเธอจับข้อมือของเขาหมายจะเอามันออกไปทว่าเรี่ยวแรงของเธอเหลืออยู่น้อยนิดจึงทำให้เธอไม่สามารถเอามือของเขาออกไปได้เธอเหลือบตาอันงดงามขึ้นปะทะดวงตาคู่หนึ่งที่น่าหวาดหวั่นดวงตาของหลิงเฉินที่พร่ามัวไปในตอนแรกขณะนี้กำลังเปล่งแสงดุร้ายราวกับสัตว์ป่าออกมาทันใดนั้นเธอก็รู้สึกถึงความหนาวเหน็บในหัวใจของเธออย่างต่อเนื่อง

            เขาไม่ได้หลงเสน่ห์ไม่ใช่ตั้งแต่แรกเลย!

            “อ๊าก————”

            ตูม!!!!

            เสียงคำรามร้องด้วยความเจ็บปวดนี้เกือบจะทำให้แก้วหูของหญิงสาวแตกเป็นเสี่ยงๆภายใต้เสียงแผดร้อง พื้นที่มืดมิดเริ่มแตกร้าวแสงสว่างผ่านทะลุเข้ามาข้างในอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นมือคู่นั้นที่กำลังบีบจับหน้าอกของเธอจับแน่นขึ้นอีกเล็กน้อยความเจ็บปวดอย่างรุนแรงเกือบจะทำให้ดวงตาของเธอมีน้ำตาไหลออกมาเธอมองเห็นว่าที่บริเวณข้อมือซ้ายของเขา แสงสีดำของ ‘จันทร์ต้องสาป’ เริ่มมัวหมองลงเหมือนกับดวงดารายามสายัณห์จากความพยายามที่จะกลืนกินจิตวิญญาณของมนุษย์ผู้นี้จนกระทั่งถึงตอนนี้เวลาได้ผ่านไปแล้วสองถึงสามนาที ตอนนี้มันได้ถึงขีดจำกัดในปัจจุบันของ ‘จันทร์ต้องสาป’ แล้ว ในระหว่างนี้ยังมีการขัดขวางอย่างรุนแรงถาโถมเข้าใส่จิตใจของเขาซึ่งเธอสร้างขึ้นมาจากเสน่ห์ของเธอเองแต่มันก็ยังไม่สำเร็จมนุษย์ผู้นี้จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงมีสติแจ่มชัด!

            เป็นคนที่น่ากลัวอะไรอย่างนี้…

            เขาเป็นมนุษย์จริงๆ งั้นหรือ? หรือเขาเป็นเทพเจ้าไม่ก็ปีศาจหรือเขาจะเป็นสิ่งมีชีวิตโบราณซึ่งอยู่เหนือเทพเจ้าและปีศาจ!

            “ปล่อยข้าเถอะ ‘จันทร์ต้องสาป’ จะหยุดความเจ็บปวดของเจ้าทันทีและจะไม่พยายามกลืนกินจิตวิญญาณของเจ้าอีกต่อไปปล่อยข้าเถอะ...” หญิงสาวมองไม่เห็นความหวังใดๆ อีกต่อไปเธออดทนต่อความเจ็บปวดอันลึกล้ำจากหน้าอกของเธอ รวมทั้งใช้เสียงน่ารักและสั่นเทาของเธออ้อนวอนขอความเมตตาจากมนุษย์ผู้นี้ถ้าทุกอย่างยังเป็นแบบนี้ต่อไป‘จันทร์ต้องสาป’ จะถูกมนุษย์ผู้นี้ควบคุมแทน!

