เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    ตอนที่ 47 แนะนำตัว

    ตอนที่ 47 แนะนำตัว

     

    หลังจากที่ผ่านไปสามวันตงควงก็กลับมาตามที่ได้พูดไว้ก่อนที่เขาจะไปนั้นระดับพลังของเขาอยู่ที่ระดับก่อเกิดขั้นหกแต่เมื่อเวลาผ่านไปสามวันระดับของเขาเพิ่มขึ้นมาเป็นระดับเจ็ดแล้วออร่าที่ปล่อยออกมานั้นแข็งแกร่งอย่างมาก.......


    "ท่านเลื่อนขั้นพลังไปอีกขั้นแล้วอย่างนั้นหรอ?"


    ตงควงมองที่เจิ้งฟู่ก่อนจะยิ้มแห้งๆเพราะมันกะจะมาทำให้เจิ้งฟู่รู้สึกตกใจเสียหน่อยแต่กลับเป็นว่าเจิ้งฟู่นั้นสามารถรับรู้ได้ก่อนที่มันจะบอกเสียอีก....


    ตงควง: ขอรับในช่วงที่ข้าเดินทางอยู่นั้นข้าได้เจอกับสัตว์อสูรเล็กน้อยและข้าก็ได้ต่อสู้กับพวกมันเลยทำให้ข้าสามารถก้าวขึ้นไปอีกขั้นได้ตอนนี้ข้าน้อยอยู่ระดับก่อเกิดขั้นเจ็ดแล้วขอรับ!!


    อือ!!


    "เยี่ยมไปเลยท่านนี้ช่างแข็งแกร่งยิ่งนักก็ดีแล้ววันนี้ข้าว่าจะชวยท่านไปที่ป่าอสูรอีกครั้งท่านคิดว่ายังไง?"


    ป่าอสูร!!?


    ตกควงคิ้วกระตุกเล็กน้อยมันคิดถึงคราวก่อนที่มันเจอเข้ากับสัตว์อสูรขั้นเก้านั้นหัวใจของมันแทบจะหยุดเต้นแล้วถ้าพวกมันมากันเป็นกลุ่มตงควงไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะเป็นยังไง......


    ตงควง: คือว่า.....นายน้อยข้าว่าตอนนี้พวกเราอย่างพึ่งเข้าไปกันเลยข้าเองยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะดูแลนายน้อยข้าเกรงว่า.....


    ตงควงคิดอยู่ภายในใจของมันถึงแม้ว่าตัวมันจะเลื่อนระดับขึ้นมาอีกขั้นก็ตามแต่มันก็ยังไม่มากพอที่จะต่อกรกับพวกสัตว์อสูรได้และอีกอย่างในสามวันมานี้มันได้สำรวจพลังของเจิ้งฟู่แล้วมันสัมผัสได้ว่าเขานั้นยังคงอยู่เพียงแค่ระดับพื้นฐานขั้นเก้าอยู่เลยคงเป็นเรื่องยากแน่ถ้าจะไปที่ป่าอสูรอีกครั้ง.....


    "ถ้าท่านไม่ไปก็ไม่เป็นไรข้าไปคนเดียวก็ได้!!"เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับยิ้มให้ตงควงเล็กน้อย.....


    ที่ตงควงสัมผัสถึงระดับพลังของเจิ้งฟู่ได้เพียงแค่ระดับพื้นฐานก็เพราะว่าเจิ้งฟู่นั้นได้คิดค้นและปรับปรุงวิธีการซ้อนพลังที่เขาเคยอ่านมาจากโลกที่แล้วเขาของและนำมันมาใช้งานในโลกนี้.....


    โดยการลดระพลังตัวเองลงกดทับและปิดกันเอาไว้เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเขาอยู่ระดับใดและถ้าฝึกจนชำนาญหละก็เขาจะสามารถลบการมีอยู่ของพลังเขาได้อย่างสิ้นเชิง.....


    ตงควง: ถ้านายน้อยไปไหนข้าก็จะไปด้วยขอรับ.....


