เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 61 สตรีประหลาด

            เมื่อกลับถึงจวนก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว

            เพียงแต่ด้วยสถานะของไป๋เซี่ยเหอในตอนนี้จึงไม่มีผู้ใดกล้าพูดลับหลังนางอีก

            ตลอดทางที่กลับมายังเรือนสุ่ยฉิง

            “บ่าวคารวะคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ”

            สาวใช้ล้วนยืนเรียงแถวทำความเคารพอยู่หน้าประตูโดยไม่กล้าล่าช้าแม้แต่น้อย

            ตอนนี้ทุกคนในจวนรู้กันทั่วแล้วว่าคุณหนูใหญ่ไม่ใช่คุณหนูใหญ่คนเดิมในวันวานอีกแล้ว

            “มีเรื่องอะไรหรือ?”

            สาวใช้คนหนึ่งที่ดูเฉลียวฉลาดก้าวออกมาด้านหน้าก่อนจะทำความเคารพอย่างมีมารยาท “ตอบคุณหนูใหญ่ ไป๋เหล่าฮูหยินให้พวกเรามาที่นี่ โดยบอกว่าจะให้คุณหนูใหญ่เลือกสาวใช้ด้วยตนเองเจ้าค่ะ”

            “ไม่จำเป็นข้าชอบความสงบ”

            หลังกล่าวจบนางก็เดินเข้าไปในเรือนวิธีการสอดแนมพรรค์นี้ช่างต่ำช้าเสียจริง นางไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนี้อีกต่อไป

            นางยังมีธุระที่ต้องทำอีกมากมาย!

            ฝูเอ๋อร์เบะปาก“ไม่ได้ยินที่คุณหนูใหญ่พูดหรือ?”

            สาวใช้เหล่านั้นแยกย้ายกันไปคำซุบซิบจำนวนมากล่องลอยอยู่กลางอากาศ

            นางอ่านสมุดบันทึกทั้งสองเล่มจบแล้วเพียงแต่เล่มที่หนาเตอะนั้นเห็นได้ชัดว่ายังมีเล่มต่อไปอีก นางต้องค้นหาให้ดี

            นางวางสมุดบันทึกไว้ในกล่องทำให้กลไกกลับมาทำงานตามปกติ

            ทันใดนั้นไป๋เซี่ยเหอก็นึกถึงรูปภาพที่ไป๋เสียนอันเอ่ยถึงขึ้นมา

            บางทีมารดาอาจทิ้งสิ่งของอะไรไว้อีกที่ยังไม่ถูกค้นพบนางต้องรีบหาให้พบก่อนไป๋เสียนอันให้จงได้!

            “คุณหนูรับประทานอาหารได้แล้วเจ้าค่ะ”

            ฝูเอ๋อร์เคาะประตูเบาๆ นับตั้งแต่คุณหนูใหญ่เปลี่ยนไปก็ดูเหมือนจะชอบความสันโดษมากขึ้นเรื่อยๆ

            “ได้”

            เมื่อเก็บกล่องเก่าๆใบนี้เรียบร้อยแล้ว ไป๋เซี่ยเหอก็เดินมาที่ห้องโถงด้านหน้า

            ระหว่างที่ฝูเอ๋อร์จัดสำรับก็เล่าเรื่องซุบซิบที่ได้ยินมาวันนี้ให้ไป๋เซี่ยเหอฟัง

            “คุณหนูใหญ่ บ่าวได้ยินมาว่าซู่เนี่ยนตายแล้วเจ้าค่ะ”

            “ผู้ใดคือซู่เนี่ยน?”

            สาวใช้ในจวนสกุลไป๋มีมากมายนักนางคร้านที่จะจดจำชื่อของสาวใช้ที่ไม่ได้สลักสำคัญจริงๆ

            “นางคือ...สาวใช้ข้างกายของอี๋เหนียงรองเจ้าค่ะ”

            ไป๋เซี่ยเหอคีบผักใส่ปาก

            “นางตายอย่างไร?”