            “อ๊ากกกก—”

            สิ่งที่ตอบกลับเธอมามีเพียงเสียงคำรามลั่นของหลิงเฉินเท่านั้น

            ในตอนแรกเธอเพียงต้องการใช้ร่างกายของเธอเพื่อสะกดเขาแต่ใครจะไปคาดคิดว่าร่างกายเปลือยเปล่าและหน้าอกของเธอจะถูกเขาจับอย่างตึงแน่นและทำให้เธอตกอยู่ในสภาพขายหน้าอย่างมากจนเธอต้องอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขาเสียเอง ‘จันทร์ต้องสาป’ ที่แม้แต่ทวยเทพและอสูรร้ายต่างหวาดกลัวได้ตกอยู่ในกำมือของมนุษย์ผู้นี้แล้วจริงๆทว่าตอนนี้นอกจากการอ้อนวอนขอความเมตตาแล้วเธอจะทำอะไรได้อีก? พลังจิตวิญญาณของ ‘จันทร์ต้องสาป’ ถึงขีดจำกัดของมันแล้ว มันไม่อาจกลืนกินจิตวิญญาณของเขาได้อีกต่อไปเธอต้องอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขาเพื่อป้องกันผลพวงอันเลวร้ายที่สุดจากสิ่งที่เกิดขึ้นเธอจะปล่อยให้ ‘จันทร์ต้องสาป’ และตัวเธอตกอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ผู้นี้ได้อย่างไร

            “ข้าขอร้องเจ้าปล่อยข้าไปเถอะข้ายินดีช่วยเติมเต็มความปรารถนาของเจ้าข้าจะตั้งใจช่วยให้เจ้ากลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกข้าจะยอมเป็นทาสรับใช้ของเจ้าปล่อยข้าเถอะหยุดสิ! ”

            “อ๊า!!”

            ไม่ว่าเธอจะอ้อนวอนอย่างไรเธอก็ไม่เห็นแม้แต่วี่แววของการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในดวงตาที่เย็นชาของหลิงเฉิน แสงของ‘จันทร์ต้องสาป’ เลือนรางมากขึ้นในขณะที่มันกำลังสั่นกลัวและเข้าใกล้การดับมอดอย่างสมบูรณ์ทีละนิดๆ

            “อ๊ากกกกก!!”

            ครืน!!!!

            “จบแล้ว มันจบแล้ว...” หลังสิ้นเสียงแผดร้องครั้งสุดท้ายของหลิงเฉินพื้นที่มืดมิดก็ได้สลายไปจนหมดสิ้นความมืดทั้งหมดเลือนหายไปอย่างรวดเร็วคล้ายกับถูกผลักออกไปอย่างแรงโดยออร่าขนาดใหญ่บางอย่างดวงตาที่ทรงเสน่ห์ของหญิงสาวเริ่มมัวหมอง ความพยายามและการอ้อนวอนทั้งหมดของเธอล้วนไม่เกิดผลใดๆผลลัพธ์อันน่าหวาดกลัวซึ่งเธอไม่อยากเห็นมากที่สุด ในที่สุดก็มาถึง

            ทันใดนั้นลำแสงสีแดงสองลำก็แวบผ่านหน้าของเธอไปดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นในฉับพลันและมองตรงไปที่แหล่งกำเนิดของลำแสงสีแดงทั้งสองลำนั้นสิ่งที่เธอมองเห็นคือดวงตาของหลิงเฉินซึ่งตอนนี้ปรากฏขึ้นมาเป็นสีคล้ายเลือดจริงๆ!

            “ดวงตาดวงตานักฆ่าทำลายล้าง!! เจ้าเจ้าคือ...”

            ตูม!!!!

            เกิดเสียงดังอู้อี้ขึ้นอีกครั้งก่อนที่ความมืดทั้งหมดจะหายไปอย่างสิ้นเชิงทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนตอนที่หลิงเฉินก้าวเข้ามาที่นี่ครั้งแรกในอากาศมีลูกแก้วเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วนเปล่งแสงสีเขียวอ่อนล่องลอยไปมาซึ่งให้ความสว่างแก่พื้นที่แห่งนี้ส่วนบนพื้นนั้นยังคงเหลือร่องรอยที่หลิงเฉินเคยเกลือกกลิ้งอยู่ นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไป คล้ายกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