    "ขอบคุณท่านมากแต่ก่อนที่เราจะไปข้าจะสอนอะไรท่านอีกอย่างหนึ่ง"


    .............?


    ตงควงทำหน้างงเมื่อได้ยินคำพูดของเจิ้งฟู่ที่บอกว่าจะสอนอะไรกับมัน.....


    เจิ้งฟู่เดินเข้าไปข้างๆตัวมันจากนั้นก็บอกให้มันโค้งตัวลงมาและเขาก็กระซิบไปที่ข้างหูของมันช้าๆช้าๆ.....


    อ่ะ!!


    แบบนี้ก็ได้หรอ!!?


    ใบหน้าของตงควงนั้นเต็มไปด้วยความตกใจอย่างมากเมื่อได้ยินที่เจิ้งฟู่บอกที่เขากระซิบข้างหูของมันนั้นเขาได้บอกเกี่ยวกับวิธีการลบพลังของตัวเองเพื่อใช้ในการหลอกล้อศัตรูนั้นเอง....


    "ถ้าเจ้าไม่เชื่อเจ้าก็ลองทำดู!!"เจิ้งฟู่ยิ้มที่มุมปากของเขาขณะที่พูด....


    ตงควงยืนอึนอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะคืนสติและเริ่มทำตามที่เจิ้งฟู่บอกและเพียงไม่นานที่มันเริ่มทำมันก็สัมผัสได้ว่าพลังที่อยู่รอบๆตัวมันนั้นดูเบาบางลงและเหมือนกับมีห้องห้องหนึ่งถูกสร้างขึ้นมาภายในจุดตันเถียนของมัน.....


    และห้องห้องนั้นก็คือห้องที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกักพลังเอาไว้ให้เหลือแต่พลังที่จำเป็นเท่านั้น......


    "เป็นยังไงบ้าง?"


    ตงควง: ไม่น่าเชื่อเลยนายน้อยมันได้ผลจริงๆด้วยการใช้วิธีนี้จะทำให้ศัตรูฝ่ายตรงข้ามเราไม่รู้พลังที่แน่ชัดของเราได้.......


    "ถูกต้องแล้วและเมื่อเราฝึกมันจนชำนาญหละก็มันจะช่วยเราได้อย่างมากเลยเมื่อเราต้องแอบหรือช้อนตัว"


    ตงควงพยักหน้าตอบรับและคิดตามในสิ่งที่เจิ้งฟู่พูดจนเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว.....


    "ท่านพี่ตงควงท่านรู้หรือไม่ว่าศิลาพลังซีหาได้จากที่ไหน?"


    ศิลาพลังซี!!?


    ตงควง: ถ้าจากที่ข้าได้ยินมาศิลาพลังซีนั้นเกิดขึ้นจากธรรมชาติและมันก็เกิดขึ้นภายในถ้ำแห่งเซียนเท่านั้นด้วยแต่ว่าถ้ำแห่งเซียนนั้นได้ถูกครอบครองโดยพวกตระกูลใหญ่และคนที่มีอำนาจเท่านั้นการ......


    ถ้ำแห่งเซียน!!?


    ตงควง:อันตราในการผลิตนั้นข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันแต่ราคาของมันนั้นไม่เช่นน้อยๆเลยศิลาพลังซีระดับต่ำหนึ่งก้อนเท่ากับสามร้อยเหรียญผลึกอสูรทีเดียวส่วนหินระดับกลางนั้นราคาของมันสูงกว่าถึงร้อยเท่าดีเดียว.....


    "ร้อยเท่าอย่างนั้นก็เท่ากับสามหมื่นเหรียญต่อหนึ่งก้อนเลยนะสิ?"


    ขอรับ!!