            “ฆ่าตัวตายเจ้าค่ะ ได้ยินมาว่านางทิ้งคำสั่งเสียไว้ว่านางต้องการตายตามอี๋เหนียงรองไปเจ้าค่ะ”

            ผิดปกติ

            ลู่เป๋าเหยาตายมาหลายวันแล้วแม้ว่าในช่วงแรกนางจะมีความกล้ามากพอที่จะตายตามเจ้านาย แต่ความกล้านั้นก็คงจืดจางไปเนิ่นนานแล้ว

            เหตุใดถึงได้ฆ่าตัวตายอย่างกะทันหันเช่นนี้?

            “ช่วงนี้นางติดต่อกับผู้ใดบ้างหรือไม่? อย่างเช่นไป๋หว่านหนิง”

            “ไม่เลยเจ้าค่ะว่ากันว่านับตั้งแต่อี๋เหนียงรองจากไป นางก็ขังตนเองอยู่ในเรือนทุกวันไม่ออกไปไหนกระทั่งวันนี้มีคนได้ยินการเคลื่อนไหวถึงได้เรียกคนมาพังประตูเข้าไปเจ้าค่ะ”

            ในจวนสกุลไป๋นั้น ถือเป็นเรื่องปกติมากที่สาวใช้ระดับหนึ่งจะมีห้องพักเป็นของตนเอง

            “เจ้าไปสอบถามมาว่าร่างของลู่เป๋าเหยาถูกฝังไว้ที่ใด”

            เดิมทีลู่เป๋าเหยาเป็นเพียงอนุภรรยาจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะถูกฝังไว้ในหลุมศพของบรรพชนกอปรกับนางตายอย่างน่าอับอายขายหน้า ได้ยินมาว่าร่างของนางถูกทิ้งอย่างส่งๆ

            “เจ้าค่ะ”

            ฝูเอ๋อร์ไม่ได้ถามมากความแม้นางจะรู้สึกว่าการกระทำของคุณหนูใหญ่ออกจะแปลกประหลาดไปสักหน่อย

            ไป๋เซี่ยเหอมองอาหารรสเลิศเบื้องหน้าจู่ๆ นางก็หมดความอยากอาหาร ราวกับมีลางสังหรณ์ไม่ดีในใจ

            กิ่งไม้ถูกสายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านจนสั่นไหวอย่างรุนแรงที่นอกหน้าต่างนางรู้สึกว่าฝนกำลังจะตก

            ม่านราตรีมาเยือน

            เงาร่างสีดำสายหนึ่งย่อตัวเคลื่อนที่ไปตามกำแพงอย่างรวดเร็วราวกับแมวดาวก็ไม่ปานเพียงชั่วพริบตาก็กระโจนข้ามกำแพง ก่อนจะอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย

            คนเคาะยาม[1]กำลังหาว เมื่อเงาสายหนึ่งแวบผ่านไปเขาก็ตกใจเสียจนลืมเตือนภัย

            ณ บ่อนพนันว่านก้วน

            “คุณหนูจะมาจริงหรือ?”

            จิ่วหานเป่าลมหายใจไปที่มือทั้งสองข้างก่อนจะนำมือมาถูกัน เขามองตรงไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าด้วยความสงสัยเล็กน้อย

            เงาสองสายยืนอยู่หน้าประตูแต่ละคนตัวสั่นงันงกจากความหนาวเย็น

            นับตั้งแต่เซี่ยถิงรู้ว่าบ่อนพนันว่านก้วนคือกิจการของไป๋เซี่ยเหอเขาก็ตกอยู่ในความสับสน

            ข้อมูลนี้ออกจะมากเกินไปเขารับไม่ไหวอยู่เล็กน้อย

            หากบุรุษมีความสามารถเช่นนี้เขาจะไม่ตกตะลึงเลย ทว่าเจ้านายของเขาดันเป็นสตรีเสียนี่

            สตรีประหลาดนางหนึ่ง!