            ในที่สุดมือของหลิงเฉินก็ปล่อยจากหน้าอกของหญิงสาวดวงตาของเขาปิดลงอย่างช้าๆ จากนั้นก็ล้มลงไปด้านหลังราวกับท่อนไม้ที่ล้มลงพื้นอย่างรุนแรงและหมดสติไปอย่างสมบูรณ์ บนข้อมือข้างซ้ายของเขามีกำไลสีดำพันรอบอยู่แน่นอีกทั้งบนตัวกำไลไม่มีแสงใดๆ เปล่งออกมาอีก

            หญิงสาวถอยหลังกลับไปสองสามก้าว ก่อนสูดหายใจเฮือกใหญ่หน้าอกขนาดมหึมาของเธอสั่นขึ้นๆ ลงๆ จากการหอบหายใจอย่างหนักหน่วงจนปรากฏเป็นระลอกคลื่นขึ้นบนหน้าอกของเธอที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเลือดพล่านด้านบนยังมีรอยนิ้วมือสีแดงและน้ำเงินสลับกันไปมาเธอยกมือขึ้นพร้อมกับสะบัดนิ้วมือชุดสีดำเหมือนก่อนหน้านี้ก็ปรากฏขึ้นมาปกปิดร่างกายของเธอที่เพียงพอจะสะกดคนทั้งโลกจากนั้นเธอมองไปที่หลิงเฉินซึ่งอยู่บนพื้นอย่างเงียบเชียบด้วยท่าทางที่ดูสับสนวุ่นวายเป็นอย่างมาก

            ‘จันทร์ต้องสาป’ พันรอบข้อมือของเขาแล้ว และไม่อาจแยกจากกันได้ ‘จันทร์ต้องสาป’ ไม่สามารถปลดออกด้วยตัวของมันเอง หลิงเฉินเองก็ไม่สามารถถอดมันออกได้เพราะเมื่อมันถูกกำราบแล้วมันจะถูกบังคับให้ติดตามคนที่ควบคุมมันจนกระทั่งถึงวันที่คนผู้นั้นตายจากไป

            “มนุษย์ผู้นี้เป็นปีศาจงั้นเหรอ?มนุษย์ธรรมดาจะมีจิตวิญญาณกล้าแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไรกันดวงตานักฆ่าทำลายล้างปรากฏบนมนุษย์ได้อย่างไร!”เธอบีบนวดหน้าอกที่ปวดระบมของตัวเอง และพูดกับตัวเธอเองในระหว่างที่หอบหายใจ

            “ในตำนานนั้นมีเพียงเทพเจ้าหรือปีศาจที่มีจิตวิญญาณอยู่ในระดับสูงมากๆเท่านั้นที่จะสามารถใช้จิตวิญญาณผ่านทางสายตาเพื่อทำลายล้างสิ่งมีชีวิตทุกชนิดดวงตาของพวกมันในตอนนั้น คือ ‘ดวงตานักฆ่าทำลายล้าง’ ที่น่าสะพรึงกลัว แต่ดวงตานักฆ่าทำลายล้างนั้นเคยปรากฏเมื่อนานมาแล้วในยุคของเทพเจ้าและปีศาจหลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏที่ไหนอีกเลย10,000 ปีก่อนเหล่าเทพเจ้าและปีศาจตกตายและกระจัดกระจายไปและตอนนี้พวกมันตกอยู่ในสภาพที่น่าหวาดกลัวฉะนั้นดวงตานักฆ่าทำลายล้างไม่ควรจะปรากฏขึ้นมาอีก ทว่าดวงตาของมนุษย์ผู้นี้ในตอนนั้น...”