    *ตอนนี้เราคงต้องใช้ศิลาพลังซีระดับต่ำไปก่อนเพราะตอนนี้ก็ใกล้จะสิ้นเดือนแล้วเราจะได้อีกหกก้อนด้วยกันด้วยเงินที่เรามีอยู่เราน่าจะซื้อมันได้อีกหลายก้อน*


    เจิ้งฟู่เอามือจับไปที่คางของตัวเองพร้อมกับทำท่าคิดตงควงมองไปที่เจิ้งฟู่มันก็รู้เลยว่าเขานั้นต้องกำลังคิดอะไรที่ไม่น่าเชื่ออยู่แน่ๆเพราะตั้งแต่อยู่ด้วยกันมานั้นเจิ้งฟู่มักจะทำอะไรที่มันน่าเหลือเชื่ออยู่เสมอ......


    "ท่านพี่ตงควงเราจะพักเรื่องการไปป่าสัตว์อสูรก่อนข้าอยากให้ท่านพาข้าไปยังสถานที่ที่ขายศิลาพลังซี!!"


    ตงควงคิดในใจอยู่แล้วว่ามันต้องออกมาเป็นแบบนั้นมันจึงทำได้เพียงแค่ยิ้มแห้งๆเท่านั้นแต่ก็ยังดีกว่าต้องไปป่าสัตว์อสูรที่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้องเจอกับไอ้ตัวแบบนั้นอีกเมื่อไหร่?


    จากนั้นทั้งคู่ก็ออกเดินทางออกจากตระกุลทันทีและตรงไปยังถ้ำแห่งเซียนที่อยู่ภายใต้การครอบครองของเมืองอินทรีทันที....


    จริงๆแล้วตระกูลของเขาเองก็มีถ้ำแห่งเซียนเช่นกันและอีกสี่ตระกูลเองก็มีแต่พวกเขาทั้งสองเลือกที่จะไม่ไปที่นั้นเพราะไม่อยากให้ใครรู้พวกเขาเลยตัดสินใจไปที่ถ้ำแห่งเซียนของเมืองอินทรีแทน......


    ซึ่งถ้ำแห่งเซียนที่อยู่แถวเมืองอินทรีนั้นมีอยู่สองแห่งหนึ่งเป็นของเจ้าเมืองสองถูกครอบครองโดยสมาคมปรุงยาแต่ถ้ำของสมาคมปรุงยานั้นมีขนาดเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับของเจ้าเมือง......


    และก่อนที่เจิ้งฟู่จะไปเขาได้บอกกับพ่อและแม่ของเขาว่าต้องเก็บตัวฝึกพลังหนึ่งอาทิตย์ห้ามรบกวนเด็ดขาดส่วนเรื่องอาหารเขานั้นเขาก็บอกว่าได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน......


    ถึงมันจะเป็นเพียงแค่ข้ออ้างแบบเด็กๆฏ้ตามถ้าเอาไปใช้ที่โลกเก่าคงไม่มีใครเชื่อแต่ถ้าเป็นที่โลกนี้การเก็บตัวฝึกฝนนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากที่ห้ามรอบกวนเด็ดขาดจริงๆ.......


    "ท่านพราตงควงเราต้องใช้เวลาเท่าไหร่กันถึงจะไปถึงถ้ำแห่งเซียน?"


    ตงควง: สองวันขอรับ!!


    อือ!!


    การเดินทางครั้งนี้นอกจากเจิ้งฟู่กับตงควงแล้วยังมีคนมาด้วยอีกห้าหกคนพวกนั้นเป็นคนสนิทของตงควงทั้งนั้นพวกมันต่างก็เคยร่วมงานกับตงควงมาหลายงานแล้วและตงควงเองก็ไว้ใจพวกมันได้เลยให้พวกมันมาด้วย.....


    พวกเขาเดินทางจากเช้าจนมืดและแวะพักในข้างทางที่นี้เป็นพื้นที่โล่งมีต้นไม้อยู่บ้างแต่ไม่หนาแน่นและเส้นทางนี้ก็ปลอดภัยจากพวกสัตว์อสูรระดับสูงด้วยที่จะมีก็แค่พวกสัตว์อสูรระดับต่ำเท่านั้น.....