            “มาแล้ว”

            สายตาอันคมกริบของเซี่ยถิงมองเห็นเงาสายหนึ่งเคลื่อนที่เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว

            แม้ว่านางจะสวมชุดดำรัดรูปแตกต่างจากเมื่อกลางวันอย่างสิ้นเชิงก็ตาม

            ถึงอย่างนั้นเขาก็มองออกในปราดเดียว

            “ข้าน้อยคารวะนายท่าน”

            เซี่ยถิงทำความเคารพอย่างมีมารยาท

            ทว่าจิ่วหานรุดออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าอ่อนเยาว์น่ารักเขายิ้มตาหยี “นายท่านมาแล้ว”

            อุปนิสัยของทั้งสองคนแตกต่างกันอย่างชัดเจน

            คนหนึ่งใจเย็น

            อีกคนกระตือรือร้น

            “เข้าไปคุยกันด้านใน”

            บ่อนพนันในยามราตรีครึกครื้นยิ่งกว่ายามกลางวันไม่รู้กี่เท่าทั้งสามคนเดินผ่านฝูงชนขึ้นไปยังชั้นสามโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

            ห้องพักด้านในสุดบนชั้นสามได้ถูกปรับปรุงใหม่ตามคำสั่งของไป๋เซี่ยเหอมันได้กลายเป็นห้องของไป๋เซี่ยเหอโดยเฉพาะ

            เมื่อเดินเข้ามาในห้องและปิดประตู

            ภายในก็เงียบสงบแตกต่างจากเสียงเอะอะโวยวายที่ชั้นล่าง

            “ช่วงนี้บ่อนพนันเป็นอย่างไรบ้าง?”

            ไป๋เซี่ยเหอชิงถามก่อน

            “ไม่เลวขอรับ ข้าได้หาคนที่น่าเชื่อถือมาจัดการข้าเพียงต้องจับตาดูเป็นครั้งคราวเท่านั้นขอรับ”

            ไป๋เซี่ยเหอมีสีหน้าแปลกประหลาด“เจ้าหามาได้อย่างไร?”

            “ข้าหาเรือนหลังใหม่ให้เขาเขาซาบซึ้งใจจนหลั่งน้ำตา เมื่อเป็นเช่นนั้น เขาย่อมกระทำการสิ่งต่างๆ แทนข้าด้วยใจจริงเป็นแน่”

            ไป๋เซี่ยเหอกระตุกมุมปากเล็กน้อยสามารถเอ่ยถ้อยคำเช่นนี้ได้อย่างสง่าผ่าเผยโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ก็นับว่าน่านับถือมาก

            นั่นคือการกุมจุดอ่อนของผู้อื่นชัดๆ!

            ทว่าในเมื่อนางมอบบ่อนพนันให้จิ่วหานรับผิดชอบแล้วเขาจะใช้วิธีการใดก็เป็นเรื่องของเขา

            ทุกคนย่อมมีวิธีการที่แตกต่างกันนางไม่ควรเข้าไปก้าวก่าย

            ยิ่งไปกว่านั้น หากคนที่จิ่วหานใช้งานไม่มีเจตนาร้าย

            ก็ย่อมเป็นผลดีกับเขาไม่ใช่เรื่องแย่แต่อย่างใด

            “เจ้าจะทำอย่างไรก็แล้วแต่เจ้า”

            จิ่วหานยิ้มยิงฟันอีกคราเขามองคนไม่ผิดจริงๆ

            “นายท่าน แล้วจะให้ข้าทำอะไรหรือขอรับ?”

            สีหน้าของเซี่ยถิงเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา

            “ติดตามข้า”

            “อะไรนะขอรับ!”

            จิ่วหานร้องเสียงหลงทันทีใบหน้าอันอ่อนเยาว์และน่ารักมีคำว่าน้อยอกน้อยใจแปะอยู่บนนั้น

            “เหตุใดข้าถึงไม่ได้ติดตามท่านเล่า? วรยุทธ์ของข้าสูงกว่าเขารูปโฉมก็ดูดีกว่า ทั้งยังรับใช้ท่านมานานกว่าด้วย!”