            “มันอาจจะเป็นแค่ภาพลวงตาหรือไม่ได้เป็นแม้กระทั่งดวงตานักฆ่าทำลายล้าง? ”

            แต่ไม่ว่าอย่างไร ‘จันทร์ต้องสาป’ ก็ไม่อาจเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นหุ่นเชิดของมันได้แต่มันกลับถูกกำราบโดยจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งซึ่งหาที่เปรียบไม่ได้และกลายเป็นของเขาตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ‘จันทร์ต้องสาป’จะช่วยเหลือเขาเพียงคนเดียวรวมทั้งอยู่ในการควบคุมและฟังคำสั่งของเขาโดยต่อต้านไม่ได้

            ในที่สุดความรู้สึกเจ็บปวดที่หน้าอกของเธอก็เริ่มทุเลาเบาบางลงหญิงสาวเดินไปหาหลิงเฉิน และจ้องมองไปที่ร่างกายและใบหน้าของเขา หลังจากผ่านไปนานเธอก็พูดกระซิบขึ้นมาช้าๆ: “ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หวังว่าเขาจะนำพาความประหลาดใจมาให้เราได้...”

            ………..

            ………..

            “พี่คะทำไมพี่ถึงไม่เต็มใจเล่าเรื่องในอดีตให้หนูฟังทุกทีเลย?หนูอยากรู้จริงๆ นะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับพี่ หนูอยากรู้”

            “เพราะว่าพี่เคยเป็นคนไม่ดีมาก่อน”

            “คนไม่ดี?คนไม่ดีแบบไหนกันคะ?”

            “เลวมากๆ แบบชั่วร้ายที่สุด”

            “คิกๆ หนูไม่เชื่อพี่หรอกเห็นได้ชัดว่าพี่เป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก”

            “ถ้าหากพี่เป็นคนเลวที่ทุกคนเกลียด?รั่วรั่วจะเกลียดพี่ด้วยหรือเปล่า?”

            “ไม่ค่ะ! หนูจะไม่มีวันเกลียดพี่ถ้าหากพี่เป็นคนไม่ดีจริงๆ งั้นหนูก็จะเป็นคนไม่ดีเหมือนกับพี่ แบบนี้หนูก็จะสามารถอยู่เคียงข้างพี่ต่อไปได้และไม่ต้องแยกจากพี่ถึงแม้ว่าพี่จะทำบางสิ่งที่ผิดมากๆ และถูกลงโทษ หนูก็จะรับการลงโทษนั้นกับพี่ด้วย”

            “…”

            รั่วรั่ว...

            หลิงเฉินลืมตาขึ้น โดยไม่ต้องรอให้สายตามองเห็นได้ชัดเขาก็ลุกขึ้นนั่งในทันที หลังจากความสับสนช่วงสั้นๆทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขาก่อนหน้านี้ได้ฉายซ้ำขึ้นในความคิดของเขาอย่างรวดเร็ว

            “นายน้อยของข้าในที่สุดท่านก็รู้สึกตัว”

            เสียงน่ารักดังขึ้นข้างหูของเขาและทำให้ร่างกายที่มึนงงอยู่แล้วอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ทันใดนั้นเขาก็ขมวดคิ้วก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนพื้น และมองไปที่หญิงสาวซึ่งอยู่เบื้องหน้า “เจ้า!!”

            ตอนที่พูดเขาก็ยกแขนซ้ายขึ้นมาบนข้อมือของเขามีจันทร์เสี้ยวสีดำพันอยู่รอบ มันมีรู 15 รู กระจายอยู่ในแนวตั้ง 3รู และในแนวนอนอีก 12 รู เพียงแค่ว่าในตอนนี้ มันไม่ได้นำความเจ็บปวดใดๆ มาให้เขาแต่มันกลับพันอยู่รอบข้อมือของเขาอย่างเงียบๆ หลิงเฉินสัมผัสได้รางๆ ถึงการควบคุมที่เขามีเหนือมัน

            ไอเทมอันน่าหวาดกลัวซึ่งจะกลืนกินจิตวิญญาณของเราก่อนหน้านี้มันเป็นของเราแล้วงั้นหรือ?