    ตงควง: นายน้อยข้าได้ให้พวกเขาไปจุดไฟเตรียมอาหารแล้วขอรับ!!


    "อือ ท่านเอาเนื้อพวกนี้ไปทำอาหรสิข้าได้ลองตรวจสอบดูแล้วเนื้อพวกนี้ให้ผลดีทีเดียวเพราะมันเป็นเนื้อจากสัตว์อสูรระดับก่อเกิด"


    ขอรับ!!


    ปกติแล้วคนจะออกล่าพวกสัตว์อสูรระดับต่ำมาทำอาหารกันและเนื้อของมันก็ไม่ต่างอะไรจากเนื้อสัตว์ทั่วๆไปแต่ถ้าเนื้อของสัตว์อสูรที่มีระดับสูงขึ้นเนื้อของมันก็ให้ผลคลายๆกับยาชูกำลังดีๆนี่เอง.....


    ตงควง: นายน้อยข้าลืมแน่แนะนำพวกเขาไปเลยทั้งหกคนนี้ข้าเคยร่วมทำภารกิจกับพวกเขามาหลายครั้งแล้วและพวกเราก็สนิทกันมากทีเดียวดังนั้นนายน้อยโปรดวางใจได้.....


    ทั้งหกคนยืนขึ้นพร้อมกับโค้งคำนับเขาพวกมันยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมตงควงถึงได้ยอมรับในตัวเจิ้งฟู่ขนาดนี้เพราะปกติแล้วพวกมันไม่เคยเห็นตงควงยอมรับใครมาก่อนเลยจนขนาดถวายชีวิตให้.....


    ตงควง: คนแรกผู้ชายตัวใหญ่สวมชุดม่วงที่นั่งอยู่ตรงนั้นมีชื่อว่าหจี่จุงกงทุกคนต่างเรียกเขาว่าจอมเดือดหจี่จุงกงทักษะที่เขาใช้นั้นคือฝ่ามือทลายภูผาและทักษะกำแพงดิน.......


    หจี่จุงกง:ข้าน้อยหจี่จุงกงยินดีที่ได้พบนายน้อยเจิ้งฟู่แห่งตระกูลเทียนถ่าง...


    ตงควง:ถัดมาคือเยี่ยหยูเขาเป็นผู้ชายหน้าหวานแต่ทักษะกระบี่ของเขาไม่หวานเหมือนตาเขาหรอกนะทักษะที่เขาใช้คือทักษะกระบี่ที่ว่องไว้จนคู่ต่อสู้มองตามแทบจะไม่ทัน.......


    เยี่ยหยู:ข้าน้อยเยี่ยหยูยินดีที่ได้พบนายน้อยเจิ้งฟู่เช่นกันขอรับ!!ส่วนฉายาของข้านั้นผู็คนต่างก็เรียกข้าว่า เยี่ยหยูกระบี่หน้าหยก!!


    ถุย!!


    หจี่จุงกง: หน้าหยกหรือหน้าเขียวอมม่วงกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!


    เยี่ยหยู: พูดมากไอ้เจ้าหมูตอนอ้วนเอ้ย!!


    เจ้า!!


    พอได้แล้วนะ!!


    ตงควง: พวกเขาก็เป็นเช่นนี้หละนายน้อยอย่าได้ถือสาเลย!!


    ตงควงพูดห้ามทั้งสองไว้มันเป็นเรื่องปกติที่ทั้งสองนั้นชอบพูดใส่กันอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว....


    "ไม่เป็นไรหรอก ข้าไม่ถือสาหรอกดูแล้วพวกเขาคงสนิทกันมาก"


    ตงควง: ต่อไปคือหลางกว่างควงเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดมากนักแต่เขาก็มีความสามารถมากทีเดียวทักษะที่เขาใช้นั้นก็คือทักษะกรงเล็บ....


    หลางกว่างควงเพียงแต่ลุกขึ้นและมองไปที่เจิ้งฟู่เล็กน้อยก่อนจะเดินหายไปในความมืดโดยที่ไม่ได้พูดทักทายเขาเหมือนกับหจี่จุงกงและเยี่ยหยู.....