            เมื่อถูกเปรียบเทียบเช่นนี้ใบหน้าของเซี่ยถิงก็แดงก่ำทันที เขายิ่งรู้สึกว่าไป๋เซี่ยเหอเป็นเทพธิดาลงมาจุติมากยิ่งขึ้น

            เห็นอยู่ชัดๆว่ามีลูกน้องที่ดีกว่าเขาทุกอย่าง ทว่ายังเต็มใจช่วยเหลือเขา

            เขารู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง

            “เจ้ายังมีเรื่องอื่นต้องทำยิ่งไปกว่านั้น วรยุทธ์ของเจ้าเอาชนะข้าได้หรือไม่?”

            จิ่วหานเงียบไป

            ความนับถือที่เซี่ยถิงมีต่อไป๋เซี่ยเหอยิ่งมากขึ้นไปอีก

            “เช่นนั้นข้าต้องทำอะไรหรือขอรับ?”

            “อยู่ข้างนอกและคอยติดต่อผู้คนให้ข้าถึงอย่างไรสถานะของข้าก็ไม่สะดวกที่จะเคลื่อนไหวไปตามที่ต่างๆ”

            ทั้งสองคนเข้าใจเรื่องนี้และไม่โต้แย้งอีกทว่าจิ่วหานยังคงรู้สึกอิจฉาอยู่เล็กน้อย

            เขาเองก็อยากติดตามอยู่ข้างกายของเจ้านายเหมือนกัน

            เขาพบว่ายิ่งเขาเข้าใกล้นางมากเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกว่านางลึกลับมากขึ้นเท่านั้น เขาต้องการเห็นว่านางยังมีความสามารถอะไรอีกบ้าง

            “คืนนี้นายท่านอยากให้ข้าทำอะไรหรือขอรับ?”

            เปลวเทียนลุกโหมแสงเทียนสาดส่องใบหน้าด้านข้างของไป๋เซี่ยเหอและสะท้อนจนเกิดเป็นเงาสายหนึ่งแววตาของนางดูคาดเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่

            “ซื้อเรือนหลังหนึ่ง ข้าต้องการเรือนหลังใหญ่”

            “ต้องการเรือนไปทำอะไรหรือขอรับ? ข้าจำเป็นต้องกะขนาด หากไม่สะดวกท่านไม่ต้องบอกก็ได้ ขอเพียงบอกขนาดคร่าวๆ ก็ได้ขอรับ”

            แม้ว่าจิ่วหานจะมีใบหน้าอ่อนเยาว์ทว่าเมื่อถึงคราวจริงจังขึ้นมาก็ดูเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างยิ่ง

            “วันหน้าข้าจะอาศัยอยู่ที่นั่นเรืองหลังนั้นต้องมีลานขนาดใหญ่ด้านหลัง เพื่อใช้ในการฝึกซ้อมคน”

            สีหน้าของบุรุษตัวใหญ่ทั้งสองคนดูจริงจังขึ้นมาเลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง

            พวกเขามีลางสังหรณ์บางอย่าง

            เจ้านายของพวกเขาเป็นบุคคลที่มีความทะเยอทะยาน!

            “จิ่วหานข้าอยากให้เจ้าช่วยข้าสะสางเรื่องราวบางอย่าง”

            หลังจากครุ่นคิดอยู่หลายรอบไป๋เซี่ยเหอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เพราะฉะนั้นสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างย่อมดีกว่า

            “นายท่านโปรดสั่งมาได้เลยขอรับ”

            ไป๋เซี่ยเหอพรรณาเกี่ยวกับสถานที่สองแห่งที่ฝูเอ๋อร์สอบถามมาได้ให้จิ่วหานฟังทั้งยังหาภาพเหมือนเก่าๆ ของลู่เป๋าเหยาจากในจวนมาด้วย

            สำหรับซู่เนี่ยนนั้นฝูเอ๋อร์บอกว่ามีรอยขนาดครึ่งฝ่ามือที่หลังหูของนาง ซึ่งทำให้การระบุตัวนางไม่ใช่เรื่องยาก

            ------------------------

            [1] คนเคาะยามหมายถึง ระบบบอกเวลา เตือนประชาชนให้ป้องกันไฟและการโจรกรรมในสมัยโบราณ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841