    เยี่ยหยู: เจ้านั้นมันก็เป็นอย่างนั้นแหละมันไม่ชอบพูดมักจะอยู่คนเดียวเสมอแต่เขาก็เป็นคนที่เราพึ่งพาได้ทีเดียวโดยเฉพาะตอนที่เขาคลั่งนะและมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาคลั่งจนขาดสติขาดได้สั่งหารฝ่ายตรงข้ามจนไม่เหลือซากเลยทีเดียว....


    เยี่ยหยูพูดพร้อมกับทำเสียงโหยหวยน่ากลัวไปทางเจิ้งฟู่เพื่อให้เขากลัวแต่กลับเป็นว่าเจิ้งฟู่ไม่เพียงไม่กลัวแต่เขากลับยิ้มอย่างมีความสุขอีก....


    เยี่ยหยู: นี่ท่านไม่กลัวหรอ?


    กลัว!?


    "ทำไมข้าต้องกลัวด้วยหละคนเราก็ต้องมีมุมนั้นทุกคนแหละเมื่อถึงเวลาทำไมข้าต้องกลัวด้วย"เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับทำหน้าบ๊องแบ๊วของเขาใส่เยี่ยหยู....


    แฮ่ะ แฮ่ะ แฮ่ะ!!


    เยี่ยหยูเมื่อเห็นแบบนั้นตัวมันเองก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มแห้งๆเท่านั้นมันไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่กลัวเรื่องเล่าที่น่าสยดสยองแบบนี้เลยแถมยังหันกลับมายิ้มอีกต่างหาก.......


    อแฮ่ม!!


    ตงควง:ต่อไปคือชายที่ยืนเฝ้ายามอยู่ตรงนั้นเขาชื่อฟู่เถาฉีเขาเป็นชายที่ข้ายอมรับในความแข็งแกร่งของเขาทีเดียวอาวุธคู่ใจของเขาก็คือขวานกระทิงเพลิงที่สามารถตัดเสือตัวใหญ่ให้ขาดครึ่งได้เพียงการฟาดครั้งเดียว.....


    ฟู่เฉาฉี:คาราวะนายน้อยเจิ้งฟู่ข้าได้ยินเกี่ยวกับตัวท่านมาจากท่านพี่ตงควงแล้วว่าท่านนี้ยอดเยี่ยมแค่ไหนการเดินทางในครั้งนี้ข้าขอฝากตัวด้วย....


    "อย่าได้เกรงใจไปเลยพี่ฟู่เถาฉีข้าเองไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไรขนาดนั้นหรอก"


    ตุบ ตุบ ตุบ!!


    และทันใดนั้นเองหญิงสาวสวมหมวกฟางอกโตและร่างกายที่เย้ายวนก็เดินเข้ามานั่งใกล้ๆเขาพร้อมกับกลิ่นหอมจากตัวของนางที่ลอยเข้าจมูกของเขา....


    วุ่ยเสียว: ส่วนข้านั้นมีนามว่าวุ่ยเสี่ยวเจ้าค่ะนายน้อยเจิ้งฟู่!!


    นางพูดพร้อมกับเอานิ้วที่เรียวงามของนางถูไปที่ตัวของเขาช้าๆทำเอาเขารู้สึกเสียวเล็กน้อยแต่ก็สามารถอดกลั่นและกลับคืนสติได้.....


    "นดีที่ได้รู้จักพี่สาววุ่ยเสี่ยวคนสวย"เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับทำสายตาทะเล้นจ้องไปที่นาง......


    ว้ายยยย!!


    จู่นางก็รู้สึกแปลกๆราวกับว่าร่างกายของนางโดนสายตาของเจิ้งฟู่มองทะลุไปทั่วร่างกายแล้วอย่างนั้นแหละนางจึงรีบเอามือขึ้นมาปิดที่ช่วงหน้าอกของนางทันทีการกระทำของนางนั้นทำให้หจี่จุงกงและเยี่ยหยูถึงกับตะลึงเล็กน้อยเพราะปกติแล้วนางไม่เคยทำท่าทางเขินอายแบบนี้มาก่อนเลย.......


    มีเพียงตงควงที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาอดขำในใจไม่ได้และนึกอยู่ในใจว่า*นายน้อยนี่ช่างร้ายกาจยิ่งนัก* ก่อนตงควงจะไอขึ้นเบาๆอีกครั้ง...


    อแฮ่ม!!


    ตงควง: วุ่ยเสี่ยวนั้นเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มถึงแม้นางจะเป็นผู้หญิงแต่ก็อย่าได้ประมาทเชียวเพราะว่ามีผู้ชายที่ประมาทนางแล้วตายคาอกนางมาหลายคนแล้วและนางยังเก่งเรื่องลอบสังหารอีกด้วย......


    วุ่ยเสี่ยว: ท่านพี่ตงควงเองไม่อยากมาซบที่อกของน้องบ้างหรอจ๊ะ?


    แห่ะ แห่ะ แห่ะ!!


    ตงควง: ไม่ดีกว่าจ๊ะ!!


    ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!


    ทันใดนั้นเองก็มีชายหนุ่มเดินตรงมาทางพวกเขาพร้อมกับหัวเราะอย่างมีความสุขและพูดขึ้นมาว่า"ท่านพี่ตงนี่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ"จากนั้นก็หันไปทางเจิ้งฟู่ก่อนจะประสานมือขึ้นและพูดว่า....


    ต้านซุนกู่: ข้าน้อยต้านซุนกู่ยินดีที่ได้พบนายน้อยเจิ้งฟู่ขอรับ!!


    "ข้าเจิ้งฟู่ ยินดีที่ได้พบท่านเช่นกัน"เจิ้งฟู่ยืนขึ้นและประสานมือของเขาพร้อมกับแสดงท่าทางที่ดูสง่าและนิ่งสงบมองไปที่มัน......


    ต้านซุนกู่: *ไม่เลวเลยถึงแม้เขายังเด็กแต่การแสดงออกของเขานั้นไม่เหมือนเด็กเลยทั้งคำพูดและการแสดงอารมณ์เขานั้นต่างทำได้ดียิ่งนัก*


    ตงควง: พวกเขาทั้งหกนั้นเป็นกลุ่มรับจ้างที่ข้ารู้จักและข้าได้จ้างพวกเขามาเพื่อช่วยเราอีกแรงในการเดินทางไปเมืองอินทรีแต่พวกเขาเต็มใจจะมาทำงานนี้โดยไม่คิดค่าแรงใดๆขอรับ......


    พรึบ!!


    "ข้าเจิ้งฟู่ขอขอบคุณพวกท่านมากที่มาช่วยข้าในการเดินทางครั้งนี้ข้ารับรองว่าจะต้องตอบแทนพวกท่านอย่างแน่นอน"


    ต้านซุนกู่:นายน้อยเจิ้งฟู่อย่าได้คิดมากเลยพวกเราเต็มใจเองไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆหรอก.....


    ทุกคนต่างก็แนะนำตัวจนครบหลังจากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองหจี่จุงกงนั้นทำหน้าที่เป็นพ่อครัวส่วนเยี่ยหยูนั้นรับหน้าที่ช่วยหจี่จุงกงเตรียมของ....


    ต้านซุนกู่และฟู่เถาฉีนั้นรับหน้าที่เฝ้ายามรอบๆค่ายพักและวุ่ยเสี่ยวนั้นรับหน้าที่ดีแลเรื่องที่พักส่วนหลางกว่างควงนั้นเขาไม่ค่อยอยู่รวมกับคนอื่นๆเขามักจะออกไปตรวจสอบรอบๆของกลุ่มเพื่อรายงานทุกคนถ้ามีอะไรผิดปกติหรือพบสัตว์อสูรอยู่บริเวณใกล้ๆ........

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ) ที่คุณอ่าน